ข่าวสาร   > > >

 
 New Corolla Altis...แรงทรงพลัง
     นุ่มทุกสปีด  ประหยัดเต็มอัตรา

 FortunerTRD Sportivo III

 รถตู้คอมมิวเตอร์ ไฮเอซ...
     รุ่นปรับปรุงโฉมปี 2553

 Vios TRD Sportivo

 New Corolla & New Hilux Vigo
      Special Party

การใช้ป้ายแดงอย่างถูกวิธี..

กฎหมายเกี่ยวกับรถ...

ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน..

รอบรู้เกี่ยวกับกระจกรถ..

Lexus CT200h รถไฮบริด
    เต็มรูปแบบ 5 ประตู  ทายาท
    LF-Ch เล็กดีแรงโต

สาระน่ารู้เรื่องยางรถ...

การดูแลรักษายาง...

เคล็ดไม่ลับกับลมยาง...

Vios Minor Change...
     โดดเด่นในทุกการเคลื่อนไหว

Fortuner Aperto II หรูหราและ
     บันเทิง เปิดตัวแล้ว !!!

เปิดตัวแล้ว กระบะที่หรูหรา และ
    ทันสมัย Vigo Pre-runner 2.5 VN
    Turbo สมาร์ทแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ
    อี เอ็กซ์คลูซิฟ (E Exclusive)

ผู้บริหารโตโยต้าเดินสายแจงผ่านทีวี
    ย้ำรถในไทยไม่มีปัญหา-ค่ายรถมะกัน
    สบช่องดึงลูกค้า

รถประจำราศีเกิด...

การดูแลรักษาระบบเบรก...

กลเม็ดเคล็ดลับดูแลรักษารถ...

"วอร์มแบต" ให้อุ่นใจ...
     เครื่องสตาร์ทติดง่าย

มาแล้ว !!! Altis TRD Sportivo
     โฉมใหม่

เซ็นเซอร์อินฟาเรดดีอย่างไร...

All-New Toyota Sai ปี 2010
    รถ Dedicated Hybrid รุ่น 2 ของ
    Toyota ต่อยอดจาก Lexus HS250h

ตรวจเช็ครถหลังเดินทางไกล

หรูหรา  คุ้มค่า  ประหยัดน้ำมัน ต้อง...
     NEW Fortuner 2.5G VNT

ตรวจเช็ครถก่อนเดินทางไกล

เทคนิคและวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
     ที่อาจเกิดขึ้นกับรถของคุณ

Tokyo Motor Show 2009 41st

การทำงานของเทคโนโลยีไฮบริด

แบตเตอรี่ไฮบริดให้มากกว่าที่คิด

สาระน่ารู้เกี่ยวกับรถ

หัวใจสปอร์ตไปกับ...
     ยาริส TRD SPORTIVO

ช้าหมด อดนะจ๊ะ...
     Toyota Vigo Smartcab E Limited

มาแล้ว...
     Corolla Altis CNG เกียร์อัตโนมัติ

การดูแลรถในช่วงฤดูฝน

เทคนิคการใช้รถแบบครอบจักรวาล

ล้างรถถูกวิธี...
     ยืดอายุสี  คงความเงางาม

คุณสมบัติพิเศษของแบตเตอรี่ไฮบริด

ภาพกิจกรรม ลดโลกร้อน ไปกับ ...
     Camry Hybrid

 
       กฎหมายเกี่ยวกับรถ...
         
  
  
ป้ายทะเบียนยาวป้ายปลอมผิดแค่ไหน
  
1. ป้ายทะเบียนที่นำมาตัดต่ออัดกรอบใหม่เป็นป้ายยาว ผิดข้อหาดัดแปลง เปลี่ยนแปลงเอกสารของทางราชการเจ้าหน้าที่มีสิทธิเรียกปรับ   ระบุโทษ
    ไม่เกิน 2,000 บาท
  
  
2. การติดป้ายเอียง แบบแหงนขึ้น–แหงนลง มีวัสดุมาปิดทับ เจ้าหน้าที่มองเห็นไม่ชัดเจนก็มีโทษปรับเช่นเดียวกัน การไม่ติดป้าย หรือวางไว้ที่กระจก
    หน้ารถ ผิดเช่นกันต้องโทษปรับ 500 บาท
  
  
3. การติดป้าย ที่ทำขึ้นเอง เช่นทำด้วยกระดาษ หรือใช้การเขียน แต่หมายเลขตรงกับทะเบียนรถ ผิดข้อหา ไม่ใช้เอกสารที่ทางราชการกำหนด
  
  
4. การติดป้ายปลอม ( ไม่มี ข.ส. ) ขอดูสำเนาแล้วไม่ตรงกับป้าย  ผิดต้องคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ   เจ้าหน้าที่อาจจะเรียกปรับหรือ
    ส่งฟ้องเพื่อทำการเรียกปรับที่ชั้นศาล  โดยระบุโทษไว้ที่ 100,000 บาท
  
  
5. หมายเลขป้ายไม่ตรงกับป้ายวงกลม ไม่ตรงกับสำเนารถ  เจ้าหน้าที่ตำรวจมีสิทธิยึดรถ  เพื่อส่งเข้ากองพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาที่มาของตัวรถและผู้ขับขี่
    ต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ รวบรวมสำนวน ส่งให้ศาลตัดสินค่าปรับก็มีตั้งแต่หลักแสน จนถึงหลักล้าน
  
  
โหลดเตี้ยๆ หรือสุดๆ แบบ lowRider เตี้ยแค่ไหนถึงจะเรียกว่า ผิด
  
        ในพระราชบัญญัติรถยนต์  พ.ศ.2522  ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า รถที่โหลดเตี้ยจะต่ำแค่ไหนก็ได้   ยึดหลักเพียงการวัดระยะกึ่งกลางไฟหน้ากับระดับพื้น
ถนนต้องไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตร   ถ้าต่ำกว่าถือว่าผิด  แต่ถ้าไฟหน้าสูงกว่าแต่รถใส่สปอยเลอร์จนเตี้ยต่ำแทบจะลากพื้น จะใช้กฎการพินิจจากเจ้าหน้าที่
ตำรวจนายช่างตรวจสภาพกรมขนส่ง และผู้วินิจฉัยผล ต.ร.อ. ว่าเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเอง และผู้อื่นหรือไม่ ถ้าฟันธงว่าเสี่ยงก็ถือว่าผิดได้เช่นกัน
  
  
ยกสูงมากๆแบบ Big Foot ผิดหรือเปล่า
  
        ในพระราชบัญญัติรถยนต์ ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า จะยกสูงแค่ไหน แต่ต้องวัดระดับกึ่งกลางไฟหน้ากับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135 เซนติเมตร
แต่ถ้าไฟหน้าสูงไม่เกิน   แต่รถสูงมาก  มีการดัดแปลงสภาพมากตัวนี้ต้องมีวิศวกรรองรับการดัดแปลงสภาพ   และต้องแจ้งกับกรมขนส่งทางบก ให้เป็นที่
เรียบร้อย   แต่ถ้าไม่สูงมาก  แต่ใส่ยางใหญ่เกินแบบ  ล้นออกมาข้างตัวรถมากๆ เกินบังโคลนล้อ  ก็ต้องใช้หลักดุลพินิจอีกเช่นกันว่าเสี่ยงต่อผู้ร่วมใช้ถนน
หรือไม่  ถ้าเสี่ยงผิดทันที
  
  
ใส่ล้อยางใหญ่มากๆ 19 - 20 หรือ 22 ผิดหรือไม่
  
        ในกฎหมายไม่มีการระบุขนาดของล้อ  และขนาดก็ไม่ได้มีผลการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ   ดังนั้น จะใส่ล้อใหญ่ขอบ 18 -19-20  หรือจะ 22 ไม่ผิด
แต่ถ้าใส่แล้วยางเกินออกมานอกบังโคลนล้อมาก ๆ ข้างละหลาย ๆ นิ้ว    เจ้าหน้าที่บอกว่าเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ   อาจจะสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
( เช่นทำให้ผู้อื่นกะระยะรถผิดในขณะสวนหรือเลี้ยว )  ก็ถือว่าผิดได้   หรือใส่ล้อใหญ่จนต้องแบะล้อเพื่อหลบซุ้มแล้ววิ่งจนยางสึกเห็นผ้าใบ   ต้องเรียกว่า
เสี่ยงต่ออุบัติเหตุต่อตนเอง ก็ถือว่าผิดเช่นกัน
  
  
ตีโป่งขยายซุ้มล้อ ใส่สปอยเลอร์ แล้วจะผิดไหม
  
        การตีโป่งซุ้มล้อ หรือที่เรียกกันว่า Wide Body  ข้อนี้ในกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนแต่อย่างไร   แต่ระบุไว้ว่า ส่วนที่ตียื่นต้องมีลักษณะเป็นชิ้นเดียว
กับตัวรถ  หรือถ้าเป็นวัสดุคนละชนิดกัน   ต้องมีการยึดติดอย่างแน่นหนา  ถ้าไม่แน่นหนาหรือตีโป่งมาก   เจ้าหน้าที่มีสิทธิขอตรวจดูสำเนาการจดทะเบียน
ว่ามีการดัดแปลงเกินกว่าที่จดทะเบียนไว้หรือไม่  โดยอ้างอิงจากบริษัทผู้ผลิตถึงขนาดตัวรถและฐานล้อ   ซึ่งต้องใช้วิศวกรรับรองการดัดแปลงสภาพและ
ต้องแจ้งกับกรมขนส่งทางบก  ถ้าขนส่งตรวจแล้วลงความเห็นว่าผ่านก็ดี   แต่ถ้าลงความเห็นว่าไม่ผ่านต้องเลาะออกกลับสภาพเดิม
  
  
ฝากระโปรงหน้า–หลังดำ ฝากระโปรงไฟเบอร์ ที่เขาว่าผิด ผิดข้อไหน
  
        เปลี่ยนฝากระโปรงไฟเบอร์ ถ้าทำเป็นสีเดียวกับสีรถที่จดทะเบียนไว้ถือว่าไม่ผิด   แต่ถ้าเปลี่ยนสีฝากระโปรงเป็นสีดำ   หรือสีอื่นที่ไม่ตรงกับสีตัวรถ
เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามกฎที่ว่า รถยนต์ที่จดทะเบียนจะมีการระบุสีตัวรถไว้อย่างชัดเจนไม่รวมสีของกันชนรถ โดยสีอื่นต้องมีไม่เกินครึ่งหนึ่งของสีหลัก
ที่จดทะเบียนไว้   เช่นในกรณีรถระบุไว้ในทะเบียนว่าเป็นสีขาวแต่ฝากระโปรงหน้าเป็นสีดำ  เจ้าหน้าพินิจแล้วไม่เกินครึ่งหนึ่งก็ถือว่าไม่ผิด  แต่พินิจว่าผิด
ก็ถือว่าผิดได้เช่นกัน ( การพินิจหมายถึง การใช้หลักพิจรณาในแต่ละบุคคล )   แต่ถ้าดำทั้งฝากระโปรงหน้าและหลัง  ส่วนมากจะพินิจว่าผิด เกิน 50 เปอร์
เซ็นต์ของสีหลัก    ซึ่งเจ้าของรถต้องนำรถเข้าไปแจ้งเปลี่ยนสี ว่าเป็นรถสองสี  ( ทูโทน )  กับกรมขนส่งทางบกเสียก่อน  ถ้าไม่แจ้งก็อาจต้องโทษปรับ
ไม่เกิน 2,000 บาท
  
  
เปลี่ยนท่อไอเสียใหญ่เสียงดังแค่ไหนถึงเรียกว่าผิด
  
        จะเปลี่ยนท่อใหญ่ 3 นิ้ว 4 นิ้ว จะมีหม้อพักกี่ใบ  หรือจะไม่หม้อพักเลยก็ได้แต่หม้อพักต้องปล่อยออกทางท้ายรถเท่านั้น ( ยกเว้นรถพ่วง  รถโดยสาร
ขนาดใหญ่ ) ถ้าออกข้างตัวถังรถก็ถือว่าผิดทันที  ตามกฎหมายจะระบุไว้แค่การวัดเสียงดังที่ปล่อยออกจากปลายท่อ   ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ระบุว่า
รถยนต์ที่เกิน 7 ปี  ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ.สถานตรวจสภาพ  เพื่อตรวจวัดระดับเสียงที่ปลายท่อไอเสียด้วยเครื่อง Sound level Meter ผลที่ได้ต้อง
ไม่เกิน 100 เดซิเบล ( การตรวจวัดแบบ O.5 เมตร )  สำหรับเครื่องยนต์เบนซิลวัดที่ 3/4 รอบที่ให้แรงม้าสูงสุด    และรอบสูงสุดสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
ถ้าท่านใดถูกจับในข้อหาเสียงท่อดัง   คุณต้องถามเจ้าหน้าที่ว่าเสียงดังเกินที่กำหนดไว้เท่าไหร่   แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ส่งรถเข้าเครื่องตรวจวัดแล้วเกินจริงก็
ต้องโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  
  
ยกสูงมากๆแบบ Big Foot ผิดหรือเปล่า
  
        ในพระราชบัญญัติรถยนต์ ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนเช่นกันว่า จะยกสูงแค่ไหน แต่ต้องวัดระดับกึ่งกลางไฟหน้ากับพื้นถนนต้องไม่สูงกว่า 135 เซนติเมตร
แต่ถ้าไฟหน้าสูงไม่เกิน   แต่รถสูงมาก  มีการดัดแปลงสภาพมากตัวนี้ต้องมีวิศวกรรองรับการดัดแปลงสภาพ   และต้องแจ้งกับกรมขนส่งทางบก ให้เป็นที่
เรียบร้อย   แต่ถ้าไม่สูงมาก  แต่ใส่ยางใหญ่เกินแบบ  ล้นออกมาข้างตัวรถมากๆ เกินบังโคลนล้อ  ก็ต้องใช้หลักดุลพินิจอีกเช่นกันว่าเสี่ยงต่อผู้ร่วมใช้ถนน
หรือไม่  ถ้าเสี่ยงผิดทันที
  
  
ไฟหน้าหลายสี
  
        ปัจจุบันไฟหน้าแบบซีนอนยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับจึงอนุญาตให้ติดได้  เพียงแต่ติดตั้งแล้วเมื่อเข้าเครื่องมือทดสอบโคมไฟลำแสงต้องมีองศา
ตกลงจากแนวระนาบไม่น้อยกว่า 2 องศา   และต้องไม่เบนไปทางขวา ถึงเรียกว่าผ่าน  สวนเรื่องสีของแต่โคมไฟหน้าทางกรมกำหนดไว้เพียง 2 สีเท่านั้น
คือ สีเหลืองอ่อนและสีขาว   ถ้าเป็นสีอื่น เช่น สีฟ้า สีม่วง สีเหลืองเข้มหรือสีเขียว  มีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ. 2522 มาตรา12 ต้องระวาง
โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  
        ส่วนไฟหยุด ( ไฟเบรก ) ต้องเป็นสีแดง  ไฟเลี้ยวต้องเป็นสีเหลืองอำพัน  ไฟส่องป้ายต้อเป็นสีขาวมองเห็นป้ายทะเบียนได้ไกลไม่น้อยกว่า 20 เมตร
การเปลี่ยนโคมไฟเป็นโคมสีขาวหรือพ่นโคมเป็นสีดำ ต้องพิจารณาขณะเปิดไฟเลี้ยว ไฟเบรก  ถ้าไฟที่แสดงออกมาชัดเจนและเป็นสีที่กำหนดก็ถือว่าผ่าน
ถ้าผิดปรับ2,000 บาท
  
  
ไฟสปอร์ทไลท์และโคมไฟตัดหมอก ผิดกฎหมายหรือไม่  ติดอย่างไรถึงจะว่าไม่ผิด
  
        โคมไฟสปอร์ทไลท์ หมายถึง โคมไฟแสงพุ่งไกลแบบกระจายวงกว้างแบบนี้ห้ามติดโดยเด็ดขาดแม้จะมีฝาครอบปิด ผิดพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.
2522 ระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  
        ไฟตัดหมอกมีลักษณะเป็นไฟแสงพุ่งต่ำล่าสุดปี พ.ร.บ. 2536   อนุญาตให้รถยนต์ติดไฟสปอร์ตไลท์หรือ ไฟตัดหมอกเพิ่มได้ ข้างละ 1 ดวง (  เท่ากับ
2 ดวง )  ในระดับแนวเดียวกัน  ความสูงจากพื้นถนนไม่ต่ำกว่า 40 เซนติเมตรและไม่สูงกว่า 135 เซนติเมตร  ต้องเป็นแสงสีเหลือง หรือสีขาว กำลังไฟไม่
เกิน 55 วัตต์  ไม่เกินกว่าระดับโคมไฟแสงพุ่งไกลและโคมไฟแสงพุ่งต่ำศูนย์รวมแสงต้องต่ำกว่าแนวขนานกับพื้นราบไม่น้อยกว่า 2 องศา  หรือ 0.20 เมตร
ในระยะ 7.50 เมตร และไม่เฉไปทางขวา
  
        ส่วนการเปิดไฟตัดหมอกนั้นทำได้เมื่อมีอุปสรรค์ในการขับขี่  เช่น มีหมอกควัน หรือฝนตกหนัก   มองเห็นสิ่งกีดขวางหรือรถที่สวนทางมา   ในระยะไม่
เกิน 150 เมตร ถ้าติดไม่ถูกต้อง หรือเปิดไฟพร่ำเพื่อมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท   รวมถึงการติดไฟนีออนใต้ท้อง  หรือกรอบป้ายทะเบียน   ก็เป็นสิ่งต้อง
ห้ามผิดอีกเช่นเดียวกันโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท   
  
  
ดัดแปลงเป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ผิดแน่นอน แก้ไขอย่างไร
  
        ตามสมุดคู่มือการจดทะเบียนจะระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถยนต์ประเภทไหน( รย.1 –รย. 2 หรือ รย.3 ) ซึ่งจะมีการระบุจำนวนเพลาไว้ด้วย รถยนต์
ที่ขับเคลื่อน 2 ล้อ ( 2 เพลา ) ถ้ามีการดัดแปลงเป็นระบบขับสี่ล้อต้องแจ้งกับกรมการขนส่งเสียก่อน ซึ่งต้องใช้หลักฐาน ใบเสร็จอะไหล่ ใบรับรองวิศวกร
นำรถเข้าตรวจหาความถูกต้องปลอดภัยแข็งแรง   ก่อนที่อาจจะมีการส่งรถเข้าช่างน้ำหนัก  ส่งต่อให้กรมสรรพสามิตคำนวณอัตราภาษีที่ต้องเสียเพิ่ม มีตั้ง
แต่หลักหลายพันจนถึงหลักหมื่นบาทเสียก่อน   มิฉะนั้นจะถือว่า เป็นการดัดแปลงรถยนต์ให้ผิดจากการจดทะเบียนโดยมิได้ขออนุญาต
  
  
เปลี่ยนดิสเบรกหลัง  ใส่หลังคาซันรูป  ผิดจริงหรือ
  
        การเปลี่ยนหลังคาซันรูป  ส่วนมากต้องมีการดัดแปลง เช่น การเจาะหลังคา หรือเปลี่ยนหลังคาใหม่แบบนี้ทางกรมขนส่งจะมองว่า เป็นการแก้ไขดัด
แปลง ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงของตัวรถ  แบบนี้ต้องมีใบเสร็จหลังคา รูปถ่ายขั้นตอนการติดตั้ง และใบรับรองวิศวกร และต้องแจ้งกรมขนส่งทางบกก่อน
ถึงจะไม่ผิด   ส่วนการเปลี่ยนดรัมเบรก  เป็นดิสเบรกหลัง  เรื่องนี้ไม่มีกฎออกมาชัดเจนจึงอาศัยการพินิจจากเจ้าหน้าที่กรมขนส่ง ซึ่งแต่ละเขตขนส่งต่างก็
มีดุลพินิจไม่เหมือนกัน  ถ้าเจ้าหน้าที่พินิจว่าไม่น่าผ่านก็ต้องหาใบเสร็จติดตั้ง และใบวิศวกรมาแจ้งเช่นเดียวกัน
  
  
ตีโรลบาร์แบบรถแข่ง ผิดด้วยหรือเปล่า
  
        กฎหมายว่าด้วยห้องโดยสารมีเพียงข้อกำหนดเรื่องของจำนวนที่นั่ง   มาตราวัดความเร็ว   และไฟห้องโดยสารเท่านั้น   ส่วนการตีโรลบาร์นั้น ยังไม่มี
กฎหมายออกมารองรับจึงไม่ผิด   แต่การถอดเบาะหลังออกแล้วตีโรลบาร์  จะผิดกฎหมายเรื่องการระบุลักษณะรถ และจำนวนตอน   ถือว่าผิดรวมถึงความ
แน่นหนา ( เช่นเอามือจับแล้วโยกได้ )  ความเสี่ยงต่ำการเกิดอุบัติเหตุ  ( เช่นมีส่วนแหลมคมพุ่งเข้าหาผู้ขับขี่และผู้โดยสาร )   ก็ถือว่าผิดได้อีกเช่นกัน ยิ่ง
ถอดเบาะออกเหลือตัวเดียวหรือตัดตัวถังรถออกบางส่วน   แล้วตีโรล์บาร์ยึดแบบ Spec Frame แบบนี้ถือว่าผิด  ข้อหาดัดแปลงสภาพที่มีผลต่อความมั่น
คง แข็งแรงของตัวรถ
  
  
ใส่กระจกมองข้างแบบเล็กๆ หรือกระจกซิ่ง ผิดไหม
  
        ตามกฎหมายอีกเช่นกันระบุไว้ว่า รถยนต์ต้องมีเครื่องส่องหลัง ( กระจกมองหลัง )  และเครื่องส่องหลังภายนอก ( กระจกมองข้าง ) อย่างน้อย 1 อัน
ซึ่งไม่ได้ระบุถึงขนาดและรูปแบบ  ถ้าเปลี่ยนเป็นกระจกมองข้างแบบไฟเบอร์ หรือแบบกระจกซิ่งทรงแข่ง  ถ้ามี 2 ด้าน หรือด้านเดียวก็ถือว่าถูกกฎหมาย
แต่ถ้าไม่มีกระจกมองข้าง หรือกระจกมองหลัง   หรือเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพพบว่า มีเครื่องส่องหลังจริง  แต่ชำรุดหรือมองเห็นไม่ชัดเจน ก็จะถือว่าผิดต้อง
กลับมาแก้ไขอีกเช่นกัน
  
  
เปลี่ยนเบาะซิ่งใส่เซฟตี้เบล 4 จุด จะผิดอีกหรือเปล่า
  
        เบาะหรือที่นั่งผู้ขับขี่  และผู้โดยสาร ทาง พ.ร.บ. จริง ๆ แล้วได้ระบุขนาดความกว้างยาวของเบาะเอาไว้ด้วย  ซึ่งจะเกี่ยวข้องในการระบุจำนวนผู้โดย
สาร  เบาะแต่ง  หรือเบาะไฟเบอร์    ส่วนมากมีความถูกต้องในเรื่องขนาด  แต่ถ้าถอดเบาะออกไม่ว่าเบาะหลัง   ถอดเหลือตัวเดียว   หรือสั่งทำเบาะขนาด
ใหญ่พิเศษ    แบบนี้จะถือว่าผิด ส่วนเซพตี้เบลทางกรมก็ได้ทำหนดมาตรฐานเอาไว้อีกเช่นกัน เบล 4 จุด แม้ว่าจะไม่ถูกต้องในเรื่องของมาตรฐาน แต่ถ้า
มีการยึดแน่นหนา ก็อนุโลมว่าผ่าน  แต่ถ้าใส่เบล 4 จุด 8 จุด แล้วไม่คาดแบบนี้ถือว่าไม่ผิดพระราชบัญญัติหรอกครับ แต่ผิดกฎหมายจราจร
  
  
ดัดแปลงเครื่องยนต์ขยายซีซี เปลี่ยนเทอร์โบ โมกล่อง ซัก 1000 ม้า จะผิดหรือไม่
  
        การขยายซีซี  เพิ่มความจุ  ถ้าเป็นในสนามแข่งแบบ One Make Race  ถือว่าผิด  สั่งถอนการแข่งขัน แต่ถ้าเป็นรถใช้งานบนท้องถนน การจะมาวัด
กำลังอัด  หาขนาดความจุนั้นทำได้ยาก   จึงอาศัยการตรวจดูหมายเลขเครื่องยนต์ว่าถูกต้องตามทะเบียนที่แจ้งไว้หรือไม่เท่านั้น ถ้าเลขเครื่องถูก  ถือว่า
ไม่ผิด  จะขยายความจุ  เปลี่ยนลูกยืดข้อ  เสริมเสื้อสูบก็ไม่ผิด หรือไม่ว่าจะเปลี่ยนเทอร์โบใหญ่ ใส่กรองเปลือย ตีเฮดเดอร์ เปลี่ยนหัวฉีด โมกล่องจนได้
500 ม้า 1000 ม้าก็ไม่ผิด  เพียงแต่อุปกรณ์ภายในห้องเครื่องต้องดูแล้วแน่หนาและมีความปลอดภัย   แต่ถ้าจูนน้ำมันจนหนามาก เจ้าหน้าที่จะใช้ผลการ
ตรวจวัดควันดำ ค่า CO (คาร์บอนมอนออกไซต์) และค่า HC (ไฮโดรคาร์บอน) ที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียเป็นข้อกำหนดถึงสภาพเครื่องยนต์
    
        โดยตามพระราชบัญญัติรถยนต์ กล่าวว่า
     
        1. รถยนต์ที่จดทะเบียนก่อน 1 พค 2536  ต้องวัดค่า Co ไม่เกิน 4.5 เปอร์เซนต์ และค่า Hc ไม่เกิน 600 PPM
        2. รถยนต์ที่จดทะเบียนหลัง 1 พค 2536  ต้องวัดค่า Co ไม่เกิน 1.5 เปอร์เซนต์ และค่า Hc ไม่เกิน 200 PPM
    
         ส่วนถ้าเป็นรถเครื่องยนต์ดีเซล ไม่ว่าจะเปลี่ยนโบใหญ่   แต่งปั้มเพียงใด   มาตรฐานการวัดควันดำ จะต้องไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเครื่องวัดแบบ
กระดาษกรอง   และ 45 เปอร์เซ็นต์  ด้วยเครื่องวัดแบบหาความทึบแสง  ซึ่งรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี จะต้องได้รับการตรวจวัดค่า Co และ Hc จาก ต.ร.อ
ดังนั้นจะโมเครื่องแค่ไหนแต่งเครื่องอย่างไร  ถ้าการเผาไหม้หมดจด Co และ Hc ผ่านก็ถือว่าถูกกฎหมาย


ที่มา : www.thailandoffroad.com
  
 
 

 
 
 
      TopTop
Copyright © Toyota K. Motors. All Rights Reserved