อัพเดท : 26 มิถุนายน 2560

ทดลองขับ Toyota Corolla Altis ใหม่

หล่อ หรู สมรรถนะดี

อีกหนึ่งรุ่นรถที่สมรรถนะดีไม่มีตกครับ เจ้าโตโยต้า โคโรล่า อัลติส (Toyota Corolla Altis) ถือเป็นยานพาหนะคู่ใจของใครหลายคน ซึ่งภาพลักษณ์อันหล่อเหลา ได้มาดหรู ดูดี บวกกับความสมาร์ท ยิ่งเสริมให้รถรุ่นนี้ถูกใจทั้งชายและหญิง ส่วนใครที่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับรถให้มากขึ้น รีวิวจากกูรูอย่าง  autospinn อธิบายสเปคและการใช้งานของ Toyota Corolla Altis ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

สัมผัสแรก โตโยต้า โคโรล่า อัลติส (Toyota Corolla Altis) รุ่นใหม่ ที่มีการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ สวยงาม สปอร์ต มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงงออพชั่นและระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม

กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับสัมผัสแรกหลังจากได้สัมผัส โตโยต้า โคโรล่า อัลติส รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ต้องบอกเลยว่ารููปลักษณ์ภายนอกมาพร้อมความสปอร์ตสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะด้านหน้ารถยนต์ แม้รวมๆ อาจจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนัก แต่ถือว่าลงตัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน โดยทริปทดสอบครั้งนี้จะเป็นการขับขี่ทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพ–หัวหิน ด้วยระยะทางประมาณที่พอให้ทราบถึงสมรรถนะและอะไรต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าได้

ทดลองขับ Toyota Corolla Altis ใหม่ ทดลองขับ Toyota Corolla Altis ใหม่

ภายนอกปรับปรุงใหม่หรูหรา โดดเด่น ลงตัวมากยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะด้านหน้ารถยนต์)

โตโยต้า โคโรล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงใหม่รุ่นนี้ ต้องบอกเลยว่าทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพราะแน่นอนในตลาดคู่แข่งแต่ละรุ่นก็ถือว่าแข็งเลยทีเดียว โดยเฉพาะคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ฮอนด้า ซีวิค ที่โฉมใหม่สวยงามกวาดยอดขายในบ้านเราได้ไปอย่างถล่มทลาย หรือจะเป็นมาสด้า 3 ที่มีจุดแข็งคือตัวถังแบบแฮทช์แบ็คและซีดาน ให้เลือกรวมไปถึงสมรรถนะก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร Toyota Corolla Altis รุ่นปรับปรุงโฉมรุ่นนี้ มีการปรับปรุงใหม่รวมคัน ด้านหน้ามีการเปลี่ยนกระจังหน้าดีไซน์ใหม่เพื่อสอดรับกับชุดโคมไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED Projector ปรับระดับ เปิด-ปิด อัตโนมัติ พร้อมไฟ LED Daytime Running Light ที่น่าจะมาแบบนี้ตั้งนานแล้ว มือจับเปิดประตูปรับปรุงใหม่แบบ Grip-Type พร้อมแถบโครเมี่ยม ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว แบบทูโทนลวดลายใหม่เช่นกัน และล้ออัลลอยด์ทูโทน นาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่น ESPORT รวมไปถึงชุดโคมไฟท้ายที่ออกแบบใหม่ปรับเปลี่ยนสีสันเป็นแบบทูโทน พร้อมไฟ LED แบบ Light Guiding โดยรวมถือว่าเป็นการปรับปรุงที่มาถูกทางแล้ว แม้จะมาช้าไปหน่อยแต่ถือว่าสวยงาม หรูหรา และน่าจับจองเป็นเจ้าของมากยิ่งขึ้น สำหรับอัลติสรุ่นนี้ โดยเฉพาะด้านหน้ารถยนต์ที่ออกแบบมาค่อนข้างลงตัวบวกกับเส้นไฟ Daylight ที่ทำให้ตัวรถดูดีขึ้น

ห้องโดยสาร Toyota Corolla Altis เบาะหลัง Toyota Corolla Altis

ในส่วนของภายในอัลติสโฉมนี้ ต้องบอกเลยว่ารุ่นก่อนปรับโฉมมีเสียงตอบรับจากลูกค้าและผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการดีไซน์ค่อนข้างหนาหูเลยทีเดียวเรื่องการดีไซน์ที่สู้คู่แข่งไม่ได้ ด้วยความที่โตโยต้าต้องการเน้นการใช้งานง่ายและเน้นความเรียบหรู แต่ผลตอบรับกลับไม่ค่อยดีเท่าที่ควร รุ่นนี้มีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะช่องแอร์เจ้าปัญหาที่ถูกปรับปรุงมาเป็นแบบวงกลมหมุนได้รอบทิศ ซึ่งทำให้โดยรวมดูสวยและวัยรุ่นขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง การปรับปรุงแผงควมคุมบริเวณด้านล่าง จอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ที่เปลี่ยนจากระบบหมุนเป็นระบบดันขึ้น-ลง แทน พร้อมตัวหนังสือดิสเพลย์สีฟ้าซึ่งดูดีมากขึ้นและภายในจากเดิมที่มาพร้อมสีแบบทูโทน (สีดำ-สีเบจ) ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าดุและแก่เหมาะกับผู้ใหญ่มากกว่า รุ่นนี้ก็ถูกปรับปรุงเป็นสีดำล้วน ผนวกกับการดีไซน์ใหม่ทั้งหมดทั้งช่องแอร์ แผงควบคุมต่างๆ ซึ่งถือว่าลงตัวและน่าใช้งาน จับกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นอีกด้วย แต่สำหรับภายในแบบ (สีดำ-สีเบจ) ก็ยังทำตลาดอยู่เหมือนเคยไม่ได้ตัดออกไปแต่อย่างใด นอกจากนี้ออพชั่นต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาอย่างจัดเต็ม เช่น ระบบถุงลมนิรภัยรอบคันที่เพิ่มเป็น 7 ลูก มีมาให้ตั้งแต่รุ่นล่างสุด รวมไปถึงการเพิ่มช่องต่อ USB ที่มีมาให้รวมถึง 3 จุด (บริเวณคอนโซลหน้า 1 และ ด้านหลัง 2 ช่อง) ก็มีมาให้ตั้งแต่รุ่นล่างเช่นกัน

ทางด้านขุมพลังโตโยต้า โคโรล่า อัลติส รุ่นปรับโฉมใหม่ ไม่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ยังมาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC Dual VVT-i ขนาด 1.6 ลิตร 125 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 157 นิวตันเมตร ที่ 5,200 รอบต่อนาทีและเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง DOHC Dual VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85 ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT-i ที่มีการปรับเปลี่ยนเกียร์เองได้ 7 สปีด ด้วยการเปลี่ยนที่เกียร์ หรือ Paddle Shift ในรุ่นที่มี

เกียร์ Toyota Corolla Altis

จุดเด่นอีกประการสำหรับรุ่นนี้คือ ระบบขับขี่แบบโหมดสปอร์ตที่เพิ่มเติมปุ่มเปิด-ปิด บริเวณด้านล่างฐานเกียร์เพิ่มเติมเข้ามาครั้งแรก เพื่อการขับขี่ที่มีการตอบสนองเร้าใจ ทุกการเร่งแซงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการได้ทดลองใช้อัตราการทดเกียร์ อัตราการเร่งมีการติดเท้ามากยิ่งขึ้น แต่ไม่ถึงกับกดแล้วมาจนหลังติดเบาะแต่อย่างใด การเร่งแซงไว้ใจได้ ขับขี่สนุกสนานมากขึ้น จุดเด่นๆ อีกประการรองลงมาจากรูปลักษณ์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ตมากยิ่งขึ้นแล้ว ก็น่าจะเป็นเรื่องของระบบช่วงล่างที่ทางโตโยต้าเปิดเผยว่าอัลติสรุ่นปรับโฉมรุ่นนี้มีการปรับปรุงระบบช่วงล่าง โช็คอัพ ระบบกันสั่นสะเทือน รวมไปถึงบุวัสดุเก็บเสียงเพิ่มเติมเข้ามา ทางด้านช่วงล่างมีการปรับเซ็ตจูนค่าความหนืด และระยะรีบราวน์ของโช็คอัพให้มีความหนืดมากขึ้นจากรุ่นก่อน ซึ่งจากทดลองขับทั้งรุ่น 1.8 V และตัว ESPORT ทั้งสองรุ่นเปลี่ยนไปค่อนข้างมากทีเดียว รุ่นปรกติช่วงล่างมีความกระชับมากยิ่งขึ้น เข้าโค้งมั่นใจ จากการทดสอบขับขี่ในช่วงความเร็ว 120 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ตัวรถยังคงนิ่งไม่มีอาการโคลงเคลง ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก็เช่นกัน

ในส่วนตัว ESPORT ก็ปรับปรุงให้มีความหนืดและกระชับมากขึ้น ค่าความแข็งของสปริงที่ปรับเปลี่ยน ทำให้ขับขี่สนุกสนานมากขึ้น ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีการตอบโจทย์ที่แตกต่างกัน ผลมาจากระบบการเซ็ตโช็คอัพ และขนาดของล้อและยาง ที่รุ่น ESPORT เลือกใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางซีรีส์ต่ำ ความกระด้างจะเห็นผลมากกว่ารุ่นปรกติเล็กน้อย แต่แลกมากับความสนุกสนานและมั่นใจ อัตราการเร่งแซงรุ่นนี้มีการเพิ่มปุ่มขับขี่แบบ Sport เข้ามาทำให้กดใช้งานในช่วงที่ต้องการเร่งแซงหรืออยากขับขี่แบบสนุกสนานได้ ระบบความปลอดภัยจัดเต็มในราคาเท่าเดิม ด้วยการเพิ่มถุงลมนิรภัยจาก 2 ลูก เป็น 7 ลูกรอบคัน ทุกรุ่นย่อยระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันหรือ HAC ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางลาดชันก็มีมาให้ (ทุกรุ่นย่อย ยกเว้นรุ่นเกียร์ธรรมดาหรือตัวล่างสุด) ช่อง USB เพิ่มเป็น 3 ช่องรอบคัน (ทุกรุ่นย่อย) ระบบปรับอากาศพร้อมกรองอากาศ นาโนอี (Nanoe) เทคโนโลยีสร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบ ช่วยถลอมผิวให้ชุ่มชื้น ขจัดกลิ่นภายในรถยนต์ (มีเฉพาะรุ่นท็อป 1.8 V) กับออพชั่นต่างๆ มากมายที่อัดแน่น แต่ราคาทำตลาดยังเท่าเดิมทุกรุ่นย่อย ถือว่าคุ้มค่าหากมองรุ่นนี้อยู่ในช่วงนี้

ในส่วนรุ่น 1.8 V ปรกติ จะให้ความกระชับในระดับหนึ่งที่น่าจะถูกใจผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องการขับด้วยความเร็วสูงมากมายนัก อาจจะเป็นผู้ใหญ่หรือรถครอบครัว น่าจะตอบโจทย์ในกลุ่มนี้มากกว่า ในส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันจากการทดสอบที่มีการสลับขับขี่ทั้งความเร็วสูงและขับขี่ปรกติทั่วไป อัตราการบริโภคในรุ่น 1.8 V ที่ได้ทดสอบ จะอยู่ราวๆ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าไม่ได้เลวร้าย ก็ถือว่าเป็นรถยนต์ ซี-เซกเมนต์ อีกรุ่นที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น แม้คู่แข่งแต่ละรุ่นจะค่อนข้างแข็งไม่เบา แต่อัลติสแม้จะไม่มีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวเท่า แต่การขับขี่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าแบรนด์อื่นเท่าไรนัก รวมไปถึงการจับกลุ่มตลาดที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย

และประเด็นสุดท้ายคือ ศูนย์บริการโตโยต้า ที่ถือเป็นจุดแข็งของโตโยต้า ไปที่ไหน เสียทีไหน ก็สามารถซ่อมได้ทุกทีจริงๆ สำหรับบ้านเรา เช่นเคยก่อนจะซื้อรถยนต์รองขับให้ครบทุกรุ่นที่ต้องการเพื่อหาคันที่ชอบที่สุดสำหรับคุณเองนะครับผม

อ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับรถ Toyota Corolla Altis Minor Change