อัพเดท : 11 กุมภาพันธ์ 2565

แผ่นป้ายหมายเลขโลหะที่ติดมากับกุญแจรถ ห้ามทำหาย!

เก็บให้ดี

ให้ช่างนำไปใช้ทำกุญแจดอกใหม่…
เวลาออกรถใหม่ หลายคนคงสงสัยกันใช่ไหมว่า แผ่นป้ายโลหะเล็กๆ ที่แขวนมากับกุญแจรถคืออะไร? มีประโยชน์และใช้งานอย่างไร ซึ่งแผ่นป้ายนี้เรียกกันว่า “แผ่นป้ายหมายเลขกุญแจ” ใช้สำหรับทำกุญแจดอกใหม่ ในกรณีที่กุญแจเกิดการสูญหายนั่นเอง

แผ่นป้ายหมายเลขโลหะ หรือแผ่นป้ายหมายเลขกุญแจ เป็นรหัสเฉพาะสำหรับรถแต่ละคัน ใช้ทำกุญแจดอกใหม่ในกรณีกุญแจสูญหาย ซึ่งโดยปกติแล้วหากกุญแจดอกใดดอกหนึ่งหาย สามารถนำกุญแจสำรองไปให้ศูนย์บริการทำดอกใหม่โดยไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นโลหะ

แต่กรณีกุญแจหลักและกุญแจสำรองหายพร้อมกัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำแผ่นป้ายหมายเลขดังกล่าวไปให้ศูนย์บริการ เพื่อทำกุญแจดอกดอกใหม่ หากว่าไม่มีรหัสดังกล่าวอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเบ้ากุญแจทั้งชุด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงถึงหลักหมื่นได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

 

วิธีเก็บรักษาแผ่นป้ายโลหะ

 

1. พ่วงไว้กับกุญแจสำรองและเก็บรักษาไว้ในบ้าน
2. แต่ถ้าจำเป็นต้องนำกุญแจสำรองออกมาใช้ควรถอดแผ่นโลหะออกและเก็บไว้ให้ดี
3. ถ่ายรูปแผ่นโลหะเก็บไว้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินทำป้ายโลหะหาย สามารถนำภาพถ่ายแสดงรหัสป้ายโลหะให้ศูนย์บริการได้เช่นกัน

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 11 กุมภาพันธ์ 2565

ทำไมไฟตัดหมอกหลังถึงมีแค่ข้างเดียว?

อย่าหาทำ!

เปิดไฟตัดหมอกมั่วซั่วโดนปรับจับ…
ไฟตัดหมอก ไฟดวงเล็ก ออฟชั่นเสริมที่มีไว้สำหรับส่องสว่างและเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่นเวลากลางคืน หรือในวันที่สภาพอากาศแปรปรวน เช่น หมอกลงหนา ฝนตกหนัก ในขณะเดียวกันไฟตัดหมอกยังช่วยในของความสวยงามอีกด้วย

ไฟตัดหมอกหลัง จะถูกติดตั้งที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของตัวรถด้านหลังเท่านั้น ไม่นิยมติดตั้งไว้ทั้งสองฝั่ง เพราะจะทำให้ผู้ใช้รถด้านหลังเกิดความสับสนระหว่างไฟตัดหมอกและไฟเบรกได้ ไฟตัดหมอกหลัง จะมีความเข้มข้นของแสงสูงกว่าปกติ ไม่ควรเปิดใช้งานในขณะที่สภาพอากาศปลอดโปร่งเด็ดขาด เพราะจะทำให้แยงสายตาผู้ร่วมทางด้านหลัง แม้ขณะฝนตกเล็กน้อยก็ไม่ควรเปิดใช้งาน เปิดไฟหน้า-ไฟท้ายก็พอแล้ว

 

“กฎ” ของการใช้ไฟตัดหมอก

 

อย่างที่บอกว่าไฟตัดหมอกทำมาเพื่อให้ใช้ในเวลาที่จำเป็นเท่านั้น ใครที่ใช้มั่วซั่วอาจโดนข้อหาที่ระบุไว้ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ว่าไฟตัดหมอกสามารถใช้ได้ต่อเมื่อรถวิ่งอยู่ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น หมอก ควัน ฝุ่นละออง ฝนตกหนัก รวมถึงมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง หรือรถที่สวนมาในระยะของแสงไฟ 150 เมตร

นอกเหนือจากนี้หากเจ้าหน้าที่พบเห็นอาจมีความผิดต้องเสียค่าปรับได้ โดยสามารถใช้หลอดไฟแสงขาวหรือแสงเหลือง ที่มีกำลังไฟไม่เกินดวงละ 55 วัตต์ เท่านั้น หากมีการใช้ไฟตัดหมอกไม่เป็นไปตามประเภท ลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ตามมาตรา 148

 

อย่างไรก็ตามหากใช้ ไฟตัดหมอก ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามสถานการณ์ ไฟตัดหมอกจะมีประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอน

 

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 กุมภาพันธ์ 2565

สีรถถูกโฉลก ประจำวันเกิด 2565 (2022)

สีเสริมดวง

เลือกสีรถเสริมมงคลตามวันเกิด…
หลายคนมองหาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มชีวิต หนึ่งในนั้นคือการซื้อรถใหม่ ป้ายแดง เข้าบ้าน ซึ่งการซื้อรถไม่ได้จบแค่ชอบแล้วซื้อ คนไทยส่วนใหญ่ยังมองถึงความเป็นสิริมงคลจากองค์ประกอบต่างๆ เช่น การเลือก “สีรถถูกโฉลก” ตามวันเกิด เพื่อช่วยส่งเสริมความมงคลในด้านต่างๆ มาดูกันว่าแต่ละวันควรใช้สีอะไรบ้าง

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ปี 2565 (2022)  ต้องมาแล้วนะ!! ใครจะออกรถใหม่ มีฤกษ์ออกรถดีๆ แล้ว อย่าลืมเสริมดวงด้วยการเลือกสีรถเพิ่มบารมีกันด้วย ที่สำคัญองค์ประกอบอื่นๆ เช่น เลขทะเบียน วันออกรถ ก็ช่วยเสริมชีวิตคุณให้ปังได้อีกด้วย มาดูกันว่าปีนี้มีสีรถไหนถูกโฉลก เลขตัวไหนที่เหมาะกับคุณบ้าง

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย :  สีครีม สีขาว สีบรอนซ์ สีเหลือง

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีเขียว  สีดำ สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม

สีรถกาลกิณี : สีน้ำเงิน สีคราม สีฟ้า

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์ จันทร์ พุธ พฤหัสบดี และ เสาร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 1, 2 ,3, 4, 7,5,8

เลขกาลกิณี : 5 , 6

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันจันทร์

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีชมพู สีโอลด์โรส

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีดำ สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม  สีเหลือง สีส้ม สีทอง

สีรถกาลกิณี :  สีแดง

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: จันทร์ อังคาร พุธ ศุกร์ และ เสาร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 2, 3, 4, 7, 5, 8, 6

เลขกาลกิณี : 1 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 1

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันอังคาร

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีเขียว

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีส้ม  สีทอง  สีดำ  สีบรอนซ์

สีรถกาลกิณี :   สีขาว สีเหลือง

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อังคาร พุธ พฤหัสบดี และ เสาร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 3, 4, 7, 5, 8, 6, 1

เลขกาลกิณี : 2 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 2

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันพุธกลางวัน

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีบรอนซ์  สีดำ  สีน้ำเงิน  สีคราม สีฟ้า

สีรถกาลกิณี : สีชมพู สีโอลด์โรส

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์ จันทร์ พฤหัสบดี ศุกร์ และ เสาร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 4, 7, 5, 8, 6, 1, 2

เลขกาลกิณี : 3 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 3

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย :  สีน้ำเงิน  สีคราม  สีฟ้า

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีครีม  สีขาว สีบรอนซ์  สีเหลือง  สีชมพู  สีโอลด์โรส

สีรถกาลกิณี : สีแสด  สีเหลือง  สีส้ม  สีทอง

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์ จันทร์ อังคาร ศุกร์ และ เสาร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 8, 6, 1, 2, 3, 4, 7

เลขกาลกิณี: 5 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 5

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีบรอนซ์

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีแดง  สีครีม  สีขาว  สีเหลือง

สีรถกาลกิณี : สีดำ สีม่วง สีน้ำตาลเข้ม

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี และ ศุกร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 5, 8, 6, 1, 2, 3, 4

เลขกาลกิณี : 7 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 7

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันศุกร์

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีแดง

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีชมพู  สีโอโรส   สีเขียว

สีรถกาลกิณี : สีดำ  สีบรอนซ์

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และ ศุกร์

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 6, 1, 2, 3, 4, 7, 5

เลขกาลกิณี : 8 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 8

 

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ผู้ที่เกิดวันเสาร์

 

สีรถถูกโฉลก

สีรถที่ช่วยเสริมความปลอดภัย : สีเหลือง  สีส้ม  สีทอง

สีรถที่ช่วยเสริมเงินทอง : สีน้ำเงิน  สีคราม  สีฟ้า

สีรถกาลกิณี :  สีเขียว

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด: อาทิตย์  จันทร์  อังคาร  พฤ  ส

ตัวเลขมงคลเสริมบารมี  : 7, 5, 8, 6, 1, 2, 3

เลขกาลกิณี : 4 และห้ามบวกกันเเล้วเท่ากับ 4

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 21 มกราคม 2565

ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ รถคุณกำลังมีปัญหาอะไร

แจ้งเตือน

สัญญาณเตือนว่ารถคุณกำลังมีปัญหา…
เมื่อสัญลักษณ์ไฟบนหน้าปัดรถยนต์ขึ้น กำลังบ่งบอกว่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น เช่น ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ หมายความว่าเครื่องยนต์กำลังมีปัญหา ซึ่งสาเหตุของปัญหาที่ทำให้ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์นั้น เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน

ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ เกิดจากอะไร

** เซ็นเซอร์วัดออกซิเจนระบบไอเสียมีปัญหา (O2 Senser) ต้องรีบแก้ไขเพราะจะทำให้รถของคุณกินน้ำมันและทำลายหัวเทียนได้
** ฝาถังน้ำมันหลวม ควรตรวจสอบทุกครั้งหลังเติมน้ำมันว่าฝาปิดสนิทหรือไม่
** Catalytic Converter ที่อยู่ภายในท่อไอเสียมีปัญหา
** Airflow วัดการไหลของอากาศมีปัญหา

ไฟรูปเครื่องยนต์โชว์ ขับต่อได้ไหม?


แม้ไฟสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์จะโชว์บนหน้าปัดแล้ว แต่โดยทั่วไปยังสามารถขับต่อไปได้ แต่ไม่ควรขับเร็วมาก ในขณะที่รถบางรุ่นจะตัดเข้าสู่วงจรสำรองและจำกัดความเร็วอยู่ที่ 1,500-2,000 รอบต่อนาที เพื่อให้ผู้ขับขับรถประคองหาที่จอดในที่ที่ปลอดภัยได้ และรีบนำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการ

วิธีตรวจสอบเบื้องต้น เมื่อไฟรูปเครื่องยนต์โชว์


** เช็กออกซิเจนเซ็นเซอร์หรือหม้อพักแคทาไลติคคอนเวอร์เตอร์

** เช็กเทอร์โมสตัท คอยล์จุดระเบิด และหัวเทียน ลองเปลี่ยนสายหัวเทียน เป็นการแก้ไขเบื้องต้น **เช็กฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิง ปิดให้แน่น ๆ
** เช็กเซ็นเซอร์วัดมวลอากาศ
** เช็กวาล์วระบบควบคุมไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง
** เปลี่ยนโซลินอยด์ระบบควบคุมไอระเหย น้ำมันเชื้อเพลิง

สายพานสายพาน

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 12 มกราคม 2565

ใช้เกียร์ออโต้ เกียร์ 1 เกียร์ 2 และเกียร์ L อย่างไรให้ถูกต้อง

ใช้ให้ถูก

เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่…
การใช้เกียร์รถยนต์ให้เหมาะสมตามสถานการณ์จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้มากขึ้น ดังนั้นการศึกษาว่าเกียร์แต่ละตำแหน่งใช้งานอย่างไรบ้าง จึงมีความจำเนผู้ใช้รถ ใช้ถนน เลือกใช้เกียร์มห้เหมาะสมกับสภาพถนนและสถานการณ์ ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้

โดยทั่วไปรถยนต์เกียร์ออโต้จะมีเกียร์อยู่ทั้งหมด 4 ตำแหน่ง ได้แก่ P, R, N และ D ซึ่งแต่ละเกียร์มีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้

 


เกียร์ P – Park   ใช้สำหรับการจอดรถอยู่กับที่หรือจอดรถในบริเวณที่มีพื้นที่ลาดเอียง ไม่สามารถเข็นหรือขยับรถได้
เกียร์ R – Reverse  ใช้สำหรับการถอยหลัง
เกียร์ N – Neutral  ใช้สำหรับการจอดหรือหยุดรถชั่วคราวในพื้นที่ราบปกติ ซึ่งในตำแหน่งเกียร์ N รถจะสามารถถูกเข็นหรือขยับได้
เกียร์ D – Drive  ใช้สำหรับให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หากต้องการเพิ่มความเร็วใช้เท้าขวากดคันเร่งเพิ่ม

 

วิธีการใช้เกียร์ 1 เกียร์ 2 และเกียร์ L ให้ถูกต้อง

 

เกียร์ 1 จะใช้ในการขับขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ เมื่อลงเขาด้วยเกียร์ L จะเป็นการใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรกเพื่อลดการเหยียบเบรก

เกียร์ 2 ใช้เมื่อต้องการขับรถขึ้นเขาที่ค่อนข้างชัน หรือขับขึ้น-ลง ตามห้าง โดยรถจะเปลี่ยนเกียร์เองอัตโนมัติจากเกียร์ 1 จนถึงสูงสุดที่เกียร์ 2 และเปลี่ยนไปตามความเร็วรถตามลำดับ

 

ข้อควรระวังสำหรับการใช้เกียร์ออโต้

 

1.ก่อนเปลี่ยนเกียร์ควรเหยียบเบรกก่อนทุกครั้ง
2.ควรเช็กตำแหน่งเกียร์ก่อนการออกตัวและหลังจากหยุดรถทุกครั้ง
3.ห้ามออกตัวแบบกระชากรุนแรง
4.ไม่เข้าเกียร์ว่างขณะรถวิ่ง เช่น ขณะลงเขา
5.อย่าคิกดาวน์เพื่อเร่งแซงบ่อย ๆ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ