แอร์มีกลิ่นอับ ทริคแก้เบื้องต้นง่ายๆ ด้วยตัวเอง ก่อนลุกลาม (ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดในเมืองไทย)
แก้ไขแอร์
สังเกตที่มาของก่อน แก้ไข ก่อนลุกลาม…
อาการแอร์มีกลิ่นเหม็นอับเกิดได้กับรถทุกคัน หากมีปัจจัยที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับซึ่งที่พบมากที่สุด คือ การใช้น้ำหอมปรับอากาศในรถหรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความหอมที่มีส่วนของสารระเหย เพราะสารระเหยจะถูกพัดลมแอร์ดูดผ่านกรองอากาสแอร์เข้าไปสะสมภายในตู้แอร์
ทำให้เกิดกลิ่นอับ นานวันเข้าก็จะเกิดเป็นเมือก จนทำให้มีฝุ่นมาเกาะ เป็นเชื้อราและเกิดการอุดตันตามมา ส่งผลให้แอร์ไม่เย็นในที่สุด นอกจากน้ำหอมที่ทำให้เกิดกลิ่นแล้วการทานอาหารที่มีกลิ่นแรงหรือทิ้งขยะเศษอาหารเอาไว้ในรถก็จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับได้เช่นกัน
จุดสังเกตว่าแอร์เริ่มมีกลิ่นเหม็นอับ
ตอนตู้แอร์ยังไม่เย็นหรือตอนที่เปิดแอร์ครั้งแรก ลมที่ออกมาเริ่มมีกลิ่นก็จะสัมผัสได้ เมื่อตู้แอร์มีความเย็น กลิ่นก็จะลดลงจนไม่ได้กลิ่นในที่สุด ซึ่งอาการแอร์มีกลิ่นอับจะเกิดได้ง่ายช่วงอากาศร้อนหรือมีความชื้นในอากาศสูง เช่น ในฤดูร้อน
การแก้ไขเบื้องต้นเมื่อแอร์เริ่มมีกลิ่นเหม็นอับ
อันดับแรต้องรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับก่อน เช่น มีการใช้น้ำหอมปรับอากาศหรือสารให้ความหอมที่มีส่วนผสมของสารระเหยหรือไม่ ถ้ามีให้นำออกจากรถ กินอาหารหรือทิ้งขยะเศาอาหารเอาไว้ภายในรถหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบนำขยะออกจากรถก่อนและไม่กินอาหารที่มีกลิ่นแรงในรถ ส่วนวิธีการแก้ไขเรียงตามลำดับ หากไม่หาย ต้องทำในข้อถัดไป ซึ่งมีขั้นตอนในการแก้ไขแอร์มีกลิ่นเหม็นอับดังนี้….
1. ก่อนถึงจุดหมาย 5 นาที หรือมากกว่า ให้ปิดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ โดยการปิดสวิตช์ A/C แล้วเปิดพัดลมแอร์แรงสุด เพื่อให้พัดลมเป่าตู้แอร์ให้แห้ง ลดการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดกลิ่นอับได้ด้วย
2. นำรถไปจอดกลางแดด ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เปิดประตูและกระจกทุกบาน สตาร์ตเครื่องเปิดพัดลมแอร์แรงสุด โดยปิดสวิตช์ A/C เอาไว้ไม่ให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานทิ้งไว้ ประมาณ ครึ่ง -1 ชั่วโมง ความร้อนช่วยฆ่าเชื้อโรคและไล่ความชื้นในระบบ และใช้ถ่านไม้เพื่อดูดซับกลิ่น ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง
3. ล้างแอร์แบบไม่ต้องถอดตู้แอร์ออก โดยใช้หัวฉีดเข้าไปฉีดล้างทำความสะอาดตู้แอร์และทำการสตรีมร้อนฆ่าเชื้อโรค ช่องแอร์และอบโอโซนภายในห้องโดยสาร ควรให้ทางศูนย์บริการเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข
4. ล้างแอร์แบบถอดตู้แอร์ออกมาล้างข้างนอก และทำการสตรีมร้อนฆ่าเชื้อโรคช่องแอร์ และอบโอโซนภายในห้องโดยสาร เป็นการแก้ไขกลิ่นอับที่ได้ผลดีที่สุด แต่จะใช้เวลามากและต้องให้ทางศูนย์บริการเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข
การไม่ใช้น้ำหอมไม่ทิ้งขยะเศษอาหารภายในรถและการปฏิบัติตามข้อ 1. จะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นอับได้ ซึ่งดีกว่าปล่อยให้เกิดกลิ่นแล้วต้องมาแก้ไขในภายหลัง แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นอับเกิดขึ้นแล้วก็ให้แก้ไขเรียงตามหัวข้อตามลำดับ 1-4 จนกว่ากลิ่นอับจะหายและวิธีแก้ไขแอร์มีกลิ่นเหม็นอับที่ได้ผลดีที่สุดคือการถอดออกมาล้างตามข้อ 4 ครับ
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
- วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน
- เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน
- ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
- คุยกับช่างเค คลิก
- คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors



















