Skip to content
  • Buying a Car
    สนใจซื้อรถ
  • Buying Insurance
    สนใจซื้อประกัน
  • Car Service
    สนใจเข้ารับบริการ
  • Our Story
    อยากรู้จักเรา
  • Join Us
    ร่วมงานกับเรา
  • Horoscope
    ฤกษ์ดี…มีสิริมงคล
  • K.Motors Guru
    เค.มอเตอร์ส กูรู
  • Promotions
    โปรโมชั่น
  • Auto Reviews
    รีวิวรถยนต์
  • News & Events
    ข่าวและกิจกรรม
  • Privileges
    สิทธิพิเศษ
  • Privacy & Security Policy
    นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • Promotions
      โปรโมชั่น
    • Auto Reviews
      รีวิวรถยนต์
    • News & Events
      ข่าวและกิจกรรม
    • K.Motors Privileges
      สิทธิพิเศษ
    • Privacy & Security Policy
      นโยบายความเป็นส่วนตัว
Call Center : 02-662-6555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1//kmotors-guru//2026-09-22//2024//12931 Views3

+ 2

+ 1

+ 0

  • Facebook iconFacebook
อัพเดท : 14 กันยายน 2569

ดีเซล B7 vs B20 ต่างกันยังไง ควรเติมแบบไหน สำหรับรถยนต์ Hilux และ Fortuner

เลือกอย่างไร ?

ให้เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้งาน…
น้ำมันดีเซลที่มีจำหน่ายตามปั๊มน้ำมันปัจจุบันจะแบ่งไปตามส่วนผสมของไบโอดีเซลที่มีการผสมเข้าไปในน้ำมันดีเซลที่ได้จากการกลั่นน้ำมัน โดยไบโอดีเซล คือ น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติหมุนเวียน เช่น น้ำมันพืช (โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม) ไขมันสัตว์

หรือน้ำมันใช้แล้วนำมาผสมซึ่งทางรัฐบาลสนับสนุนจึงทำให้มีราคาถูกลงตามปริมาณไบโอดีเซลที่เติมเข้าไปเติมมากก็จะถูกมากเติมน้อยก็จะถูกลงน้อยกว่า โดยน้ำมัน ดีเซล ที่มีขายตามปั๊มน้ำมันจะมีน้ำมัน B7,B10,B20 และน้ำมันดีเซลล้วนที่ไม่ผสม ปัจจุบันน้ำมัน B10 จะถูกยกเลิกการขายไปแล้ว จึงทำให้ชนิดของน้ำมันดีเซลเหลือให้ใช้ดังนี้

 

ชนิดของน้ำมันดีเซล

1. ดีเซล B20 มีไบโอดีเซลผสมอยู่ 20% น้ำมันดีเซลผสมอยู่ 80% ราคา ประมาณ 33.39 บาท/ลิตร
2. ดีเซลปกติ B7 โดยดีเซล B7 จะมีไบโอดีเซล ผสมอยู่ 7% น้ำมันดีเซลผสมอยู่ 93% ราคาประมาณ 37.54 – 39.39 บาท/ลิตร
3. ดีเซล พรีเมียม / พาวเวอร์ดีเซล คือน้ำมันดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มีส่วนผสมของไบโอดีเซล ราคา ประมาณ 49.25 – 50.05 บาท/ลิตร

 

ความแตกต่างระหว่าง B7 และ B20

1. สัดส่วนไบโอดีเซล ที่ผสมเข้าไป โดยดีเซล B7 จะมีไบโอดีเซล ผสมอยู่ 7% น้ำมันดีเซลผสมอยู่ 93% ส่วนดีเซล B20 มีไบโอดีเซลผสมอยู่ 20% น้ำมันดีเซลผสมอยู่ 80%
2. ราคา B20 มีราคาถูกกว่า B7 เนื่องจากภาครัฐช่วยสนับสนุนราคาจากปริมาณไบโอดีเซลที่ผสมไปมากกว่า
3. B20 มีความหนืดสูงกว่าและอมความชื้นได้ง่ายกว่า หากจอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ใช้รถ อาจทำให้เกิดคราบเหนียวอุดตันในระบบเชื้อเพลิงได้ง่ายกว่า B7
4. ความแรง ในการใช้งานทั่วไป แรงม้าและแรงบิดแทบไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ B20 อาจให้ความรู้สึกหน่วงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซล

 

การรองรับการใช้น้ำมัน B20

  • รถ Hilux (Revo) และ Fortuner รุ่นที่ผลิตตั้งแต่ ปี 2015 จนถึงปัจจุบัน สามารถเติม B20 ได้เลยเนื่องจากถูกผลิตมารองรับการใช้งานน้ำมันดีเซล B20 อยู่แล้วแต่ก็ต้องสลับไปใช้งาน B7 บ้าง
  • รถ Hilux (Vigo) และ Fortuner รุ่นที่ผลิตหลังเดือนสิงหาคม ปี 2011-2015 สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้เช่นกัน แต่ถ้าหากจะใช้น้ำมัน B20 อย่างต่อเนื่องและใช้ในพื้นที่ที่มีอุณภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียสเป็นประจำจะต้องเปลี่ยนอะไหล่ ชุดกรองน้ำมันเชื้อเพลิง,ท่อยางและกิ๊บล็อกท่อยาง เพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานในอุณภูมิต่ำก่อน โดยสามารถติดต่อเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้าได้ทั่วประเทศ ครับ

 

รถยนต์ Hilux และ Fortuner ควรเติมแบบไหนดี ?

ถ้าเน้นประหยัดก็ให้เติมน้ำมัน B20 จะช่วยให้ประหยัดกว่า เนื่องจากมีราคาต่อลิตรถูกกว่า B7 แต่ถ้าเน้นอัตราเร่งและกำลังเครื่องยนต์ที่ดีกว่า แนะนำให้เติม B7 หรือดีเซลพรีเมี่ยมครับ

 

สายพานสายพาน     เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

  • วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน
  • เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน
  • ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
  • คุยกับช่างเค คลิก 
  • คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors

 

84607:21984 Views9389

หมุนพวงมาลัยซ้าย – ขวา แล้วมีเสียงดัง เกิดจากอะไร แก้ยังไง

ผิดปกติส่งผลเสียหายกับรถยนต์ได้…
เนื่องจากชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหมุนพวงมาลัยหรือที่เรียกว่าระบบบังคับเลี้ยว นอกจากจะมีระบบบังคับเลี้ยวแล้วยังเกี่ยวเนื่องกับระบบรองรับ...อ่านต่อ
ผิดปกติส่งผลเสียหายกับรถยนต์ได้…
เนื่องจากชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการหมุนพวงมาลัยหรือที่เรียกว่าระบบบังคับเลี้ยว นอกจากจะมีระบบบังคับเลี้ยวแล...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
77902:18994 Views4706

ปุ่ม POWER ใช้งานอย่างไร ให้ได้ประสิทธิภาพ ?

ใช้ในกรณีจำเป็น คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ…
ในรถรุ่นปัจจุบันมีการพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อสภาพความต้องการการใช้งานได้อย่างหลากหลาย โหมดการใช้งานเป็น...อ่านต่อ
ใช้ในกรณีจำเป็น คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ…
ในรถรุ่นปัจจุบันมีการพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้ตอบสนองต่อสภาพความต้องการการใช้งานได้อ...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
81394:17113 Views3985

จอดรถนานควรถอดแบตไหม ถ้าไม่ถอดจะเกิดอะไรขึ้นไหม ?

เพื่อเป็นการถนอมแบตเตอรี่และรถยนต์…
ก่อนที่จะรู้ว่าเวลาจอดรถนานๆ ควรถอดแบตเตอรี่ไหม ถอดขั้วไหนก่อน ไม่ถอดขั้วแบตจะเกิดอะไรขึ้นไหม เราไปดูหน้าที่ของแบตเตอรี่กันก่อนครับว่าม...อ่านต่อ
เพื่อเป็นการถนอมแบตเตอรี่และรถยนต์…
ก่อนที่จะรู้ว่าเวลาจอดรถนานๆ ควรถอดแบตเตอรี่ไหม ถอดขั้วไหนก่อน ไม่ถอดขั้วแบตจะเกิดอะไรขึ้นไหม เราไปดูหน้า...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
101898:15593 Views2593

แอร์เย็นเฉพาะตอนรถวิ่ง แต่ตอนจอดไม่เย็น เพราะอะไร?

การระบายความร้อนไม่เพียงพอ…
การที่แอร์เย็นเฉพาะตอนที่รถวิ่ง แต่ตอนที่จอดรถอยู่กับที่แอร์จะไม่เย็นเกิดได้จากสาเหตุ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ว...อ่านต่อ
การระบายความร้อนไม่เพียงพอ…
การที่แอร์เย็นเฉพาะตอนที่รถวิ่ง แต่ตอนที่จอดรถอยู่กับที่แอร์จะไม่เย็นเกิดได้จากสาเหตุ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ขั...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
95535:15758 Views2208

เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน ใช้ต่างกันอย่างไร ?

ดีที่สุด เวลาขับรถขึ้นเขา…
ก่อนที่จะตัดสินว่าเกียร์ B กับเกียร์ S อันไหนใช้ขับขึ้นเขาได้ดีกว่ากันนั้น ไปดูหน้าที่และการทำงานของเกียร์ B กับเกียร์ S กันก่อนว่ามีหน้าที่และ...อ่านต่อ
ดีที่สุด เวลาขับรถขึ้นเขา…
ก่อนที่จะตัดสินว่าเกียร์ B กับเกียร์ S อันไหนใช้ขับขึ้นเขาได้ดีกว่ากันนั้น ไปดูหน้าที่และการทำงานของเกียร์ B กับเ...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
86621:16879 Views1902

Diff Lock คืออะไร ใช้อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

แต่ละแบบใช้งานแตกต่างกันอย่างไร…
Diff-Lock คือระบบล็อกเฟืองท้าย ซึ่งส่วนมากจะติดตั้งอยูกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อโดยจะติดตั้งอยู่ที่ชุดเฟืองท้ายหลังเป็นหลัก แต่ในรถบางรุ่นก็จะม...อ่านต่อ
แต่ละแบบใช้งานแตกต่างกันอย่างไร…
Diff-Lock คือระบบล็อกเฟืองท้าย ซึ่งส่วนมากจะติดตั้งอยูกับรถขับเคลื่อนสี่ล้อโดยจะติดตั้งอยู่ที่ชุดเฟืองท้ายหล...อ่านต่อ
  • Facebook iconFacebook
  • คุ้มค่า ไม่เอาเปรียบราคา
  • ประกันคุณภาพ ซ่อมเหนือมาตรฐาน
  • บริการด้วยใจ บริการหลังการขาย
  • สิทธิพิเศษ ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • YARIS ATIV
  • YARIS
  • YARIS CROSS
  • COROLLA ALTIS
  • COROLLA CROSS
  • LAND CRUISER FJ
  • CAMRY
  • BZ4X
  • GR 86
  • GR YARIS
  • GR COROLLA
  • GR SUPRA
รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
  • HILUX CHAMP
  • REVO STANDARD CAB
  • REVO Z EDITION
  • TRAVO STANDARD CAB 4TREX
  • TRAVO PRERUNNER & 4TREX
  • TRAVO OVERLAND
  • TRAVO-E
  • HIACE
  • COMMUTER
  • MAJESTY
รถอเนกประสงค์
  • VELOZ
  • FORTUNER
  • INNOVA
  • ALPHARD
เมนูที่สนใจ
  • สนใจซื้อประกัน
  • สนใจเข้ารับบริการ
  • สนใจร่วมงานกับเรา
  • อยากรู้จัก เค.มอเตอร์ส
  • ค้นหาโชว์รูม
  • เค.มอเตอร์ส กูรู
  • เช็กฤกษ์ออกรถ
TOYOTA K.MOTORS TOYOTA’S DEALER

สำนักงานใหญ่ 769 ซ.สุขุมวิท 43 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทร: 02-662-6555
E-mail: customerservice@kmotors.co.th

  • Buying a Car
    สนใจซื้อรถ
  • Buying Insurance
    สนใจซื้อประกัน
  • Car Service
    สนใจเข้ารับบริการ
  • Our Story
    อยากรู้จักเรา
  • Join Us
    ร่วมงานกับเรา
  • Horoscope
    ฤกษ์ดี…มีสิริมงคล
  • K.Motors Guru
    เค.มอเตอร์ส กูรู
  • Promotions
    โปรโมชั่น
  • Auto Reviews
    รีวิวรถยนต์
  • News & Events
    ข่าวและกิจกรรม
  • Privileges
    สิทธิพิเศษ
  • Privacy & Security Policy
    นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล
  • รถยนต์เพื่อการพาณิชย์
  • รถยนต์อเนกประสงค์
  • GR GAZOO RACING
  • YARIS ATIV

    เริ่มต้น 549,000 บาท

  • YARIS

    เริ่มต้น 559,000 บาท

  • YARIS CROSS

    เริ่มต้น 789,000 บาท

  • COROLLA ALTIS

    เริ่มต้น 909,000 บาท

  • COROLLA CROSS

    เริ่มต้น 989,000 บาท

  • LAND CRUISER FJ

    เริ่มต้น 1,269,000 บาท

  • CAMRY

    เริ่มต้น 1,455,000 บาท

  • BZ4X

    เริ่มต้น 1,529,000 บาท

  • HILUX CHAMP

    เริ่มต้นที่ 459,000 บาท

  • REVO STANDARD CAB

    เริ่มต้น 584,000 บาท

  • REVO Z EDITION

    เริ่มต้น 669,000 บาท

  • TRAVO STANDARD CAB

    เริ่มต้น 767,000 บาท

  • TRAVO PRERUNNER & 4TREX

    เริ่มต้น 789,000 บาท

  • TRAVO OVERLAND

    เริ่มต้น 1,102,000 บาท

  • TRAVO-E

    เริ่มต้น 1,491,000 บาท

  • HIACE

    เริ่มต้น 1,019,000 บาท

  • COMMUTER

    เริ่มต้น 1,289,000 บาท

  • MAJESTY

    เริ่มต้น 1,989,000 บาท

  • COASTER

    เริ่มต้น 2,175,000 บาท

  • VELOZ

    เริ่มต้น 795,000 บาท

  • FORTUNER

    เริ่มต้น 1,239,000 บาท

  • INNOVA ZENIX

    เริ่มต้น 1,379,000 บาท

  • ALPHARD

    เริ่มต้น 3,590,000 บาท

  • GR 86

    เริ่มต้น 2,949,000 บาท

  • GR YARIS

    เริ่มต้น 3,499,000 บาท

  • GR COROLLA

    เริ่มต้น 4,199,000 บาท

  • GR SUPRA

    เริ่มต้น 5,349,000 บาท