รถยนต์ EV ชาร์จแบตยังไง?
แต่ละแบบ
วิธีการชาร์จและกำลังที่ได้ไม่เหมือนกัน…
รถยนต์ EV ชาร์จแบตเตอรี่ โดยการชาร์จไฟจากภายนอก สามารถแบ่งการชาร์จเป็น 2 รูปแบบการชาร์จ คือ AC (ชาร์จปกติที่บ้าน) และ DC (ชาร์จเร็วตามสถานี) โดยจะต้องชาร์จผ่านหัวชาร์จ ซึ่งประเภทหัวชาร์จมีดังต่อไปนี้…
1.หัวชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charger) หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Normal Charger คือสายที่ออกแบบให้ต่อจากเต้ารับไฟฟ้าในบ้านโดยตรง ข้อจำกัดคือมิเตอร์ไฟฟ้าต้องเป็น 15 (45)A และต้องใช้เต้ารับที่รองรับกับตัวปลั๊กของหัวชาร์จโดยเฉพาะ ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานกว่า 12-16 ชั่วโมง ถึงจะเต็มความจุของแบตเตอรี่ โดยหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบธรรมดามี 2 แบบคือ 1.1 หัวชาร์จ Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น หัวต่อแบบ 5 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 32 A / 250 V 1.2 หัวชาร์จ Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศในเอเชีย หัวต่อแบบ 7 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 70A / 250V และ 3 Phase 63A / 480 V รถยนต์ EV
2.หัวชาร์จแบบ Double Speed Charger หรือแบบ Wall Box หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Double Speed Charger หรือการชาร์จจากเครื่อง Wall Box นิยมติดตั้งไว้ที่บ้านเป็นหลัก มีความปลอดภัยมากกว่าหัวชาร์จรถไฟฟ้า Normal Charger และใช้เวลาชาร์จน้อยกว่าเฉลี่ย 4-7 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดของ Wall Box และความจุแบตเตอรี่ โดยมีหัวชาร์จ 2 แบบคือ 2.1 เป็นหัวชาร์จ Type 1 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A, 40A และ 48A / 240 V 2.2 เป็นหัวชาร์จ Type 2 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ 3 Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A และ 32 A / 250 V รถยนต์ EV
3.หัวชาร์จแบบชาร์จเร็ว (Quick Charger) เป็นหัวชาร์จรถไฟฟ้ากระแสตรงหรือ DC Charging เหมาะกับผู้ที่ต้องการชาร์จในเวลาเร่งด่วนจาก 0-80% ภายใน 40-60 นาที มีหัวชาร์จทั้งหมด 3 แบบคือ 3.1. หัวชาร์จ CHAdeMO (CHArge de MOve) รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V จุดเด่นคือชาร์จไฟแล้วขับต่อได้ทันที นิยมใช้ในประเทศญี่ปุ่น 3.2 หัวชาร์จ GB/T เป็นนวัตกรรมจากประเทศจีน และพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบรับความนิยมของผู้ใช้รถไฟฟ้าที่มากขึ้น มีทั้งแบบ AC และ DC – แบบ AC รองรับกระแสไฟฟ้า 10A, 16A และ 32A / 250-440V – แบบ DC รองรับกระแสไฟฟ้า 80A, 125A 200A และ 250A / 750-1,000V 3.3 หัวชาร์จ CSS (Combined Charging System) เป็นนวัตกรรมที่นำ AC Charging มาเพิ่มหัวต่ออีก 2 Pin เพื่อให้รองรับการชาร์จแบบ DC Charging ได้ มีทั้งหมด 2 แบบ -CSS Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V -CSS Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 1000V
การชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ของ รถยนต์ EV
1. ขั้นตอนการชาร์จมาตรฐาน
1. จอดและเตรียมรถ จอดในตำแหน่งที่กำหนด ดับเครื่องยนต์ และเปิดฝาครอบพอร์ตชาร์จ
2. เชื่อมต่อ เสียบหัวชาร์จเข้ากับพอร์ตให้แน่น จนล็อกสนิท
3. เริ่มชาร์จ แตะบัตรสมาชิก, สแกน QR Code ผ่านแอปฯ, หรือกดปุ่มเริ่มที่ตู้ชาร์จ
4. ตรวจสอบ ดูไฟสถานะที่ตู้หรือหน้าจอรถว่าไฟเริ่มเข้าหรือไม่
5. หยุดชาร์จ เมื่อชาร์จเสร็จ (แนะนำ 80-90% เพื่อยืดอายุแบต) ให้กดหยุดการทำงานที่แอปฯ/ตู้ชาร์จก่อน แล้วค่อยปลดสาย
2. การชาร์จที่บ้านเตรียมพร้อมติดตั้ง Wallbox (เครื่องชาร์จติดผนัง) ที่ได้มาตรฐาน, เพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟ, สายไฟขนาดใหญ่, มีสายดิน และเครื่องกันไฟรั่ว (RDC) 1. เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ (พอร์ต Type 2) 2. เสียบปลายสายอีกด้านเข้ากับ Wallbox/เต้ารับที่เตรียมไว้ 3. เปิดสวิตช์ที่ Wallbox และเริ่มชาร์จผ่านแอปฯ 4. ชาร์จข้ามคืน (ประมาณ 6-10 ชม.) เพื่อความสะดวกและถนอมแบตเตอรี่
3. การชาร์จที่สถาณี ใช้แอปฯ ค้นหาสถานี เช่น EV Station PluZ, EA Anywhere, PEA Volta, Evolt จากนั้นทำการสมัครสมาชิก/เตรียมแอปฯ/บัตรเติมเงิน (มีหัวชาร์จหลายแบบ เช่น CCS2, CHAdeMo, GB/T)
4. ขั้นตอน (DC Quick Charge)
1. จอดรถในจุดที่กำหนด
2. เลือกหัวชาร์จให้ตรงกับรถ (ส่วนใหญ่เป็น CCS2)
3. เสียบปลั๊กเข้ากับรถ
4. ผ่านแอปฯ หรือบัตร แตะที่เครื่องเพื่อเริ่มชาร์จ (เลือกประเภท AC/DC และกำลังไฟ).
5. รอจนถึงระดับที่ต้องการ (แนะนำ 20-80%) แล้วกดหยุดชาร์จ จากนั้นถอดสายออกและเก็บเข้าที่
สรุป การชาร์จแบตเตอรี่รถ EV สามารถชาร์จที่บ้านซึ่งส่วนมากจะเป็นแบบชาร์จช้าและตามสถานที่ให้บริการชาร์จเช่นตามปั้มน้ำมัน,ห้างสรรสินค้าซึ่งจะเป็นแบบชาร์จเร็ว สามารถค้นหาสถานีชาร์จผ่านโทรศัพท์ หัวชาร์จที่นิยมใช้ในไทยมี 2 แบบ คือ Type 2 สำหรับ AC และ CCS2 สำหรับ DC เช่นในรถ TOYOTA BZ4X และ รถ TOYOTA HILUX TRAVO-e ที่เป็นรถ EV จะใช้หัวชาร์จ Type 2 และ CCS2 การชาร์จควรชาร์จไฟที่ 20-80% เป็นประจำ อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง 0% หรือชาร์จเต็ม 100% บ่อยๆ ให้ใช้ AC ชาร์จเป็นหลักส่วน DC ชาร์จเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานครับ
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
- แบตเตอรี่ Smart Key หมด ทำอย่างไร
- สัญลักษณ์สามเหลี่ยม บนแก้มยางมีประโยชน์อย่างไร
- ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
- คุยกับช่างเค คลิก
- คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors


















