อัพเดท : 4 มีนาคม 2569

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส มอบเงิน 1 ล้านบาท สมทบกองทุน ปรับปรุงห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราช

ปรับปรุง

รองรับการดูแลและรักษาคนไข้ดียิ่งขึ้น…
คณะผู้บริหาร บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมมอบเงินสนับสนุนเข้าสมทบ กองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดศิริราช โรงพยาบาลศิริราช ศิริราชมูลนิธิ จำนวน 1,000,000 บาท เมื่อวันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา..

บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โดย คุณกนก สมภพรุ่งโรจน์ และคุณชัยพร สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสมทบเข้ากองทุน ปรับปรุงห้องผ่าตัดศิริราช โรงพยาบาลศิริราช หวังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนา ให้สามารถรองรับการดูแลและรักษาคนไข้ได้ดียิ่งขึ้น โดยมี ผศ. นพ.ชัชวาล รัตนบรรณกิจ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและองค์กรสัมพันธ์ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรับรองงานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569

เค.มอเตอร์ส

อัพเดท : 2 มีนาคม 2569

รวมวันดีเดือนมีนาคม 2569 สำหรับออกรถใหม่

วันมงคล

เสริมสิริมงคล โชคลาภ การเงินดี เดินทางราบรื่น
มีนาคมนี้ ใครมีแพลนออกรถใหม่ ห้ามมองข้ามเรื่องฤกษ์ดี ออกรถถูกวัน เสริมความเป็นสิริมงคล เรียกทรัพย์ เสริมความปลอดภัยในการเดินทาง รวมวันดีเดือนมีนาคม เลือกวันรับรถให้ปัง ขับขี่สบายใจ ใช้รถยาวๆ ตลอดปีครับ

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนออกรถใหม่ในเดือนมีนาคม 2569

การเลือกวันมงคลช่วยเสริมความเป็นสิริมงคล ให้การเดินทางปลอดภัย การเงินราบรื่น และการใช้งานรถเป็นไปอย่างสบายใจมาดูวันกันเลยครับ

 

วันมงคล เหมาะสำหรับออกรถใหม่ เดือนมีนาคม 2569

 

• วันจันทร์ที่ 2, 9, 16, 23 และ 30 มีนาคม
เสริมเมตตา ความปลอดภัย และความราบรื่นในการเดินทาง

• วันพฤหัสบดีที่ 5, 12, 19 และ 26 มีนาคม
เสริมความมั่นคง ความก้าวหน้า เหมาะกับผู้ใช้รถทำงานหรือทำธุรกิจ

• วันศุกร์ที่ 6, 13, 20 และ 27 มีนาคม
เสริมโชคลาภ การเงินดี เดินทางราบรื่น เหมาะกับรถครอบครัวและรถส่วนตัว

 

เคล็ดลับเสริมความเป็นสิริมงคล

 

ควรรับรถในช่วงเช้า เลือกเลขทะเบียนที่เป็นมงคล และเริ่มต้นใช้งานด้วยความสบายใจ

 

เลือกวันที่ดีแล้ว…เลือกศูนย์ที่ใช่ด้วย โตโยต้า เค.มอเตอรส์ พร้อมดูแลทุกการเดินทางของคุณ อีกสิ่งสำคัญคือการเลือกรถและศูนย์บริการที่ไว้ใจได้ เพื่อให้ทุกกิโลเมตรเต็มไปด้วยความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสบายใจตลอดการใช้งาน

 

– บริการออกรถใหม่พร้อมโปรโมชันสุดคุ้ม
– มาตรฐานงานบริการและงานซ่อมระดับมืออาชีพ ด้วยช่างเค
– ดูแลครบวงจรตั้งแต่วันออกรถจนถึงใช้งานจริง
– พร้อมบริการหลังการขาย อุ่นใจกับ เค.มอเตอร์ส
– มีหลายสาขาให้ทุกท่านเข้าใช้บริการ

 

สนใจออกรถใหม่ คลิกเลย http://bit.ly/2Hj5UbW
เซลล์เค พร้อมให้บริการ และ พร้อมมอบโปรโมชันสุดว๊าว จองที่ เค.มอเตอร์ส คุ้มมากกก !!

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 24 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!

ปาร์ตี้ปีใหม่

มันส์ทะลุเวที!! ร้องดัง เต้นยับ สนั่นงาน
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดงานเลี้ยงปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ “K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!” ส่งความสุขให้พนักงานแบบจัดเต็มตลอด 4 ชั่วโมง คอนเสิร์ตสุดมันส์จาก Modern Dog, The Boss , Child’s Play พร้อมกิจกรรมและ Lucky Draw รางวัลใหญ่ ลุ้นกันสนั่นฮอลล์ เพิ่มพลังใจที่พร้อมก้าวสู่ปีใหม่ไปด้วยกัน เมื่อวันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา…

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดปาร์ตี้เลี้ยงปีใหม่พนักงานระเบิดความมันส์ แบบ Non Stop ร้องเล่น เต้น ตี้ กันแบบฉ่ำๆ

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ส่งความสุขให้พนักงาน หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งปี จัดกิจกรรมปาร์ตี้ปีใหม่ ภายใต้ชื่องาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ร้อง เล่น เต้น ตี้ ให้เหล่าพนักงานได้ปลดปล่อย เติมความสุข ระเบิดความสนุก ไปพร้อมๆ กัน กับคอนเสิร์ตมันส์ๆ ที่เสิร์ฟมาแบบจุกๆ กว่า 4 ชั่วโมง จากวง The Boss , Child’s Play และ Modern Dog ปิดท้ายด้วยไฮไลท์สำคัญอย่างการจับ Lucky Draw ที่ขนรางวัลใหญ่มาเพียบ ทำเอาลุ้นจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ ปิดจบงานไปอย่างสวยงาม

ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่มาตลอดทั้งปี แล้วปีหน้าเราจะกลับมา พร้อมความสนุกที่มาก กว่าเดิม…แล้วเจอกันครับ^^

ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!
ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!
ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!
ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!
ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!
ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!! ภาพบรรยากาศงาน K.Tiger Day วัน มันส์ เดย์!!

 

 

อัพเดท : 18 กุมภาพันธ์ 2569

น้ำยาแอร์รถยนต์ หมดดูยังไง?

น้ำยาแอร์รถยนต์ หมดดูยังไง? ตรวจสอบได้ยาก ถ้าไม่มีเครื่องมือในการตรวจสอบหรือที่เรียกกันว่าเกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์……

วิธีป้องกันไม่ให้รถไหลเวลาเข้าเกียร์P…
ถ้ารถไหลเพียงเล็กน้อยจากแรงเฉื่อยของรถเวลาจอดบนพื้นราบหรือจากการจอดบนทางลาดเอียง รถจะไหลก่อนที่จะหยุดนิ่งถือว่าปกติ เนื่องจากเป็นการทำงานปกติของกลไกเกียร์ P แต่ถ้าเข้าเกียร์ P แล้วรถไหลไม่หยุด เช่น เวลาจอดบนพื้นที่ลาดเอียงแสดงว่าเกียร์ P ไม่ปกติ

เวลาที่ น้ำยาแอร์รถยนต์ เกิดการรั่วก็จะมีการระเหยไปในอากาศ จุดที่พอจะสังเกตได้ก็พอจะมีให้เห็น คือ คราบน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ เนื่องจากน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์จะไหลเวียนไปพร้อมกับน้ำยาแอร์ไปตามชิ้นส่วนต่างๆ ภายในระบบแอร์ ดังนั้นเวลาที่น้ำยาแอร์รั่ว ก็จะทำให้น้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์รั่วออกมาด้วย ซึ่งน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์จะไม่มีการระเหย ทำให้สามารถมองเห็นคราบน้ำมันคอมเพรสเซอร์แอร์ได้โดยเฉพาะเมื่อมีฝุ่นเกาะ แต่มีวิธีการสังเกตความผิดปกติของน้ำยาแอร์ เมื่อน้ำยาแอร์เริ่มมีการรั่วซึม ซึ่งจะส่งผลต่อการทำความเย็นของระบบแอร์ โดยสามารถสังเกตได้ดังต่อไปนี้


1. ความเย็นลดลง ลมที่ออกมาจากช่องแอร์ 1-2 นาที จะเย็นจากนั้นอุ่นจะขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่เย็นเลย แม้ปรับแอร์เย็นสุดแล้วก็ตาม
2. มีลมแต่ไม่เย็น ลมพัดแรง แต่ไม่มีความเย็นออกมาด้วย หากลองเปิดแอร์ระดับสูงสุด และใช้มืออังที่ช่องแอร์ หากลมที่ออกมาไม่เย็น หรือเย็นน้อยกว่าปกติ นั่นอาจเป็นสัญญาณของน้ำยาแอร์เริ่มลดน้อยลง
3. คอมเพรสเซอร์ทำงานผิดปกติ คอมแอร์ทำงานถี่ขึ้นตัดต่อบ่อยขึ้น, ดัง “ติ๊ก” บ่อยๆ หรือมีเสียงดังผิดปกติ
4. แอร์เย็นเฉพาะตอนขับเร็ว ตอนรถติดแอร์ไม่เย็น พอรถวิ่งเร็วลมเย็นกลับมาปกติ
5. กลิ่นเหม็นอับ อาจเกิดจากระบบไม่สามารถระบายความชื้นได้ดี ทำให้ความชื้นสะสมที่ตู้แอร์และเกิดกลิ่นอับ
6. ถ้าการรั่วของของน้ำยาแอร์เกิดขึ้นที่ตู้แอร์อาจส่งกลิ่นฉุนเบา ๆ ของน้ำยาแอร์ออกมาพร้อมลมแอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาการน้ำยาแอร์รถยนต์หมด
7. ตรวจสอบโดยเปิดฝากระโปรงรถ และมองผ่านตาแมวเป็นช่องกระจกใสที่อยู่บนท่อน้ำยาแอร์ หากเห็นฟองอากาศจำนวนมาก แสดงว่าน้ำยาแอร์อาจขาด แต่ถ้าหากเห็นน้ำยาแอร์ใส ไม่มีฟอง หรือมีฟองเล็กน้อย แสดงว่าระดับน้ำยาแอร์ปกติ​
8. มีคราบน้ำมันคอมแพรสเซอร์แอร์อยู่ตามข้อต่อแอร์หรือตามท่อแอร์และแผงแอร์หน้ารถ

 

สรุปแล้วน้ำยาแอร์หมด ตรวจสอบได้เพียงเช็กการทำงานของหน้าคลัตช์ของคอมเพรสเซอร์แอร์ ถ้าไม่ทำงานก็อาจจะเกิดจากน้ำยาแอร์หมดในส่วนของระบบแอร์ ในรถรุ่นที่ไม่มีหน้าคลัตช์หรือไม่มีตาแมวก็จะต้องตรวจสอบโดยใช้เกจวัดแรงดันน้ำยาแอร์ หรือเครื่องมือวิเคราะห์ปัญหาตรวจสอบแรงดันน้ำยาแอร์ว่าอยู่ในระดับที่กำหนดตามมาตรฐานของรถรุ่นนั้นหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าที่กำหนดก็แสดงว่ามีการรั่วของน้ำยาแอร์เกิดขึ้น การสังเกตอาการของระบบแอร์จะง่ายกว่าเมื่อน้ำยาแอร์เริ่มลดลง และเมื่อสังเกตพบว่าระบบแอร์เริ่มผิดปกติแล้ว จำเป็นต้องตรวจสอบหารอยรั่วและดำเนินการแก้ไข โดยไม่ต้องรอให้น้ำยาแอร์หมดหรือแอร์ไม่เย็นก่อนแล้วค่อยซ่อมครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 18 กุมภาพันธ์ 2569

รถยนต์ EV ชาร์จแบตยังไง?

แต่ละแบบ

วิธีการชาร์จและกำลังที่ได้ไม่เหมือนกัน…
รถยนต์ EV ชาร์จแบตเตอรี่ โดยการชาร์จไฟจากภายนอก สามารถแบ่งการชาร์จเป็น 2 รูปแบบการชาร์จ คือ AC (ชาร์จปกติที่บ้าน) และ DC (ชาร์จเร็วตามสถานี) โดยจะต้องชาร์จผ่านหัวชาร์จ ซึ่งประเภทหัวชาร์จมีดังต่อไปนี้…

1.หัวชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charger) หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Normal Charger คือสายที่ออกแบบให้ต่อจากเต้ารับไฟฟ้าในบ้านโดยตรง ข้อจำกัดคือมิเตอร์ไฟฟ้าต้องเป็น 15 (45)A และต้องใช้เต้ารับที่รองรับกับตัวปลั๊กของหัวชาร์จโดยเฉพาะ ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานกว่า 12-16 ชั่วโมง ถึงจะเต็มความจุของแบตเตอรี่ โดยหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบธรรมดามี 2 แบบคือ 1.1 หัวชาร์จ Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น หัวต่อแบบ 5 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 32 A / 250 V 1.2 หัวชาร์จ Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศในเอเชีย หัวต่อแบบ 7 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 70A / 250V และ 3 Phase 63A / 480 V รถยนต์ EV


2.หัวชาร์จแบบ Double Speed Charger หรือแบบ Wall Box หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Double Speed Charger หรือการชาร์จจากเครื่อง Wall Box นิยมติดตั้งไว้ที่บ้านเป็นหลัก มีความปลอดภัยมากกว่าหัวชาร์จรถไฟฟ้า Normal Charger และใช้เวลาชาร์จน้อยกว่าเฉลี่ย 4-7 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดของ Wall Box และความจุแบตเตอรี่ โดยมีหัวชาร์จ 2 แบบคือ 2.1 เป็นหัวชาร์จ Type 1 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A, 40A และ 48A / 240 V 2.2 เป็นหัวชาร์จ Type 2 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ 3 Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A และ 32 A / 250 V รถยนต์ EV

 

3.หัวชาร์จแบบชาร์จเร็ว (Quick Charger) เป็นหัวชาร์จรถไฟฟ้ากระแสตรงหรือ DC Charging เหมาะกับผู้ที่ต้องการชาร์จในเวลาเร่งด่วนจาก 0-80% ภายใน 40-60 นาที มีหัวชาร์จทั้งหมด 3 แบบคือ 3.1. หัวชาร์จ CHAdeMO (CHArge de MOve) รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V จุดเด่นคือชาร์จไฟแล้วขับต่อได้ทันที นิยมใช้ในประเทศญี่ปุ่น 3.2 หัวชาร์จ GB/T เป็นนวัตกรรมจากประเทศจีน และพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบรับความนิยมของผู้ใช้รถไฟฟ้าที่มากขึ้น มีทั้งแบบ AC และ DC – แบบ AC รองรับกระแสไฟฟ้า 10A, 16A และ 32A / 250-440V – แบบ DC รองรับกระแสไฟฟ้า 80A, 125A 200A และ 250A / 750-1,000V 3.3 หัวชาร์จ CSS (Combined Charging System) เป็นนวัตกรรมที่นำ AC Charging มาเพิ่มหัวต่ออีก 2 Pin เพื่อให้รองรับการชาร์จแบบ DC Charging ได้ มีทั้งหมด 2 แบบ -CSS Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V -CSS Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 1000V

 

การชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ของ รถยนต์ EV

1. ขั้นตอนการชาร์จมาตรฐาน
1. จอดและเตรียมรถ จอดในตำแหน่งที่กำหนด ดับเครื่องยนต์ และเปิดฝาครอบพอร์ตชาร์จ
2. เชื่อมต่อ เสียบหัวชาร์จเข้ากับพอร์ตให้แน่น จนล็อกสนิท
3. เริ่มชาร์จ แตะบัตรสมาชิก, สแกน QR Code ผ่านแอปฯ, หรือกดปุ่มเริ่มที่ตู้ชาร์จ
4. ตรวจสอบ ดูไฟสถานะที่ตู้หรือหน้าจอรถว่าไฟเริ่มเข้าหรือไม่

5. หยุดชาร์จ เมื่อชาร์จเสร็จ (แนะนำ 80-90% เพื่อยืดอายุแบต) ให้กดหยุดการทำงานที่แอปฯ/ตู้ชาร์จก่อน แล้วค่อยปลดสาย

2. การชาร์จที่บ้านเตรียมพร้อมติดตั้ง Wallbox (เครื่องชาร์จติดผนัง) ที่ได้มาตรฐาน, เพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟ, สายไฟขนาดใหญ่, มีสายดิน และเครื่องกันไฟรั่ว (RDC) 1. เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ (พอร์ต Type 2) 2. เสียบปลายสายอีกด้านเข้ากับ Wallbox/เต้ารับที่เตรียมไว้ 3. เปิดสวิตช์ที่ Wallbox และเริ่มชาร์จผ่านแอปฯ 4. ชาร์จข้ามคืน (ประมาณ 6-10 ชม.) เพื่อความสะดวกและถนอมแบตเตอรี่

3. การชาร์จที่สถาณี ใช้แอปฯ ค้นหาสถานี เช่น EV Station PluZ, EA Anywhere, PEA Volta, Evolt จากนั้นทำการสมัครสมาชิก/เตรียมแอปฯ/บัตรเติมเงิน (มีหัวชาร์จหลายแบบ เช่น CCS2, CHAdeMo, GB/T)

4. ขั้นตอน (DC Quick Charge)

1. จอดรถในจุดที่กำหนด
2. เลือกหัวชาร์จให้ตรงกับรถ (ส่วนใหญ่เป็น CCS2)
3. เสียบปลั๊กเข้ากับรถ
4. ผ่านแอปฯ หรือบัตร แตะที่เครื่องเพื่อเริ่มชาร์จ (เลือกประเภท AC/DC และกำลังไฟ).
5. รอจนถึงระดับที่ต้องการ (แนะนำ 20-80%) แล้วกดหยุดชาร์จ จากนั้นถอดสายออกและเก็บเข้าที่

 

สรุป   การชาร์จแบตเตอรี่รถ EV สามารถชาร์จที่บ้านซึ่งส่วนมากจะเป็นแบบชาร์จช้าและตามสถานที่ให้บริการชาร์จเช่นตามปั้มน้ำมัน,ห้างสรรสินค้าซึ่งจะเป็นแบบชาร์จเร็ว สามารถค้นหาสถานีชาร์จผ่านโทรศัพท์ หัวชาร์จที่นิยมใช้ในไทยมี 2 แบบ คือ Type 2 สำหรับ AC และ CCS2 สำหรับ DC เช่นในรถ TOYOTA BZ4X และ รถ TOYOTA HILUX TRAVO-e ที่เป็นรถ EV จะใช้หัวชาร์จ Type 2 และ CCS2 การชาร์จควรชาร์จไฟที่ 20-80% เป็นประจำ อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง 0% หรือชาร์จเต็ม 100% บ่อยๆ ให้ใช้ AC ชาร์จเป็นหลักส่วน DC ชาร์จเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ