อัพเดท : 10 พฤศจิกายน 2563

2 ผู้บริหารจาก เค.มอเตอร์ส มอบเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้

สนับสนุนเงิน

ให้กับโรงพยาบาลพานทอง จังหวัดชลบุรี
ผู้บริหารระดับสูง สนับสนุนเงินจำนวน 1,350,000 บาท ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ให้กับโรงพยาบาลพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยมี คุณปิยะวิทย์ หมดมลทิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้รับมอบ

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส นำโดย ดร.วันเพ็ญ สมภพรุ่งโรจน์ และ คุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ ผู้บริหารระดับสูง สนับสนุนเงินจำนวน 1,350,000 บาท ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ให้กับโรงพยาบาลพานทอง จังหวัดชลบุรี โดยมี คุณปิยะวิทย์ หมดมลทิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้รับมอบ โดยตั้งใจจะนำเงินบริจาคนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยยากไร้ให้ได้มากที่สุด

 

มอบเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้

 

อัพเดท : 10 พฤศจิกายน 2563

ฤกษ์ ดี…วัน…ออกรถปี 2564

วันสิริมงคล

เสริมโชคลาภ ชีวิตดี ขับขี่ปลอดภัย
ปีใหม่ ออกรถใหม่ หาฤกษ์ดี วันสิริมงคล เสริมโชคลาภ ชีวิตดี ขับขี่ปลอดภัย กระทำการใดให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จ ถือเเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง ช่วยเพิ่มความอุ่นใจ และเติมสิริมงคลให้กับผู้ครอบครองรถ อย่าลืม.. เช็กฤกษ์งามยามดี หรือวันดี เวลาดี ได้ที่นี่…

ฤกษ์ออกรถ 2564

 

ฤกษ์ออกรถปี 2564

 

วันที่ควรซื้อรถ!!! ตามตำราโหราศาสตร์ ฤกษ์ออกรถปี 2564 นี้ วันที่ดีที่สุด ในการออกรถ คือ วันจันทร์ และ วันศุกร์

 

วันจันทร์
ในตำรากล่าวว่าการซื้อรถวันจันทร์จะนำมาซึ่งโชคลาภ และพบเจอกับความโชคดีอยู่เสมอ อีกทั้งยังเจริญรุ่งเรืองในการค้าขายและทำธุรกิจ มีกำไรและประสบความสำเร็จได้อย่างคาดไม่ถึง

วันศุกร์
ในตำรากล่าวว่าการซื้อรถวันศุกร์ จะทำให้มีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น สะดวกคล่องตัว และมีลาภยศรออยู่

 

ฤกษ์…ต้องห้าม..สำหรับวันเกิด

 

วันอาทิตย์ ห้ามใช้ฤกษ์วันศุกร์ ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันจันทร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันอาทิตย์ ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันอังคาร ห้ามใช้ฤกษ์วันจันทร์ ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ฤกษ์วันอังคาร ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ฤกษ์วันพฤหัสบดี ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันพฤหัสบดี ห้ามใช้ฤกษ์วันเสาร์ ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันศุกร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางคืน) ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้
วันเสาร์ ห้ามใช้ฤกษ์วันพุธ(กลางวัน) ไม่ว่าจะฤกษ์ดีแค่ไหน ก็ควรหลีกเลี่ยงการออกรถในวันนี้

 

ฤกษ์ขับรถออกจากโชว์รูม

 

วันอาทิตย์ ควรขับรถออกเวลา ช่วงแรก 06.01 น. ถึง 08.24 น. (อาทิตย์ สี่ศูนย์ ฤกษ์ดีมาก)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 13.13 น. ถึง 15.36 น. (อาทิตย์ สองศูนย์ ให้โชคลาภ)

วันจันทร์ ควรขับรถออกเวลา ช่วงแรก 08.25 น. ถึง 10.48 น. (จันทร์ สี่ศูนย์ ฤกษ์ดี)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 15.37 น. ถึง 18.00 น. (จันทร์ สองศูนย์ ให้ลาภและมีเสน่ห์)

วันอังคาร ควรขับรถออกเวลา ช่วงแรก 10.49 น. ถึง 13.12 น. (อังคาร สี่ศูนย์ ฤกษ์ใช้ได้)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 06.01 น. ถึง 08.24 น (อังคาร สองศูนย์ ช่วงเวลานี้พอใช้ได้)

วันพุธ ควรขับรถออกเวลา ช่วงแรก 13.13 น. ถึง 15.36 น. (พุธ สี่ศูนย์ ฤกษ์ปานกลาง)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 08.25 น. ถึง 10.48 น. (พุธ สองศูนย์ มีโอกาสได้ลาภ)

วันพฤหัสบดี ควรขับรถออกเวลา ช่วงแรก 15.37 น. ถึง 18.00 น. (พฤหัสบดี สี่ศูนย์ มีโชคลาภ)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 10.49 น. ถึง 13.12 น. (พฤหัสบดี สองศูนย์ ฤกษ์ปลอดภัย)

วันศุกร์ ควรขับรถออกเวลา 06.01 น. ถึง 08.24 น. (ศุกร์ สี่ศูนย์ ฤกษ์ดีมาก)

และ ช่วงที่ 2 เวลา 13.13 น. ถึง 15.36 น. (ศุกร์ สองศูนย์ ให้โชคลาภ)

วันเสาร์ ในตำรากล่าวไว้ว่าวันเสาร์เป็นวันดุ ไม่ควรนำรถออก ควรหลีกเลี่ยง

 

ทิศทางในการจอดก่อนออกจากโชว์รูม

 

การจอดในทิศทางที่ดีก็มีชัยไปมากกว่าครึ่ง การดูทิศทางในที่นี้ หมายถึง การหลีกเลี่ยงทิศผีหลวง ทิศหลาวเหล็ก

ส่วนวิธีการดูทิศทางก็คือการตามแบบแผนโบราณ เช่นเดียวกับการดูทิศทางการตั้งขบวนขันหมาก เป็นต้น

 

วันอาทิตย์ ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตก แนะนำทิศเหนือ ,ทิศตะวันออก หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันจันทร์ ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศตะวันออก แนะนำทิศเหนือ หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันอังคาร ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและเหนือ แนะนำทิศตะวันออก หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันพุธ ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศเหนือ แนะนำทิศตะวันออก หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันพฤหัสบดี ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศทิศใต้ แนะนำทิศเหนือ ,ทิศตะวันออก หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันศุกร์ ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศตะวันตก แนะนำทิศเหนือ ,ทิศตะวันออก หรือทิศอื่น ๆ แทน
วันเสาร์ ผีหลวง หลาวเหล็ก อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออก แนะนำทิศเหนือ หรือทิศอื่น ๆ แทน

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 9 พฤศจิกายน 2563

คิกดาวน์บ่อย เกียร์พัง!! เลี่ยงอย่างไรได้บ้าง ??

เร่งเครื่องแซง

เปลืองน้ำมัน แถมเสี่ยงรถพังไม่รู้ตัว
การคิกดาวน์ คือ การเหยียบคันเร่ง (เกือบ) จมมิด ให้เกียร์เปลี่ยนอัตราทดต่ำลง เพื่อใช้ในการเร่งแซง ข้อเสียของการคิกดาวน์บ่อยๆ จะทำให้ชุดเกียร์รับแรงบิดกะทันหัน อายุการใช้งานเกียร์สั้นลงนั่นเอง เพราะฉะนั้นจึงควรทำการคิกดาวน์เฉพาะตอนที่จำเป็นเท่านั้น เช่น แซงบนถนนเลนสวน

ส่วนกรณีที่ขับบนถนนหลายเลน ควรค่อยๆ เพิ่มความเร็ว จะช่วยรักษาชุดเกียร์ให้มีอายุการใช้งานนานมากขึ้น


การ คิกดาวน์ บ่อยๆ สำหรับการเร่งแซง โดยการกดคันเร่งให้มีน้ำหนักมากขึ้นเกียร์จะเปลี่ยนอัตราทดต่ำลง เพื่อเรียกกำลังเครื่องยนต์ให้รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่หาก คิกดาวน์ กันบ่อยๆ ชุดเกียร์ต้องคอยรองรับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใด ชุดเฟืองต้องรับแรงบิดที่มากขึ้นแบบทันที ทำให้เกิดการสึกหรอในชุดคลัทช์ของเกียร์ได้ ส่งผลให้อายุการใช้งานชิ้นส่วนภายในชุดเกียร์สั้นลง

 

นอกจากเกียร์อายุสั้นแล้วการ Kick down ก็ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นด้วยเพราะรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นขณะ Kick ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนอะไรมากมายก็ขับเรื่อยๆ ค่อยๆ เพิ่มความเร็วไปดีกว่าครับ แต่ก็จะไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จะทำให้เกียร์เกิดการสึกหรอเสียหายได้ง่าย การที่ขาดการดูแลรักษานี่แหละครับต้นเหตุที่สำคัญจะทำให้ชิ้นส่วนภายในเกียร์เกิดการเสียหายครับ

 

เคล็ดการเร่งแซงโดยไม่ต้อง “ คิกดาวน์ ”

ในขณะเดียวกันหลายคนที่ขับเกียร์อัตโนมัติอาจเข้าใจว่าการคิกดาวน์นั้นเป็นหนทางเดียวที่เร่งแซง แต่ความจริงแล้ว นอกจากปลายเท้าที่เหยียบคันเร่งแล้วยังมีการใช้ระบบ Overdrive หรือ O/d ซึ่งจะทำให้เกียร์เปลี่ยนอย่างนิ่มนวลไม่กระชาก แถมยังอัตราเร่งยังดีอีกด้วยครับ

 

การคิกดาวน์ในเกียร์ออโต้

การ คิกดาวน์ ในเกียร์ออโต้นั้นถือเป็นเรื่องที่สร้างความสะดวกสบายในการเร่งแซงก็จริง แต่หารู้ไม่ครับว่าต้องแลกมาด้วยการกินน้ำมัน ดังนั้นไม่ต้องห่วงครับขณะที่เราขับระบบ Overdrive หรือ O/d (บางคันอาจเป็น 3/D3) รถยนต์สามารถเปลี่ยนเกียร์เพื่อเพิ่มแรงขับให้เร่งแซงได้อยู่แล้ว โดยรอบไม่ตกแถมไม่สิ้นเปลืองน้ำมันอีกด้วย

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 4 พฤศจิกายน 2563

วิ่งเกินระยะกำหนด มีผลต่อ “น้ำมันเครื่อง” อย่างไร?

เครื่องยนต์พัง!

ส่งผลร้ายมากกว่าดี ต้องหมั่นตรวจเช็ก
หากรถวิ่งเกินระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องส่วนใหญ่จะมีผลในด้านลบครับ น้ำมันเครื่องเป็นหนึ่งส่วนสำคัญในการทำงานของเครื่องยนต์และสารหล่อลื่นตัวนี้ที่อยู่ในตัวเครื่องอยู่ในสภาพการทำงาน การที่ปล่อยให้เกินระยะกำหนดการเปลี่ยนนั้น จะทำให้เกิดการหล่อลื่นและการระบายร้อนไม่ดีภายในชุดกลไกเครื่องยนต์

จากนั้นชิ้นส่วนกลไกจะเกิดการเสื่อมสภาพเร็วกว่ากำหนด การปล่อยให้เครื่องยนต์ใช้ น้ำมันเครื่อง เก่าๆ ที่ผ่านการใช้นานๆ จะดำสกปรกจากเศษชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ การไม่เปลี่ยนตามระยะ่ทางที่ควรเปลี่ยนหรือปล่อยไว้นานเกินไปจะยิ่งส่งผลให้ชิ้นส่วนภายในเสียหายรุนแรงครับ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องควรจะทุกๆ 10,000 กิโลเมตรครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ จากการใช้งานถ้าจะเกินกำหนดการเปลี่ยนถ่ายครับ

 

การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้นาน จึงควรหมั่นตรวจเช็กและดูแลรักษาให้ดี โดยทั่วไปการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องเกรดไหน ธรรมดา กึ่งสังเคราะห์ หรือสังเคราะห์ จะถึงระยะเปลี่ยนถ่ายเมื่อรถวิ่งได้ประมาณ 8,000-10,000 กิโลเมตร หรือประมาณทุกๆ 6 เดือน แต่ทั้งนี้ทั้งนื้นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานด้วย เช่น หากรถที่ใช้งานบ่อยๆ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 5,000 กิโลเมตรหรือทุกๆ 3 เดือน เป็นต้น

 

ในขณะเดียวกันหากรถคันไหนไม่ค่อยได้ใช้งาน และจอดทิ้งไว้นานๆ ยิ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามเวลาที่กำหนด เพราะน้ำมันเครื่องจะทำปฏิกิริยากับอากาศทำให้คุณภาพของน้ำมันเครื่องลดลงเรื่อยๆ หากไม่เปลี่ยนอาจเกิดอันตรายกับเครื่องยนต์ได้

 

สภาพอากาศก็เป็นตัวกำหนดในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเช่นกัน หากอากาศหนาวจะทำให้รถสตาร์ทติดยาก เนื่องจากตอนเริ่มสตาร์ทการเผาไหม้ยังไม่สมบูรณ์ คราบน้ำมันเผาไหม้ไม่หมด อาจเกิดการปนเปื้นกับน้ำมันเครื่องจนต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซึ่งควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่องไปพร้อมกัน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ระยะถ่ายน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ควรเปลี่ยนทุกๆ 5,000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่อง กึ่งสังเคราะห์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 7,500-8,000 กิโลเมตร
น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ควรเปลี่ยนทุกๆ 10,000-15,000 กิโลเมตร

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 22 ตุลาคม 2563

หักเลี้ยวพวงมาลัยสุด แล้วมีเสียงดัง !!

พวงมาลัยรถ

หมุนพวงมาลัยไม่ถูกวิธี รถเสียหาย…
การหมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ? พฤติกรรมเช่นนี้อาจจะทำให้น้ำมันเพาเวอร์มีความร้อนสูงและโอกาสที่จะทำให้ระบบของพวงมาลัยเกิดความเสียหายได้สูงกับรถที่ใช้ระบบไฮดรอลิคในการสร้างความดันน้ำมัน แต่ถ้าเป็นแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้าก็คงไม่น่าเป็นห่วงอะไรครับ

หักเลี้ยวพวงมาลัยสุด แล้วมีเสียงดัง!! ในกรณีที่หักพวงมาลัยจนสุดแล้วค้างเอาไว้เพื่อที่จะรอกลับรถก็จะทำให้ระบบไฮดรอลิคเกิดความดันสูงมาก ซึ่งถ้าเราทำแบบนี้บ่อยๆ ผลที่ตามมาก็คือน้ำมันไฮดรอลิคจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ท่อทางเดินน้ำมันต้านแรงดันสูงที่เป็นท่อยางจะเกิดการรั่วตามข้อต่อปั้มเพาเวอร์ก็จะรับภาระหนัก ถึงกระนั้นก็ตามสภาพชิ้นส่วนก็ควรจะตรวจสอบตามจุดต่อท่อทางน้ำมันว่ามีร่องรอยการรั่วซึมออกมาหรือไม่ ควรจะหมั่นตรวจสอบเพื่อป้องปัญหาที่จะตามมาครับ

 

วิธีแก้ไขเมื่อหมุนพวงมาลัยจนสุดแล้วมีเสียงดัง หากต้องหมุนพวงมาลัยค้างทิ้งไว้นาน ให้เหลือมุมในการหมุนไว้ ไม่ต้องหมุนสุด หรือให้พวงมาลัยคืนกลับมาเล็กน้อย ก็สามารถช่วยถนอมพวงมาลัยรถของคุณให้ใช้ได้นานมากขึ้น 

 

หมุน พวงมาลัยจนสุด แล้วค้างทิ้งไว้นาน 

เมื่อทำการหมุน พวงมาลัยจนสุด และแช่ค้างทิ้งไว้นาน จะทำให้น้ำมันพาวเวอร์เกิดความร้อนสูง และอาจส่งผลกระทบทำให้ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์เกิดความเสียหายได้

 

หักพวงมาลัยจนสุดและแรง

หากทำการหักพวงมาลัยจนสุดและแรงบ่อยครั้ง จะส่งผลให้แรงดันของน้ำมันพาวเวอร์ไหลย้อนกลับสูงมาก และไปดันปั๊มน้ำมันพาวเวอร์จนเกิดการซึมออกมา หรือทำให้สายยางรั่ว รวมไปถึงสร้างความเสียหายต่างๆ บริเวณข้อต่อ ชิลยาง และอะไหล่ จนต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนมากเลยก็ได้ (อาการของรถที่ใช้แบบน้ำมันไฮดรอลิก)

 

หมุนพวงมาลัยตอนรถหยุดนิ่ง
ถ้าคุณเป็นคนที่มีพฤติกรรมชอบหมุนพวงมาลัยตอนรถหยุดนิ่ง จงรู้ไว้ว่าการกระทำเรานี้จะส่งผลเสียต่อรถของคุณในระยะยาว ดังนี้
1.ดอกยางรถยนต์ สึกเร็วกว่ากำหนด เพราะได้รับแรงเสียดสีกับพื้นถนนแบบเต็มๆ
2.มอเตอร์พวงมาลัยไฟฟ้าทำงานหนักกว่าปกติ เสียหายไว นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนที่สูง

 

การหมุนพวงมาลัยที่ถูกต้อง
ระมัดระวังอย่าหมุนพวงมาลัยจนสุดจนมีเสียงดัง หากหมุนจนสุดควรคลายออกเล็กน้อยก่อนเร่งออกตัว และอย่าออกตัวแรงจนยางเสียดสีและมีเสียง เพราะจะส่งผลกระทบต่อเพลารถได้ ในขณะเดียวกันเวลาขับรถเลี้ยว ควรหักพวงมาลัยช้าๆ ไม่หักแรง แต่ถ้ารู้สึกว่ามันสุด ควรปล่อยคืนกลีบเล็กน้อย เพื่อช่วยลดแรงดันน้ำมันที่จะไหลย้อนกลับ และช่วยยืดอายุการใช้งานพวงมาลัยให้ใช้งานได้นาน

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ