อัพเดท : 26 มิถุนายน 2560

นิยามของความคุ้มค่า ที่เหนือระดับ!!

Toyota Vellfire

Toyota Vellfire ถูกยกให้เป็นรถระดับหรูมาดผู้บริหารแต่ราคาอยู่ในระดับที่สามารถเอื้อมถึง เหมาะสมกับรูปลักษณ์ที่ดูแกรนด์ หลายๆคนเคยพิสูจน์มาแล้วว่าคุณภาพจะสมกับคำร่ำลือหรือไม่ ส่วนใครที่ยังไม่เคยลอง บทความนี้จากคุณ ณัฐยศ ชูบรรจง เว็บไซต์ autodeft จะทำให้คุณเข้าใจและรู้จัก Toyota Vellfire ได้มากขึ้นครับ

ในชีวิตนี้พูดถึงการทดสอบรถยนต์เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่าวิธีการทดสอบรถยนต์จะมีหนทางที่ทราบได้อย่างเดียว คือการขับใช้งานจริงๆบนถนนที่เรารู้จักมักจี่กันดี แต่ผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่ทราบมาก่อน เชื่อไหมว่านักทดสอบรถยนต์ที่เจ๋งจริงเขาจะรับรู้ความรู้สึกในตัวรถได้ก่อนที่เขาจะต้องขับมันด้วยซ้ำไป… การขับไม่ได้บอกข้อดีของรถคันนั้นเสมอไป นั่นเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้มายาวนานซึ่งตามปกติเมื่อมาถึงงานทดสอบรถยนต์หลายคนอาจจะต่างอยากแย่งชิงที่จะขับรถคันนั้นๆก่อนเพื่อที่จะได้บอกท่านผู้อ่านว่ามันเป็นอย่างไร แต่ครั้งนี้การทดสอบ Toyota Vellfire เกมแย่งกันขับกลับกลายเป็นเป่ายิงฉุบแย่งกันนั่ง….ในเจ้าที่สุดแห่งความหรูที่เชื่อว่าหลายคนก็มองอยู่และคงคิดว่าถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตประสบความสำเร็จอะไรก็ตามจะซื้อมันมาไว้ในโรงรถที่บ้านอย่างแน่นอน

 

อย่าแปลกใจถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ …และรู้สึกเหมือนผมอ่านใจท่านผู้อ่านได้ แต่นั่นเป็นความจริงกว่าครึ่งของคนที่หันมาคบเจ้ารถยนต์อเนกประสงค์สุดหรูชื่อกระฉ่อนในยุคนี้ Toyota Alphard ซึ่งในรุ่นก่อนหน้านี้เพื่อให้ความหรูหรามาบรรจบกับความสปอร์ตพวกเขาก็เพิ่งเริ่มแนะนำ Toyota Vellfire ในตลาดประเทศญี่ปุ่น แต่ความลงตัวในสไตล์ที่แตกต่างก็ทำให้ผู้นำเข้าอิสระหิ้วมันเข้ามาให้เศรษฐีไทยได้จับจอง ทว่าครั้งนี้ทาง Toyota Motor Thailand จัดหนักมาเต็มด้วยการแนะนำรถยนต์ Toyota Alphard และครั้งแรกกับการนำ Toyota Vellfire เข้ามาวางจำหน่ายเองเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนเกมสำคัญที่ทำให้ค่ายผู้นำเข้าอิสระ …หวั่นไหวไม่น้อย

พบครั้งแรกกับ Toyota Vellfire เป็นอะไรที่ทำให้นึกถึงวันวานมาก ถ้าบอกคุณคงจะไม่เชื่อว่าก่อนที่ผม นาย Bonn จะมาเป็นนักทดสอบอย่างที่หลายท่านรู้จักในวันนี้ เมื่อช่วงจบชีวิตปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ผมนี่คลุกคลีกับรถหรูพวกนี้มาแล้วในฐานะพนักงานขายรถนำเข้า ซึ่งช่วงนั้นทำงานเอามันส์สนุกและ Toyota Alphard เป็นรถที่ผมคุ้นเคยกันดี เรียกว่านั่งทุกวันที่โชว์รูมจนรู้ทุกฟังก์ชั่นในรถอย่างครบครัน

วันนี้เราจะได้มีโอกาสสัมผัสเจ้ารถยนต์ Toyota Vellfire ร่างของความสปอร์ตหรูรามีระดับเดินทางในสไตล์ของผู้บริหาร.. แต่ถ้าคุณมองหารถยนต์แบบนี้ในราคาที่สมน้ำสมเนื้อ บอกเลยว่ามันน่าประทับใจเทียบกันกับ Toyota Alphard รถยนต์อเนกประสงค์สุดหรู Toyota Vellfire เป็นหนังคนละม้วนแม้จะมาจากพื้นฐานการวิศวกรรมเดียวกันด้วยการออกแบบให้ความหรูหรามีระดับดูภูมิฐาน และแอบคราบความสปอร์ตไว้ในตัวตนเป็นไปได้ทั้งหมดในรถคันเดียว

รีวิว Toyota Vellfire

การให้รายละเอียดด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมมาพร้อมโคมไฟหน้า LED Projector พร้อมไฟ Day Time Running Light ติดตัวบอกความหรูหราในตัวตนให้เส้นสายที่เป็นคมสันรอบคันสอดรับเข้ากับไฟท้าย LED รมดำ พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว ให้ยางขนาด 235/50/R18 ตอบโจทย์ในการเดินทางจนทุกมุมมองของ Toyota Vellfire งามสง่าน่าดูน่าหลงใหลไม่น้อย ความสง่าในแบบผู้นำยิ่งลงตัวมากขึ้นเมื่อคุณเปิดประตูห้องโดยสาร ถ้าอยากเป็นผู้นั่งแบบผู้บริหารมาเองก็สะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้าเปิดได้ทั้งซ้ายและขวาตามแต่คุณท่านจะสั่งให้โชเฟอร์เปิด หรือถ้าอยากขับเองกดเปิดจากรีโมทก็ได้ ซึ่งนอกจากจะสั่งการทำงานประตูสไลด์ไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถสั่งการทำงานฝาท้ายได้ด้วย แต่ถ้าคุณเผลอเปิดเองทางด้านหลังมันกลับเป็นอัตโนมือเสียแบบนั้นไม่ใช่ไฟฟ้าเล่นเอางงๆไปเล็กน้อย

เปิดประตูทางด้านหน้าก็จะพบความลงตัวกับที่นั่งคนขับแสนสบาย ลืมไปเลยคำว่านี่มันตำแหน่งโชว์เฟอร์ เพราะมันล้ำสมัยไม่ต่างจากรถหรูชั้นนำด้วยเบาะนั่งคนขับปรับฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบเลื่อนตำแหน่งเบาะเข้าออกโดยอัตโนมัติ รวมถึงยังมีความจำตำแหน่งที่นั่งมากถึงสามโปรแกรมเลยทีเดียว ส่วนคนนั่งด้านหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง ออกแบบมาให้นั่งสบายพอสมควร

ภายในห้องโดยสาร โตโยต้า Vellfire

แต่ถ้าอยากสบายสุดๆแบบว่าขึ้นรถมาแล้วสักพัก Shut down ตัวเองให้คนขับพาวาร์ปกลับบ้านในชั่วพริบตา แนะนำเบาะนั่งแถวแรกที่ออกแบบมาในสไตล์เบาะนั่ง VIP คล้ายคุณโดยสารเครื่องบินชั้น First Class มีที่รองขาเสร็จสรรพ สามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงยังมีโต๊ะกลางถ้าต้องการแต่จะว่าไปที่ทางค่ายสามห่วงลืมคงเป็นโต๊ะตรงที่นั่งหน้าตำแหน่งนี้ ที่อาจจะจำเป็นเผื่อคุณต้องเปิดคอมติดต่องานอย่างเร่งด่วน หรือว่าไปงานสายและศรีภรรยาอาจจะโยนปิ่นโตมาให้ทานข้าวระหว่างทาง … เจ้าโต๊ะหน้าที่นั่งจะเป็นประโยชน์อัศจรรย์อย่างยิ่งยวด ซึ่งอาจจะเอาวิธีการพับซ่อนแบบเครื่องบินมาใช้ก็ได้เชื่อเถอะว่าต้นทุนไม่กี่บาทหรอกนะ แต่ได้ใจลูกค้าไปเลย

เหลียวมองหลังยังมีที่นั่งอีกสามที่รองรับลูกสมุนติดตาม ถ้ามี ..แต่ถ้าคุณจะต้องเปลี่ยนคันนี้ไว้ใช้ขนของบางประการก็พอได้ เพราะเบาะตอนหลังสามารถปรับพับแขวนให้พื้นที่ขนของได้อีกนิดหน่อยยามจำเป็นต้องใช้งานมากกว่าแค่เพื่อดูดียามเดินทาง และที่น่าจะถูกใจใครที่มองหายนตรกรรมสุดหรูเพื่อบอกฐานะ คงจะถูกใจมากที่สุดเป็นการตกแต่งด้วยสีดำทั้งห้องโดยสาร และเบาะนั่งในรถยนต์ Toyota VellFire ที่วางจำหน่ายโดย Toyota ทั้งหมดกลับมาพร้อมเบาะหนัง เหนือชั้นกว่าค่ายผู้นำเข้าอิสระหลายรายที่นำรถเข้ามาตอบโจทย์ก่อนหน้านี้ รวมถึงตัวรถยังมาพร้อมระบบฟอกอากาศแบบ Nanoe ช่วยให้ไร้กลิ่นเชื้อโรคและมลพิษ แถมยังมีไฟซ่อนบนฝ้าที่สามารถเปลี่ยนได้ 16 เฉดสีตามอารมณ์ต้องการ แต่เด็ดสุดนั่นก็คงไม่พ้นมูนรูฟคู่ช่วยให้คุณเฉิดฉายหากปีนออกไปมองรถติดในเขตเมือง

แต่ท้ายสุดถ้าการจราจรมันน่าเบื่อนักก็ยังฆ่าเวลาได้กับที่สุดของระบบความบันเทิง CD/ DVD/ MP 3 แถมยังสามารถเชื่อมต่อระบบ Bluetooth และช่องสัญญาณเสริม AUX ได้ตามต้องการ ทำงานผ่านจอสัมผัสทางด้านหน้า 7 นิ้ว ส่วนผู้โดยสารตอนหลังเต็มคราบความสนุกผ่านจอขนาด 10.2 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบเครื่องเสียงสนั่นประดุจโรงภาพยนตร์เคลื่อนที่มากับลำโพงมากถึง 8 จุดเลยทีเดียว เต็มอิ่มครบครันขนาดนี้เชื่อเลยว่าใครก็คงอยากนั่งมากกว่าขับ ..ไม่แปลกที่ท้ายสุดแล้วผมจะถูกผลักใสไล่ส่งมาให้เป็นโชว์เฟอร์จำเป็นในการขับรถพาทุกคนลี้ภัยจาก กทม.สู่ปลายทางปราณบุรีกัน

คงจะรู้สึกดีถ้ารถที่คุณขับมีคนคาราวะตลอดเวลา แน่นอนแม้คุณอยู่ในตำแหน่งคนขับเจ้า Toyota Vellfire ก็ยังเป็นรถที่ดูมีเกียรติ มันไม่ได้ทำให้คุณดูเหมือนคนขับรถแต่อย่างใด… ผมใส่เกียร์เดินหน้าพร้อมออกเดินทางหลายคนมักจะติดว่ารถยนต์อเนกประสงค์สุดหรูอย่าง Toyota Vellfire ที่มีขนาดไม่ต่างจากกระบะคันโตด้วยความยาว 4,930 เมตร กว้าง 1,850 เมตร และสูง 1,895 มม.น่าจะขับยากเอาเรื่อง แต่มันกลับตาลปัดเมื่อค้นพบว่าการขับรถคันนี้ง่ายดายเกินคาดที่จริง ถ้าคุณไม่เน้นว่าจะต้องนั่งเป็นคุณชายตอนหลังตลอดเวลาการมาขับรถคันนี้เองก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่มีความแตกต่างออกไป

เชื่อไหมว่าเจ้ายักษ์หรูคันนี้มันขับง่ายพอๆกับคุณขับรถอีโค่คาร์ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยที่มีน้ำหนักเบาสบายมือยามควงรถเข้าออกที่จอดรถ รวมถึงพี่ยามเป็นตัวช่วยสำคัญที่มักจะวิ่งมารวดเร็วอย่างแข็งขัน นี่ยังไม่นับพวกอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับขี่ภายในรถ อย่างเช่นที่ได้ใช้บ่อยแน่ก็ไม่น่าจะพ้นกล้องมองหลัง และถ้าคุณต้องผจญที่แคบมากๆจริงๆอย่างที่จอดรถในห้างเก่าๆบางที่ สัญญาณเตือนกะระยะรอบคันสามารถช่วยคุณได้พอสมควรในการขับขี่ไม่ให้ตัวรถหรูต้องบาดเจ็บ ใน Toyota Vellfire ใต้เรือนร่างหรูของรถคันนี้มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Dual VVti สามารถทำกำลังสูงสุดได้ถึง 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดเร้าใจ 235 นิวตันเมตรที่ 4,100 รอบต่อนาที พละกำลังส่งลงระบบเกียร์ CVT 7 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการปรับอัตราทดสนองตอบต่อการขับขี่อย่างด้วยช่วงอัตราทดใหม่ 2.571 – 0.390 ซึ่งเทียบกับ Toyota  VellFire รุ่นเดิม ที่มีใช้เกียร์แบบเดียวกันแต่มีอัตราทดระหว่าง 2.396 – 0.428 เห็นได้ชัดว่าชุดเกียร์มีการปรับทั้งอัตราทดช่วงออกตัวและเกียร์ท้ายสุดในการเดินทางใหม่ทั้งหมด ช่วยเพิ่มสมรรถนะในระหว่างการขับขี่

เครื่องยนต์ Toyota Vellfire

ออกตัวช่วงแรกจากโรงแรมสุดหรูย่านใจกลางกรุงเทพ Toyota Vellfire เริ่มสร้างความประทับใจเราด้วยการขับขี่ที่ง่ายดายจากการใช้พวงมาลัยที่ให้น้ำหนักเบาสบายมือกำลังดียามเดินทางในเมือง ส่วนกำลังจากเครื่องยนต์ที่หลายคนอาจจะหวั่นว่าเครื่อง 2.5 ลิตรจะไหวไหมกับร่างอเนกประสงค์ที่มีพิกัด 2,590 กก. ขอบอกเลยว่าสบายมาก แม้ว่าการขับขี่ Toyota Vellfire อาจจะไม่ได้ความสปอร์ตอะไรมากมาย แต่มันก็ดีพอที่จะพาตัวรถและผู้โดยสารเดินทางแบบผู้ดี และพอจะรีดสมรรถนะนำได้บ้างในยามต้องการ เช่นช่วงเร่งสั้นๆเพื่อไปให้ทันไฟเขียวเป็นต้น

 

การขับขี่ Toyota Vellfire ช่วงแรกของเราสบายสุดๆกับการติดหนึบของการจราจรในกรุงเทพ ซึ่งหลายคนอาจจะเป็นที่กังวลในเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมันแต่เจ้ายักษ์ใหญ่คันนี้สบายมากด้วยระบบหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วคราวที่มีมาให้เราได้ใช้งาน มันช่วยลดมลภาวะแต่ที่สำคัญยิ่งกว่าทำให้รถประหยัดน้ำมัน ตัวระบบเครื่องยนต์จะหยุดทำงานตามการประมวลผลที่เหมาะสมจากระบบสั่งการตามเงื่อนไขการทำงานที่ตั้งเอาไว้ และถ้าอุณหภูมิในห้องโดยสารเพิ่มขึ้นเครื่องยนต์ก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ให้คุณสบายไม่ต้องบ่นว่าร้อนอบอ้าว แถม Toyota แย้มว่าระบบปรับอากาศที่คุณอาจจะไม่รู้สึกแตกต่างนี้พวกเขาได้ออกแบบชุดคอยย์เย็นให้สามารถกักเก็บอุณหภูมิได้ดีเป็นพิเศษแม้ชุดคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานขณะดับเครื่องยนต์ ใครที่คิดว่าจะต้องขับเองบ้างเป็นบางเวลาการขับ Toyota Vellfire ช่วยรถติดก็แสนง่าย คุณไม่ต้องอัพแอนด์ดาวน์เกร็งหน้าขาขวามากมายในการเหยียบเบรก ด้วยการแนะนำระบบ Brake Hold เพียงกดปุ่มที่คอนโซลกลางค้างไว้ประมาณ 3 วินาที ระบบเบรกจะทำการค้างแรงดันเบรกเอาไว้ช่วยให้ง่ายในการขับขี่มากขึ้น

Brake Hold Toyota Vellfire

ยังดีที่เราไม่ต้องผจญรถติดนานนัก เราขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าสู่นอกเมืองผ่านทางเส้นทางถนนพระราม 2 ถนนประจำของการขับลงใต้ของใครหลายคน ช่วงแรกของการขับขี่ ถนนหนทางเมืองไทยเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ในวันที่ขับ Toyota VellFire ปรากฏถนนสายนี้ในช่วงก่อนแสมดำมีการทำทางชุดใหญ่ลอกผิวหน้าถนนเสียเหี้ยน จนรถที่ขับขวักไขว่ไปมา ขับกันเสียฝุ่นตลบ

ถึงแม้ว่าการถนนจะไม่เป็นใจ แต่ถ้าคุณมากับ Toyota Vellfire มันไม่ต่างอะไรจากคุณขี่พรมวิเศษของอาละดิน รถเซทระบบกันสะเทือนแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ทางด้านหน้าพร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลัง จากระบบทอร์ชั่นบีมที่ใช้มายาวนานถูกเปลี่ยนเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ซึ่งให้ผลดีในการซับแรงกระแทกมากๆ แม้ว่าช่วงล่างที่ออกในทางเน้นความนุ่มนวลในการขับขี่พอๆกับการตอบโจทย์เรื่องการเกาะถนนแบบแน่นหนึบแต่ไม่กระด้าง คุณพอสามารถสัมผัสถนนได้อยู่บ้าง แต่เมื่อรวมกับการใช้ยางแก้มที่ค่อนข้างสูงแล้วมันกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในการขับขี่อย่างไม่น่าเชื่อจนถนนที่น่าจะสั่นสะเทือนไปทั้งคันรถเหลียวมองกระจกหลังไปผู้โดยสารกลับนั่งสบายไร้ความรู้สึกว่านี่เรากำลังขับผ่านช่วงที่ถนนไม่ดี

นอกจากช่วงล่างแล้ว เรื่องของการบุเสียงในห้องโดยสารก็มีส่วนสำคัญต่อสัมผัสความสบายในการเดินทางและในข้อนี้ Toyota Vellfire ไร้ข้อกังขาแม้จะต้องยอมรับว่าทรวดทรงรถที่ออกแบบมาทรงกล่องจะมีลมเล็ดบ้างเมื่อใช้ความเร็วสูงก็ตามที ขับขี่นอกเมืองแบบนี้ Toyota Vellfire ให้สัมผัสในการขับขี่ที่ดีมากมันสะดวกสบายด้วยระบบ Cruise control ซึ่งหากใช้เป็นก็ช่วยลดภาระในการขับขี่ของคุณไปได้มากโขทีเดียว น่าเสียดายที่ในรถยนต์หรูที่มีราคาค่าตัวถึงสามล้านบาทยังไม่ใช่ระบบ Adaptive Cruise Control สามารถปรับความเร็วได้อัตโนมัติเหมือนที่มีมาให้ใน Toyota Camry ทั้งที่มีราคาค่าตัวมากกว่าเท่าตัว

 

แม้จะมีคำอธิบายจาก Toyota มาในเรื่องของการเป็นรถยนต์นำเข้าทำให้บางออพชั่นที่ถูกกำหนดเดิมในญี่ปุ่นไม่สามารถปรับเปลี่ยนการวิศวกรรมได้ ..เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้อยู่บ้างแต่ในยามเดินทางแบบนี้และรถลักษณะนี้ก็ใช้ในการเดินทางไกลบ่อยครั้ง ถ้ามีมาให้จะดีต่อคนขับที่อาจจะเหนื่อยล้าจากาการเดินทางมากพอสมควรเลยทีเดียว ในระหว่างการเดินทางเรามีผู้โดยสารสี่คน เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ก็ขับได้อย่างสบายไม่ต้องเค้นให้เครื่องยนต์กระเหี้ยนกระหือรืออย่างที่หลายคนอาจจะคิดว่ารถยนต์ระดับนี้น่าจะต้องเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่กับเจ้า 2.5 ลิตรนี้ก็เร่งได้ทันใจพอตัว ถ้ายังไม่สะใจคุณก็สามารถเข้า Sequential mode ให้สับตามอำเภอใจเร้าอารมณ์ในการขับขี่ และการเดินทางนอกเมืองนิ่งๆแบบนี้ที่ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม. Toyota Vellfire ใช้รอบเครื่องต่ำมากเพียง 2,100 รอบต่อนาที

และท้ายสุดก่อนที่ผมจะส่งไม้ต่อให้สื่อท่านอื่นมาขับให้ผมนั่งต่อไปยังปลายทางตัวเลขที่หน้าปัดแสดงข้อมูล TFT ขนาด 4.2 นิ้วบนเรือนไมล์ดีไซน์สปอร์ต ตอบเรื่องของอัตราบริโภคน้ำมันมันที่ 10.6  ลิตร/ 100 ก.ม. หรือตกราวๆ 9.43  ก.ม./ลิตร

 

ตัวเลขที่หน้าปัดแสดงข้อมูล TFT ของ Toyota Vellfire

ได้เวลาลองนั่งสัมผัสที่สุดแห่งความสบายแล้ววว ว …ถ้าถามเจ้าของ Toyota Vellfire หรือ Toyota Alphard ส่วนใหญ่ว่าเขาซื้อรถยนต์มูลค่าหลายล้านบาทมาทำไม? เชื่อเลยว่าคนจำนวนมากจะต้องตอบว่าเพื่อมานั่ง แล้วทำไม…ผมจะต้องมารับบทสารถีตลอดเวลาจริงไหมครับ …

ตลอดช่วงเวลาแห่งการขับขี่รถ Toyota Vellfire ให้สัมผัสที่น่าประทับใจ แต่เมื่อคุณมีโอกาสมานั่งเบาะแถวสองตอนหลังมันน่าประทับใจมากกว่าแบบที่คุณไม่อาจจะคาดคิดด้วยที่นั่งที่ออกแบบมาในสไตล์ของเบาะนั่ง VIP ปรับไฟฟ้า อย่าแปลกใจที่เจ้าเบาะนี้จะพาคุณเฝ้าพระอินทร์อย่างรวดเร็ว ความสบายของเบาะนั่งตอนสองถือเป็นที่สุดของการพักผ่อน แม้ว่าในหลายปีที่ผ่านการทดสอบรถยนต์มาจะผ่านการนั่งรถตู้มากมายหลายครั้ง แบบที่เป็นรถตู้หรูก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะพวก Hi-Ace แต่ง VIP แต่การออกแบบเบาะนั่งของ Toyota Vellfire ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ดีที่สุดของรถด้วยการพยายามให้พื้นที่การนั่งที่ดี ความสบายเข้ากับสรีระของผู้นั่งสูงสุด

น่าเสียดายที่ความสบายนี้กลับขาดบางออพชั่นที่ผู้บริหารอาจจะต้องใช้งาน อย่างโต๊ะหน้าที่นั่งซึ่งอาจจะเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อต้องรีบด่วนช้อนหุ้นที่กำลังร่วง หรืออาจจะเป็นการรับประทานอาหารอย่างเร่งรีบภายในรถ บางทีตรงนี้อาจจะจำเป็นก็ได้ รวมถึงความทันสมัยของพวกอุปกรณ์พกพาติดไม้ติดมือในวันนี้อาจจะต้องการพวกช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จไฟยามเดินทาง หรืออย่างน้อยที่สุดตำแหน่งที่จุดบุหรี่ แต่จะให้ดีก็น่าจะมีเจ้าเสียบแบบ 220V มาให้ แต่มันกลับไม่มีมาให้มากมายเท่าที่คิดนักใน Toyota Vellfire และมันจะดียิ่งกว่านี้อีกถ้าในรถจะสามารถมี Wifi ในตัวให้ธุรกิจเดินสะดวกสมเป็นรถของผู้บริหารอย่างแท้จริง

เบาะที่นั่งของรถ Toyota Vellfire

ด้านที่นั่งในเบาะแถวสองตอนหลัง แม้จะเป็นเบาะปรับพับได้แต่ยังนั่งได้อย่างสบายเกินคาด ที่ผ่านมา Toyota Alphard มักมีข้อครหาเรื่องเบาะแถวหลังที่นั่งไม่สบายนัก เนื่องจากการเซทระบบกันสะเทือนในสไตล์ของระบบทอร์ชั่นบีม ทำให้แรงกระแทกยู่ด้านหลัง ….แต่ในรุ่นใหม่นี้ปัญหาดังกล่าวหมดไปมันนั่งได้สบายขึ้นขอบคุณ Toyota ที่เปลี่ยนระบบกันสะเทือนมาเป็นแบบ Double Wish Bone ช่วยให้แรงกระแทกไม่เข้าสู่ห้องโดยสารมากจนเกินไป ทำให้แม้แต่ผู้ติดตามเจ้านายอย่างเลขาแสนสวยก็นั่งได้อย่างสบายใจไม่เมารถ หรือกาแฟหกรดเสื้อจนหมดสวย

แถมถ้าคุณชอบรับลมชมแดด ลองสัมผัสหลังคามูนรูฟเปิดมันท่ามกลางเมืองกรุงแล้วผุดขึ้นไปสูดอากาศเปลี่ยนมุมมองดูบ้าง..เชื่อเลยว่าสัมผัสในรถยนต์ Toyota VellFire จะให้อะไรที่สร้างสิ่งใหม่ๆให้กับคุณมากๆจนไม่คาดคิดว่านี่คือยนตรกรรมจากค่ายรถยนต์ Toyota เลยทีเดียว

สรุป เป็นตัวหรูก็ได้ เป็นรถครอบครัวก็ดี…การมองหายนตรกรรมสุดหรูมาใช้อย่างรถยนต์ Toyota Vellfire เชื่อเลยว่าหลายคนคงจะคิดว่าจะซื้อรถแบบนี้ก็มาใช้เพื่อแสดงสถานะทางสังคมเพียงอย่างเดียว แต่หลายคนมักจะลืมไปว่านี่คือรถยนต์อเนกประสงค์ที่ใช้เพื่อชีวิตครอบครัวก็ได้ ในมุมมองคนไทยรถยนต์ในลักษณะของ Toyota Vellfire ที่หรูสุดขั้วในระดับคนชนชั้นกลางถวิลหานี้เป็นรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความลงตัวในการขับขี่ ออพชั่นต่างๆครบครันมากมาย การขับขี่อันแสนสบาย แม้คุณจะนั่งตำแหน่งในที่นั่งคนขับ หากมันจะสบายมากกว่าในตำแหน่งคนนั่งที่ครบเครื่องเรื่องของความสะดวกสบาย แม้อาจจะต้องพูดกันตามตรงว่าในราคา 3  ล้านกว่าบาท บางออพชั่นที่มีใน Toyota Camry ใหม่ดีกว่า แต่ก็เพียงแค่ในบางส่วนเท่านั้น

แต่หากในภาพรวมนอกจากความหรูหราสร้างสถานะทางสังคมแบบที่หลายคนมองแล้วในเรื่องของการเป็นรถยนต์ครอบครัวรถยนต์ Toyota Vellfire ใหม่ก็ยังเป็นไปได้ ในวันว่างด้วยออพชั่นความสะดวกสบายครบครัน สามารถเดินทางได้ทั้งพ่อแม่ลูก รวมถึงความสะดวกสบายขนาดนี้จะดียิ่งขึ้นกับผู้เถ้าผู้แก่ที่มีอายุมากแล้ว ทำให้ในอีกมุมหนึ่งที่หลายคนไม่เคยมองมาก่อนมันคือรถครอบครัวตัวหรูดีๆสำหรับผู้บริหารที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดีในการเดินทาง

จะว่าไปการได้มาสัมผัส Toyota Vellfire มันเป็นหนึ่งในที่สุดประสบการณ์ของการขับขี่ในรถยนต์นั่งสุดหรู ซึ่งน้อยคนนักจะมีโอกาสสัมผัส ในขณะที่หลายคนอาจจะมองตัวหรูในยามที่ชีวิตประสบความสำเร็จว่าจะต้องเป็นรถยนต์จากยุโรป บางทีเราอาจจะต้องการแค่ความสบายในการเดินทางที่ครบครัน ดูดี และสะดวกสบาย ซึ่งในงบประมาณที่ใกล้เคียงกัน กับรถยุโรปขนาดกลางดีๆสักคัน คุณสามารถครอบครอง Toyota Vellfire ที่สุดความสะดวกสบายในการเดินทางของ Toyota ได้  ..

รีวิวรถ Toyota Vellfire

อ่านบทความที่น่าสนใจสำหรับรถ Toyota Vellfire