อัพเดท : 13 สิงหาคม 2564

ทำไมรถซีดานถึงไม่มี ใบปัดน้ำฝนหลัง เหมือนรถยนต์ 5 ประตู

อุปกรณ์เพิ่ม..

ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น…
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยครับว่ารถยนต์อาจจะมีการออกแบบรูปทรงที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการดีไซน์จากค่ายผู้ผลิตครับ หากเราเคยสังเกตเวลาขับรถลมจะพัดเอาน้ำจากบริเวณล้อไปติดที่กระจกด้านหลังทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลง

ดังนั้นรถยนต์ 5 ประตู จึงต้องมีอุปกรณ์ ใบปัดน้ำฝนหลัง ติดมาเป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมครับ แต่รถยนต์ซีดานจะไม่ค่อยเกิดปัญหานี้เพราะมีส่วนของท้ายรถยื่นออกมาทำให้ลมไม่ย้อนขึ้นมาถึงกระจกหลังนั่นเองครับ

 

รถยนต์ 5 ประตู จะมีการออกแบบตัวถังรถที่มีลักษณะท้ายตัด หรือแฮทช์แบ็ค ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถ อเนกประสงค์ หรือกระทั่ง มินิแวน ทรงท้ายตัดจะทำให้ลมที่เคลื่อนจากทางด้านหน้าผ่านหลังคา ไม่เคลื่อนผ่านกระจกบานหลังที่มีน้ำเกาะอยู่ การไล่น้ำที่กระจกหลังจึงเป็นไปได้ยากนั่นเอง

 

นอกจากนี้ทรงท้ายตัดตรงยังทำให้ลมที่ผ่านจากใต้ท้องรถและหลังคา เมื่อบรรจบกัน จึงเกิดกระแสลมหมุนที่ด้านท้ายรถ ทำให้ละอองฝนและละอองน้ำจากพื้นถนนบางส่วนถูกดูดเข้ามาหากระจกหลัง ทำให้เปรอะเลอะง่ายกว่ารถซีดาน และละอองน้ำจากถนนไม่เลอะเปรอะกระจกหลัง แถมละอองฝนก็ถูกชะด้วยลมที่ไหลมาจากทางหลังคาจากทางด้านหน้า

 

ใบปัดน้ำฝนหลัง

 

 

ทำไมรถซีดานถึงไม่มีใบปัดน้ำฝน ??

แม้เรื่องนี้จะยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ แต่สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยแพร่บทความหนึ่ง ซึ่งได้สัมภาษณ์บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง Skoda ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “การที่ติดตั้งใบปัดน้ำฝนที่กระจกหลังในรถซีดานทำให้เส้นการออกแบบของรถไม่สวย และไม่มีความจำเป็นมากถ้าเทียบกับรถแฮทช์แบ็ค รวมถึงเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตและวิศวกรรมอีกด้วย”

 

 

สายพานสายพาน

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 สิงหาคม 2564

ทายนิสัย จาก 10 ท่าทางจับพวงมาลัย.. !

ขับรถบอกนิสัย

คุณมีนิสัยอย่างไรสังเกตได้จากการขับรถ
ไม่ว่าจะหยิบจะอะไร ทุกเรื่องราวล้วนบอกความเป็นตัวตนของคุณได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับการจับพวงมาลัยรถ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะความเคยชิน หรือจับพวงมาลัยเพราะความถนัดเท่านั้น หารู้ไม่ว่ามันสามารถบอกนิสัยและรสนิยมของคุณได้ด้วย

ทายนิสัย จากการจับพวงมาลัยขับรถ

1.จับตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา

 

ทายนิสัย

 

ท่าทางการจับพวงมาลัยแบบนี้ เป็นลักษณะมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่มักทำกัน ซึ่งถือเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน คนที่จับพวงมาลัยลักษณะนี้ถือว่าคนรออบครอบ จริงจังกับชีวิต ถือเป็น ‘Perfectionist’ หรือคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ

 

 

2.ตำแหน่ง 12 นาฬิกาด้วยมือข้างเดียว

 

ทายนิสัย


การจับพวงมาลัยโดยการวางมือซ้ายตรงกึ่งกลางด้านบนของพวงมาลัยมักพบเห็นได้ในกลุ่มผู้ชาย การจับลักษณะนี้บอกว่าคุณกระฉับกระเฉง และมั่นใจในตัวเองสูง

 

 

3.ตำแหน่ง 9 นาฬิกาด้วยมีอข้างเดียว

 

ทายนิสัย

 

การจับพวงมาลัยในลักษณะนี้ แม้จับด้วยมือข้างเดียวเหมือนข้อ 2 แต่หากจับพวงมาลัยลงมาที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา หรือ 3 นาฬิกา บ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนคิดง่าย ชอบความเรียบง่าย ไม่โอ้อวด

 

 

4.วางมือ 1 ข้างไว้ที่ก้านพวงมาลัย

 

ทายนิสัย


หมายความว่า คุณเป็นคนชอบการผจญภัย ท้าทาย ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

5.จับใต้พวงมาลัยแบบหงายมือขึ้น

 

ทายนิสัย


การจับบริเวณด้านล่างของพวงมาลัยโดยหงายมือขึ้น แสดงว่าคุณมีความเป็นผู้นำสูง ชอบการออกคำสั่ง

 

 

6.จับใต้พวงมาลัยแบบคว่ำมือลง

 

ทายนิสัย


แสดงวา่คุณเป็นคนกระตือรือร้น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความสนใจอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ

 

 

7. จับก้านพวงมาลัยด้วยมือทั้ง 2 ข้าง

 

ทายนิสัย


จับก้านพวงมาลัยด้วยมือทั้ง 2 ข้าง แสดงว่าคุณเป็นคนเรียบๆ นิ่งๆ ไม่ชอบแสดงท่าทีให้มากนัก

 

 

8.ไม่จับพวงมาลัยเลย!

 

ทายนิสัย


มีบางคนที่ไม่ชอบการจับพวงมาลัย แต่ควบคุมโดยการใช้ขาแทน ถ้ารถของคุณไม่ใช่ Autopilot จริงๆไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยครับ

 

 

9.จับตำแหน่ง 11 และ 1 นาฬิกาอย่างเต็มฝ่ามือ

 

ทายนิสัย


หมายถึง มองโลกในแง่ดี  และมักเป็นคนตื่นเต้นอยู่เสมอ หรือคุณกำลังอยู่ในภาวะกดดัน มีความกังวล ต้องการไปถึงที่หมายโดยเร็ว

 

 

10.บีบแตรบ่อยๆ

 

ทายนิสัย


หากใครขับรถแล้วมักกดแตรบ่อยๆ แสดงว่าคุณเป็นคนใจร้อน เกิดบันดาลโทสะอยู่บ่อยๆ ต้องปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นครับ

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 31 กรกฎาคม 2564

เค.มอเตอร์ส บริจาคล้านที่ 5 เข้ากองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด

สนับสนุนเงิน

รักษาและจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สมทบทุนเพิ่มอีก 1,000,000 บาท เข้ากองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งเป็นเงินสนับสนุนล้านที่ 5 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลต่างๆ (ปี 2564)

เค.มอเตอร์ส

 

วันนี้ 27 กรกฎาคม 2564 บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สมทบกองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” โรงพยาบาลศิริราช ศิริราชมูลนิธิ สำหรับจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด 19 โดยมี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี และ ศ.นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ

 

อัพเดท : 20 กรกฎาคม 2564

เบรกมือ ควรกดปุ่มหน้าเพื่อป้องกันการสึกหรอ?

วิธีที่ถูกต้อง

การกดปุ่มเบรกมือมีผลต่อกลไกรถแค่ไหน…
เมื่อเราจอดรถหลายคนมักกลัวว่ารถจะไหลทำให้เลือกที่จะดึงเบรกมือก่อนและทำจนติดเป็นนิสัย แต่แท้ที่จริงปุ่มเบรกมือมีไว้เพื่อปลดล็อคตอนเอาเบรกมือลงเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะกดปุ่มหรือไม่กดก่อนดึงเบรกมือขึ้นก็ไม่มีผลต่อการทำงานกลไกต่างๆ ยังทำงานได้ปกติ

ในขณะดึง เบรกมือ ขึ้นแล้วจะได้ยินเสียงแกร๊กเป็นเสียงกลไลเฟืองทำงาน แต่ถ้าเป็นระบบเบรกมือไฟฟ้าก็จะไม่มีเสียงดังอะไรที่เราสัมผัสได้ เพียงมองที่ตัวหน้าปัดท์เท่านั้นว่าจะมีสัญลักษณ์เตือนโชว์ขึ้นมาหรือไม่ครับ

 

 

วิธีการดึงเบรกมือขึ้นที่ถูกต้อง

1. จับเบรกมือโดยไม่ต้องกด
2. ดึงเบรกมือขึ้น จะมีเสียงเฟืองกับกระเดื่องดังแกร๊กๆ จนกว่ารถจะหยุดไหล

 

 ในกรณีที่จอดทิ้งไว้นานๆ ถ้าจอดเกียร์ P ไม่จำเป็นต้องดึงเบรกมือ เพราะระบบเกียร์ P มีระบบล็อคเฟืองอยู่ในเกียร์ไม่ให้เลื่อนได้ แต่ถ้าจอดอยู่ในตำแหน่ง N เป็นเกียร์ว่างที่สามารถเลื่อนได้ต้องดึงเบรกมือทุกครั้ง เพื่อกันไม่ให้รถไหลนั่นเองครับ

– ในกรณีที่รถติดอยู่บนเส้นทางลาดชันหรือบนสะพาน ให้ดึงเบรกมือขึ้น เพื่อป้องกันรถไหลชนรถคันหลัง แต่ถ้าจะออกรถให้เหยียบเบรกเท้า เข้าเกียร์ แล้วจึงปลดเบรกมือ พร้อมเหยียบคันเร่งให้สัมพันธ์กัน

– กรณีรถจอดติดไฟแดงหรือจราจรติดเป็นเวลานานๆ ควรดึงเบรกมือขึ้นแทนการเหยียบเบรกเท้าค้างไว้ กันการเผลอยกเท้าขึ้น จนรถไหลไปชนท้ายรถคันหน้านั่นเอง

– ถ้าเกิดกรณีจอดรถบนทางลาดชัน ควรดึงเบรกมือขึ้นทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันรถไหล แต่ถ้าหากเกิดกรณีเบรกแตก ให้กดปุ่มล็อกเบรกมือ พร้อมดึงเบรกมือขึ้นลงติดต่อกันหลายครั้ง และห้ามดึงเบรกมือแรงๆ ขณะที่ล้อหน้ากำลังหมุน เพราะจะทำให้ไม่สามารถบังคับทิศทางรถไม่ได้ เป็นสาเหตุที่ทำให้รถเกิดพลิกคว่ำ ควรชะลอความเร็วรถโดยค่อยๆ ลดเกียร์ลงตามลำดับ จะช่วยให้รถหยุดได้ครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 12 กรกฎาคม 2564

สัญลักษณ์สามเหลี่ยม บนแก้มยาง มีประโยชน์อย่างไร

ดูแล้วเปลี่ยน

ถึงเวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่แล้วหรือยัง…
สัญลักษณ์บนดอกยาง เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจหมายถึงความปลอดภัยทั้งชีวิตของคุณ ฉะนั้นบทความนี้ ช่างเคจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์สามเหลี่ยมบนดอกยางว่าสื่อถึงอะไร มีความหมายว่าอะไร และวิธีสังเกตดอกยางควรดูยังไง

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมบน แก้ม ยางรถยนต์ ชี้ไปยังตำแหน่งของ “สะพานยาง” หรือ “tread wear indicator” ใช้เป็นตัวชี้วัดว่า “ถึงเวลาเปลี่ยน ยางรถยนต์ เส้นใหม่แล้วหรือยัง”
แต่ในยางบางยี่ห้อรูปสามเหลี่ยมอาจไม่เหมือนกัน หรือใช้สัญลักษณ์เป็นคำว่า “TWI” มาจากคำว่า Tread Wear Indicator  หรือบางยี่ห้อก็อาจไม่มีสัญลักษณ์เลย แต่ก็ยังสามารถสังเกตตำแหน่งของสะพานยางได้ตามปกติ

 

ยางรถยนต์


วิธีสังเกต

ดอกยางอยู่ในระดับเดียวกันกับสะพานยาง แปลว่า ควรเปลี่ยนยางได้แล้ว เพราะยางถูกใช้งานจนดอกยางสึกหรอ ถึงในระดับที่ไม่สามารถรีดน้ำออกได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามผู้ใช้รถควรตรวจสอบสภาพยางโดยรวมควบคู่กันไป เนื่องจากบางครั้งการที่ดอกยางสึกหรอถึงสะพานยางไม่ได้หมายความว่ายางหมดสภาพเสมอไป อาจเกิดจากการที่ยางมีรอยแตก รอยฉีก ดอกยางด้านใน-ด้านนอกสึกไม่เท่ากัน ฯลฯ ก็เป็นได้ ซึ่งต้องรีบทำการเปลี่ยนยางใหม่ทันทีครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ