เกียร์ S M -/+ เหมาะกับการใช้งานตอนไหน อย่างไร?
วิธีใช้
ใช้อย่างไรให้ได้ประสอทธิภาพสูงสุด…
เกียร์ S หรือเกียร์ Sport เกียร์ M หรือ Manual Mode เป็นโหมดการเปลี่ยนเกียร์ในรถเกียร์อัตโนมัติที่จะทำงานเหมือนเกียร์ธรรมดาโดยผู้ขับขี่จะต้องทำการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น ( M+) หรือเปลี่ยนเกียร์ลง (M-) ให้เหมาะสมกับความเร็วรถและสภาวะการในขับขี่เอง
ซึ่งจะต้องเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถและสภาวะในการขับขี่ โดยการควบคุมที่คันเกียร์ หรือที่พวงมาลัยในรุ่นที่มีสวิตช์ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย หรือที่เรียกว่า Paddel Shift
1. การใช้งานในขณะออกตัว เมื่อเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่งเกียร์ D มาที่ตำแหน่งเกียร์ S M ระบบควบคุมเกียร์อัตโนมัติจะสั่งให้เกียร์เปลี่ยนไปที่เกียร์ตำแหน่งเกียร์ 4 หรือเกียร์ 5 แล้วแต่รุ่นรถ เพื่อลดอาการกระตุกของเกียร์ ผู้ขับขี่จะต้องทำการดันคันเกียร์หรือสวิตช์ Paddel Shift ที่พวงมาลัย ไปด้าน S M – เพื่อลดอัตราทดเกียร์จากตำแหน่งเกียร์ 4 ลงมาที่เกียร์ 1 (M1) จาก (M4-M3-M2-M1) เพื่อให้รถมีกำลังในการขับเคลื่อนออกตัวไปได้ แต่ถ้าออกตัวที่ตำแหน่งเกียร์ 4 รถจะไม่มีกำลังในการขับออกตัวไป
2. การใช้งานในขณะขับขี่ เมื่อต้องการเร่งแซงหรือต้องการควบคุมอัตราทดเกียร์เองโดยผู้ขับขี่ในระหว่างการขับขี่ โดยเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่งเกียร์ D มาที่ตำแหน่งเกียร์ S M ระบบควบคุมเกียร์อัตโนมัติจะสั่งให้เกียร์เปลี่ยนไปที่เกียร์ตำแหน่งเกียร์ 4 หรือเกียร์ 5 (แล้วแต่รุ่นรถ) เพื่อลดอาการกระตุกของเกียร์ หรืออาการหัวทิ่ม หากใช้ควาเร็วสูงมากเกินไปเวลาเลื่อนคันเกียร์จากเกียร์ D มาที่เกียร์ S M ผู้ขับขี่ควรจะใช้ความเร็วให้ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จากนั้นผู้ขับขี่จะต้องทำการดันคันเกียร์หรือกดสวิตช์ Padel Shift ที่พวงมาลัย ไปด้าน S M – หรือ S M + เพื่อเพิ่มหรือลดอัตราทดเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถในขณะนั้น เช่นในขณะเปลี่ยนมาที่เกียร์ S M เมื่อต้องการจะทำการเร่งแซง ถ้ารู้สึกว่าเร่งแล้วไม่มีกำลังก็ต้องลดเกียร์ลง (กด S M -) เพื่อให้มีแรงฉุดลากหรือพุ่งไปด้านหน้าให้เร็วที่สุด แต่พอเปลี่ยนเกียร์มาที่เกียร์ S M แล้วอาการเหมือนรถถูกดึงหรือหัวทิ่มก็ต้องเพิ่มอัตราทดเกียร์ (กด S M +) เพื่อลดอาการดึงของรถ
3. การใช้งานในการขึ้น/ลงทางชัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เกียร์ S M ในการขับลงทางชันโดยเฉพาะการขับรถลงเขาต่อเนื่องนานๆ เพื่อลดการใช้งานของเบรก ซึ่งหากเบรกร้อนจัดจะทำให้เบรกไม่อยู่หรือที่เรียกว่าเบรกเฟด การใช้เกียร์ S M จะเป็นการใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรกหรือชะลอรถ (Engine Brake) โดยผู้ขับขี่จะต้องควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถความลาดชัน นอกจากนี้การใช้เกียร์ S M ในการปีนป่ายขึ้นทางชันก็จะช่วยให้สะดวกมากขึ้นกว่าตำแหน่งเกียร์ D
สรุป ตำแหน่งเกียร์ S M เหมาะสำหรับใช้งานตอนที่ต้องการควบคุมรอบเครื่องยนต์และอัตราทดเกียร์เองเหมือนรถเกียร์ธรรมดา ใช้ในการขับขี่เร่งแซงหรือใช้ในเวลาเร่งรีบ เนื่องจากตอบสนองต่อคันเร่งได้ดีกว่าตำแหน่งเกียร์ D และที่สำคัญจะต้องใช้เกียร์ S M เวลาขับขี่ขึ้นลงทางชันโดยเฉพาะเวลาขับลงเขาชันต่อเนื่องนานๆ มีความจำเป็นมากที่ต้องใช้เกียร์ S M เพื่อที่จะใช้เครื่องยนต์ในการช่วยชะลอความเร็วหรือช่วยเบรก (Engine Brake) เพื่อลดการใช้เบรกลง เพราะหากใช้เกียร์ D ขับลงเขาจะทำให้รถไหลลงเขาเร็วกว่าปกติ จนทำให้ต้องเหยียบเบรกอยู่บ่อยๆ เพื่อชะลอความเร็วและเมื่อใช้เบรกต่อเนื่องนานๆ จะทำให้เบรกร้อนจัดหรือหรือที่เรียกว่าเบรกเฟด ส่งผลให้รถเบรกไม่อยู่จนไม่สามารถควบคุมรถได้ในที่สุด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยผู้ขับขี่จึงต้องใช้งานเกียร์ S M ในการขับรถลงเขาที่มีความชัน และต้องใช้เกียร์ S M ให้เกิดความชำนาญ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางครับ
- วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน
- เกียร์ B กับ เกียร์ S อันไหนใช้ขึ้นเขาได้ดีกว่ากัน
- ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์เรื่องอื่นๆ
- คุยกับช่างเค คลิก
- คุยกับเราได้ที่ https://www.facebook.com/toyotakmotors


















