| ข่าวสาร > > > |
|
 |
| |
| |
| |
|
| รอบรู้เกี่ยวกับกระจกรถ... |
| |
| |
ประเภทของกระจก
เรามาทำความรู้จักกับเจ้ากระจกบังลมหน้ากัน ตัวกระจกหน้านั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 3 ชนิดด้วยกัน แต่ละอย่างมีคุณภาพและคุณสมบัติที่
แตกต่างกัน
กระจกแบบ Tempered
ประเภทแรก คือ กระจกแบบ Tempered โดยทั่วไปที่ใช้ทำกระจกบังลมหน้าจะมีความหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร หรือรถบางรุ่นที่มีเจตนาลด
เสียงลมปะทะและเสียงก้องของกระจกหน้า ก็อาจมีการใช้กระจกหนาขึ้นกว่านี้อีกเล็กน้อย
กระจกแบบ Tempered จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. Zone-Tempered คุณสมบัติของกระจกประเภทนี้ คือ เวลาเกิดเรื่องทำให้กระจกหน้าแตกขึ้นมาตรงไหนก็แล้วแต่ มันจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ลามไปทั้งบาน โดยมีลักษณะการแตกแบ่งเป็นบริเวณต่างกัน แถวตอนล่าง แถวตอนกลางกระจกจะแตกเป็นผลึกหรือเม็ดโตหน่อย
พอจะอาศัยมอง
เส้นทางได้บ้างแม้จะไม่ชัดเจนนัก ส่วนบริเวณแถวขอบกระจกจะแตกออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขนาดย่อม เค้ามักนิยมใช้กระจกประเภทนี้ทำเป็นกระจกบังลม
หน้า
2. Full-Tempered มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน คือ เวลาแตกมันจะลามไปทั้งบาน โดยมีความแตกต่างกันตรงเวลาแตกแล้วจะเป็นเม็ดเล็ก ๆ ทั่วทั้งแผ่น
ซึ่งเค้าจะออกแบบมาไม่ให้เม็ดกระจกเหล่านี้มีความแหลมคม เพื่อไม่สร้างอันตรายต่อผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามไม่ควรประมาท เพราะถึงมันจะ
ไม่แหลมก็จริง แต่ในเรื่องความคมยังพอจะบาดได้เหมือนกันในบางเหลี่ยมมุม
กระจกแบบ Laminate
กระจกนิรภัยแบบ Laminated นี้ทั่วไปแล้วจะมีความหนาประมาณ 6 มิลลิเมตร (กระจกกันกระสุดนั้นไม่เกี่ยว) หนากว่าพวกกระจกแบบ Tempered
นิดหน่อย เจ้ากระจกแบบ Laminated ได้รับการพัฒนามาจากกระจกแบบ Tempered มีกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อนกว่า โดยการรีดกระจกออก
มาเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วจับเอามาประกบกัน ซึ่งมีแผ่นฟิล์มใสทำจาก "ไวนิล" นอกจากนี้ยามที่เกิดอุบัติเหตุกระจกจะแตกร้าวเป็นเส้นเฉพาะบริเวณที่เกิด
เรื่องเท่านั้น ไม่ร้าวฉานไปทั้งแผ่นแบบกระจก Tempered รวมทั้งจุดที่กระจกแตกยังสามารถป้องกันลมและฝนไม่ให้ซึมเข้ามาภายในได้จึงยังสามารถ
ใช้งานและขับขี่ต่อไปได้อย่างสบาย โดยทั่วไปกระจกแบบ Laminated จะมีอายุการใช้งานได้ทนทานและยาวนาน อย่างไรก็ตามมันก็มีการเสื่อมหรือ
เริ่มหมดอายุเหมือนกัน ซึ่งจะมีลักษณะเป็นฝ้าตามขอบและมุมกระจกที่ช่างสมัยก่อนเค้าเรียกว่า "ลมเข้า" นั่นแหละ
คราวนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากระจกทีติดรถเรามานั้นเป็นกระจกชนิดใด โดยไม่ต้องรอให้มันแตกซะก่อน โดยทั่วไปเค้าจะพิมพ์ประเภทของกระจกติด
เอาไว้แถวมุมกระจก แต่ถ้าไม่มีให้สังเกตได้จากเงาสะท้อนของกระจก พวกกระจกแบบ Tempered หลังจากทำความสะอาด จะพบว่ามีลายสะท้อน
ออกสีเหลือบฟ้าแนวตั้งให้เห็น ถ้ามีลายแบบนี้แสดงว่าเป็นกระจกแบบ Tempered แน่นอน
อยู่ดี ๆ กระจกกก็แตกเฉยเลย...!!??
มักจะเจอะเจอกันบ่อย ๆ ว่าขับรถอยู่ดี ๆ กระจกก็เกิดการแตกขึ้นมาเฉยเลย ส่วนใหญ่มักจะโทษว่าสืบเนื่องมาจากอุณหภูมิที่แตกต่างระหว่างภาย
ในรถที่เปิดแอร์กับอุณหภูมิอันร้อนมหากาฬของภายนอก หรือบ้างก็ว่าเป็นเพราะจอดรถทิ้งไว้กลางแดดจนกระจกรถร้อนจัดแล้วรีบเปิดแอร์ทำให้กระจก
เย็นหรือหดตัวอย่างรวดเร็วกระจกร้อน ๆ มาเจอความเย็นก็เลยแตก
ตัวการที่แท้จริงคงไม่ใช่เรื่องของความร้อนหรือการจอดรถตลอดจนการขับรถท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด มิฉะนั้นคงจะต้องไปเปิดร้านขายกระจก
แถวประเทศถิ่นทะเลทรายคงรวยไปแล้ว เพราะแถบนั้นบางประเทศร้อนยิ่งกว่าบ้านเราซะอีกแถมเวลากลางคืนอากาศก็เย็นจัดอีกต่างหาก การเปลี่ยน
แปลงของอุณหภูมิที่มีความแตกต่างกันมาก เรื่องเหล่านี้บริษัทผู้ผลิตกระจกเค้าได้คำนึงมาเป็นอย่างดี มีการออกแบบให้กระจกตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ
สามารถทนต่อความร้อนจากแสงแดดได้ เพราะเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอกันอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องของการขยายตัวตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของรูปทรง
เมื่อได้รับความร้อน ด้วยเหตุนี้เจ้าความร้อนจึงไม่ใช่ตัวการหลักที่จะทำให้กระจกแตก เพียงแต่ความร้อนจะเป็นตัวการส่งเสริมให้กระจกแตกได้ต่างหาก
เช่นเดียวกันกับสะพานที่ตามปกติสามารถรองรับน้ำหนักคนข้ามได้สบาย ต่อให้ควบพ่อ "บุญเลิศ" ห้อตะบึงผ่านไปลุยกับพวกพม่าสะพานก็ยังเฉย แต่ถ้า
สะพานชำรุดเสียหายอยู่แล้ว แค่ตัวเด็กเล็ก ๆ เดินผ่านสะพานก็พัง แบบนี้เราจะว่าเด็กเป็นตัวการที่ทำให้สะพานพังได้หรือเปล่าล่ะ...??!!
โครงสร้างรถมีปัญหา
รถบางรุ่นบางยี่ห้อโดยเฉพาะรถบางล็อตอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของโครงสร้างจากการประกอบที่ยังไม่เนี้ยบพอ ทำให้มีการบิดอยู่เล็กน้อย
ลำพังการใช้งานตามปกติก็ไม่มีปัญหาอันใด แต่เมื่อตัวรถมีการบิดตัวหรือเกิดการกระแทกแรง ๆ อย่างเช่น การเลี้ยวโค้ง หรือกระแทกกับคอสะพานก็
อาจจะทำให้กระจกแตกได้ จนกระทั่งรถบางรุ่นถึงกับบอกว่า "ถ้ากระจกไม่แตกไม่ใช่ของแท้" ก็มี หรือบางครั้งเป็นรถยอดนิยมขายดีจนประกอบไม่ทัน
บริษัททำกระจกต้องเร่งผลิตเพื่อให้ทันกับการประกอบ คุณภาพอาจจะด้อยไปบ้างหรือเป็นด้วยความรีบ กระจกบางบานอาจจะไม่ได้สเป็ค แต่คลาด
เคลื่อนนิดหน่อยก็มีการหยวน ๆ กันบ้าง บางครั้งจึงเกิดปัญหากระจกแตกได้ (ง่าย)
กระจกเป็นโรคเครียด
เรื่องนี้มักเกิดขึ้นโดยผู้ขับขี่ไม่ทราบ คือ กระจกบังลมหน้าได้รับความเครียด จนกระทั่งทำลายสความแข็งแรงของกระจกให้หมดไป ซึ่งความเครียด
นี้มันไม่สามารถมองเห็นกันได้ ไม่มีร่องรอยบ่งบอกปรากฏเอาไว้ จะมารู้ก็ต่อเมื่อกระจกระเบิดซะแล้ว สำหรับตัวสร้างความเครียดมักเกิดขึ้นจากการ
กระทบกับวัสดุขนาดเล็ก พวกเศษหินที่ดีดมาจากรถคันหน้าหรือรถที่วิ่งสวนทาง ขณะที่ก้อนหินกระเด็นมาโดนกระจก ถ้าเป็นมุมตรงก็หนักหน่อยแรง
กระทบจะมีมาก ทำให้เกิดเป็นรอยร้าวเล็ก ๆ ขึ้นในเนื้อกระจก แต่มันจะมีขนาดเล็กมากจนกระทั่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หรือถ้าเป็นก้อนหินขนาดเขื่อง
ซักหน่อยก็จะเกิดเป็นรอยกะเทาะเล็ก ๆ บางคนยังเข้าใจว่ากระจกรถตัวเองแข็งแรง เจอก้อนหินเข้าไปยังเฉย โดยหารู้ไม่ว่าตัวก่อเรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว เช่นเดียวกันกับก้อนหินขนาดเล็กที่กระเด็นมาถูกกระจกในมุมเฉียง ก็สามารถเกิดรอยกระเทาะเล็ก ๆ และสร้างความเครียดให้กับกระจกได้
เมื่อกระจกได้
รับความร้อนจากแสงแดด ทำให้แผ่นกระจกมีการขยายตัว ถ้าเป็นสภาวะปกติมันก็ไม่มีปัญหาอันใด เพราะการขยายตัวของกระจกทั้งแนวตั้ง และแนว
นอนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น ตามที่มีการคำนวณเอาไว้แล้วแต่ในกรณีที่กระจกมีรอยร้าว หรือรอยกะเทาะเกิดขึ้นการขยายตัวก็จะต่างกันทำให้
ไม่สม่ำเสมอเท่าเทียมกันและเป็นตัวการที่ทำให้กระจกแตก
เปลี่ยนกระจกใหม่
โดยทั่วไปการเปลี่ยนกระจกใหม่นั้น ทางบริษัทรถมักไม่ค่อยมีปัญหา เพราะกระจกที่นำมาเปลี่ยนนั้นได้มาตรฐาน การวัดขนาดและตรวจสอบด้วย
เครื่อง "โมลด์เกจ" มาแล้ว รวมทั้งกลวิธีและอุปกรณ์ในการเปลี่ยนก็ได้มาตรฐาน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกศูนย์จะเจ๋งเสมอไป ประเภทเปลี่ยนกระจก
แล้ว "ขาเปียก" อีตอนฝนตกจากการรั่วซึมของกระจกก็ยังมีให้เจอได้บ้างเหมือนกัน มีหลายท่านที่ไม่นิยมเปลี่ยนกระจกกับทางศูนย์เพราะราคาค่อนข้าง
รุนแรงก็เลยหันไปเล่นของถูกจากร้านกระจกทั่วไป ซึ่งมีเรื่องหลายอย่างที่ต้องใส่ใจ มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหากระจกแตกหรือเกิดการรั่วซึมในภายหลังได้
รูปแบบของการติดตั้ง
การยึดกระจกเข้ากับตัวรถนั้นมีหลายแบบ เช่น แบบใช้ยางขอบกระจกหรือแบบใช้กาวหยอดแล้ววางประกบลงไป พวกรถที่ใช้ยางขอบกระจกควร
จะเปลี่ยนยางของกระจกทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนกระจก ทั้งนี้เพราะยางที่ผ่านการใช้งานไปจะเข้ารูปกับกรอบสนิท เมื่อมีการถอดออกมาแล้วใส่เข้าไป
ใหม่อาจเกิดการยืดตัวหรือไม่เข้ากับรอยเดิมได้สนิทมักจะทำให้เกิดการรั่วซึม ส่วนประเภทที่ใช้กาวหยอดยึดเอาไว้ ก็ต้องมีการขูดเอากาวเดิมออกให้
หมดพร้อมทำความสะอาดรวมทั้งเทคนิคในการติดตั้งก็ต้องมีเยอะด้วย ไม่ว่าจะเป็นชนิดปริมาณและตำแหน่งของกาวที่ใช้ระยะเวลาที่รอให้กาวเซ็ตตัว
การเว้นช่องว่างของขอบกระจกการวางตำแหน่งกระจกไม่ได้ฉาก ฯลฯ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้
กระจกมาตรฐานต่ำ
กระจกรถมีทำขึ้นมามากมายหลายบริษัท บางแห่งก็ได้เรื่อง บางทีก็ไม่ค่อยได้ความตั้งแต่คุณภาพของเนื้อกระจกไม่ว่าจะเป็นความใส หรือการ
หลอกตา ขนาดของกระจกไม่ได้มาตรฐาน ทั้งความกว้าง ความยาว และความหนาด้วย บางทีเป็นของคัดเกรดทิ้งมาจากบริษัทรถ ซึ่งไม่ได้สเป็คตาม
ที่กำหนด
แล้วคนผลิตเสียดายไม่อยากทุบทิ้ง เลยนำออกมาจำหน่ายในราคาถูก ถ้าผิดสเป็คเล็กน้อยก็ไม่เป็นไรแต่ถ้ามากนักมันก็มีปัญหาได้
โครงสร้างตัวถัง
พวกรถที่มีอุบัติเหตุอาจได้รับการซ่อมแซมมาไม่ดีเท่าที่ควร โครงสร้างมีการบิดตัวแบบนี้ก็มีปัญหากับการเปลี่ยนกระจก ถ้าพบว่ารถเคยมีอุบัติเหตุ
แม้จะไม่เกี่ยวกับโครงหลังคาและกระจกแตกเป็นประจำหรือเกิดการรั่ว อาจมีปัญหากับโครงสร้างตัวรถซึ่งเกิดการบิดตัว อันเป็นผลกระทบจากการชน
มานั่นเอง
ที่มา : www.haarod.com
|
| |
| |
|
| |
| |
| |
|
| |
|
|
Top |
|
 |
|