อัพเดท : 21 กรกฎาคม 2561

ทดลองขับ Toyota Camry 2.5 G เน้นหรู

เร็ว..แรงได้ใจขับสบาย

ถามเรื่องความหรูหราผมว่า Toyota Camry 2.5 G โอเคเลยนะ รถไม่หวือหวา แต่นั่งสบายโคตรๆ ไม่ว่าคุณจะขับเร็ว ขับช้า… มันตอบโจทย์ได้อย่างดี และด้วยการเซตรถรุ่นนี้ให้เป็นตัวหรูสำหรับผู้บริหาร ในเรื่องช่วงล่างจึงออกมาค่อนข้างนุ่มนวล แต่ยังคงความมั่นใจในการขับขี่ระดับหนึ่ง…ไม่รู้สึกวิวแม้ทำความเร็วมาก

เว็บไซต์ autodeft หนึ่งในกูรูรีวิวรถ ก็ไม่พลาดที่จะทดสอบสมรรถนะรถยนต์คันหรูอย่าง Toyota Camry (โตโยต้า คัมรี่) ให้เราได้ติดตามความดีงามของเก๋ง 4 ล้อนี่กัน แต่จะดีเบอร์ไหน ไปชมพร้อมกันครับ….

จะซื้อรถยนต์นั่งสุดหรูประเภทซีดานกลางทีไร พูดชื่อขึ้นมาแล้วไซร้ Toyota Camry จะเป็นรถที่ติดโผมาเป็นอันดับแรกๆ และตั้งแต่เปิดตัวมา รถรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ทำให้หลายคนสนใจ โดยเฉพาะการปรุงโฉมเมื่อปีกลายเพิ่มเสน่ห์การออกแบบอย่างลงตัว เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ก็เป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่มความลงตัวเร้าใจ ในราคาที่จับต้องได้ ส่วนรุ่นไฮบริดก็ให้อะไรมามากมาย ทว่าในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เรากลับมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ที่ผ่านมา Toyota Camry 2.5 G เป็นรถรุ่นที่ถูกนำมาใช้การกิจของบรรดาบริษัทห้างร้านต่างๆ เนื่องจากรถมีสมรรถนะดี อย่าแปลกใจที่คุณพบเห็นมันมากมาย แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของส่วนบุคคลรถรุ่นนี้จริงๆ หรือจะมีก็น้อยมากๆ จนโตโยต้าเห็นทีว่าจะช้าเดี๋ยวไม่ได้การ คนจะลืมว่าเรายังขาย Toyota 2.5G ให้กับคนทั่วไปด้วยเช่นกัน หาใช่จะเน้นเป็นรถบริษัท รถโรงแรมอย่างที่เข้าใจกัน จนจะเสียภาพลักษณ์คล้ายกับที่เราพบว่า Altis ส่วนใหญ่เป็นรถแท็กซี่

เจอหน้าค่าตางวดนี้ไม่ต้องสาธยายมากมายอะไร Toyota Camry 2.5 G หน้าตาละม้ายคล้ายกับเจ้า Toyota Camry รุ่น 2.0 G ตัวรถมุ่งเน้นความหรูหรา รุ่นใหม่ดุมีความทันสมัยในการออกแบบมากยิ่งขึ้นสะบัดความหรูหราให้ลงตัวไปกันได้ ด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Day time Running Light  ในโคม มันดุลงตัวกับกระจังหน้าแบบ Mesh Radiator Black Grill สวมล้ออัลลอยด์ขอบ 17 นิ้วแบบ Multi-spoke ให้มาพร้อมยางขนาด 215/55/R17 กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวข้าง ด้านท้ายสง่าด้วยคิ้วโครเมี่ยม สอดรับกับไฟท้าย LED ทางโตโยต้ายังไม่ลืมใส่ด้วยการใส่ aero dynamic fin ลดแรงต้านด้านข้างตัวรถ เพิ่มความสเถียรยามขับความเร็วสูงมาให้

ตัวตนภายนอกแห่งความหรูหรา เปิดเข้ามาภายใน Toyota Camry 2.5 G ต้อนรับในภาพลักษณ์ของผู้บริหารเน้นการออกแบบที่มีเสน่ห์ลงตัวมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของมันคือความเป็นรถยนต์นั่งหรูอย่างแท้จริงที่สัมผัสได้ทันที ตั้งแต่การออกแบบห้องโดยสารเป็นแบบทูโทน เบาะนั่งคู่หน้าให้ระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมสามารถบันทึกท่านั่งได้ 2 ตำแหน่ง ด้านคนนั่งมีปุ่มด้านข้างเบาะ ให้คนขับสามารถช่วยคนนั่งในการปรับท่านั่งที่สบายมากขึ้น เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มหนังด้วยสีเบจ ดูตัดกันดีกับลายไม้ใหม่ลดความสูงวัยลงมาสักหน่อย

Testdrive-Toyota-Camry Testdrive-Toyota-Camry

ตรงหน้าคนขับให้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 4 ก้าน ด้านซ้ายเป็นฟังก์ชั่นเครื่องเสียง ด้านขวาเป็นชุดปุ่มคุมจออัจฉริยะตรงหน้าคนขับบนมาตรวัดที่และดูธรรมดาบ้านๆ เพียงเพิ่มเติมความทันสมัยจุใจด้วยโทนสีฟ้าเข้ามา ส่วนระบบ Cruise Control ให้มาเป็นสวิทช์แบบติ่ง ต้องฝึกใช้งานบ้าง แต่ไม่ยากจนเกินไป น่าเสียดายที่ทาง Toyota ยังไม่ให้ระบบ adaptive Cruise Control เข้ามาช่วยขับขี่ ซึ่งระบบจะสามารถปรับลดหรือเพิ่มความเร็วได้เองอัตโนมัติ ส่วนตัวคันเกียร์เป็นแบบ Gate Type พร้อมระบบ Sequential Shift หุ้มหนังเสร็จสรรพ ดูดีลงตัว

เรื่องการโดยสารตอนหลังสบายหายห่วง ผู้โดยสารมีช่องแอร์พร้อมพนักแขน ม่านบังแดดบังสายตาระบบยกขึ้นด้วยมือ ส่วนม่านบังแดดกระจกหลังเป็นระบบไฟฟ้า ต้องให้คนขับกดให้ใช้งานกัน อันที่จริงผว่าจะมีสวิทช์สำหรับคนนั่งตอนหลังกดใช้งานเองก็เป็นเรื่องที่เข้าท่าเช่นกัน และนอกจากที่กล่าวไป ก็มีพนักผิงแขน พร้อมช่องวางเครื่องดื่ม และผู้โดยสารสามารถล้วงหยิบของจากห้องสัมภาระท้ายได้ถ้าต้องการ

โอเค…มันไม่ใช่รถที่หวือหวาอะไรมากมายนัก คุณคงรู้สึกได้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

ด้านสมรรถนะการขับขี่ กดเครื่องสตาร์ทพร้อมออกเดินทาง ใต้เรือนร่างความหรูมาพร้อมระบบเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร แบบ 4 สูบ แถวเรียง รหัส 2AR-FE ทำงานเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยระบบ Dual VVti  ให้กำลังสุงสุด 181 Ps ที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 231 นิวตันเมตร ที่ 4,100 รอบต่อนาที ส่งกำลังลงระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่มาพร้อมระบบสับเกียร์เอง Sequential Shift การตอบสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ 2.5 หนึ่งเดียวในรุ่น ทำให้เจ้าคัมรี่คันนี้มาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่มากกว่า คุณพบได้จากอัตราเร่งของมันที่ความเร้าใจในการขับขี่ตั้งแต่ออกตัว วันนี้เส้นทางที่เรามาทดสอบ ทั้งหมด เป็นการขับรถเน้นทางยาวๆ เดินทางไกล ซึ่งแน่นอนว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ออกแบบมาเหมาะกับเส้นทางแบบนี้มากกว่า

หากเปรียบเทียบความสามารถในการขับขี่แล้ว รุ่นเครื่องยนต์ 2.5 สามารถตอบสนองอัตราเร่งดีกว่า เครื่องรุ่น 2.0 ลิตร อย่างชัดเจน คุณแค่แตะคันเร่งก็เปลี่ยนเป็นความเร้าใจ มันคือเครื่องยนต์ที่ไม่ควรพลาด ถ้าคุณเป็นผู้บริหารที่มีธุรกิจรัดตัว ทุกนาทีมีค่าเจ้า Toyota Camry คันนี้ จะให้คุณสัมผัสได้ถึงความรวดเร็วของการตอบสนองจากพละกำลังที่เหนือกว่า น่าเสียดายสักหน่อย ที่นึกว่าเครื่องยนต์บล็อกนี้ขับได้ต่างจาก 2.0 ลิตร ก็จริง ทว่าในความรู้สึกเวลาขับกลับไม่เร้าใจมากไปกว่ากันนัก นั่นเป็นความเห็นส่วนตัวของผม ทว่าหากคุณเดินทางไกล ใช้ความเร็วบ่อยครั้ง เจ้าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีกวา เครื่องยนต์มีอัตราสึกหรอน้อยกว่า จากการทำงานรอบเครื่องยนต์ต่ำกว่า ที่ความเร็ว  100  ก.ม./ช.ม. คุณจะใช้รอบเครื่องยนต์เพียง 1,700 รอบต่อนาที และที่ความเร็ว 120 ก.ม./ช.ม. ใช้รอบเครื่องยนต์เพียง 2,100 รอบต่อนาที

การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ดีและความชาญฉลาดของระบบเกียร์ ทำให้ตลอดการเดินทางของผมไม่ได้ไปแตะโหมดสับเองเลย สื่อบางท่านติงว่าทำไมไม่มี Paddle Shift มาให้ เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วย เพราะรถรุ่นนี้เป็นตัวท็อป แต่คำตอบ Toyota ง่ายดายมากว่า พวกเขาไม่ต้องการทำให้รถคันนี้เป็นรถสปอร์ต จึงไม่ใส่มาให้

Testdrive-Toyota-Camry

และด้วยการเซตรถรุ่นนี้ให้เป็นตัวหรูสำหรับผู้บริหาร ในเรื่องช่วงล่างจึงออกมาค่อนข้างนุ่มนวล แต่ยังคงความมั่นใจในการขับขี่ระดับหนึ่งเลยล่ะ… มันไม่หวิวแม้คุณทำความเร็วสูงอาจจะด้วยขนาดรถที่ใหญ่ ทำให้ได้ช่วงฐานล้อ และระยะระหว่างล้อที่กว้างด้วยส่วนหนึ่ง หากนอกจากเรื่องราวของสมรรถนะในการขับขี่แล้ว Toyota Camry 2.5 G ยังให้ระบบช่วยเหลือทางด้านความปลอดภัยใหม่ๆ เข้ามามากกว่าแค่ ABS, VSC, TRC และ BA ซึ่งเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว งวดนี้พวกเขาเพิ่มระบบ Hill Start Assisted Control เข้ามา รวมถึงยังระบบเตือนจุดอับมุมสายตา blind Spot Monitor และระบบช่วยเตือนขณะถอยรถจากมุมอับ Rear Cross Traffic Alert เข้ามาเสริมทัพในเรื่องการขับขี่

สรุป  Toyota Camry 2.5 G เน้นหรูขับสบายต้องคันนี้….อยากได้ดีกรีสปอร์ต ไป Esport

จบลงมาจากการเปลี่ยนมือนักขับผมแตะมือกับพี่อีกท่านตรงช่วงวังมะนาว ด้วยอัตราประหยัด 12.4 กิโลเมตร/ลิตร จากการขับตามความเร็วเส้นทาง มีใช้ความเร็วบ้างไม่เกิน 140 ก.ม./ชม ในทริปนี้เรานั่งกันสามคน ด้วยพี่อีกท่านมีงานติดตมมาด้วยอีก… ผมถามทาง Toyota ว่าพวกเขาเติมน้ำมันอะไรมาให้เราทดสอบ คำตอบคือ เบนซิน 95

ถามเรื่องความหรูหราผมว่า Toyota Camry 2.5 G โอเคเลยนะ รถไม่หวือหวา แต่นั่งสบายโคตรๆ ไม่ว่าคุณจะขับเร็ว ขับช้า… มันตอบโจทย์ได้อย่างดี ความสบายในการโดยสารเทียบกับคู่แข่งขาประจำผมว่าดีกว่าหลายขุม แต่กระนั้นในบางจังหวะการขับขี่อย่างคอสะพาน ก็คงต้องใช้ความระมัดระวังบ้าง  เรื่องฟังก์ชั่นมันไม่หวือหวาอลังการงานสร้าง ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของโตโยต้า อาจจะทำเอาคนรุ่นใหม่เซ็งกันบ้าง หากกับกลุ่มลูกค้ารถรุ่นนี้ มันกลับกลายเป็นเรื่องดีที่พวกเขาจะไม่ต้องเรียนฟังก์ชั่นอะไรมากมาย โดดขึ้นขับจิ้มๆ กดๆ ก็ใช้งานได้ทันที รถ User Interface Friendly สุดๆ ผู้ใหญ่คงจะชอบแน่นอน ทว่าในความดีลงตัวแบบรุ่นหรู หลายคนอาจมองว่าเจ้า Camry 2.5 G น่าจะสปอร์ตสักหน่อยไหม..คำถามนี้ ถูกตอบมาแล้วด้วย Toyota Camry Esport โตโยต้า บอกกับผมว่ามันชัดมากกว่าในแง่ความสปอร์ต

กลับมาบ้าน ผมลองแง้มดูสเป็คของ Toyota Camry Esport ก่อนอื่นหน้าตาของมันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน รถมีหลังคามูนรูฟ สปอยเลอร์หลัง ท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ ได้แป้นเหยียบแบบสปอร์ต พวงมาลัยเป็นแบบสามก้าน โดยนอกจากการตบแต่งด้วยความเป็นสเปคนอก กำลังเครื่องยนต์จึงมากกว่ารุ่น 2.5 G 3 แรงม้า เช่นเดียวกับแรงบิดเพิ่มอีก 4  นิวตันเมตร แถมช่วงล่างเซตใหม่อาจไม่หนึบนุ่มเหมือนใน 2.5 G น่าจะเรียกว่ามีความสปอร์ตเต็มอารมณ์มากกว่า ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาคุณจ่ายเพิ่มเพียง 40,000 บาทเท่านั้น

ถ้าถามว่า Toyota Camry 2.5 G น่าซื้อไหม…ผมตอบให้ว่ามันไม่ได้น่าซื้อเท่ารุ่น 2.0 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ แต่ถ้าคุณใช้รถขับทางไกล ขับเร็วบ่อยๆ ผมว่ามันก็เป็นรถที่น่าสนใจเช่นกัน แต่ถ้าอยากได้ความสปอร์ต ไปเล่น ESport ดีกว่า เว้นคุณอยากจะเอาความหรูหรา..จะคบหาก็ได้ไม่ว่ากัน