อัพเดท : 1 สิงหาคม 2561

ไขข้อข้องใจ!! เกียร์ CVT และ เกียร์ Auto คืออะไร แล้วมีดียังไง

เกียร์ต่างกันอย่างไร

ทำความรู้จักเกียร์ CVT VS เกียร์ AUTO
ปัจจุบันรถยนต์ทั่วไปมักใช้เกียร์รถแบบ Auto และยังมีบางส่วนที่ขับแบบเกียร์กระปุก ในขณะที่รถรุ่นใหม่ๆ เริ่มเปลี่ยนมาใช้เกียร์ CVT กันมากขึ้น จะว่าไปแล้วคนขับรถทั่วไป ก็ไม่ค่อยเข้าใจหรือรู้ว่าเกียร์แต่ละแบบนั้นมีดีหรือเสียต่างกันอย่างไร ช่างเค.จึงนำข้อมูลมาฝากครับ

เกียร์ CVT คืออะไร แล้วมีดียังไง

ความแตกต่างระหว่าง เกียร์ CVT vs เกียร์ AUTO

เกียร์ CVT คืออะไร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อสงสัยสำหรับหลายๆคนวันนี้ผม “ช่างเค” เลยจะขอเอาประเด็นนี้มาอธิบายให้เพื่อนๆเข้าใจ และทำความรู้จักกันให้มากยิ่งขึ้นครับ

ระบบเกียร์ CVT (CONTINOUS VARIABLE TRANSMISSION) ในรถยนต์ หรือ ระบบเกียร์แปรผัน เป็นเกียร์ที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงานตามกำลังที่ส่งมาจากเครื่องยนต์ ซึ่งในชุดเกียร์จะประกอบด้วย พูลเลย์ 2 ตัว ตัวแรกต่อกับเครื่องยนต์เรียกว่า พูลเล่ย์ขับ (DRIVE PULLEY) ส่วนตัวที่ต่อกับเพลาจะเรียกว่า พูลเลย์ตามหรือพูลเล่ย์กำลัง (DRIVEN PULLEY) โดยทั้งสองตัวจะทำงานสอดคล้องกันตามอัตราเร่งและรอบเครื่องยนต์

ในชุดเกียร์ AUTOMATIC หรือเกียร์ธรรมดา (Manual)

สำหรับรถยนต์เกียร์ AUTO หรือเกียร์ MANUAL ปกติเวลาเราเปลี่ยนจะต้องเข้าเกียร์ ซึ่งภายในเกียร์ก็จะเปลี่ยนและเลื่อนการขบกันของเฟืองไปยังชุดเกียร์ต่าง ๆ เช่น เกียร์ 1,2,3,4 จนถึงเกียร์สุดท้าย เพื่อให้ทำงานตามอัตราทดของเกียร์นั้น ๆ ทำให้รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนอัตราทดในเกียร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนให้อัตราทดสูงขึ้นหรือต่ำลง หรือสามารถสังเกตได้จากรอบของเครื่องยนต์ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ามันช่วยเพิ่มอรรถรสและอารมณ์สนุกเร้าใจในการขับขี่ได้ ในส่วนของเกียร์ CVT ในรถยนต์นั้น จะไม่มีชุดเฟืองในแต่ละเกียร์ แต่จะปรับอัตราทดด้วยการเปลี่ยนขนาดของพูลเล่ย์ให้เป็น พูลเลย์ขับเล็ก พูลเลย์ตามใหญ่ เพื่อให้ได้แรงบิดในการออกตัว เปรียบเทียบก็เหมือนเกียร์ 1 เฟืองเล็กขับเฟืองใหญ่ เมื่อความเร็วสูงขึ้น ใช้เกียร์สูงขึ้น พูลเลย์ขับก็จะขยายตัวใหญ่ขึ้น ในขณะที่พูลเลย์ตามจะมีขนาดลดลง กลายเป็นใหญ่ขับเล็กและจะได้ความเร็ว ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกปัจจุบันก็เป็นการทำงานแบบนี้เช่นกัน

ในเกียร์ CVT กับเกียร์ AUTO หรือเกียร์ธรรมดา จะมีหลักการปรับเปลี่ยนอัตราทดเหมือนกันคือเปลี่ยนจากเฟืองมาเป็นพูลเล่ย์ ที่จะขยายใหญ่หรือลดขนาดไปตามอัตราทดที่ต้องการ โดยใช้สายพานโลหะเป็นตัวเชื่อมการทำงานของพูลเลย์ทั้ง 2 อันไว้ด้วยกัน ซึ่งระบบการปรับขนาดของพูลเล่ย์นี้มีทั้งแบบทำงานโดยไฟฟ้าและไฮดรอลิก ทำให้ไร้ความรู้สึกในการปรับเปลี่ยนอัตราทดในเกียร์ CVT

ข้อดีของเกียร์ CVT

ข้อดีของเกียร์ CVT จุดเด่นคือความนุ่มนวล เพราะเกียร์ CVT จะเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องไม่มีรอยต่อการเปลี่ยนเกียร์ จาก 1 ไป 2 ไป 3 เหมือนเกียร์ AUTO ปกติ ดังนั้นจึงทำให้รถยนต์นิ่งไม่มีความรู้สึกถึงการกระชาก หรือกระตุกในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ แต่จะค่อย ๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างนุ่มนวล ในขณะเดียวกันข้อดีของการที่เกียร์ไม่กระชาก จะทำให้รอบเครื่องไม่กระชากตามไปด้วย ส่งผลให้ทำให้อัตราการบริโภคน้ำมันลดลง และไม่มีการลากรอบทิ้งก่อนเปลี่ยนเกียร์เหมือนเกียร์ออโต้

ส่วนข้อเสียนั้นจริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นข้อเสียซะทีเดียว เพราะส่วนใหญ่มักจะเกิดกับคนเท้าหนักหรือคนที่คุ้นเคยกับเกียร์ในแบบที่มีรอยต่อเกียร์ให้รู้สึกลากรอบเพื่อเรียกแรงบิดในเกียร์ออโต้เป็นหลัก เพราะอย่างที่อธิบายไปแล้วว่าเกียร์แบบนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลไม่กระชาก ดังนั้นบรรดาขาซิ่งหรือผู้ที่คุ้นเคยกับเกียร์ออโต้แบบเก่า จึงรู้สึกเหมือนกับว่ารถมันไม่ค่อยวิ่ง ถ้าไปใช้วิธีการขับแบบเดิม ๆ ก็กลายเป็นมีแต่รอบ รถไม่วิ่ง แถมมาด้วย พอรถมันรู้สึกเหมือนไม่วิ่งก็คิ๊กดาวน์บ่อย ๆ กระชากสายพานบ่อย ๆ อายุสายพานก็ลดลง แต่ถ้าวัดความเร็วกันจริง ๆ ก็ช้ากว่าเกียร์ธรรมดาไม่มากนัก แค่รู้สึกไม่ทันใจเท่านั้นเอง เกิดจากการขัดความรู้สึกที่ชินกับเกียร์ออโต้หรือเกียร์ธรรมดาซะมากกว่า

ในการขับขี่รถยนต์ที่ใช้งานเกียร์ CVT อย่างถูกวิธี ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณรีดสมรรถนะของเกียร์แบบนี้ ออกมาได้มากกว่าเดิมแล้ว ยังช่วยยืดอายุของเกียร์ให้มากขึ้นด้วย ในการออกตัวเกียร์ CVT จะทำงานด้วยอัตราทดที่สัมพันธ์กันตามการหมุนของรอบเครื่อง เพราะฉะนั้นในการออกตัวควรจะเริ่มจากค่อย ๆ กดคันเร่งลงไปเล็กน้อยให้รอบเครื่องเริ่มขยับ จนรู้สึกว่าเริ่มมีแรงบิดจากเกียร์ แล้วจึงค่อย ๆ เติมคันเร่งเพิ่มเข้าไป การใช้วิธีนี้จะทำให้รถออกตัวได้เร็วและนุ่มนวลกว่าการออกตัวแบบเหยีบคันเร่งไปแบบเต็มที่หรือทันทีทันใด เพราะการกดคันเร่งแบบหนักหน่วงทันทีจะทำให้รอบเครื่องกวาดขึ้น แต่พูลเล่ย์จะหมุนตามไม่ทัน รถจึงเกิดอาการรอรอบ

ส่วนวิธีที่จะขับให้ประหยัดนั้น พอรถออกตัวเคลื่อนที่แล้วให้กดคันเร่งเน้น ๆ หน่อย โดยรถจะค่อย ๆ ไต่ความเร็วขึ้นไปจนถึงความเร็วที่ต้องการให้ยกเท้าขึ้นนิดนึง แล้วคงความเร็วไว้นิ่งๆ ในช่วงความเร็วที่ต้องการ จะเป็นการขับโดยไม่มีรอบฟรีทิ้งให้เปลืองน้ำมัน ในการแซงหากกระแทกคันเร่งลงไปทีเดียวรถก็จะเกิดอาการรอรอบ (รอบกวาดสูง) เช่นกัน ต้องใช้วิธีเบิ้ลคันเร่งคือเมื่อจะเร่งแซงก็ให้กดคันเร่งเหมือนคิ๊กดาวน์ แล้วถอนออกเพื่อให้เกียร์ทำงานเร็วขึ้น

การบำรุงรักษา เกียร์ CVT

โดยส่วนใหญ่ผู้ขับขี่รถยนต์จะคุ้นเคยกับเกียร์ออโต้แบบเดิม คือ การออกตัวแบบรุนแรงรีบร้อนหรือการลากรอบเครื่องรอบเกียร์สูง ๆ บ่อย ๆ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ถือว่าเป็นการบำรุงรักษารถยนต์เกียร์ CVT นั้น ต้องเริ่มจากการปรับพฤติกรรมการขับขี่ก่อน ได้แก่การไม่ออกตัวแบบกระชาก หรือไม่ทำเลยได้ยิ่งดี เพราะสายพานโลหะที่เชื่อมกำลังระหว่างพูลเล่ย์ทั้ง 2 ตัว ถ้ามีการกระชากบ่อย ๆ สายพานก็จะชำรุดเสียหาย ต่อมาควรมีการบำรุงรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามระยะ นั่นคือ ตรวจสอบหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะที่คู่มือกำหนด หรือเปลี่ยนทุก ๆ 40,000 หรือ 80,000 กม. และเพื่อให้สบายใจในการขับขี่มากควรเลือกเกรดน้ำมันเกียร์ให้ถูกต้องและเหมาะสมตามสเปคมาตรฐานของเกียร์ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะน้ำมันเกียร์ของเกียร์ AUTO ธรรมดากับน้ำมันเกียร์ CVT มีค่าความหนืดไม่เท่ากัน ไม่ควรเอามาใช้ปนกันเด็ดขาด! …ซึ่งเพื่อนๆคนไหนที่มีความสนใจเปลี่ยนถ่าย ดูแลบำรุงรักษา สามารถเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์บริหารมาตรฐาน โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา ของเราได้เลยครับ หรือโทรนัดหมายหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-662-6555

สรุป เกียร์ CVT vs เกียร์ AUTO ไม่ว่าจะเป็นเกียร์แบบไหน การใช้งานการขับขี่ก็เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดสมรรถนะสูงสุดไม่ว่าจะการสิ้นเปลืองหรือพละกำลัง รวมถึงอายุการใช้งานที่จะยืดยาวนานหรือสั้นก็อยู่ที่การขับขี่ซะส่วนใหญ่แล้วล่ะครับ ลองปรับเปลี่ยนและทำความคุ้นเคยกับเกียร์ CVT ดู แล้วจะรู้เลยว่ามันก็ไม่ธรรมดาจริงๆ /ช่างเค

อัพเดท : 27 มีนาคม 2569

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมพิธีพระอภิธรรม สมเด็จพระพันปีหลวง

เคารพยิ่ง

น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดหัวใจ
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีสำคัญของชาติ แสดงความจงรักภักดีต่อ “สมเด็จพระพันปีหลวง” อย่างหาที่สุดมิได้สะท้อนบทบาทองค์กรไทยที่ยึดมั่นทั้งธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569…

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมเป็นเจ้าภาพ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”
.
บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด และบริษัทในเครือ นำโดย คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนพนักงาน ได้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยคณะผู้บริหารและพนักงานทุกคนต่างร่วมใจกันน้อมถวายความอาลัยด้วยความเคารพสูงสุด

ทั้งนี้ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระพันปีหลวง
สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระพันปีหลวง
สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระพันปีหลวง
อัพเดท : 26 มีนาคม 2569

รถกินน้ำมันผิดปกติ เติมน้ำมันบ่อยขึ้น ทั้งที่ขับเหมือนเดิม เพราะอะไร?

สิ้นเปลือง

ขับเหมือนเดิม แต่กินน้ำมันมากขึ้น …
ปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นทั้งที่ขับรถเหมือนเดิม เกิดได้จากหลายปัจจัยซึ่งผู้ขับขี่จะต้องสังเกต และคอยตรวจสอบความพร้อมของรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงมีดังต่อไปนี้

รถกินน้ำมันผิดปกติ เติมน้ำมันบ่อยขึ้น ทั้งที่ขับเหมือนเดิม สาเหตุอาจเกิดจาก….

 

1. ลมยางอ่อน แรงดันลมยางที่ต่ำกว่ามาตรฐาน จะทำหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดแรงเสียดทานสูงขึ้น การเคลื่อนที่ของรถยากขึ้นก็จะต้องใช้แรงในการขับเคลื่อนเพิ่มมากขึ้นสิ่งที่ตามมา คือต้องใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นทั้งที่ใช้ความเร็วรถเท่าเดิม ขับเหมือนเดิม


2. กรองอากาศเครื่องสกปรกอุดตัน จะทำให้อากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้ไม่เพียงพอ ทำให้ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศไม่เหมาะสม เครื่องยนต์ทำงานต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อให้ได้กำลังเท่าเดิม


3. หัวฉีดน้ำมันหัวเทียนหรือระบบจุดระเบิดเสื่อมสภาพ การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ ทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ออก ทำให้ต้องใช้รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น รถจึงกินน้ำมันเพิ่มมากขึ้นในขณะความเร็วรถเท่าเดิม


4. น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ จะทำให้น้ำมันมีความหนืดสูง เครื่องยนต์ฝืด และทำงานหนักขึ้น
บรรทุกน้ำหนักเพิ่ม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จะทำให้รถต้องใช้กำลังมากขึ้นฉีดน้ำมันเพิ่มขึ้น เพื่อเอาชนะน้ำหนักที่บรรทุกเพิ่ม


5. เปิดแอร์เย็นจัดตลอดเวลา หรือการใช้งานในฤดูร้อน แอร์จะทำงานหนักกว่าการใช้รถในฤดูหนาว ส่งผลให้เครื่องยนต์ถูกฉุดจากคอมเพรสเซอร์แอร์ และทำให้กินน้ำมันเพิ่มตามมาในที่สุด


6. เบรกติด จะทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ด้วยความยากลำบาก เครื่องยนต์ทำงานหนักมากขึ้น ทั้งที่ความเร็วเท่าเดิม


7. ศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของรถ ทำให้รถมีการเสียกำลังในการเคลื่อนที่ ส่งผลให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้น


8. ท่อไอเสียอุดตัน ทำให้การระบายไอเสียได้ไม่ดี กำลังของเครื่องยนต์ก็จะลดลง การกินน้ำมันก็จะเพิ่มขึ้น


9. เครื่องยนต์สึกหรอ หรือ ระบบควบคุมเครื่องยนต์บกพร่อง เนื่องด้วยเครื่องยนต์แทบทุกยี่ห้อ ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และใช้เซ็นเซอร์ต่างๆ ในการตรวจสอบและควบคุม เมื่อเซ็นเซอร์หรืออุปกรณ์ทำงานบกพร่อง ย่อมส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ และการที่เครื่องยนต์สึกหรอ กำลังของเครื่องยนต์จะลดลง และกินน้ำมันเพิ่มขึ้นในที่สุด

 

จะเห็นได้ว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้รถกินน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น ทั้งที่ขับรถเหมือนเดิมความเร็วเท่าเดิม ดังนั้นผู้ขับขี่จะต้องคอยสังเกตอาการรถให้ดี เช่น เร่งไม่ขึ้น ไม่มีกำลัง สั่นสะดุด และต้องคอยตรวจสอบ บำรุงรักษาตามระยะ เมื่อพบว่าผิดปกติก็ต้องตรวจสอบและแก้ไข เพื่อให้รถยังคงใช้งานได้ตามปกติไม่ได้กินน้ำมันผิดปกติจนสังเกตได้ครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

อัพเดท : 26 มีนาคม 2569

ปลดเบรกมือไฟฟ้า อย่างไร เมื่อจอดขวางคันอื่นตามห้าง

ไร้ปัญหา

จอดรถในห้างอย่างไรไม่ให้คนอื่นเดือดร้อน…
ปัจจุบันรถรุ่นใหม่ๆ จะมีการติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าเข้ามา เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ใช้รถ นอกจากจะใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรงดึงเหมือนรถที่เป็นเบรกมือแบบกลไกแล้ว ยังสามารถที่จะปรับตั้งค่าในการทำงานให้เบรกมือไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติ

ปลดเบรกมือไฟฟ้า อย่างไร เมื่อจอดขวางคันอื่นตามห้าง เมื่อเข้าเกียร์ P หรือเกียร์สำหรับจอดรถโดยที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องกดสวิตช์เบรกมือไฟฟ้าเลย นอกจากนั้นยังสามารถที่จะปลดเบรกมือให้อัตโนมัติ เมื่อมีการเลื่อนคันเกียร์จากเกียร์ P ไปที่เกียร์ D แล้วเหยียบคันเร่ง เบรกมือไฟฟ้าก็จะปลดให้เองอัตโนมัติ และเพื่อความปลอดภัย หากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยถึงจะเหยียบคันเร่งเบรกมือก็จะไม่ยอมปลดให้ นอกจากนั้นแล้วเบรกมือไฟฟ้ายังทำงานร่วมกับระบบ AUTO Brak Hold ด้วย

 

ส่วนประกอบของเบรกมือไฟฟ้า

1. สวิตช์เบรกมือไฟฟ้า ทำหน้าที่จับสัญญาณการทำงานของสวิตช์ จะติดตั้งเอาไว้ที่คอนโซลกลาง ซึ่งหากดึงขึ้นหมายถึง สัญญาณการดึงเบรกมือ และหากกดลงหมายถึงสัญญาณการปลดเบรกมือ
2. มอเตอร์เบรกมือไฟฟ้า ทำหน้าที่ในการรับสัญญาณจากกล่องควบคุมเบรกมือไฟฟ้าและทำงานไปดันให้ผ้าเบรกจับกับจานเบรกเพื่อไม่ให้รถเคลื่อนที่
3. กล่องควบคุมเบรกมือไฟฟ้า จะทำหน้าที่ในการรับสัญญาณต่างๆ เช่น สัญญาณสวิตช์เบรกมือ, สัญญาณการคาดเข็มขัดนิรภัย, สัญญาณการเหยียบคันเร่ง, สัญญาณตำแหน่งเกียร์ และส่งสัญญานไปควบคุมมอเตอร์เบรกมือไฟฟ้าให้ทำงานและยังส่งสัญญาณไฟเตือน การทำงานของเบรกมือไฟฟ้าไปแจ้งเตือนที่หน้าปัดด้วย
4. ชุดเบรกหลัง ทำหน้าที่ในการหยุดรถไม่ให้เคลื่อนที่หรือปล่อยให้รถเคลื่อนที่ได้ โดยเมื่อมอเตอร์เบรกมือทำงานก็จะทำให้ชุดเบรกหลังทำงานให้ผ้าเบรกจับหรือปล่อยจานเบรก

 

เนื่องจากเบรกมือไฟฟ้าส่วนใหญ่เพื่อความสะดวกสบายส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าให้เบรกมือไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติเอาไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน แต่ในกรณีที่มีการจอดรถขวางทางเพื่อให้รถสามารถเข็นได้จึงมีวิธีปลดเบรกมือไฟฟ้าดังนี้

วิธีปลดเบรกมือไฟฟ้าเมื่อจอดรถขวางคันอื่น
มีขั้นตอนดังนี้

1. เหยียบเบรกแล้วเลื่อนเข้าเกียร์ P
2. กดปุ่มเบรกมือไฟฟ้าให้ไฟที่สวิตช์เบรกมือหรือไฟเตือนเบรกมือที่หน้าปัดดับลง
3. ดับเครื่องยนต์
4. ถอดเอาดอกกุญแจที่อยู่ในตัวรีโมทออกมา (รุ่นที่เป็นปุ่มกดสตาร์ต) แล้วใช้ดอกกุญแจที่ถอดออกมาเอาไป
เสียบที่รูข้างคันเกียร์ (รูสำหรับกดปุ่ม Shif Lock ) แล้วกดกุญแจลงพร้อมกับทำการเลื่อนคันเกียร์ จากตำแหน่งเกียร์ P ไปที่ตำแหน่งเกียร์ N แล้วปล่อยเบรกเท้า จากนั้นก็ปิดประตู
5. ลองเข็นรถดูว่าสามารถเข็นได้
6. ล็อกรถ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 25 มีนาคม 2569

เปิดแล้ววว … โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขาภิบาล 1 โฉมใหม่ !

เปิดใหม่

โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร…
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขาภิบาล 1 โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรโฉมใหม่ ที่มีดีไซน์สวยงาม และทันสมัยที่สุด เราพร้อมมอบงานบริการคุณภาพ และดูแลลูกค้าทุกท่าน โดยทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการขาย และงานบริการ

โดยบรรยากาศในพิธีเปิดงาน ทางคณะผู้บริหาร นำโดย คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ได้ร่วมทำพิธีบวงสรวง เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับพนักงาน และลูกค้าทุกท่านที่มาเข้ารับบริการ
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขาภิบาล 1 พร้อมเปิดให้ลูกค้าเข้ารับบริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เวลาทำการ:
– วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 -18.00 น. (เวลารับรถ 7.00 น.)
– วันเสาร์ เวลา 8.30 – 16.00 น. (เวลารับรถ 7.00 น.)

โทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ Call Center 02-662-6555

นึกถึง โตโยต้า นึกถึง เค.มอเตอร์ส

 

เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
อัพเดท : 12 มีนาคม 2569

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส รับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทงานบริการรถยนต์ ตอกย้ำความเป็นศูนย์บริการอันดับ 1 ของประเทศ

ผู้นำบริการ

ด้านรถยนต์ พร้อมดูแลในทุกๆ เรื่อง…
เค.มอเตอร์ส รับอีก 1 รางวัล กับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทงานบริการรถยนต์ จากโตโยต้า ที่มอบให้เเพื่อเป็นเกียรติ เนื่องในโอกาสที่สามารถคว้ารางวัลใหญ่ด้านบริการมาครอบครอง หลายรางวัล ตอกย้ำว่า เค.มอเตอร์ส คือผู้นำในด้านการบริการรถยนต์

บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โดยคุณชัยพร สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ เข้ารับรางวัลยอดเยี่ยม ประเภทงานบริการรถยนต์ ในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ครั้งที่ 47 รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 ซึ่งทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบรางวัลให้เพื่อเป็นเกียรติ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยรางวัลนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันได้ว่า โตโยต้า เค.มอเตอร์ส คือผู้นำในด้านการบริการรถยนต์ เราพร้อมดูแลทุกเรื่องรถให้คุณ

นึกถึงโตโยต้า นึกถึง เค.มอเตอร์ส

 

เค.มอเตอร์ส