Skip to content
  • Buying a Car
    สนใจซื้อรถ
  • Buying Insurance
    สนใจซื้อประกัน
  • Car Service
    สนใจเข้ารับบริการ
  • Our Story
    อยากรู้จักเรา
  • Join Us
    ร่วมงานกับเรา
  • Horoscope
    ฤกษ์ดี…มีสิริมงคล
  • K.Motors Guru
    เค.มอเตอร์ส กูรู
  • Promotions
    โปรโมชั่น
  • Auto Reviews
    รีวิวรถยนต์
  • News & Events
    ข่าวและกิจกรรม
  • Privileges
    สิทธิพิเศษ
  • Privacy & Security Policy
    นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • Promotions
      โปรโมชั่น
    • Auto Reviews
      รีวิวรถยนต์
    • News & Events
      ข่าวและกิจกรรม
    • K.Motors Privileges
      สิทธิพิเศษ
    • Privacy & Security Policy
      นโยบายความเป็นส่วนตัว
Call Center : 02-662-6555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1//kmotors-guru//2026-03-04//2024//12282 Views16

+ 2

+ 1

+ 0

  • Facebook iconFacebook
อัพเดท : 18 กุมภาพันธ์ 2569

รถยนต์ EV ชาร์จแบตยังไง?

แต่ละแบบ

วิธีการชาร์จและกำลังที่ได้ไม่เหมือนกัน…
รถยนต์ EV ชาร์จแบตเตอรี่ โดยการชาร์จไฟจากภายนอก สามารถแบ่งการชาร์จเป็น 2 รูปแบบการชาร์จ คือ AC (ชาร์จปกติที่บ้าน) และ DC (ชาร์จเร็วตามสถานี) โดยจะต้องชาร์จผ่านหัวชาร์จ ซึ่งประเภทหัวชาร์จมีดังต่อไปนี้…

1.หัวชาร์จแบบธรรมดา (Normal Charger) หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Normal Charger คือสายที่ออกแบบให้ต่อจากเต้ารับไฟฟ้าในบ้านโดยตรง ข้อจำกัดคือมิเตอร์ไฟฟ้าต้องเป็น 15 (45)A และต้องใช้เต้ารับที่รองรับกับตัวปลั๊กของหัวชาร์จโดยเฉพาะ ทำให้ใช้เวลาชาร์จนานกว่า 12-16 ชั่วโมง ถึงจะเต็มความจุของแบตเตอรี่ โดยหัวชาร์จรถไฟฟ้าแบบธรรมดามี 2 แบบคือ 1.1 หัวชาร์จ Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น หัวต่อแบบ 5 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 32 A / 250 V 1.2 หัวชาร์จ Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศในเอเชีย หัวต่อแบบ 7 Pin ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 70A / 250V และ 3 Phase 63A / 480 V รถยนต์ EV


2.หัวชาร์จแบบ Double Speed Charger หรือแบบ Wall Box หัวชาร์จรถไฟฟ้า AC หรือกระแสสลับแบบ Double Speed Charger หรือการชาร์จจากเครื่อง Wall Box นิยมติดตั้งไว้ที่บ้านเป็นหลัก มีความปลอดภัยมากกว่าหัวชาร์จรถไฟฟ้า Normal Charger และใช้เวลาชาร์จน้อยกว่าเฉลี่ย 4-7 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดของ Wall Box และความจุแบตเตอรี่ โดยมีหัวชาร์จ 2 แบบคือ 2.1 เป็นหัวชาร์จ Type 1 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ Single-Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A, 40A และ 48A / 240 V 2.2 เป็นหัวชาร์จ Type 2 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ใช้กระแสไฟฟ้า AC แบบ 3 Phase รองรับกระแสไฟฟ้า 16A และ 32 A / 250 V รถยนต์ EV

 

3.หัวชาร์จแบบชาร์จเร็ว (Quick Charger) เป็นหัวชาร์จรถไฟฟ้ากระแสตรงหรือ DC Charging เหมาะกับผู้ที่ต้องการชาร์จในเวลาเร่งด่วนจาก 0-80% ภายใน 40-60 นาที มีหัวชาร์จทั้งหมด 3 แบบคือ 3.1. หัวชาร์จ CHAdeMO (CHArge de MOve) รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V จุดเด่นคือชาร์จไฟแล้วขับต่อได้ทันที นิยมใช้ในประเทศญี่ปุ่น 3.2 หัวชาร์จ GB/T เป็นนวัตกรรมจากประเทศจีน และพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบรับความนิยมของผู้ใช้รถไฟฟ้าที่มากขึ้น มีทั้งแบบ AC และ DC – แบบ AC รองรับกระแสไฟฟ้า 10A, 16A และ 32A / 250-440V – แบบ DC รองรับกระแสไฟฟ้า 80A, 125A 200A และ 250A / 750-1,000V 3.3 หัวชาร์จ CSS (Combined Charging System) เป็นนวัตกรรมที่นำ AC Charging มาเพิ่มหัวต่ออีก 2 Pin เพื่อให้รองรับการชาร์จแบบ DC Charging ได้ มีทั้งหมด 2 แบบ -CSS Type 1 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปอเมริกาเหนือและประเทศญี่ปุ่น รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 600V -CSS Type 2 นิยมใช้ในกลุ่มทวีปยุโรปและประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย รองรับกระแสไฟฟ้า 200A / 1000V

 

การชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ของ รถยนต์ EV

1. ขั้นตอนการชาร์จมาตรฐาน
1. จอดและเตรียมรถ จอดในตำแหน่งที่กำหนด ดับเครื่องยนต์ และเปิดฝาครอบพอร์ตชาร์จ
2. เชื่อมต่อ เสียบหัวชาร์จเข้ากับพอร์ตให้แน่น จนล็อกสนิท
3. เริ่มชาร์จ แตะบัตรสมาชิก, สแกน QR Code ผ่านแอปฯ, หรือกดปุ่มเริ่มที่ตู้ชาร์จ
4. ตรวจสอบ ดูไฟสถานะที่ตู้หรือหน้าจอรถว่าไฟเริ่มเข้าหรือไม่

5. หยุดชาร์จ เมื่อชาร์จเสร็จ (แนะนำ 80-90% เพื่อยืดอายุแบต) ให้กดหยุดการทำงานที่แอปฯ/ตู้ชาร์จก่อน แล้วค่อยปลดสาย

2. การชาร์จที่บ้านเตรียมพร้อมติดตั้ง Wallbox (เครื่องชาร์จติดผนัง) ที่ได้มาตรฐาน, เพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟ, สายไฟขนาดใหญ่, มีสายดิน และเครื่องกันไฟรั่ว (RDC) 1. เสียบหัวชาร์จเข้ากับรถ (พอร์ต Type 2) 2. เสียบปลายสายอีกด้านเข้ากับ Wallbox/เต้ารับที่เตรียมไว้ 3. เปิดสวิตช์ที่ Wallbox และเริ่มชาร์จผ่านแอปฯ 4. ชาร์จข้ามคืน (ประมาณ 6-10 ชม.) เพื่อความสะดวกและถนอมแบตเตอรี่

3. การชาร์จที่สถาณี ใช้แอปฯ ค้นหาสถานี เช่น EV Station PluZ, EA Anywhere, PEA Volta, Evolt จากนั้นทำการสมัครสมาชิก/เตรียมแอปฯ/บัตรเติมเงิน (มีหัวชาร์จหลายแบบ เช่น CCS2, CHAdeMo, GB/T)

4. ขั้นตอน (DC Quick Charge)

1. จอดรถในจุดที่กำหนด
2. เลือกหัวชาร์จให้ตรงกับรถ (ส่วนใหญ่เป็น CCS2)
3. เสียบปลั๊กเข้ากับรถ
4. ผ่านแอปฯ หรือบัตร แตะที่เครื่องเพื่อเริ่มชาร์จ (เลือกประเภท AC/DC และกำลังไฟ).
5. รอจนถึงระดับที่ต้องการ (แนะนำ 20-80%) แล้วกดหยุดชาร์จ จากนั้นถอดสายออกและเก็บเข้าที่

 

สรุป   การชาร์จแบตเตอรี่รถ EV สามารถชาร์จที่บ้านซึ่งส่วนมากจะเป็นแบบชาร์จช้าและตามสถานที่ให้บริการชาร์จเช่นตามปั้มน้ำมัน,ห้างสรรสินค้าซึ่งจะเป็นแบบชาร์จเร็ว สามารถค้นหาสถานีชาร์จผ่านโทรศัพท์ หัวชาร์จที่นิยมใช้ในไทยมี 2 แบบ คือ Type 2 สำหรับ AC และ CCS2 สำหรับ DC เช่นในรถ TOYOTA BZ4X และ รถ TOYOTA HILUX TRAVO-e ที่เป็นรถ EV จะใช้หัวชาร์จ Type 2 และ CCS2 การชาร์จควรชาร์จไฟที่ 20-80% เป็นประจำ อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง 0% หรือชาร์จเต็ม 100% บ่อยๆ ให้ใช้ AC ชาร์จเป็นหลักส่วน DC ชาร์จเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

  • แบตเตอรี่ Smart Key หมด ทำอย่างไร
  • สัญลักษณ์สามเหลี่ยม บนแก้มยางมีประโยชน์อย่างไร
  • ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
  • คุยกับช่างเค คลิก 
  • คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors
70305:19971 Views8412

รถไม่ค่อยวิ่ง ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหนดี ?

เปลี่ยนตอนไหนดูแลรักษาอย่างไร…
น้ำมันเครื่องทำหน้าที่หลักๆ คือ หล่อลื่นชิ้นส่วน , ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ , ชะล้างทำความสะอาด ,ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ,รักษากำลัง...อ่านต่อ
เปลี่ยนตอนไหนดูแลรักษาอย่างไร…
น้ำมันเครื่องทำหน้าที่หลักๆ คือ หล่อลื่นชิ้นส่วน , ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ , ชะล้างทำความสะอาด ,ป้องกัน...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
72676:18821 Views7769

วิธีเข้าเกียร์ เมื่อจอดรถเพื่อถนอมเกียร์

ช่วยทำให้อายุการใช้งานเกียร์นานขึ้น…
การจอดรถไม่ถูกวิธีส่งผลทำให้เกียร์เกิดการสึกหรอ หรือทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้ในระยะยาว วิธีการเข้าเกียร์ที่ถูกต้องเมื่อจอดรถจะช่วยล...อ่านต่อ
ช่วยทำให้อายุการใช้งานเกียร์นานขึ้น…
การจอดรถไม่ถูกวิธีส่งผลทำให้เกียร์เกิดการสึกหรอ หรือทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้ในระยะยาว วิธีการเข้าเกี...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
84607:17525 Views5788

หมุนพวงมาลัยซ้าย – ขวา แล้วมีเสียงดัง เกิดจากอะไร แก้ยังไง

ผิดปกติส่งผลเสียหายกับรถยนต์ได้…
เนื่องจากชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหมุนพวงมาลัยหรือที่เรียกว่าระบบบังคับเลี้ยว นอกจากจะมีระบบบังคับเลี้ยวแล้วยังเกี่ยวเนื่องกับระบบรองรับ...อ่านต่อ
ผิดปกติส่งผลเสียหายกับรถยนต์ได้…
เนื่องจากชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหมุนพวงมาลัยหรือที่เรียกว่าระบบบังคับเลี้ยว นอกจากจะมีระบบบังคับเลี้ยวแล...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
73859:18500 Views4230

91 กับ 95 แบบไหนกินน้ำมันมากกว่ากัน เติมแบบไหนดี

น้ำมันแบบไหนได้ประสิทธิภาพดีที่สุด….
คิดว่าคงสงสัยว่าตัวเลขที่เราเห็นตามปั๊มน้ำมันที่มีตัวเลขเบนซิน 91 หรือเบนซิน 95 หรือแก๊สโซฮอล์ 91 และ แก๊สโซฮอล์ 95 ตัวเลขที่ต่อท้ายชน...อ่านต่อ
น้ำมันแบบไหนได้ประสิทธิภาพดีที่สุด….
คิดว่าคงสงสัยว่าตัวเลขที่เราเห็นตามปั๊มน้ำมันที่มีตัวเลขเบนซิน 91 หรือเบนซิน 95 หรือแก๊สโซฮอล์ 91 และ แก...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
73545:16447 Views3403

แผงคอนเดนเซอร์รั่ว สังเกตเบื้องต้นยังไง ส่งผลอย่างไร

หรือเย็นลดลง มาก-น้อย อยู่ที่รอยรั่ว…
แผงคอนเดนเซอร์แอร์เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบปรับอากาศ ลักษณะจะมีครีบระบายความร้อนและช่องทางเดินของน้ำยาแอร์เหมือนกับแผงหม้อน้ำรถยนต์ โด...อ่านต่อ
หรือเย็นลดลง มาก-น้อย อยู่ที่รอยรั่ว…
แผงคอนเดนเซอร์แอร์เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบปรับอากาศ ลักษณะจะมีครีบระบายความร้อนและช่องทางเดินของน้ำยาแอ...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
77902:16034 Views3286

ปุ่ม POWER ใช้งานอย่างไร ให้ได้ประสิทธิภาพ ?

ใช้ในกรณีจำเป็น คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ…
ในรถรุ่นปัจจุบันมีการพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อสภาพความต้องการการใช้งานได้อย่างหลากหลาย โหมดการใช้งานเป็น...อ่านต่อ
ใช้ในกรณีจำเป็น คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ…
ในรถรุ่นปัจจุบันมีการพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อสภาพความต้องการการใช้งานได้อ...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
  • คุ้มค่า ไม่เอาเปรียบราคา
  • ประกันคุณภาพ ซ่อมเหนือมาตรฐาน
  • บริการด้วยใจ บริการหลังการขาย
  • สิทธิพิเศษ ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • YARIS ATIV
  • YARIS
  • YARIS CROSS
  • COROLLA ALTIS
  • COROLLA CROSS
  • CAMRY
  • BZ4X
  • GR 86
  • GR YARIS
  • GR COROLLA
  • GR SUPRA
รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
  • HILUX CHAMP
  • REVO STANDARD CAB
  • REVO Z EDITION
  • HIACE
  • COMMUTER
  • MAJESTY
รถอเนกประสงค์
  • VELOZ
  • FORTUNER
  • INNOVA
  • COASTER
  • ALPHARD
เมนูที่สนใจ
  • สนใจซื้อประกัน
  • สนใจเข้ารับบริการ
  • สนใจร่วมงานกับเรา
  • อยากรู้จัก เค.มอเตอร์ส
  • ค้นหาโชว์รูม
  • เค.มอเตอร์ส กูรู
  • เช็กฤกษ์ออกรถ
TOYOTA K.MOTORS TOYOTA’S DEALER

สำนักงานใหญ่ 769 ซ.สุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทร: 02-662-6555
E-mail: customerservice@kmotors.co.th

  • Buying a Car
    สนใจซื้อรถ
  • Buying Insurance
    สนใจซื้อประกัน
  • Car Service
    สนใจเข้ารับบริการ
  • Our Story
    อยากรู้จักเรา
  • Join Us
    ร่วมงานกับเรา
  • Horoscope
    ฤกษ์ดี…มีสิริมงคล
  • K.Motors Guru
    เค.มอเตอร์ส กูรู
  • Promotions
    โปรโมชั่น
  • Auto Reviews
    รีวิวรถยนต์
  • News & Events
    ข่าวและกิจกรรม
  • Privileges
    สิทธิพิเศษ
  • Privacy & Security Policy
    นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
  • รถยนต์อเนกประสงค์
  • GR GAZOO RACING
  • YARIS ATIV

    เริ่มต้น 549,000 บาท

  • YARIS

    เริ่มต้น 559,000 บาท

  • YARIS CROSS

    เริ่มต้น 789,000 บาท

  • COROLLA ALTIS

    เริ่มต้น 894,000 บาท

  • COROLLA CROSS

    เริ่มต้น 989,000 บาท

  • CAMRY

    เริ่มต้น 1,455,000 บาท

  • BZ4X

    เริ่มต้น 1,529,000 บาท

  • HILUX CHAMP

    เริ่มต้นที่ 459,000 บาท

  • REVO STANDARD CAB

    เริ่มต้น 584,000 บาท

  • REVO Z EDITION

    เริ่มต้น 669,000 บาท

  • TRAVO STANDARD CAB

    เริ่มต้น 767,000 บาท

  • TRAVO PRERUNNER & 4TREX

    เริ่มต้น 789,000 บาท

  • TRAVO OVERLAND

    เริ่มต้น 1,102,000 บาท

  • TRAVO-E

    เริ่มต้น 1,491,000 บาท

  • HIACE

    เริ่มต้น 1,019,000 บาท

  • COMMUTER

    เริ่มต้น 1,289,000 บาท

  • MAJESTY

    เริ่มต้น 1,989,000 บาท

  • VELOZ

    เริ่มต้น 795,000 บาท

  • FORTUNER

    เริ่มต้น 1,239,000 บาท

  • INNOVA ZENIX

    เริ่มต้น 1,379,000 บาท

  • COASTER

    เริ่มต้น 1,960,000 บาท

  • ALPHARD

    เริ่มต้น 4,129,000 บาท

  • GR 86

    เริ่มต้น 2,949,000 บาท

  • GR YARIS

    เริ่มต้น 3,499,000 บาท

  • GR COROLLA

    เริ่มต้น 4,199,000 บาท

  • GR SUPRA

    เริ่มต้น 5,349,000 บาท