ข่าวสาร   > > >

 
 โตโยต้า เค. มอเตอร์ส ร่วมฝ่าวิกฤต
      น้ำท่วมใหญ่

 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์
      ไปชมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์
      สโมสรโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

 บรรยากาศงาน K.Motors Day

 ภาพกิจกรรมK.Motors Car Clinic &
      Mobile Service

 New Toyota Avanza 1.5E
      Exclusive

 New Toyota Yaris ACE

 New Toyota Prius

 Ventury รุ่นปรับปรุงโฉมปี 2553

 Innova รุ่นพิเศษ 2.0G Exclusive

 Camry Hybrid รุ่นฉลองยอดขาย
     10,000 คัน

 New Corolla Altis...แรงทรงพลัง
     นุ่มทุกสปีด  ประหยัดเต็มอัตรา

 FortunerTRD Sportivo III

 รถตู้คอมมิวเตอร์ ไฮเอซ...
     รุ่นปรับปรุงโฉมปี 2553

 Vios TRD Sportivo

 New Corolla & New Hilux Vigo
      Special Party

การใช้ป้ายแดงอย่างถูกวิธี..

กฎหมายเกี่ยวกับรถ...

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน..

รอบรู้เกี่ยวกับกระจกรถ..

Lexus CT200h รถไฮบริด
    เต็มรูปแบบ 5 ประตู  ทายาท
    LF-Ch เล็กดีแรงโต

สาระน่ารู้เรื่องยางรถ...

การดูแลรักษายาง...

เคล็ดไม่ลับกับลมยาง...

Vios Minor Change...
     โดดเด่นในทุกการเคลื่อนไหว

Fortuner Aperto II หรูหราและ
     บันเทิง เปิดตัวแล้ว !!!

เปิดตัวแล้ว กระบะที่หรูหรา และ
    ทันสมัย Vigo Pre-runner 2.5 VN
    Turbo สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ
    อี เอ็กซ์คลูซิฟ (E Exclusive)

ผู้บริหารโตโยต้าเดินสายแจงผ่านทีวี
    ย้ำรถในไทยไม่มีปัญหา-ค่ายรถมะกัน
    สบช่องดึงลูกค้า

รถประจำราศีเกิด...

การดูแลรักษาระบบเบรก...

กลเม็ดเคล็ดลับดูแลรักษารถ...

"วอร์มแบต" ให้อุ่นใจ...
     เครื่องสตาร์ทติดง่าย

มาแล้ว !!! Altis TRD Sportivo
     โฉมใหม่

เซ็นเซอร์อินฟาเรดดีอย่างไร...

All-New Toyota Sai ปี 2010
    รถ Dedicated Hybrid รุ่น 2 ของ
    Toyota ต่อยอดจาก Lexus HS250h

ตรวจเช็ครถหลังเดินทางไกล

หรูหรา  คุ้มค่า  ประหยัดน้ำมัน ต้อง...
     NEW Fortuner 2.5G VNT

ตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล

เทคนิคและวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
     ที่อาจเกิดขึ้นกับรถของคุณ

Tokyo Motor Show 2009 41st

การทำงานของเทคโนโลยีไฮบริด

แบตเตอรี่ไฮบริดให้มากกว่าที่คิด

สาระน่ารู้เกี่ยวกับรถ

หัวใจสปอร์ตไปกับ...
     ยาริส TRD SPORTIVO

ช้าหมด อดนะจ๊ะ...
     Toyota Vigo Smartcab E Limited

มาแล้ว...
     Corolla Altis CNG เกียร์อัตโนมัติ

การดูแลรถในช่วงฤดูฝน

เทคนิคการใช้รถแบบครอบจักรวาล

ล้างรถถูกวิธี...
     ยืดอายุสี  คงความเงางาม

คุณสมบัติพิเศษของแบตเตอรี่ไฮบริด

ภาพกิจกรรม ลดโลกร้อน ไปกับ ...
     Camry Hybrid

 
       ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน...
         
         ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าปกติ  เนื่องจากถนนเปียกลื่นกว่าปกติและทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี  เพื่อเป็น
การป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงนี้ ขอแนะวิธีขับรถอย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน ดังนี้
  
  
การเตรียมสภาพรถ
  
        ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบระบบสัญญาณไฟให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี   หากโคมแก้วเปื้อนให้เช็ดทำความสะอาดเพื่อให้ความสว่างเพิ่มขึ้น รวมถึงตรวจ
สอบอุปกรณ์ใบปัดน้ำฝนให้สามารถปัดกวาดน้ำฝนได้สะอาด   ไม่มีรอยฝ้าหรือรอยขูดขีดบนกระจก  และเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดฝ้าที่ติดอยู่กระจกภายในรถ
รวมถึงหมั่นเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำอยู่เสมอ  เลือกใช้ยางรถยนต์ที่มีดอกยางละเอียด เติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว  เพื่อให้
้หน้ายางแข็ง   ซึ่งจะช่วยให้ยางมีกำลังในการรีดน้ำดียิ่งขึ้น   ตลอดจนตรวจสอบผ้าเบรกให้สามารถใช้งานได้ดีในสภาพถนนเปียกลื่น   หากเบรกแล้วรถมี
ีอาการปัดให้จัดการเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่
  
  
การขับรถในช่วงฝนตก
  
1. เปิดใบปัดน้ำฝน
  
        โดยปรับระดับความเร็วของใบปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา
  
  
2. การใช้น้ำฉีดกระจก
  
        ในช่วงที่ฝนเริ่มตก  น้ำที่กระเด็นจากการดีดจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน  ในกรณีนี้ แม้จะใช้เปิดก้านปัดน้ำฝนปัดก็ไม่สามารถปัดออกได้หมดจึง
ควรใช้น้ำฉีดกระจกช่วยชะล้างคราบโคลนเหล่านี้   แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ไม่ควรฉีดน้ำในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้ไม่สามารถมองเห็น
เส้นทางได้ชัดเจน
  
  
3. เปิดไฟหน้า-ไฟหลังรถ
  
        เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงที่ฝนตกหนักมักมืดครึ้มคล้ายช่วงหัวค่ำ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน  การเปิดไฟหน้า-ไฟหลังรถ  นอกจาก
จะช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางดีขึ้นแล้ว  ยังช่วยให้ผู้ขับขี่รถคันอื่นเห็นรถของเราได้ชัดเจนมากขึ้นด้วย
  
  
4. ลดความเร็ว
  
        จากการศึกษาพบว่า ช่วงที่ฝนเริ่มตกใน 10 นาทีแรก  เป็นช่วงที่รถมีโอกาสลื่นไถลมากที่สุด  เพราะน้ำฝนจะชะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่ติดอยู่
บนพื้นถนนซึ่งมีลักษณะคล้ายการละเลงโคลน   ดังนั้น การลดความเร็วของรถ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่  ซึ่งระดับความเร็วที่ทำให้รถไม่
เกิดการลื่นไถล คือ 60 กม./ชม.ด้วย
  
  
5. ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป
  
        เพราะสภาพถนนที่เปียกลื่น   ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการหยุดรถเพิ่มมากขึ้น   ผู้ขับขี่ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าการขับขี่ในช่วงปกติ 10-15 เมตร เพื่อให้สามารถหยุดรถได้ทัน
  
  
6. หากขณะขับรถแล้วรถลื่นไถลหรือเหินน้ำ ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที
  
        เพราะจะทำให้รถพลิกคว่ำได้  ให้แก้ไขด้วยการถอนคันเร่ง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคงแล้วพยายามลดความเร็ว  โดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะทรงตัว
ได้  แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ
  
 
 

 
 
 
      TopTop
Copyright © Toyota K. Motors. All Rights Reserved