ข่าวสาร   > > >

 
 New Corolla Altis...แรงทรงพลัง
     นุ่มทุกสปีด  ประหยัดเต็มอัตรา

 FortunerTRD Sportivo III

 รถตู้คอมมิวเตอร์ ไฮเอซ...
     รุ่นปรับปรุงโฉมปี 2553

 Vios TRD Sportivo

 New Corolla & New Hilux Vigo
      Special Party

การใช้ป้ายแดงอย่างถูกวิธี..

กฎหมายเกี่ยวกับรถ...

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน..

รอบรู้เกี่ยวกับกระจกรถ..

Lexus CT200h รถไฮบริด
    เต็มรูปแบบ 5 ประตู  ทายาท
    LF-Ch เล็กดีแรงโต

สาระน่ารู้เรื่องยางรถ...

การดูแลรักษายาง...

เคล็ดไม่ลับกับลมยาง...

Vios Minor Change...
     โดดเด่นในทุกการเคลื่อนไหว

Fortuner Aperto II หรูหราและ
     บันเทิง เปิดตัวแล้ว !!!

เปิดตัวแล้ว กระบะที่หรูหรา และ
    ทันสมัย Vigo Pre-runner 2.5 VN
    Turbo สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ
    อี เอ็กซ์คลูซิฟ (E Exclusive)

ผู้บริหารโตโยต้าเดินสายแจงผ่านทีวี
    ย้ำรถในไทยไม่มีปัญหา-ค่ายรถมะกัน
    สบช่องดึงลูกค้า

รถประจำราศีเกิด...

การดูแลรักษาระบบเบรก...

กลเม็ดเคล็ดลับดูแลรักษารถ...

"วอร์มแบต" ให้อุ่นใจ...
     เครื่องสตาร์ทติดง่าย

มาแล้ว !!! Altis TRD Sportivo
     โฉมใหม่

เซ็นเซอร์อินฟาเรดดีอย่างไร...

All-New Toyota Sai ปี 2010
    รถ Dedicated Hybrid รุ่น 2 ของ
    Toyota ต่อยอดจาก Lexus HS250h

ตรวจเช็ครถหลังเดินทางไกล

หรูหรา  คุ้มค่า  ประหยัดน้ำมัน ต้อง...
     NEW Fortuner 2.5G VNT

ตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล

เทคนิคและวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
     ที่อาจเกิดขึ้นกับรถของคุณ

Tokyo Motor Show 2009 41st

การทำงานของเทคโนโลยีไฮบริด

แบตเตอรี่ไฮบริดให้มากกว่าที่คิด

สาระน่ารู้เกี่ยวกับรถ

หัวใจสปอร์ตไปกับ...
     ยาริส TRD SPORTIVO

ช้าหมด อดนะจ๊ะ...
     Toyota Vigo Smartcab E Limited

มาแล้ว...
     Corolla Altis CNG เกียร์อัตโนมัติ

การดูแลรถในช่วงฤดูฝน

เทคนิคการใช้รถแบบครอบจักรวาล

ล้างรถถูกวิธี...
     ยืดอายุสี  คงความเงางาม

คุณสมบัติพิเศษของแบตเตอรี่ไฮบริด

ภาพกิจกรรม ลดโลกร้อน ไปกับ ...
     Camry Hybrid

 
       การดูแลรักษายาง...
         
         ด้วยหน้าที่ในการยึดเกาะถนนของยางรถยนต์  อันเป็นส่วนหนึ่งของระบบกันสะเทือนที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอด
การเดินทาง   ยางรถยนต์แต่ละเส้น   จึงต้องได้มาตรฐานเหมาะสมกับประเภท และการใช้งานของรถ   เพราะประสิทธิภาพของยางขึ้นอยู่กับสภาพของ
ยางแต่ละเส้น
  
         ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของยางก็คือ   ความดันลมยาง  ถ้าความดันลมภายในยาง มากหรือน้อยกว่าที่กำหนด จะมีผลทำให้อายุการ
ใช้งานของยางสั้นลง เช่น ถ้าความดันลมยางมากเกินไป  จะมีผลทำให้ดอกยางสึก  โดยเฉพาะบริเวณตอนกลางของหน้ายาง เพราะโครงยางจะเบ่ง
ตัวเต็มที่   อาจทำให้ยางระเบิดได้ง่าย   หากรับแรงกระแทกรุนแรงหรือของมีคม    แต่ถ้าความดันลมยางน้อยเกินไป ก็จะมีผลทำให้ไหล่ยางด้านข้าง
ทั้งซ้ายและขวาสึก  ส่วนตอนกลางของยางจะยุบตัวเข้าไปหรือที่เรามักเรียกว่า ยางแบน
  
การรับน้ำหนัก  ถ้ารถมีน้ำหนักบรรทุกเกินอัตราส่งผลให้ยางเกิดความร้อนสูงสึกหรอเร็ว   แล้วถ้าล้อใดล้อหนึ่งรับน้ำหนักมากกว่าล้ออื่น  จะทำให้ล้อ
นั้น ๆ สึกหรอเร็วกว่าปกติ   นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพ ถนนที่ขรุขระ   สภาพรถเกี่ยวกับศูนย์ล้อ  เช่น  มุมโทอิน*, มุมโท-เอาต์*  และมุมแคมเบอร์**
ของรถยนต์   ถ้าไม่ถูกต้องตามกำหนดของรถแต่ละรุ่นก็จะทำให้ยางสึกหรอเร็วและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ  วิธีการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์  การขับรถ
ด้วยความเร็วสูง หรือการหยุดที่ความเร็วสูง รวมทั้งการเบรกและออกตัว อย่างรุนแรงก็มีผลทำให้ยางสึกหรอเร็วยิ่งขึ้นอีก
  
การสังเกตว่ายางหมดอายุ หรือใกล้หมดอายุการใช้งานหรือไม่นั้นให้ดู ที่สัญลักษณ์รูปหรืออักษร Twi ที่ไหล่ยาง รอบ ๆ แก้มยาง  ข้างละประมาณ
6 จุด  ห่างกันประมาณ 60 องศาจากปลายมุมสามเหลี่ยม  เมื่อลากเส้นผ่านหน้ายาง  จากไหล่ยางด้านหนึ่งไปยังไหล่ยางอีกด้านหนึ่งภายในร่องยาง ตามแนวที่กล่าวมา  จะมีเนื้อยางเป็นเส้นนูนขึ้นมา โดยเฉลี่ยจะมีความสูงจากความลึกของ ร่องยางปกติประมาณ 2 มิลลิเมตร ดังนั้นเมื่อยางถูกใช้งาน
ไปนาน ๆ ควรเปลี่ยนยางใหม่ เนื่องจากถ้าใช้ต่อไปอาจเกิดปัญหาทางด้านประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและการ หยุดรถได้
  
การดูแลรักษา  สามารถทำได้โดยหมั่นเช็กลมยางอยู่เสมอ   อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง   และหลีกเลี่ยงถนนหนทางที่ขรุขระ   หลีกเลี่ยงการขับชน
ฟุตบาท  นอกจากนี้ขณะออกรถไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ และออกตัวอย่างรวดเร็ว  เพราะจะทำให้ยางสึกเร็วกว่าปกติ   และไม่ควรจอดรถชิดจนติดกับฟุต
บาท  เพราะอาจทำให้โครงยางชำรุด   ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ  ถ้ายางมีแผล และเป็นแผลชำรุดที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะซ่อมแซมได้
ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่  เท่านี้ก็จะช่วยให้ทั้งคุณและรถปลอดภัย  และเดินทางต่อไปได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย
  
หมายเหตุ :
  
*มุมโท หมายถึง แนวที่กำหนดให้ล้อคู่หน้าพุ่งตรงไปข้างหน้าจะต้องขนานกันตลอดเวลา ถ้าด้านหน้าแยกออกจากกัน เรียกว่า โทเอาต์ ถ้าหุบเข้าหากันเรียกว่า โทอิน
  
**มุมแคมเบอร์  หมายถึง   มุมที่หน้ายางด้านล่างที่สัมผัสกับพื้นดิน  ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเส้นตั้งฉากกั้บเส้นสลักเพลาล้อหน้า  ถ้ามุมแคมเบอร์เป็นบวก
ระยะห่างของหน้ายางตอนล่างที่สัมผัสกับผิวถนนจะสั้นกว่าระยะห่างของหน้ายางตอนบน หมายถึง  หน้ายางตอนล่างหุบเข้าตอนบนถ่างออก  ถ้ามุม
แคมเบอร์เป็นลบ  ผลของระยะห่างหน้ายางก็จะออกมาในทางตรงกันข้าม แคมเบอร์มีผลต่อการขับและการยึดเกาะถนน
  
อายุ(ขัย) ของยาง
  
        ความสำคัญของ "ยางรถยนต์" นั้นขอบอกว่าไม่แพ้กับชิ้นส่วนอื่นๆที่ประกอบขึ้นมาเป็นรถ 1 คันเลย  เพราะนอกจากจะช่วยให้รถขับเคลื่อนไปได้
แล้วยังช่วยในระบบการเบรก    เมื่ออยู่ในถนนที่มีสภาพที่ลื่นหรือขรุขระ   ยางที่ดีนั้นจะต้องมีคุณสมบัติในการช่วยให้ผู้ขับขี่มีความนั่นใจ   และลดการ
กระแทก  ผู้ใช้รถหลายคนลืมที่จะให้ความสำคัญกับยาง  แต่กลับไปเน้นที่น้ำมันหรือเครื่องยนต์จนลืมนึกถึงความสำคัญของยาง  ที่เรียกได้ว่าจะต้อง
เผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายตลอดเวลาการใช้งาน
  
        ผลการวิจัยพบว่าเนื้อยางนั้นจะมีการยืดตัวไปมานับเป็นล้านๆ ครั้ง  ขณะที่กลิ้งตัวไปตามถนน จนกว่าจะหมดสภาพการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ยาง
ขนาด 185/70 R13   หากวิ่งด้วยความเร็ว 130 กม./ชม. จะต้องหมุนถึง 20 รอบ/วินาที   นั่นแสดงว่าการออกแบบและการผลิตยางแต่ละเส้นนั้นได้มี
การนำองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความทนทานและอายุการใช้งานเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย
  
        โดยทั่วไปแล้ว   อายุของยางรถยนต์ จะเริ่มตั้งแต่วันแรกที่ไปใช้งานจริงหรือติดล้อวิ่ง   ไม่ใช่จากวันเดือนปีที่ผลิตเหมือนอย่างอาหารหรือผลิต
ภัณฑ์อื่นๆ   และหากพิจารณาถึงการสิ้นสุด ของการใช้งานแล้วล่ะก็  ให้พิจารณาจากความสึกหรอของดอกยาง ซึ่งดูจากสะพานยางที่อยู่ระหว่างร่อง
ดอกยาง ที่มีควาสูงประมาณ 1.6 มิลลิเมตร  หากพบว่าดอกยางมีอัตราการสึกจนถึง  ระดับนี้แล้วแสดงว่ายางเส้นนั้นหมดอายุและควรเปลี่ยนยางเส้น
ใหม่เพื่อความปลอดภัย   อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการให้การขับขี่อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น   ในสภาพการขับขี่ที่มีฝน    ขอแนะนำให้คุณเปลี่ยน
ยางเส้นใหม่ทุกครั้งเมื่อตรวจสอบพบว่าการสึกหรอ ลึกประมาณ 3.5 มิลลิเมตร
  
        สำหรับยางที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งานนั้น   สามารถเก็บได้เป็นเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี   ( ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา จากคำแนะนำของ
บริษัทผู้ผลิต )  ก่อนนำไปติดล้อวิ่งจริง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก  จนกระทั่งผู้ขับขี่ไม่จำเป็นที่ต้องให้ความสนใจในการตัดสินใจซื้อยาง   แต่ก็
ควรให้ความสำคัญกับการเลือก ยางรถยนต์ให้ถูกกับการใช้งาน ยี่ห้อที่ไว้ใจได้และมีการดูแลยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยที่แท้จริง
  
        นอกจากนี้หากว่าต้องการยืดอายุการใช้งานของยางให้มากขึ้น เราก็มีเคล็ดลับมาให้ท่านผู้อ่านลองทำตามดู
  
1 ควรตรวจสอบลมยางเป็นประจำทุก 2 สัปดาห์  หรือทุกครั้งก่อนการเดินทางไกลให้มีความดันลมยางที่เหมาะสม ( ควรทำเมื่อยางอยู่ในอุณหภูมิ
   ปกติ)    นอกจากนั้นควรตรวจสอบความดันลมยางของยางอะไหล่   และควรอ้างอิงความดันลมยางจากคู่มือของบริษัทนั้น
  
2 ควรเปลี่ยนวาล์วทุกครั้งที่เปลี่ยนยางเส้นใหม่ เนื่องจากความกดดันจากแรงหนีศูนย์อาจทำให้ยางลมอ่อน ส่งผลให้ยางเกิดความเสียหายได้
  
3 การตั้งศูนย์ถ่วงล้อ เพื่อปกป้องช่วงล่าง ช่วยลดการสั่นสะเทือน รองรับแรงกระแทกรวมถึงระบบพวงมาลัยทำให้ยางใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น
  
4 ลักษณะการทรงตัวของรถเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการสึกหรอของยางการตรวจ สอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยไม่ให้ลมยางอ่อนเสื่อมสภาพเร็วและสึก
  
เก็บรักษายางอย่างไรดี ?
  
        โดยปกติอายุของยางนั้นจะเริ่มนับตั้งแต่ถูกนำไปใช้งาน   คือ  หลังจากที่ยางประกอบเข้ากับกระทะล้อ  และติดตั้งเข้ากับรถยนต์  แล้วนำไปวิ่ง
ใช้งาน   ซึ่งยางรถยนต์ทุกเส้นจะได้รับการรับประกันคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตแต่ละราย  โดยสามารถศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขได้จากคู่มือการ
รับประกันคุณภาพอายุของยางรถยนต์    ขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณเป็นสำคัญ   เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและปลอดภัย   มีข้อแนะนำในการ
บำรุงรักษายางที่ถูกต้องดังต่อไปนี้
  
1 การเก็บรักษายางของคุณให้อยู่ในสภาพที่ดีพร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ    คุณควรทำความสะอาดยางด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง  แกะเอา
   กรวดและก้อนหินต่างๆ ซึ่งอาจติดอยู่ที่ดอกยางออกเสมอ
  
2 การเก็บรักษาที่ดี ช่วยให้การใช้งานยางของคุณยาวนานมากยิ่งขึ้น
  
   - บรรทุกน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่มากเกินอัตราที่กำหนด เพื่อป้องกันการบวมล่อน และระเบิดของโครงยาง
  
   - ทำการสลับยางและตรวจเช็คศูนย์ล้อ ทุก ๆ ระยะทาง 10,000 กม. หรือตามคำแนะนำ ของผู้ผลิตรถยนต์
  
3 ขอแนะนำให้ให้คุณเก็บรักษายางไว้ในที่เย็น ไม่ควรเก็บยางไว้ในที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรง เมื่อทำการเปลี่ยนยาง หรือสลับยางระหว่างล้อ ควรจด
   จำตำแหน่งในการใส่ให้ถูกต้อง อาทิเช่น ควรทำเครื่องหมาย FL แทนสำหรับ ยางล้อหน้าด้านซ้าย
  
4 ในกรณีที่คุณมีรถพ่วง   หรือยานยนต์ที่มักต้องทิ้งให้จอดอยู่ในโรงรถเป็นเวลานาน ๆ   ขอแนะนำให้คุณเพิ่มแรงดันยางมากกว่าปกติ   อย่างน้อย 7
    ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (0.5 บาร์)
  

        ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานจึงควรเพิ่มการดูแลเอาใจใส่ยางรถยนต์มากยิ่งขึ้น และเลือกใช้ยางให้ถูกต้อง
เหมาะสมด้วย

ที่มา : www.bridgestone.co.th
  
 
 

 
 
 
      TopTop
Copyright © Toyota K. Motors. All Rights Reserved