ขั้นตอน การถอดเปลี่ยนยาง เมื่อเกิดเหตุแตกฉุกเฉิน
ทำเอง
วิธีง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง…
เมื่อเกิดเหตุการณ์ยางรถยนต์แตกฉุกเฉิน หากรถของคุณมีอุปกรณ์หรืออะไหล่ติดรถอยู่เสมอ สามารถทำการเปลี่ยนยางได้ด้วยตัวเอง ด้วย 8 ขั้นตอนง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลารอช่างหรือหาวิธีนำรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์บริการ…
การเปลี่ยนยางรถยนต์ฉุกเฉินด้วยตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆ ใน 8 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้…
1. เตรียมความพร้อมและจอดรถในที่ปลอดภัยค่อยๆ ชะลอความเร็ว จับพวงมาลัยให้มั่น ห้ามเหยียบเบรกกะทันหันหรือดึงเบรกมือหาสถานที่จอดรถไหล่ทางที่ราบเรียบและปลอดภัย ห่างจากโค้งหรือจุดอับสายตาเปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟกะพริบ) และนำป้ายสะท้อนแสงหรือกรวยมาตั้งไว้ด้านหลังรถดึงเบรกมือให้สุด และเข้าเกียร์ P (สำหรับเกียร์ออโต้) หรือเกียร์ 1 (สำหรับเกียร์ธรรมดา) หาวัสดุแข็ง เช่น ก้อนหินหรือหมอนรองล้อ มาหนุนไว้ที่ล้อฝั่งตรงข้ามกับล้อที่ยางแตกเพื่อกันรถไหล
2. เตรียมอุปกรณ์และยางอะไหล่หยิบเครื่องมือประจำรถ ได้แก่ แม่แรง (Jack), บล็อกขันน็อตล้อ (Wheel Wrench) และ ยางอะไหล่ จากใต้ท้องรถหรือท้ายรถหากล้อมีฝาครอบล้อ ให้ใช้ด้ามประแจค่อยๆ งัดฝาครอบออกก่อน
3. คลายน็อตล้อ (ขณะล้อยังติดพื้น)ใช้บล็อกขันน็อตหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อคลายน็อตล้อทุกตัวออกพอหลวม (อย่าเพิ่งถอดน็อตออกจนหมดในขั้นตอนนี้ เพื่อไม่ให้ล้อหลุดขณะยังไม่ได้ยกรถ) หากน็อตแน่นมาก ให้ใช้เท้าเหยียบหรือน้ำหนักตัวกดลงบนด้ามประแจช่วยผ่อนแรง
4. ยกรถด้วยแม่แรงสอดแม่แรงเข้าไปตรงจุดรองรับแม่แรงของรถ (สังเกตบริเวณสันเหล็กใต้ธรณีประตูใกล้กับล้อที่ยางแตก) หมุนขันแม่แรงจนกระทั่งล้อที่ยางแตกยกลอยขึ้นมาจากพื้นประมาณ 2-5 เซนติเมตร
5. ถอดน็อตและถอดยางที่แตกออก หมุนคลายน็อตทั้งหมดออกให้ครบทุกตัว แล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เช่น ในฝากระโปรงรถหรือช่องวางของใช้สองมือประคองล้อแล้วดึงออกตรงๆ ในแนวตั้งฉากกับดุมล้อนำยางที่แตกไปวางนอนไว้ใต้ท้องรถบริเวณคานใกล้ๆ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเผื่อแม่แรงทรุด
6.ใส่ยางอะไหล่เข้าแทนที่ ยกยางอะไหล่ขึ้นมาสวมเข้ากับดุมล้อให้รูน็อตตรงกัน ใส่น็อตกลับเข้าไปทีละตัว ใช้มือหมุนตามเข็มนาฬิกาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อน เพื่อป้องกันเกลียวหวาน
7. นำล้อลงพื้นและขันน็อตให้แน่นหมุนแม่แรงลงช้าๆ จนล้อแตะพื้นและรับน้ำหนักรถได้ แล้วจึงเอาแม่แรงออกใช้บล็อกขันน็อต ขันน็อตให้แน่นแบบทแยงมุม (ไม่ใช่ขันวนเป็นวงกลม) เพื่อให้ล้อแนบสนิทกับดุมล้ออย่างเท่ากัน
8. ตรวจเช็กความเรียบร้อยเก็บยางที่แตกและอุปกรณ์เครื่องมือทั้งหมดใส่ท้ายรถให้เรียบร้อยตรวจสอบแรงดันลมยางและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ (ไม่ควรเกิน 80 กม./ชม.) เพื่อนำรถไปหาร้านยางเพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนยางใหม่
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
- วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน
- เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน
- ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
- คุยกับช่างเค คลิก
- คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors



















