อัพเดท : 30 กรกฎาคม 2561

ยิ่งลอง ยิ่งรัก

Toyota Hilux Revo 2.4G Prn

ทดลองขับ Toyota Hilux Revo 2.4G Pre-Runner ครั้งแรก ค้นพบว่าเป็นรุ่นรถที่ใช้งานง่าย กำลังเครื่องยนต์เหลือใช้ ไม่ว่าจะขึ้น-ลงเขาก็มั่นใจในสมรรถนะของช่วงล่างและเครื่องยนต์ ที่เซตมานุ่ม หนึบ smooth ตลอดเส้นทาง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางกับการออกแบบที่ทันสมัย พร้อมด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกสบายมากมาย

รีวิวนี้เป็นของสมาชิกพันทิปที่ใช้ชื่อหมายเลขไอดี “สมาชิกหมายเลข 1265595” ซึ่งเขาได้มีโอกาสทดลองขับ Toyota Hilux Revo ตัวจริง (ยืมมาจากญาติ) เป็นครั้งแรก และก็ประทับใจ ชื่นชอบรถรุ่นนี้จนถึงขั้นไปถอยรถใหม่ป็นของตนเอง ถ้าอยากรู้ว่าจะมันดีย์!! ขนาดไหน…เราไปอ่านรีวิวพร้อมกันเลยครับ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกท่าน คราวนี้ผมมีโอกาสได้มาลอง Toyota Hilux Revo ของญาติครั้งแรก ซึ่งเป็นใช้งานจริง มีครบทุกสภาพการจราจร มีการขับขี่ที่ใช้ทุกย่านความเร็ว คือเรียกได้ว่าใช้งานแบบจัดเต็ม และมารีวิวตามความรู้สึกส่วนตัวของผมครับ รีโว่คันนี้เป็นรุ่น Double Cab 2.4G Pre-Runner เกียร์อัตโนมัติ ราคา 969,000 บาท เป็นกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง ขวัญใจคนเมือง ที่เน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก ไม่ได้ไปลุยอุปสรรคอะไรนักหนา เท่านี้ก็พอแล้ว ส่วนตัวผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขับเจ้า Revo คันโตเหลือเกิน เพิ่งเคยเห็นตัวจริง สวยกว่าที่คิดเยอะ เห็นหลายคนจะชื่นชมกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ในรีวิวผมนี้ขอเน้นแค่ความรู้สึกของผมคนเดียว ไม่มีการอวยแน่นอนครับ มีทั้งชมและติ เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

หลังจากที่นั่งคิดอยู่ว่าจะทดสอบวิ่งที่ไหนดี บังเอิญเพื่อนๆ ชวนไปเที่ยวแก่งกระจานพอดี แหม่…อะไรมันช่างพอดีได้ขนาดนั้น จัดไปสิครับ เขื่อนแก่งกระจาน ได้วิวสวยๆ มาให้ชมกันด้วยนะครับ ผมจะแบ่งการเขียนรีวิวเป็น 3 ช่วงหลักๆ คือ 1. รูปลักษณ์ภายนอก-ภายในและออปชั่นต่างๆ 2. ฟีลลิ่งการขับขี่ 3. การประหยัดน้ำมัน จริงๆ แล้วไม่ค่อยอยากเน้นเรื่องสเปคและออปชั่นอะไรมาก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อธิบายมากก็จะเหมือนในโบชัวร์เกินไป เอาแค่คร่าวๆ หลักๆ ก็พอ ผมเน้นสองข้อหลังมากกว่า เอาละ!! เกริ่นมาเยอะละ มาว่ากันที่รูปร่างหน้าตาและสเปคคร่าวๆ กันครับ ภายนอกสวยไหม? ผมว่าสวยแบบเรียบๆหรูๆ ดูเหมือนหนุ่มหล่อที่มีมัดกล้ามพอประมาณ ไม่ได้ดูบึกบึนจนเกินไป ผมรู้สึกว่า ผมชอบนะ เรียบๆ ไม่หวือหวาดี ตัวจริงสวยกว่าในรูปบอกเลย…

Revo ขับแบบใช้งานจริง Revo ขับแบบใช้งานจริง Revo ขับแบบใช้งานจริง

มุมมองทางด้านข้าง สวย สมส่วน ลงตัว ซุ้มล้อหน้าหลังกว้างใหญ่ ดูบึกบึน มีกลิ่นอายของกระบะอเมริกันบ้างนิดหน่อย เรื่องความสวยนี่จริงๆ ผมว่าก็สวยทุกรุ่นแหละ มีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไปน่ะ ของงี้มันแล้วแต่คนชอบน่ะครับ อ้อ…สิ่งที่ผมชอบมากๆ อีกอย่างก็คือ ออกแบบกล้องมองหลังให้ซ่อนไว้บริเวณมือจับฝากระบะท้ายได้เนียนตามากๆ ไม่ปูดโปนเหมือนมีติ่งอะไรงอกออกมาเหมือนรุ่นเดิมแล้ว กระบะท้ายกว้างใหญ่ ออกแบบใหม่ ลดส่วนโค้งบริเวณรอยต่อของพื้นกระบะและผนังด้านข้าง ตัวยึดฝากระบะท้ายแบบใหม่ ดูแน่นหนาดี น่าจะรองรับน้ำหนักได้ดีกว่าลวดสลิงแบบเดิม

เปิดประตูเข้ามาดูภายในกันบ้างครับ กลิ่นรถใหม่มันหอมดีจริงๆ เบาะคนขับปรับไฟฟ้าสะดวกสบายมาในโทนสีน้ำตาล ดูหรูหรามีระดับ ประตูหน้าเปิดได้กว้าง เข้าออกได้สบาย กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าแบบจอยสติก หมุนบิดเลือกข้างซ้ายขวา แล้วก็โยกปรับเอา ใช้งานง่ายดีครับ คอนโซลหน้า อลังการงานสร้าง ยังกะเข้าไปนั่งในเครื่องบิน ตกแต่งด้วยไฟโทนสีฟ้า ให้ความหรูหราทันสมัย การออกแบบมีกลิ่นอายยุคเก่าผสมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ห้องโดยสารกว้างใหญ่ เบาะก็นั่งสบายกว่าเดิม ติอยู่นิดเดียวตรงแถบสีเงินๆ ยาวๆ บนคอนโซลนั่น เวลาขับกลางแดดแล้วแสงมันสะท้อนเข้าตาและกระจกมองข้างซ้ายขวา มากไปหน่อยครับ

มาตรวัดแบบสองวงกลม ด้านซ้ายบอกวัดรอบและความร้อนเครื่องยนต์ ด้านขวาบอกความเร็วและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง มีจอ MID แสดงผลการขับขี่อยู่ตรงกลาง บอกรายละเอียดด้านการขับขี่ได้ครบถ้วน เช่น อุณหภูมิภายนอก อัตราการกินน้ำมัน ระยะทางที่ใช้ ฯลฯ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift แบบ Gate Type ที่เห็นกันชินตาในรถโตโยต้าแทบทุกรุ่นไปแล้ว ใกล้ๆ กันมีปุ่ม ECO MODE และ POWER MODE เอาไว้เปลี่ยนโหมดการขับขี่ อยากแรงหรืออยากประหยัด ก็กดปุ่มได้ตามใจชอบ จอเครื่องเสียง DVD แบบสัมผัส มีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในปัจจุบันได้หมดแล้ว และเป็นจอแสดงผลของกล้องมองหลังไปในตัว การใช้งานก็ไม่ยากอย่างที่คิด แรกๆ ก็งงๆ เหมือนกัน เปิดคู่มืออ่านแป๊บเดียว สบายครับ..!!!

Revo ขับแบบใช้งานจริง Revo ขับแบบใช้งานจริง

ในส่วนของแอร์อัตโนมัติก็เย็นเจี๊ยบถึงใจ แม้กระจกจะใสปิ๊ง ไม่มีฟิล์มกันแดดเลยก็ตาม…นอกจากนี้ยังมีช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 220V ใครจะเอาโนทบุคมาเล่นหรือทำงานในรถก็มีที่ชาร์จไฟบ้านไว้ให้เรียบร้อย และช่องเก็บของ Cool Box ช่วยรักษาความเย็นของกระป๋องเครื่องดื่ม แต่ผมก็ไม่ได้ลองสักทีอ่ะนะ ห้องโดยสารด้านหลัง กว้าง เบาะนั่งสบาย กระชับมากขึ้น (คอมเม้นท์จากผู้โดยสารที่นั่งมาด้วย) ที่พักแขนตรงกลางพับขึ้นลงได้ มีช่องวางแก้วน้ำมาให้ เย็นสบายด้วยแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เรียกได้ว่าเย็นสบายจนหลับ กรนกันสนั่นไปหมด สเปคของเครื่องยนต์ Hilux revo รุ่น 2.4G Pre-Runner ใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รหัส 2GD-FTV (High) จำนวน 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ความจุ 2,393 cc. ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ Super ECT อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมโหมด +/ –  Sequential Shift ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองตามใจชอบ อัตราทดเกียร์มีดังนี้

  • เกียร์ 1        3.600
  • เกียร์ 2        2.090
  • เกียร์ 3        1.488
  • เกียร์ 4        1.000
  • เกียร์ 5        0.687
  • เกียร์ 6        0.580

อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 3.732

อัตราทดเฟืองท้าย 4.100

คราวนี้เรามาลองกันเลยดีกว่าว่าจะขับสนุกมากน้อยแค่ไหน

Revo ขับแบบใช้งานจริง

สมรรถนะด้านการขับขี่

หลังจากที่รับรถแล้วก็เริ่มปรับตัวทำความรู้จักกันนิดหน่อย ใช้ ECO MODE ขับในเมืองชิลๆ รู้สึกได้ถึงความ smooth ไม่กระโชกโฮกฮาก เหมือนว่าคันเร่งต้องกดลึกๆ  อืม…แปลกดีนะ เวลาเร่งแซงต้องเผื่อระยะไว้หน่อย พอคุ้นเคยกันแล้วก็เริ่มใช้ POWER MODE ทดสอบพละกำลังของเครื่องยนต์ ทีนี้ละคันเร่งไม่ต้องกดลึกเหมือน ECO MODE แล้ว แค่แตะๆ ก็พุ่งเลย แรงบิด 400 นิวตัน/เมตร 150 แรงม้า ถือว่าไม่ขี้เหร่เลยนะครับ หลังติดเบาะเบาๆ ให้เลือดสูบฉีดพอกระชุ่มกระชวย ต้นมาดีมาก ค่อยๆ ไต่ขึ้นแบบไหลต่อเนื่อง ช่วง 160 ขึ้นไปเริ่มช้าลงนิดหน่อย แต่ก็ยังไหลขึ้นช้าๆ เสียดายระยะทางหมดก่อนเลยไม่ได้ลองความเร็วสูงสุดมาให้ดู (คิดว่าต้องมี 180 ให้เห็นแน่นอน) จังหวะเปลี่ยนเกียร์เนียนดี สมรรถนะเครื่องยนต์กับเกียร์ โดยรวมแล้วก็ถือว่าพอใจ ชอบที่ความ smooth ของการเปลี่ยนเกียร์และการเร่งแซงที่ทันใจ เมื่อใช้ POWER MODE

พวงมาลัยจับถนัดมือดีมาก น้ำหนักพวงมาลัยก็เบามากๆ จะกลับรถ ถอยจอดเข้าซอง ซอกแซกไปในเมืองยามรถติดก็สบายสุดๆ แต่เวลาขับที่เร็วสูง เช่น 130-160 มีหวิวๆ เหมือนกัน พวงมาลัยน่าจะหน่วงความเร็วขึ้นมาอีกซักหน่อย

สมรรถนะด้านช่วงล่าง

ช่วงล่างของ Hilux Revo นั้นเซตมาแบบ นุ่ม หนึบ นุ่มนวลมากขึ้น โช้คอัพและแชสซีส์ใหญ่ขึ้น เพิ่มความแข็งแกร่ง แต่น้ำหนักตัวรถก็เยอะมากขึ้นเช่นกัน ทดสอบการเข้าโค้งหนักๆ ก็ถือว่าทำได้ดีมากครับ ไม่มีอาการโยนตัวจนน่าหวาดกลัว จะขับแบบมุดซ้ายขวาในเมืองก็รู้สึกหนึบ แน่น มั่นใจมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมเยอะ แต่บางช่วงที่ถนนเป็นลูกคลื่นหรือเป็นหลุมเป็นบ่อ ก็มีอาการท้ายดีดดิ้นให้พอเวียนหัวเป็นระยะเหมือนกัน ใครบอกยังร่อนเหมือนเดิม ส่วนตัวผมคิดว่ามันไม่ใช่ อาการของรถยกสูงเวลาเจอถนนลูกคลื่น ก็จะมีดีดดิ้นบ้างเล็กน้อย เป็นทุกคันแหละ ผมบอกได้เลยว่า ช่วงล่างของ Revo มันรู้สึกดีขึ้นจริงๆ ต้องลองขับดูครับ ยางที่ติดรถมาเป็นยาง All Terrain (ยาง AT) ซึ่งดีมากๆ ครับ ได้ทั้งทางเรียบและทางขรุขระ ออฟโรดเบาๆ ก็พอไหว เหมาะสมกับสภาพถนนในเมืองไทยดีนะ ระบบเบรกถือว่าไว้ใจได้ ระยะแป้นเบรกตั้งไว้กำลังดี ไม่ตื้นไม่ลึกไป ทดสอบระบบเบรก ABS แล้วก็ทำงานได้เป็นปกติ ผ้าเบรกโรงงานคุณภาพดีมากแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนให้เสียตังค์

บทสรุปของการทดลองใช้ ผมมีความรู้สึกว่า Hilux Revo 2.4G Pre-Runner นั้น ใช้งานสบาย กำลังเครื่องยนต์แบบเหลือใช้ ไม่ว่าจะขึ้นเขาลงเขา ก็ให้ความรู้สึกมั่นใจกับสมรรถนะของช่วงล่างและเครื่องยนต์ ท่านใดกำลังสนใจก็ไปขอทดลองขับได้ที่โชว์รูมใกล้บ้านท่าน สำหรับส่วนตัวผมเอง จริงๆ ผมชอบตัวรุ่นท้อป 2.8G 4×4  A/T Navi แต่ผมขอเก็บไปพิจารณาอีกสักหน่อย เพราะที่บ้านยังมีกระบะอีก 1 คัน มีโอกาสคงต้องไปสอยมาใช้แทนคันเก่าที่บ้านบ้างแล้ว รีวิวนี้ผมก็เขียนตามความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ให้ผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ ได้ลองพิจารณาดูนะครับ

ที่มา : Pantip สมาชิกหมายเลข 1265595

อ่านบทความที่น่าสนใจของรถ Toyota Hilux Revo Double Cab