อัพเดท : 21 พฤษภาคม 2564

เค.มอเตอร์ส มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

บริจาคสิ่งของ

ช่วยเหลือแบ่งปันผู้ได้รับผลกระทบโควิด
บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ส่งต่อน้ำใจมอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเน้นของใช้จำเป็นและสิ่งของมีประโยชน์ และเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้..

มอบถุงยังชีพ

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส นำโดยคุณประจักษ์ สอพิมาย ที่ปรึกษาฝ่ายบริการ มอบถุงยังชีพ ที่บรรจุทั้งของอุปโภคและบริโภค จำนวน 100 ถุง ให้กับสำนักงานเขตสาทร เพื่อนำไปแจกจ่ายและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีคุณพันธ์ศักดิ์ เจริญสุข ผู้อำนวยการเขตสาทร เป็นผู้รับมอบ

 

อัพเดท : 19 พฤษภาคม 2564

เค.มอเตอร์ส บริจาคเงิน 3 ล้านบาท สมทบทุนซื้อเครื่องช่วยหายใจช่วยผู้ป่วยโควิด

สมทบทุน

ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยโควิดให้พ้นวิกฤต
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด บริจาคเงิน 3 ล้านบาท สมทบทุนซื้อเครื่องช่วยหายใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดใน 3 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท สมทบทุนเข้า กองทุน “ต่อลมหายใจ” D 3510 โรงพยาบาลศิริราช โดยมี รศ.พญ. วนัทปรียา พงษ์สามารถ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นผู้รับมอบ

เค.มอเตอร์ส

 

เค.มอเตอร์ส   เค.มอเตอร์ส

นอกจากนี้ทางคณะผู้จัดการฝ่ายขาย ยังร่วมกันระดมทุน เพื่อสมทบเงินเข้ากองทุน “ต่อลมหายใจ” D 3510 เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท และสนับสนุนเงินเข้าสมทบทุนเข้า กองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” จำนวน 100,000 บาท อีกด้วย

โดยเงินที่สมทบเข้ากองทุนจะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องช่วยหายใจ “ไฮโฟลว์” เพื่อช่วยเหลือและรักษาผู้ป่วยโควิด และเค.มอเตอร์ส ขอร่วมเป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน และพวกเราคนไทยทุกคนจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน

 

เค.มอเตอร์ส
คุณจรัลรัตน์ จรัณหทัยทัต ผู้จัดการแผนกค่าตอบแทนและสวัสดิการ เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้กับ ” โครงการป้องกันและช่วยเหลือสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ” มูลนิธิรามาธิบดี โดยมีรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุวรรณี พุทธิศรี หัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงปัญจภรณ์ วาลีประโคน ผู้ช่วยหัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นผู้รับมอบ

 

เค.มอเตอร์ส
คุณจรัลรัตน์ จรัณหทัยทัต ผู้จัดการแผนกค่าตอบแทนและสวัสดิการ เป็นตัวแทนคณะผู้บริหารระดับสูง มอบเงินสนับสนุนเงินจำนวน 1,000,000 บาท สมทบทุนซื้อเครื่องให้ออกซิเจนอัตราการไหลสูง (Oxygen High Flow) ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา และ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคทางการหายใจและภาวะวิกฤตทางการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้รับมอบ และตั้งใจจะนำเงินจำนวนนี้ไปซื้ออุปกรณ์มาช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 โดยเร็วที่สุด

อัพเดท : 18 พฤษภาคม 2564

เปิดแอร์นอนในรถ ทำไมถึงตาย?

อันตราย

นอนในรถอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่อันตราย
วิธีแก้เมื่อเกิดอาการง่วงนอนและจำเป็นต้องงีบบนรถจริงๆ ให้จอดรถดับเครื่อง แล้วแงมกระจกทั้ง 4 บานลงเล็กน้อย เพื่อให้อากาศถ่ายเท หรือหากทนร้อนไม่ไหวจริงๆ ให้เปิดแอร์ทิ้งไว้ก็ได้ แต่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 10-15 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ตื่นมากระปรี้กระเปร่าได้เหมือนเดิมแล้วครับ

เปิดแอร์นอนในรถ ทำไมถึงตาย?


เนื่องจากขณะสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดแอร์ เครื่องยนต์จะปล่อยก๊าซพิษที่มีชื่อว่า “คาร์บอนมอนอกไซด์” หรือ “CO” ออกจากท่อไอเสีย ก๊าซดังกล่าวจะสามารถแทรกซึมเข้ามายังห้องโดยสาร โดยเฉพาะทางระบบปรับอากาศ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลให้ร่างกายค่อยๆ อ่อนเพลีย จนหมดสติไปในที่สุด สุดท้ายเมื่อไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองมากเพียงพอ จึงส่งผลทำให้เสียชีวิตได้

 

ปัจจัยสำคัญ หากต้องนอนบนรถ ทำอย่างไรให้ปลอดภัย

 

1. ทำเลที่ตั้ง ควรจอดรถในที่ที่ปลอดภัย ไม่กีดขวางการจราจร เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือ ที่พักรถริมทาง เป็นต้น
2. อย่าเปิดแอร์ ถ้าคุณจะหลับยาว แต่ถ้าจะงีบสักพัก เปิดแอร์ทิ้งไว้ ตั้งนาฬิกาปลุกเพื่อให้ตื่น ใน 10-15 นาที แต่ทางที่ดีเปิดพัดลมช่วยเพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทดีกว่าครับ
3. ลดกระจก ซึ่งควรลดกระจกลงทั้ง 4 บาน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกนั่นเองครับ
4. ล็อคประตูให้เรียบร้อย ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเองครับ

 

อีกหนึ่งกรณีที่หลายๆ คนสงสัยและถามกันเข้ามาเยอะ แล้วถ้าคนบนรถที่นอนขณะรถขับอยู่ล่ะ อันตรายถึงตายเหมือนกันไหม? อันนี้ต้องบอกเลยนะครับว่ามันเป็นคนละกรณี ในขณะที่รถเคลื่อนตัวอยู่จะมีอากาศผ่านที่ตัวรถ อากาศจะไม่หมุนวนเข้ามาที่ตัวภายในรถได้ครับ แต่ถ้ากรณีจอดนอนในเวลานานๆ ก๊าซไอเสียอาจจะเล็ดรอดเข้ามาได้ทำให้สูบดมเข้าไปอาจจะมีผลต่อร่างกายนั่นเอง

 

 

สายพานสายพาน

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 พฤษภาคม 2564

รถเบรกแตก…ทำอย่างไรให้รอดและปลอดภัยที่สุด!!

สิ่งสำคัญ

ควรปฎิบัติอย่างไรเพื่อให้ปลอดภัยที่สุด
ไม่มีใครรู้ว่าขับรถอยู่ดีๆ จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นตอนไหน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว อันดับแรกเราควรตั้งสติให้ดีครับ จากนั้นค่อยๆ คิดว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรมีคือความรู้พื้นฐานในการแก้ปัญหา ดังเช่นเมื่อรถเบรกแตก…ทำอย่างไรให้รอดและปลอดภัยที่สุด!!

ขับรถอยู่ดีๆ เกิด รถเบรกแตก ขึ้นมากลางทาง 4 ข้อสำคัญที่ควรปฎิบัติมีดังต่อไปนี้ครับ….


1. ตั้งสติให้ดี และส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ได้ระมัดระวังด้วย ถ้ามีช่องว่างให้ชิดว้ายทันที
2. ลดความเร็ว ด้วยการปล่อยคันร่ง
3. ปรับเกียร์ให้ต่ำลง ช่วยชะลอความเร็วลงได้
– เกียร์ธรรมดา   ทำได้โดยการเหยียบคลัทช์ แล้วลดตำแหน่งเกียร์ลง
– เกียร์อัตโนมัติ   ให้ใช้วิธีกดปุ่ม Overdrive on หรือสับตำแหน่งเกียร์จาก D มาเป็น 3 โดยห้ามเปลี่ยนมาเป็น L โดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้
4. ดึงเบรกมือ ห้าม!! ดึงแรงทีเดียว ให้ค่อยๆ ดึงขึ้นจนสุด จะช่วยลดความเร็วได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าระบบเบรกทำงานปกติดีหรือไม่…โดยสามารถเช็กได้ด้วยตนเอง ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังต่อไปนี้…

 

1. เปิดฝากระโปรงหน้ารถ ตั้งขาค้ำฝากระโปรงให้แข็งแรง
2. เช็กกระปุกน้ำมันเบรก ตรวจสอบให้ระดับน้ำมันเบรกให้อยู่ระหว่าง FULL เสมอ
3. น้ำมันเบรกต้องมีความใส หากเริ่มมีสีดำคล้ำต้องรีบเปลี่ยนใหม่ทันที
4. ตรวจดูหม้อลมเบรก ว่ายังอยู่ในสถาพดี พร้อมใช้งานเสมอหรือไม่
5. ตรวจสอบระบบเบรก ABS ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
6. จากนั้นจึงตรวจเช็กสายน้ำมันเบรกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน (อยู่บริเวณล้อ)
7. ตรวจดูจานเบรก ว่าบางและมีรอยสึกเสมอกันทั่วทั้งวงหรือไม่ ถ้าบางมากควรเปลี่ยนให้ไว
8.ตรวจเชคผ้าเบรก โดยใช้ไฟฉายส่องดูแนวร่องกลางผ้าเบรก ถ้าร่องเริ่มตื้น แสดงว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว
9. ตรวจดูชุดคาลิเพอร์เบรก ให้สามารถประกบผ้าเบรกกับจานเบรกได้แนบสนิท
10. ในกรณีที่เป็นระบบเบรกแบบดุม ต้องถอดออกมาเช็ก และให้เปลี่ยนผ้าเบรกตามกำหนดก็เพียงพอ
11. ตรวจเช็กระยะเบรกจากแป้นเบรก ว่าระยะเบรกมีความตื้นหรือลึกแบบพอดีไหม

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 พฤษภาคม 2564

วิธีดูเลขทะเบียนรถมงคล

ดูทะเบียนรถ

เลขไหนส่งเสริม เลขไหนที่ควรหลีกเลี่ยง….
การมีเลขทะเบียนรถสวยๆ ดีๆ ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อของคนไทยว่าจะทำให้โชคดี เจริญรุ่งเรืองและแคล้วคลาดปลอดภัย บางทีการมีเลขทะเบียนมงคลก็ไม่จำเป็นต้องประมูลเสมอไป เพราะยังมีวิธีดูตัวเลขมงคลจากป้ายทะเบียนรถได้อีกหลายแบบ มาดูกันว่ามีวิธีไหนมั้ง

ดูผลรวม เลขทะเบียนรถมงคล

 

ไม่ว่าคุณจะได้หมายเลขทะเบียนแบบไหน ลองนำตัวเลขทั้งหมดมาบวกกัน ให้ได้ตัวเลขหลักเดียว แล้วได้ผลรวมเท่าไหร่ ให้ดูความหมายตามหมายเลขนั้นๆ เช่น ทะเบียน 9 กฉ 2422 รวมเลข 2+4+2+2=10 แล้ว นำ 1+0=1 เป็นต้น

 

ความหมายของตัวเลข 1-9

ผลรวมเท่ากับ 1 เลขนี้จะช่วยเสริมอำนาจบารมี เหมาะสำหรับคนที่มียศตำแหน่งหรือข้าราชการ
ผลรวมเท่ากับ 2 เลขนี้จะช่วยเสริมด้านการงาน โดยเฉพาะงานด้านบริการ ค้าขาย และการเงินการธนาคาร
ผลรวมเท่ากับ 3 เลขนี้เหมาะสำหรับอาชีพในเครื่องแบบ
ผลรวมเท่ากับ 4 เลขนี้จะช่วยเสริมให้มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จในการเจรจาต่อรอง
ผลรวมเท่ากับ 5 เลขนี้จะช่วยเสริมให้มีความน่าเชื่อถือ การค้าขายดี และการขับขี่ปลอดภัย
ผลรวมเท่ากับ 6 เลขนี้จะช่วยเสริมให้คนคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ สมหวังทั้งด้านการเงิน ความรัก
ผลรวมเท่ากับ 7 เลขนี้จะช่วยส่งเสริมความรุ่งเรืองให้กับคนทำอาชีพเกษตรกร
ผลรวมเท่ากับ 8 เลขนี้จะส่งเสริมให้ร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง คนยกย่อง บูชา
ผลรวมเท่ากับ 9 เลขนี้จะทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครอง

หลังจากดูผลรวมจากเลขเดียวแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีในการดูเลขมงคล คือการดูเลขคู่ ซึ่งตัวเลขคู่จะมีทั้งคู่เลขด้านบวกและคู่เลขด้านลบครับ

 

เลขทะเบียนรถ จากคู่เลข

 

คู่เลขด้านบวก

สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย 15, 51, 55, 49, 94, 95, 59, 99
เมตตามหานิยม 22, 23, 32, 24, 42, 26, 62, 29, 92, 36, 63
เพิ่มบารมี 15, 51, 35, 53, 45, 54, 89, 98, 99
ค้าขายร่ำรวย 24, 42, 36, 63, 66, 28, 82

 

คู่เลขด้านลบ (หากเลือกได้ควรหลีกเลี่ยงนะครับ)

ใจร้อน หงุดหงิด 03, 30, 10, 01, 12, 21, 33, 07, 70, 13, 31, 37, 73, 38, 83
เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ 13, 31, 73, 37, 38, 83, 33
เข้าศูนย์บริการเป็นประจำ 10, 01, 02, 20, 03, 30, 13, 31, 33, 06, 60, 67, 76
ระบบไฟฟ้ามักมีปัญหา 11, 91, 19
จอดอยู่กับที่รถก็มีรอย 35, 53, 36, 63, 39, 93, 17, 71, 77, 76, 67

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ