5 จุดที่ต้อง เช็กรถยนต์ ก่อนเดินทางไกล
เตรียมพร้อม
ก่อนออกเดินทาง เพื่อการขับขี่ปลอดภัย …
การเดินทางไกลรถจะต้องมีความพร้อมที่จะรองรับการใช้งานที่เครื่องยนต์จะต้องทำงานต่อเนื่องนานๆ ช่วงล่างและระบบรองรับก็จะต้องสมบูรณ์ ศูนย์ล้อไม่ดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ไม่ปลอดภัย เมื่อยล้า
ระบบไฟสัญญาณและไฟส่องสว่างจะต้องติดครบทุกดวง และที่สำคัญระบบเบรกจะต้องสมบูรณ์ ทำงานได้ปกติ ซึ่ง 5 จุดสำคัญที่ต้องเช็กก่อนเดินทางไกลมีดังต่อไปนี้ …
1. ยางรถยนต์และช่วงล่าง
ควรตรวจสอบลมยาง และลมยางอะไหล่ให้เติมเพิ่มจากค่ามาตรฐานอีก 15-20 เปอร์เซ็นต์ สภาพดอกยางปกติ ไม่สึกเกินค่ากำหนด และไม่มีรอยแตกร้าว บวม แตกลายงา หรือมีรอยรั่วซึม เวลาขับขี่พวงมาลัยตรง ไม่สั่น เมื่อใช้ความเร็วหรือมีอาการกินไปด้านใดด้านนึง ศูนย์ล้อต้องตรง เวลาวิ่งผ่านทางขรุขระ ช่วงล่างไม่มีเสียงดังผิดปกติหรือเสียงหอน
2. ระบบเบรก
ตรวจเช็กความหนาของผ้าเบรกว่ายังอยู่ในค่ากำหนดเหลือเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ สภาพจานเบรกไม่มีเสียงดังขณะเหยียบเบรก ระดับน้ำมันเบรกอยู่ในระดับปกติ ไม่พร่องหรือรั่วซึมตามท่อทางเดินต่างๆ เวลาเหยียบเบรกแล้วพวงมาลัยต้องไม่สั่น แป้นเบรกไม่สู้เท้า หม้อลมเบรกทำงานปกติ ไม่มีเสียงลมรั่ว เวลาเหยียบเบรกค้างเอาไว้ และการทำงานของเบรกมือปกติ คือ ระยะดึงเบรกมืออยู่ในค่ากำหนดตามคู่มือการใช้รถ เป็นต้น
3. น้ำมันเครื่องของเหลวและระบบหล่อเย็น
• ตรวจเช็กวัดระดับน้ำมันเครื่อง ต้องอยู่ในระดับมาตรฐานและควรอยู่ที่ขีดบนสุด สีของน้ำมันไม่ดำและมีกลิ่นเหม็นไหม้ หากถึงกำหนดเปลี่ยนให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องก่อนออกเดินทาง
• หม้อน้ำและระบบหล่อเย็นตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำและถังพักน้ำให้อยู่ในระดับที่กำหนด เพื่อป้องกันเครื่องยนต์ร้อนจัด (Overheat) ตรวจเช็กฝาหม้อน้ำยางไม่ขาดวาล์วสุญญากาศไม่หลุดหาย และไม่มีรอยรั่วในระบบเช่นปั๊มน้ำ,หม้อน้ำ,ท่อยางหม้อน้ำไม่บวมไม่แตกร้าว
• เติมน้ำฉีดกระจกให้เต็มเพื่อทัศนวิสัยที่ดีเวลาเจอฝนหรือคราบฝุ่นหรือโคลน น้ำมันเพาเวอร์ น้ำมันเกียร์ อยู่ในระดับที่กำหนด
4. แบตเตอรี่และขั้วแบตเตอรี่
ตรวจสอบว่าน้ำกลั่นอยู่ในระดับที่กำหนดโดยเฉพาะแบตเตอรี่แบบน้ำ ขั้วแบตเตอรี่แน่นไม่หลวมหรือมีคราบขี้เกลือเกาะตามขั้ว และตัวแบตเตอรี่ไม่บวมเสียรูปหรือแตกร้าว ตัวยึดแบตเตอรี่แน่นปกติ
5. ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมด ไฟหน้า ไฟสูง-ต่ำ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก และไฟฉุกเฉิน ว่าติดสว่างครบถ้วนทุกดวง
นอกจากนี้แล้วจะต้องตรวจระบบควบคุมต่างๆ หรือระบบความปลอดภัยที่มีในรถเช่นเครื่องยนต์จะต้องไม่สั่นไม่สะดุดระบบเกียร์ทำงานครบตำแหน่งเกียร์ ระบบความปลอดภัยต่างๆ ไม่มีไฟเตือนความผิดปกติโชว์เตือนที่หน้าปัด และการเตรียมเครื่องมือฉุกเฉินและอุปกรณ์ปะยางเบื้องต้นติดรถไว้ รวมทั้งเบอร์โทรฉุกเฉิน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าศึกษาเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้อุ่นใจตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้นครับ
- วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน
- เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน
- ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
- คุยกับช่างเค คลิก
- คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors


















