เนื่องจากเทคโนโลยีไฮบริดเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มากในประเทศไทย หลายคนอาจมีคำถามและไม่มั่นใจกับการทำงานของเครื่องยนต์ไฮบริด
แต่ในความเป็นจริงแล้วรถยนต์ไฮบริดได้ถูกผลิตและจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วกว่า10 ปี อีกทั้งยังมีการจัดจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดหลายรุ่นใน
หลายประเทศ เป็นจำนวนกว่า 2 ล้านคัน ดังนั้นจากประสบการณ์ที่ยาวนานของโตโยต้า สามารถมั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพของรถยนต์ไฮบริด
นอกจากนี้ปัญหาเรื่องของแบตเตอรี่ไฮบริดก็ยังเป็นที่สงสัยและถกเถียงกันอย่างมากมาย ทั้งในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่, โอกาสที่จะเกิดไฟ
ไหม้หรือไฟช็อต และค่าบำรุงดูแลรักษา |
| |
ในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เนื่องจากแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ใช้อยู่ในคัมรี่ ไฮบริดมีสถิติในการส่งแบตเตอรี่กลับไปทำลายที่ญี่ปุ่นจำนวน
ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่รถไฮบริดแบบโปรดักชั่นคาร์รุ่นแรก คือ โตโยต้า พรีอุส ซึ่งออกจำหน่ายตั้งแต่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ทางโตโยต้าจึงค่อนข้างมั่นใจว่า
แบตเตอรี่ไฮบริดจะมีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี และในแง่ของการรับประกัน โตโยต้าได้การันตีคุณภาพของแบตเตอรี่เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี |
| |
โอกาสไฟไหม้หรือไฟช็อต ในสภาพการใช้งานปกติโอกาสที่จะเกิดไฟไหม้หรือไฟช็อตของแบตเตอรี่แทบจะเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ แต่หากกรณี
ที่รถเกิดอุบัติเหตุจะมีระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการชนจากด้านหน้าหรือด้านท้ายก็ตามแบตเตอรี่จะไม่มีการระเบิดอย่างแน่นอน ส่วนใน กรณีที่รถตกน้ำก็จะไม่เกิดไฟดูดหรือไฟช็อต เนื่องจากการแบ่งเซลล์ภายในของแบตเตอรี่ที่เป็นการต่อแบบอนุกรมเซลล์ละ 7.2 โวลท์ ซึ่งคิดเป็นกำลัง
ไฟฟ้าที่ใกล้เคียงกับแบตเตอรี่มือถือ ดังนั้นเมื่อรถตกน้ำก็จะมีกระแสไฟเพียง 7.2 โวลท์ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลอย่างแน่นอน |
| |
การบำรุงดูแลรักษา โดยปกติเมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการบริการหลังการขายในระยะที่รถวิ่งใช้งานเท่าๆ กันรถคัมรี่รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา
จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 23,700 บาท ส่วนรถคัมรี่รุ่นไฮบริดจะมีค่าใช้จ่ายโดยแบ่งเป็นค่าอะไหล่และของเหลวประมาณ 18,000 บาท และค่าแรงอีก
5,700 บาท |
| |
 |
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 23/06/52
|
| |
| |
|
| |
| |