อัพเดท : 26 มิถุนายน 2560

New Toyota Fortuner TRD Sportivo

ความสปอร์ตหรูจากโรงงาน

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น TRD Sportivo เริ่มมีในเมืองไทยครั้งแรกปี 2008 ในฟอร์จูนเนอร์โฉมแรกและได้รับการตอบรับอย่างดี จากนั้นในเดือนกรกฏาคม ปี 2015 โตโยต้าก็เปิดตัวฟอร์จูนเนอร์รุ่นที่ 2 และสานต่อความสำเร็จด้วยการเพิ่มรุ่น TRD Sportivo ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เสริมชุดแต่ง TRD ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน และเปลี่ยนช่วงล่างเป็นชุดแต่ง TRD แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย ทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทิ้งช่วงหลังเปิดตัวไม่นานก็จัดทดสอบแบบกลุ่มบนเส้นทางเขาใหญ่-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร

ก่อนผลิตโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ติโว่ (Toyota Fortuner TRD Sportivo)รุ่นนี้มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้รถชาวไทยว่าอยากได้รถเอนกประสงค์สไตล์ไหน คำตอบอันดับแรก คือ ความสปอร์ต รองลงไปคือ ความหรูหรา และสุดท้ายคือสไตล์ออฟโรด กลุ่มเป้าหมายของรถรุ่นนี้คือผู้ที่ต้องการความเป็นที่สุด ทั้งการออกแบบและตกแต่ง ตัวรถต้องมีความโดดเด่น ซึ่ง TRD สามารถตอบสนองความต้องการทั้งหมดนี้ได้ รถรุ่นนี้เป็นการออกแบบและพัฒนาร่วมกันระหว่างวิศวกรชาวไทยจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และ Toyota Racing Development หรือ TRD ภายใต้แนวคิด ‘Premium Sport’ เพื่อให้ได้รถที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยมากที่สุด ภายนอกและภายในเพิ่มความสปอร์ตและความหรู ช่วงล่างปรับปรุงใหม่รองรับการขับสไตล์สปอร์ต

แต่งครบชุดจาก TRD

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้แค่เพิ่มสเกิร์ต แต่เปลี่ยนกันชนใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังสไตล์สปอร์ต กระจังหน้ารมดำ ล้อแม็ก TRD ลายใหม่ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 R20 แบบ Passenger Type เพื่อความนุ่มนวลและเงียบ (รุ่นมาตรฐานใช้ยาง 265/60 R18) ล้อและยาง 20 นิ้ว เตี้ยกว่ายางรุ่นมาตรฐานขนาด 18 นิ้ว ประมาณ 2.1 มิลลิเมตร หลังคาแบบสปอร์ต Black Top ติดสติ๊กเกอร์สีดำด้าน ตราสัญลักษณ์ TRD ที่ประตูบานท้าย และเสริมแถบโครเมียมแบบรมดำ กันชนหลังใหม่เฉพาะรุ่น และปลายท่อไอเสียสเตนเลส TRD

ภายในของเจ้าโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์คันนี้ เน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำ/แดง ชุดเบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดงพร้อมเดินด้ายแดง พรมปูพื้นเฉพาะรุ่น ตกแต่งตามจุดต่างๆ ด้วยเคฟลาร์และแถบโครเมียมรมดำ มาตรวัดเรืองแสง Optriton ออกแบบใหม่ พื้นมาตรวัดลายคาร์บอนไฟเบอร์ เปลี่ยนข้อความต้อนรับ Welcome Graphic เป็น TRD กาบบันไดพร้อมไฟเรืองแสง TRD ระบบนำทาง รองรับบริการพิเศษ T-Connect เครื่องเล่น DVD และกล้องมองหลังทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ชุดเครื่องเสียงพรีเมียม พร้อมพาวเวอร์แอมป์ 8 แชนแนล และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง เพิ่มลำโพงเสียงเบส Subwoofer ขนาด 20 เซนติเมตร ที่ประตูบานท้าย พร้อมไฟส่องสว่างเป็นโลโก้ TRD เมื่อเปิดประตูบานท้าย ปุ่ม Push Start พร้อมตราสัญลักษณ์ TRD และสมาร์ทคีย์พร้อมตราสัญลักษณ์ TRD

ปรับปรุงสมรรถนะด้วยชุดช่วงล่าง TRD ประกอบด้วยช๊อคแอ็บซอร์เบอร์และสปริง ออกแบบใหม่หมด เพื่อให้เข้ากับรถและล้อแม็กชุดใหม่ มีการทดสอบทั้งบนถนน เมืองไทยและที่ญี่ปุ่น โดยสปริงของรุ่น 4×2 และ 4×4 จะมีค่าความแข็งแตกต่างกัน สปริงพ่นสีแดง Powder Coat สวยงามและทนทาน เปลี่ยนเบรกหลังเป็นดิสก์

เครื่องยนต์ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นแบบดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2,800 ซีซี เทอร์โบแปรผัน VN Turbo ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า (HP) ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45.8 กก.-ม. เริ่มที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที มีระบบ Stop/Start ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ลดมลพิษ ทำให้เสียภาษีอัตราเดิม เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รุ่น 4WD และมีระบบขับเคลื่อนซิกม่าโฟร์ให้ใช้งาน โดยผู้ขับสามารถเลือกโหมด H2, H4 และ L4 ได้ตามต้องการตามสภาพพื้นผิว

ห้องเครื่อง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ติโว่ (Toyota Fortuner TRD Sportivo)

  • ช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนได้ดี
  • ท้ายไม่มีอาการย้วยเหมือนรุ่นมาตรฐาน
  • ที่เคยทดลองขับไปก่อนหน้านี้อาจเพราะยังใช้ความเร็วไม่สูง
  • ขับผ่านผิวถนนขรุระก็รู้สึกหนึบแน่นดีและไม่แข็งกระด้าง

ช่วงล่างสมดุลขึ้น

  • การทดลองขับโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์เริ่มต้นที่ Thames Valley Khaoyai ฝั่งโคราชขับขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เพื่อไปลงฝั่งปราจีนบุรี ขับเป็นขบวนมีรถนำและปิดท้าย บนอุทยานกำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำได้แค่ลองเข้าโค้งด้วยความเร็วมากกว่าปกตินิดหน่อย ตัวรถมีอาการเอียงไม่มากนัก การควบคุม พวงมาลัยต้องออกแรงมากกว่าการเข้าโค้งด้วยความเร็วปกติอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถประเภทนี้ที่จุดศูนย์ถ่วงอยู่สูง
  • ช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนได้ดี ท้ายไม่มีอาการย้วยเหมือนรุ่นมาตรฐานที่เคยทดลองขับไปก่อนหน้านี้ อาจเพราะยังใช้ความเร็วไม่สูง เมื่อขับผ่านผิวถนนขรุระก็รู้สึกหนึบแน่นดี และไม่แข็งกระด้าง ยางขนาด 265/50 แก้มยางมีความสูงประมาณ 132 มิลลิเมตร ไม่ได้เตี้ยหรือบางมากจนสะเทือนหรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เปิดดูสเปคในเวบไซต์ของโตโยต้าพบว่ารถรุ่นนี้มีความสูง 1,835 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุด 193 มิลลิเมตร เท่ากับรุ่นมาตรฐาน หมายความว่าสปริง TRD ไม่ได้ทำให้รถเตี้ยลง
  • พวงมาลัยระบุว่ามีการปรับให้มีน้ำหนักที่เหมาะสมและแม่นยำขึ้น ลองขับในช่วงนี้แทบไม่รู้สึกแตกต่างจากเดิม ยังคงตึงมือนิดๆ ที่ความเร็วต่ำ และมีการผ่อนแรงที่เป็นธรรมชาติเมื่อเข้าโค้ง ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกในการเบรกแตกต่างจากเดิมหรือเบรกดีกว่าเดิม ที่เป็นหน้าดิสก์หลังดรัม โดยเจ้าหน้าที่ของโตโยต้าระบุว่าระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ทำให้เบรกดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในแง่ของมุมมองก็ต้องยอมรับว่าดิสก์ 4 ล้อ ดูหล่อกว่าเยอะ

ลงจากเขาใหญ่ไปไม่ไกล ก็แวะทานมื้อกลางวันที่ @Bloom Dassada Gallery Restaurant ระยะทางที่ขับฟอร์จูนเนอร์ในช่วงแรก 54.8 กิโลเมตร มีลองเข้าโหมดขับเคลื่อน 4H เป็นช่วงๆ ความเร็วเฉลี่ย 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12 กิโลเมตรต่อลิตร …อิ่มแล้วเดินทางต่อไปยังจุดเปลี่ยนผู้ขับ ปั๊มปตท. คลอง 29 ช่วงนี้ใช้ความเร็วได้ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผ่อนคันเร่งให้เกียร์เปลี่ยนขึ้นเกียร์ 6 เครื่องยนต์จะทำงานเบาๆ ที่ 1,750 รอบต่อนาที และยังคงขับตามกันไปเรื่อยๆ มีรถนำและปิดท้าย พร้อมวิทยุสื่อสารคอยแจ้งสภาพการจราจรล่วงหน้า บางช่วงที่เป็นถนน 2 เลนสวน มีการเร่งแซงบ้าง เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นรู้สึกว่าพวงมาลัยตอบสนองไวไปนิด

ช่วงล่างยังคงนิ่งขับสบาย ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบมีเพียงเสียงลมปะทะเบาๆ บริเวณเสาหน้า ลองคิ๊กดาวน์รู้สึกว่าเสียงเครื่องยนต์เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร น้อยลงด้วย ระยะทางจากร้านอาหารกลางวันมายังจุดสลับผู้ขับประมาณ 50 กิโลเมตร ได้ความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยเหลือ 11.1 กิโลเมตรต่อลิตร

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ติโว่ (Toyota Fortuner TRD Sportivo)

ระบบ Auto Stop/Start ของโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ติโว่ (Toyota Fortuner TRD Sportivo) ทำงานสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม สตาร์ตรถครั้งแรกแล้วเปิดแอร์ ขยับรถจอดไปรอเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ ระบบยังไม่ทำงานเพราะอุณหภูมิภายในห้องโดยสารยังไม่เท่าที่ตั้งไว้ ช่วงกลางทางติดไฟแดงเครื่องยนต์ดับอัตโนมัติ ลองเอามืออังลมแอร์พบว่ายังมีความเย็นฉ่ำอยู่ และเมื่อรถติดนานๆ อุณหภูมิในห้องโดยสารเริ่มสูงขึ้น (ผู้ขับและผู้โดยสารยังไม่รู้สึกว่าร้อน) เครื่องยนต์ก็กลับมาทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงาน ส่วนการออกรถขณะที่เครื่องยนต์ดับอยู่ ก็ทำได้อย่างรวดเร็วพอสมควร ยกเท้าออกจากแป้นเบรกไม่ทันสุดเครื่องยนต์ก็ทำงานพร้อมขับเคลื่อน ไม่เสียจังหวะในการออกตัว

โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทีอาร์ดี สปอร์ติโว่ (Toyota Fortuner TRD Sportivo) รุ่นสูงสุดขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,749,000 บาท ถ้าต้องการสีขาว White Pearl CS เพิ่มเงิน 12,000 บาท และถ้าต้องการเล่นสีทูโทนหลังคาดำ (มีให้เลือกเฉพาะรถสีขาว) ต้องเพิ่มเงินอีก 8,000 บาท ใช้สติ๊กเกอร์ของ 3M รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ราคา 1,679,000 บาท ถ้าต้องการสีขาวหลังคาดำ เพิ่มเงิน 20,000 บาท

ที่มา : http://www.motortrivia.com/2016/test-drive-02/256-toyota-fortuner-trd-sportivo-2016.html

อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ Toyota Fortuner TRD Sportivo