อัพเดท : 21 ธันวาคม 2566

สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้!! เมื่อขับรถสวน หรือขับตาม…

ข้อควรระวัง

ขับรถใกล้รถบรรทุกอย่างไรให้ปลอดภัย..
การขับรถตามหรือสวนกับรถบรรทุก จำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถบรรทุกมีขนาดใหญ่ ทำให้บดบังทัศนียภาพหรือทัศนวิสัยในการขับขี่ในช่วงที่กำลังขับตามหรือขับสวนได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในท้องถนน จึงควรรู้จักสัญญาณไฟรถบรรทุกเบื้องต้นไว้จะดีที่สุด

4 สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้ เมื่อขับรถ “สวน” กับรถบรรทุก 

  • โผล่หน้ารถมาจากคันหน้าแล้วกระพริบไฟสูง 1 ครั้ง หมายถึง จะขอทางฝั่งเราเพื่อแซงรถคันหน้า ถ้าเราโอเคก็ให้กระพริบไฟตอบไป 1 ครั้ง
  • กระพริบไฟ 1 ครั้ง หมายถึง เป็นการเช็กว่าเราง่วงนอนหรือไม่ หรือถามว่าข้างหน้ามีด่านหรือไม่ ถ้าทุกอย่างปกติดี หรือไม่มีด่านก็ให้กระพริบไฟตอบไป 1 ครั้ง
  • กระพริบไฟหน้า แล้วเปิดไฟเลี้ยวทางฝั่งเรา หมายถึง ข้างหน้าเรามีด่าน ให้เราลดความเร็วลง
  • ดับไฟหน้า แล้วเปิดไฟ หมายถึง ข้างหน้ามีอุบัติเหตุรุนแรงให้ระมัดระวัง หรือมีด่าน


4 สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้ เมื่อขับ “ตาม” หลังรถบรรทุก

  • เปิดไฟสูง จังหวะที่เรากำลังแซง หมายถึง ให้เราเห็นทางได้ชัดขึ้น หากเราแซงพ้นแล้ว รถบรรทุกก็จะปิดไฟสูง
  • เปิดไฟเลี้ยวซ้าย -ขวา สลับกัน หมายถึง รถบรรทุกกำลังจะเบรก ห้ามแซง…
  • เปิดไฟเลี้ยวซ้าย เมื่อเราจะแซง หมายถึง ทางข้างหน้าว่างหรือไม่ มีรถสวนเลนมา ให้เราสามารถแซงขวาไปได้
  • เปิดไฟเลี้ยวขวา เมื่อเราจะแซง หมายถึง ยังแซงไม่ได้ ข้างหน้าเป็นทางโค้ง หรือมีรถสวนมา

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ 

อัพเดท : 21 ธันวาคม 2566

ใช้เกียร์ S ตอนไหนดี ให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด..

อยากเร่งแซง

เปลี่ยนเกียร์ S เครื่องยนต์กำลังสูง
การเลือกเกียร์รถยนต์ มีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก หลายคนให้ความสำคัญเนื่องจากเกียร์ถือเป็นอุปกรณ์หลักที่ช่วยควบคุมการขับขี่ของคุณ แต่ก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เกียร์ในแต่ละโหมดใช้งานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เกียร์ S คืออะไร?


คำว่า S ย่อมาจากคำว่า Sport ตำแหน่งเกียร์ S จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ช้าลงจึงทำให้สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ถึงใจ ทำให้รถมีกำลังมากขึ้นในยามที่ต้องการกำลัง เหมาะสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาหรือตอนขับเร่งแซง

 

 

การขับรถลงเขาควรใช้เกียร์อะไรดีใช้เกียร์ S ถูกต้องไหม? 

 

  • ถ้ามี เกียร์ S อย่างเดียว หรือมีเกียร์ B หรือ L (อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มมาด้วย) การใช้เกียร์ S ก็สามารถขับลงเขาที่ไม่ชันมากได้ แต่ถ้าเขาที่มีความชันมากๆ ก็ต้องใช้เกียร์ B หรือ L
  • ส่วนรถที่มีเพียงแค่เกียร์ S แต่ไม่มีเกียร์ B หรือ L มาให้ แต่มีโหมด + หรือ – รวมอยู่ในคันเกียร์ หรือบางทีอาจมี Paddle Shift หลังพวงมาลัยด้วย การใช้งานอาจไม่ได้แตกต่างกันมาก โหมด + หรือ – ก็จะทำงานคล้ายๆ กัน แต่เน้นอารมณ์ในสไตล์เกียร์ธรรมดาเราสามารถใช้เกียร์ S แล้วควบคุมให้เกียร์ ขึ้น ลง ตามต้องการได้ จึงสามารถที่จะควบคุมให้เกียร์อยู่ที่เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เพื่อใช้ในการขับลงเขาที่มีความชันมากๆได้
  • กรณีที่ขับรถเกียร์ D ลงทางลาดชันการใช้เบรกเท้าอย่างเดียวจะสร้างภาระให้เบรกมากเกินจำเป็น จนอาจทำเกิดอาการเบรก Fade และเป็นอันตรายได้ ในเครื่องยนต์จะมี Engine Brake ที่สามารถช่วยลดภาระในการใช้เบรกเท้าได้เป็นอย่างดี โดยการใช้เกียร์ S ในรถบางรุ่นจึงมีทั้งเกียร์ S และเพิ่มเกียร์ L หรือ B มาให้เลือกใช้ตามความลาดชันของถนนที่มากน้อยแตกต่างกันไป
    พูดง่ายๆ ชันน้อยใช้เกียร์ S ชันมากใช้ เกียร์ B หรือ L ตามที่มี หรือใช้ S โหมด – ลดเกียร์ลงมาที่เกียร์ 1

 

แล้วเกียร์ S เหมาะสำหรับการใช้งานตอนไหนบ้าง?…

 

1. ตอนเร่งเครื่องแซง

 – เมื่อเปลี่ยนเกียร์ Dเป็นเกียร์ S เครื่องยนต์จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ มีทั้งแรงม้าและแรงบิดที่อยู่ในสถานะ“รอ” พร้อมใช้งาน เพียงแค่ตบคันเร่งเบาๆ ก็ขับรถต่อได้สบาย
 – ส่วนรถที่ไม่ได้มีแค่เกียร์ S ซึ่งอาจมีทั้งโหมด+หรือ – รวมอยู่ในคันเกียร์ หรือบางทีอาจมีPaddle Shift หลังพวงมาลัยด้วย ไม่มีมีทั้ง2อย่าง การใช้งานออาจไม่ได้แต่งต่างกันมาก แต่แป้นPaddle Shiftจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในตอนที่คุณเปลี่ยนเกียร์ ส่วนโหมด+หรือ – ก็จะทำงานคล้ายๆ กันแต่เน้นอารมณ์ในสไตล์เกียร์ธรรมดามากกว่า

 

2.ตอนขึ้น-ลงทางลาดชัน
เมื่อขับขี่ขึ้น-ลงบนทางลาดชัน ควรเปลี่ยนมาใช้เกียร์ S แต่ในรถบางรุ่นเกียร์ S อาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีทั้งเกียร์ S และเพิ่มเกียร์ L มาช่วยเสริมการขับขี่

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ 

อัพเดท : 10 ธันวาคม 2566

สีรถมงคล ตามวันเกิด 2567

สีรถถูกโฉลก

สีรถเสริมดวงตามวันเกิดผู้ขับขี่…
การเลือกสีรถตามวันเกิดก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวมงคลสำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ ซึ่งความมงคลนั้นก็มีหลายรูปแบบ เช่น เดช ศรี มนตรี รวมไปถึงสีกาลกิณีที่ไม่ควรใช้ หากต้องการความมงคลแบบไหน สามารถเลือกสีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิดเพิ่มความมงคลกันได้

การเลือก สีรถมงคล ตามวันเกิดก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวมงคลสำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ ซึ่งความมงคลนั้นก็มีหลายรูปแบบ เช่น เดช ศรี มนตรี รวมไปถึงสีกาลกิณีที่ไม่ควรใช้ หากต้องการความมงคลแบบไหน สามารถเลือก สีรถมงคล ที่ถูกโฉลกตามวันเกิดเพิ่มความมงคลกันได้

 

โดยความหมายของ เดช ศรี มนตรี และกาลกิณี มีดังต่อไปนี้…

  • เดช หมายถึง อำนาจ สิทธิ์ เหมาะสำหรับอาชีพที่ต้องมีการเจรจาต่อรอง หรืออาชีพที่ต้องมียศ มีตำแหน่ง เช่น ราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
  • ศรี หมายถึง สิริมงคล โชคลาภ เหมาะกับอาชีพที่ต้องการเสริมโชคลาภและความสำเร็จ เช่น นักลงทุน หรืออาชีพที่เกี่ยวกับด้านการเงิน เป็นต้น
  • มนตรี หมายถึง การอุปถัมภ์ ช่วยเหลือ เหมาะกับอาชีพที่ต้องติดต่อประสานงาน ต้องพึ่งพาผู้หลักผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่
  • กาลกิณี หมายถึง อับโชค ไม่ดี ไม่ควรใช้

 

สีรถมงคลตามวันเกิด และสีที่เป็นกาลกิณี

 

วันจันทร์

เดช : สีเขียว
ศรี : สีม่วง
มนตรี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
กาลกิณี : สีแดง

 

วันอังคาร

เดช : สีม่วง
ศรี : สีส้ม
มนตรี : สีแดง
กาลกิณี : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม

 

วันพุธ

เดช : สีส้ม
ศรี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
มนตรี : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม
กาลกิณี : สีชมพู

 

วันพฤหัสบดี

เดช : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
ศรี : สีแดง
มนตรี : สีเขียว
กาลกิณี : สีม่วง

 

วันศุกร์

เดช : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม
ศรี : สีชมพู
มนตรี : สีส้ม
กาลกิณี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา

 

วันเสาร์

เดช : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
ศรี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
มนตรี : สีชมพู
กาลกิณี : สีเขียว

 

วันอาทิตย์

เดช : สีชมพู
ศรี : สีเขียว
มนตรี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
กาลกิณี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 27 พฤศจิกายน 2566

สิ่งที่ต้องเช็กก่อน ขับรถเดินทางไกล

ปลอดภัยไว้

ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ก่อนเดินทาง…
การจะเดินทางไกลแต่ละครั้งนั้น ควรทำการตรวจสอบสภาพรถยนต์ว่ามีประสิทธิภาพและมีความพร้อมที่จะเดินทางไกลหรือไม่ เพราะหากละเลย บางครั้งอาจเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดหรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ขับรถเดินทางไกล

 

1.เช็กของเหลวทั้งหมด เช่น ระดับน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์น้ำมันเบรก น้ำมันเพาเวอร์ ต้องตรวจเช็กให้แน่ใจว่าอยู่ในระดับปกติ หากพบว่าน้ำมันพร่องลงไปมากหรือต่ำกว่าระดับปกติ ควรรีบดำเนินการแก้ไข

2.เช็กระดับน้ำหล่อเย็น ท่อยาง หม้อน้ำ พร้อมเหล็กรัดจุดต่างๆ ปั๊มน้ำ พัดลมระบายความร้อน ระดับน้ำหม้อพักน้ำจะต้องอยู่ในระดับปกติ ไม่มีการรั่วซึม

3.เช็กไส้กรองอากาศเครื่องยนต์ มีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่หรือไม่ หากมีก็ควรเป่าออก หรือเปลี่ยนไส้กรองใหม่

4.ตรวจเช็กระบบไฟส่องสว่างรอบคัน แบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ว่าไฟยังติดครบและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงทำงานปกติ รวมถึงแตร ใบปัดน้ำฝน และยางปัดน้ำฝน จะต้องทำงานปกติและปัดสะอาด ระดับน้ำฉีดกระจกต้องอยู่ในระดับปกติ

5.เช็กแบตเตอรี่ ขั้วต่อต้องแน่น ไม่หลุดหลวม ไม่มีขี้เกลือ แผ่นธาตุและแบตเตอรี่ไม่บวม รวมทั้งน้ำกลั่นต้องอยู่ในระดับปกติ

6.เช็กสภาพยางและลมยาง สภาพยางต้องไม่แตกลายงาหรือบวม แก้มยางไม่ชำรุดฉีกขาด ความลึกร่องดอกยางไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร และควรเปลี่ยนยางใหม่เมื่อความลึกน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร

 

ขับรถทางไกล เติมลมยางเท่าไหร่ ถึงปลอดภัย?

 

เวลาขับทางไกลควรเติมลมยางเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20 % จากแรงดันมาตรฐานที่กำหนด เช่น คู่มือกำหนดไว้ 30 PSI ต้องเติมเพิ่มอีก 4-6 PSI เป็น34 – 36 PSI

ยิ่งใช้ความเร็วสูงและมีน้ำหนักบรรทุกมากก็ต้องเติมลมยางเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะเวลาใช้ความเร็วสูงหรือขับต่อเนื่องนานๆ จะเกิดความร้อนที่หน้ายาง เพื่อรักษาโครงสร้างของยางไว้จึงจำเป็นต้องเติมลมยางเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากเกินไป จนทำให้เกิดความร้อนสูงและทำให้ยางเกิดความเสียหายและอาจเกิดการระเบิดตามมาได้

วิธีเช็กว่ารถเติมลมยางเท่าไหร่ คือ ดูสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่เสาประตูหน้าด้านคนขับ หรือที่คู่มือการใช้งานรถ

 

ข้อควรจำ ให้เติมลมยางเพิ่มขึ้นเมื่อเดินทางไกล และลดลมยางลงเมื่อกลับมาใช้งานปกติ เพราะถ้าเติมลมยางสูงแต่ไม่ได้เดินทางไกลจะทำให้หน้ายางสึกหรอเร็วและระยะทางในการเบรกจะเพิ่มมากขึ้น

 

สายพานสายพาน

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 27 พฤศจิกายน 2566

ฤกษ์ออกรถ ปี 2567

วันมงคล

ดูฤกษ์มงคลเตรียมออกรถใหม่… รวมวันมงคล สำหรับออกรถใหม่ ฤกษ์ออกรถปี 2567 ? ดูฤกษ์มงคลออกรถใหม่ วันไหนดี? เพิ่มความสิริมงคลให้ชีวิต ให้การขับขี่ปลอดภัย ส่งเสริมชีวิตให้รุ่งเรือง

ฤกษ์ออกรถ

ฤกษ์ออกรถ ปี 2567 (2024)

ฤกษ์ออกรถ เดือนมกราคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 6 มกราคม ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันอังคาร ที่ 9 มกราคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 10 มกราคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 24 มกราคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 25 มกราคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนกุมภาพันธ์ 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันพุธ ที่ 7 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันจันทร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 20 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 22 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันอังคาร ที่ 27 กุมภาพันธ์ ห้ามคนเกิดวันพุธใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนมีนาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันจันทร์ ที่ 4 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
  • วันอังคาร ที่ 5 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 7 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันพุธ ที่ 13 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 17 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 19 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 20 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 23 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้

 

ฤกษ์ออกรถเดือนเมษายน 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอังคาร ที่ 2 เมษายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 3 เมษายน ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันเสาร์ ที่ 6 เมษายน ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 7 เมษายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 9 เมษายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 10 เมษายน ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันจันทร์ ที่ 15เมษายน ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
  • วันอังคาร ที่ 16 เมษายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันอังคาร ที่ 30เมษายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนพฤษภาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอังคาร ที่ 7 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 8 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 10 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 15 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 17 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 21 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 22 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนมิถุนายน 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 7 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 9 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 18 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนกรกฎาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอังคาร ที่ 2 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพฤหัสบดี ที่ 4 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวัน เสาร์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 19 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 23 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันอังคาร ที่ 30 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 31 กรกฎาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนสิงหาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันศุกร์ ที่ 2 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันพุธ ที่ 7 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 11 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 13 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันศุกร์ ที่ 16 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 18 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันอังคาร ที่ 27 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันศุกร์ ที่ 30 สิงหาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนกันยายน 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอาทิตย์ ที่ 1 กันยายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 3 กันยายน ห้ามคนเกิดวัน พุธใช้
  • วันเสาร์ ที่ 7 กันยายน ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
  • วันพุธ ที่ 18 กันยายน ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนตุลาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันศุกร์ ที่ 4 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 6 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันอังคาร ที่ 15 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
  • วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม ห้ามคนเกิดวันพุธใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนพฤศจิกายน 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
  • วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

ฤกษ์ออกรถ เดือนธันวาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ

 

  • วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
  • วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
  • วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้

*** หมายเหตุ *** วันพุธกลางวัน คือ เกิดช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. วันพุธกลางคืน คือ เกิดช่วงเวลา 18.00 – 06.00 น.

 

 

ฤกษ์ออกรถ

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ