อัพเดท : 17 ตุลาคม 2563

รับสมัครงาน รุ่นใหม่ ไฟแรง ร่วมงานกับโตโยต้า เค.มอเตอร์ส 2-7 พ.ย.63

งานดี เงินดี

โอกาสในการก้าวด้านหน้าที่การงาน
รับสมัครงาน รุ่นใหม่ ไฟแรง ร่วมงานกับโตโยต้า เค.มอเตอร์ส…สมัครแบบ Walk In Interview กรอกข้อมูลและตำแหน่งที่สนใจ รอสัมภาษณ์ได้เลย วันที่ 2-7 พฤศจิกายน 2563 นี้ สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-261-0989 ,02-2589391 ต่อ 4712-4718 หรือส่งใบสมัครมาได้ที่ Email : rsho.kmotors@gmail.com

สมัครงาน


เส้นทางแห่งความก้าวหน้า กลับมาอีกครั้ง!! บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส เปิดรับสมัครงานแบบ Walk In Interview เพียงกรอกข้อมูลและตำแหน่งที่สนใจ รอสัมภาษณ์ได้เลย วันที่ 2-7 พฤศจิกายน 2563 หรือสมั
ครด้วยตนเองได้ที่ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด (สุขุมวิท 43) แผนกบุคคล ชั้น 4 สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-261-0989-99 หรือ 02-2589391 ต่อ 4712-4718


ตำแหน่งงานมากมาย หลายอัตรา รอคุณอยู่!! ถ้าคุณคือคนที่รักในความก้าวหน้า และพร้อมพัฒนาศักยภาพ ผลักดันสู่ความสำเร็จ โอกาสของคุณมาถึงแล้ว……

 


ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครมีดังนี้….

1. พนักงานขายรถยนต์

คุณสมบัติ

  • เพศชาย/หญิง
  • อายุ 21 – 35 ปี
  • วุฒิ ปวส.(เทียบเท่า)-ปริญญาตรี (ไม่จำกัดสาขาวิชา)
  • มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ดี
  • มีทักษะด้านการสื่อสารและเจรจาต่อรอง
  • ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่
  • หากมีประสบการณ์ด้านการขายหรือการตลาดจะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

2. เจ้าหน้าที่การตลาดประกันภัยรถยนต์

คุณสมบัติ

  • เพศชาย/หญิง
  • อายุ 21 – 35 ปี
  • วุฒิ ปวช.(เทียบเท่า) – ปริญญาตรี (ไม่จำกัดสาขาวิชา)
  • มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีใจรักงานบริการ
  • มีทักษะด้านการสื่อสารที่ดี มีน้ำเสียงไพเราะ สุภาพ
  • สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Office ได้เป็นอย่างดี
  • หากมีประสบการณ์ด้านการขายประกันภัยรถยนต์จะได้รับการพิจารณาพิเศษ

3. เจ้าหน้าที่ธุรการ

คุณสมบัติ

  • เพศชาย/หญิง
  • อายุ 20 – 30 ปี
  • วุฒิ ปวช.(เทียบเท่า) – ปริญญาตรี (ไม่จำกัดสาขาวิชา)
  • มีความกระตือรือร้น และมนุษยสัมพันธ์ดี
  • มีความละเอียดรอบคอบ และมีความรับผิดชอบสูง
  • สามารถใช้โปรแกรม Microsoft Office ได้เป็นอย่างดี
  • ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่
  • หากมีประสบการณ์จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

4. เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า

คุณสมบัติ

  • เพศชาย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • วุฒิ ปวช.(เทียบเท่า) ขึ้นไป สาขา ช่างยนต์, เครื่องกล หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • มีความรู้ด้านเครื่องยนต์, มีความรับผิดชอบ
  • มีใจรักงานบริกการ, ซื่อสัตย์, ตรงต่อเวลา
  • ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่
  • หากมีประสบการณ์จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ

 

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของพวกเราชาว เค.มอเตอร์ส ดีลเลอร์เบอร์ 1 ของประเทศไทย มาสมัครกันเยอะๆ นะครับ

 

การเดินทาง

เดินทางมาสมัครด้วยตัวเองได้ที่ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด (สุขุมวิท 43) 769 ซอยสุขุมวิท 43 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 (สำนักงานใหญ่) ชั้น 4 แผนกบุคคล และสามารถกรอกข้อมูลสมัครงานส่งมาที่อีเมล hr@kmotors.co.th

**เดินทางโดยรถไฟฟ้า ลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ทางออกหมายเลข 3 เดินตรงมาประมาณ 300-500 เมตร อยู่ใกล้ๆ กับ Top Supermarket
** เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง 2, 25, 38, 40, 48, 98, 184, 501, 508, 511, 513


หลักฐานที่ต้องเตรียม เพื่อใช้ในการสมัครงาน มีดังต่อไปนี้

1. ประวัติการทำงาน
2. หลักฐานการศึกษา
3. รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน

สนใจสมัครและสามารถเลือกสาขาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มีสาขาดังนี้

สุขุมวิท43 / เอกชัย / พระราม 3 / ถนนจันทน์ / พระประแดง / ลาดพร้าว / รามคำแหง
สุขาภิบาล / เพชรเกษม / รามอินทรา / สะพานใหม่ / วิภาวดี 46 / เจริญกรุง / เจริญนคร /บางจาก / บางโคล่ / ประชาอุทิศ / ห้วยขวาง / ศรีนครินทร์ / วิภาวดี 60

 

 

อัพเดท : 12 ตุลาคม 2563

รู้ก่อนพัง… ของเหลวในรถยนต์ ควรเปลี่ยนตอนไหน?

น้ำมันรถ..

ควรเปลี่ยนถ่ายตอนไหน ตรวจสอบอย่างไร?
ของเหลวในรถยนต์ควรเปลี่ยนตอนไหนดี ปกติการดูว่าเราต้องเข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหรือของเหลวตอนไหนส่วนมากจะมีอยู่ในคู่มือการรับประกันจากศูนย์บริการ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะว่าเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ให้ทำงาน

เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน

ของเหลวที่อยู่ในรถยนต์ มีตั้งแต่…

 

น้ำมันเครื่อง  ใช้ในการหล่อลื่นและทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ ป้องกันกำลังอัดรั่ว
น้ำมันเกียร์/น้ำมันเฟืองท้าย  ช่วยหล่อลื่นทำความสะอาดและส่งถ่ายแรงดัน
น้ำมันเบรก  ช่วยส่งถ่ายแรงเบรกไปห้ามล้อ
น้ำยาหล่อเย็น  ใช้ในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ รวมทั้งระบายความร้อนระบบไฮบริดและยังช่วยให้ชิ้นส่วนไม่เป็นสนิม เหมือนการใช้น้ำเปล่าและมีจุดเดือดสูงและไม่เป็นน้ำแข็ง
น้ำมันเพาเวอร์  ช่วยส่งถ่ายแรงดันไฮดรอลิก ช่วยผ่อนแรงพวงมาลัยเพาเวอร์

 

เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน

 

ระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง

 

น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา  ควรจะเปลี่ยนทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือ ทุก ๆ 3 เดือน
น้ำมันเครื่องเกรดกึ่งสังเคราะห์  ควรจะเปลี่ยนทุกๆ 7,500-8,000 กิโลเมตร หรือ ทุกๆ 4-5 เดือน
น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์  ควรจะเปลี่ยนทุกๆ 10,000-15,000 กิโลเมตร หรือ ทุกๆ 6-9 เดือน

**หากรถใช้งานหนักหรือใช้งานในพื้นที่รถติดมากๆ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เร็วขึ้นก่อนกำหนด จะเป็นผลดีต่อเครื่องยนต์มากขึ้น

 

ระยะการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์/น้ำมันเฟืองท้าย

ควรตรวจสอบ ทุกๆ ระยะ 40,000 กิโลเมตร โดยการตรวจสอบมีดังนี้…….

 

วิธีการดูสีของน้ำมันว่าควรเปลี่ยนหรือยัง ?

– ถ้าสีของน้ำมันเกียร์ธรรมดาหรือน้ำมันเฟืองท้ายมีสีเหลืองใสอยู่ แสดงว่ายังใช้งานได้ แต่ถ้าเริ่มมีสีน้ำตาลดำควรทำการเปลี่ยนได้แล้ว

– เช็กสีของน้ำมันเกียร์อัตโนมัติว่ามีสีแดงใสอยู่หรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่ายังพอใช้งานได้อยู่ แต่ถ้าเริ่มมีสีแดงเข้มจนดำควรรีบทำการเปลี่ยนได้

 

หมายเหตุ : ถ้าพบว่าน้ำมันมีเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้ายมีกลิ่นเหม็นไหม้ ให้ทำการเปลี่ยนทันทีถึงแม้สีจะยังใสอ แต่ส่วนใหญ่สีของน้ำมันจะก็จะฟ้องว่าต้องเปลี่ยนแล้ว หากคิดว่ายุ่งยากในการคอยตรวจสอบก็สามารถเปลี่ยนทุกๆ 40,000 กิโลเมตร หรือ 2 ปี

 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก

        น้ำมันเบรกควรเปลี่ยนทุกๆ ระยะ 40,000 กิโลเมตรหรือเปลี่ยนทุกๆ 2 ปี แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน น้ำมันเบรกถือว่ามีความสำคัญมากถ้าไม่เปลี่ยนน้ำมันเบรกตามระยะที่กำหนดจะมีความชื้นสะสม ทำให้เกิดฟองอากาศในน้ำมันเบรกทำให้ประสิทธิภาพการส่งถ่ายแรงเบรกลดลงและเกิดอาการเบรกไม่อยู่ตามมาในที่สุด

 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็น

         ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำหล่อเย็นของรถแต่ละรุ่นนั้นจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพของเครื่องยนต์แต่ละรุ่นและคุณภาพของน้ำยาหม้อน้ำที่ใช้รถบางรุ่นกำหนดอยู่ที่ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตรในขณะรถบางรุ่นกำหนดการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหม้อน้ำทุก 100,000-200,000 กิโลเมตร เป็นต้น ในส่วนของรถโตโยต้าทุกรุ่นจะเติมน้ำยาหม้อน้ำมาจากโรงงาน จะทำการเปลี่ยนถ่ายครั้งแรกที่ 160,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี และครั้งต่อไปทุกๆ 80,000 กิโลเมตร หรือ 4ปี ครับ

 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเพาเวอร์

          น้ำมันประเภทนี้ ในรถที่เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าจะไม่ได้ใช้งานแล้ว จะมีอยู่ในรถที่เป็นพวงมาลัยไฮดรอลิก หรือที่เรียกว่าพวงมาลัยเพาเวอร์ ซึ่งทำหน้าที่ส่งถ่ายแรงดันไฮดรอลิกให้ช่วยผ่อนแรงในการหมุนพวงมาลัย ระยะในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเพาเวอร์มีตั้งแต่ 20,000 -80,000 กิโลเมตร ถ้าเอาจำง่ายก็เปลี่ยนที่ 40,000 กิโลเมตร หรือ 2 ปี

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 ตุลาคม 2563

สี…ศรี แก้เคล็ดกาลกิณีสีรถ!! ในวันเกิด

เปลี่ยนแล้วปัง!

ติดป้าย “สีเป็นศรี” แก้เคล็ดกาลกิณี
เชื่อว่าหลายคนเลือกซื้อรถตามสีที่ชอบ แต่พอซื้อมาแล้วจึงรู้ว่าสีรถนั้นเป็นกาลกิณีกับวันเกิดของคุณ! จนทำให้เกิดความไม่สบายใจเวลาขับ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่จะต้องเก็บมาเครียดจนทำให้เสียเซลฟ์ในการขับขี่ครับ มาดูวิธีแก้เคล็ดง่าย ๆ ที่หลายคนก็ทำกันครับ

สี…ศรี แก้กาลกิณีสีรถ !! ซื้อรถมาแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าสีรถเป็นกาลกิณีกับวันเกิด จะทำอย่างไรดี ?
อันนี้เป็นความเชื่อที่ทำตามานะครับ เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนนะครับ ซึ่งถือเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่เปลืองสตางค์ในกระเป๋าด้วยครับ เช่น คนเกิดจันทร์ ใช้รถเขียว หรือส้ม เป็นต้น ให้หาสติ๊กเกอร์ “สีที่เป็นศรี” ในวันเกิด เช่น คนเกิดวันจันทร์ มีสีดำ เป็นศรี เป็นต้น ตัดสติ๊กเกอร์ให้ได้ขนาด 2×2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วนำไปติดตามตำแหน่งของรถต่อไปนี้ครับ

แผ่นที่ 1 กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น
แผ่นที่ 2 ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย)
แผ่นที่ 3 ติดที่ประตูหน้าซ้าย
แผ่นที่ 4 ติดที่ประตูหน้าขวา

 

สีที่เป็นศรี แก้กาลกิณีสีรถ สำหรับคนเกิดวันต่างๆ

1. เกิดวันอาทิตย์ สีเขียว เป็น ศรี
2. เกิดวันจันทร์ สีดำ เป็น ศรี
3. เกิดวันอังคาร สีเหลือง เป็น ศรี
4. เกิดวันพุธ กลางวัน สีเขียวอ่อน เป็น ศรี
5. เกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เป็น ศรี
6. เกิดวันศุกร์ สีชมพู เป็น ศรี
7. เกิดวันเสาร์ สีน้ำเงิน เป็น ศรี
8. เกิดวันพุธ กลางคืน สีขาว เป็น ศรี

แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าทำแล้วสบายใจ ก็ทำไปเถอะครับ และเมื่อขับรถได้อย่างไร้กังวลแล้ว ก็อย่าลืมขับรถกันอย่างมี “สติ” กันด้วยนะครับ

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 17 กันยายน 2563

มอบทุนการศึกษา บุตรพนักงาน “ทุนเรียนดี K.SMART K.MOTORS” ปี 7

ทุนเรียนดี

สนับสนุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน
เค.มอเตอร์ส นำโดยคุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด เป็นตัวแทนคณะผู้บริหาร มอบทุนการศึกษาแก่บุตรพนักงาน ในโครงการ “ทุนเรียนดี K.SMART K.MOTORS” ปี 7 เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุตรพนักงาน ได้เติบโตขึ้นด้วยคุณภาพและเป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป

เพราะการศึกษาของเด็กและเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้า โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จึงให้ความสำคัญและพร้อมเป็นกำลังที่คอยสนับสนุนให้เด็กไทยได้เติบโตอย่างคุณภาพ จึงได้จัดโครงการสนับสนุนการศึกษาให้แก่บุตรพนักงานต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 7 ภายใต้โครงการ “ทุนเรียนดี K.SMART K.MOTORS” ที่โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาถนนจันทน์ เมื่อวันอังคาร ที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา…

และเนื่องจากปีนี้ เกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 พิธีมอบการศึกษา จึงเน้นการจัดแบบ New Normal ที่มีความเรียบง่าย แต่อบอุ่น และเน้นถึงความสำคัญของการเว้นระยะห่างทางสังคม จัดขึ้นที่ห้องประชุมชั้น 3 โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาถนนจันทน์ โดยมีพนักงานและบุตรเข้าร่วม รับมอบทุนการศึกษากว่า 89 ทุน รวมเป็นเงินทุนสนับสนุนการศึกษากว่า 417,000 บาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ระดับการศึกษา ดังต่อไปนี้

◦ ระดับประถมศึกษาตอนต้น ทุนละ 4,000 บาท จำนวน 38 ทุน
◦ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ทุนละ 4,000 บาท จำนวน 30 ทุน
◦ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทุนละ 5,000 บาท จำนวน 13 ทุน
◦ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุนละ 6,000 บาท จำนวน 1 ทุน
◦ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุนละ 7,000 บาท จำนวน 2 ทุน
◦ ระดับปริญญาตรี ทุนละ 12,000 บาท จำนวน 5 ทุน

ทั้งนี้ภายในงานคุณสุกุมล ประธานในพิธีได้กล่าวโอวาทเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่พนักงานและบุตรหลานว่า “ได้ร่วมเฝ้าดูอนาคตของบุตรหลานของเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเราทุกท่านในฐานผู้ปกครองจะต้องดูแลบุตรหลาน เปรียบเสมือนดังการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์จากต้นกล้าให้เติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง เป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพต่อไป และสุดท้ายนี้ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานในพิธี และคณะท่านผู้บริหารทุกท่าน ที่เห็นถึงความสำคัญของพนักงานทุกท่าน ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการศึกษาบุตรพนักงาน “ทุนเรียนดี K.Smart K.Motors” นี้ขึ้น”

 

อัพเดท : 11 กันยายน 2563

รถยนต์มีปัญหา รถวิ่งกินซ้าย ขวา เกิดอะไรขึ้น !!

รถวิ่งไม่ตรง

อันตรายไหม…ปัญหาเกิดจากอะไร?
รถยนต์มีปัญหาการวิ่งไม่ตรง ปล่อยมือแล้วอาจจะกินซ้ายกินขวา อันนี้มีหลายๆ สาเหตุที่ควรตรวจเช็กดู แต่สิ่งที่เราสังเกตได้จากการมองเห็นคือยางเกิน 50% ที่อาการดึงของรถมีสาเหตุมาจากยาง เช่น แรงดันลมอาจจะต่ำไป ก่อนจะไปพิจารณาที่อื่นควรทดลองวัดแรงดันลมยางเป็นอย่างแรก

รถวิ่งกินซ้าย ขวา หากมีปัญหาลมยางอ่อนก็จัดการเติมให้ได้ตามที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ถ้าลมยางถูกต้องหรือเติมไปเรียบร้อยแต่ยังไม่หายนั้น ช่วงล่างยังมีปัญหา หลังการทดลองสลับยางแล้วพบว่าอาการดึงของพวงมาลัยยังไม่เปลี่ยนแปลง อาจเกิดจากศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง แม้จะคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้รถเกิดอาการดึงไปด้านใดด้านหนึ่งได้โอกาสที่ศูนย์ล้อจะเกิดการผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปนั้นมีได้มาก อย่างเช่น ถ้ายางมีการสึกหรอมากแต่ค่อนข้างสม่ำเสมอที่ขอบหน้ายางด้านใดด้านหนึ่ง จะมีผลทำให้มุมแคมเบอร์ผิดไป และจะเกิดอาการดึงมากขึ้นยามขับบนถนนต่างระดับ หรือพวกถนนหลังเต่าครับ

 

รถวิ่งกินซ้าย ขวา

 

 

การสลับยาง เพื่อให้ยางทุกเส้นมีการสึกหรอที่เท่าๆ กัน โดยทั่วไปควรสลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร เพราะถ้ายางเกิดสึกหรอขึ้นมาจะส่งผลทำให้ความสมดุลของล้อและระบบช่วงล่างเสียหายได้เร็วยิ่งขึ้น

 

การตั้งศูนย์ล้อ เป็นการจัดแนวทางระยะต่างๆ และการปรับแต่งกลไกของการบังคับเลี้ยวและระบบช่วงล่างรถยนต์ให้เหมาะสมกับสภาพของรถคันนั้นๆ เมื่อการตั้งศูนย์ล้อเหมาะสมจะทำให้…
-พวงมาลัยบังคับง่าย มั่นคง สะดวกสบาย
-ช่วยป้องกันการสึกหรอของยางรถยนต์
ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของศูนย์มีทั้งหมด 4 อย่าง คือ Camber, Kingpin,Caster และ Toe

 

มุมแคมเบอร์ (camber) เป็นมุมที่ช่วยให้รถยึดเกาะถนนเมื่อทำการโค้ง สังเกตได้จากมุมเอียงของล้อในแนวดิ่ง เมื่อมองจากหน้ารถ หากแนวของวงล้อขนานกับแนวดิ่ง ค่ามุมแคมเบอร์จะเป็น0แต่ถ้าด้านบนถ่างออกด้านล่างหุบเข้า จะเป็นมุมแคมเบอร์บวก และถ้าข้างบนหุบเข้า ด้านล่างถ่างออก ก็จะเป็นมุมแคมเบอร์ ลบ และโดยปกติของรถยนต์ใช้งานทั่วไป มุมแคมเบอร์จะตั้งให้มีค่าเป็น ลบ เล็กน้อยเพื่อการเข้าโค้ง เพราะเวลาเข้าโค้งหน้ายางของแคมเบอร์ที่เป็น ลบ จะถูกน้ำหนักถ่ายเทมาให้กดหน้าสัมผัสของยางได้เต็มที่ แต่ก็ไม่ควรจะตั้งค่าให้ ลบ มากเกินไป เพราะจะทำให้รถวิ่งในทางตรงไม่ดี เนื่องจากหน้าสัมผัสยางจะน้อย

 

มุมคิงพิน (King Pin) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “มุมเอียงแกนบังคับเลี้ยว” ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากตัวรถไปยังล้อ ที่สำคัญยังเป็นเพลาของศูนย์ล้ออีกด้วย คิงพินทำงานเชื่อมโยงกับมุมแคมเบอร์ คือ ช่วยประสานทำให้พวงมาลัยใช้งานได้ง่าย และพวงมาลัยคืนกลับมาขณะเลี้ยว และสิ่งที่เหมือนกันของการทำงานระหว่างแคมเบอร์กับคิงพินก็คือ ทำให้น้ำหนักรถกดลงที่ด้านนอกของยาง แต่ถ้าคิงพินทำงานพลาดจะส่งผลทำให้ยางเกิดการสึกหรอเพียงด้านเดียว

 

มุมแคสเตอร์ (caster) จะช่วยทำให้พวงมาลัยเด้งกลับมาเหมือนเดิม โดยมุมนี้สามารถสังเกตจากตัวโช๊กอัพหน้าจะเอียงจาก แกนกลางล้อ ส่วนใหญ่เป็นมุมที่มาจากโรงงาน ไม่สามารถปรับได้

 

มุมโท (toe) ทำหน้าที่ให้รถวิ่งตรงและนิ่ง ซึ่งการดูมุมโทนั้นก็ดูง่ายๆ คือถ้าล้อขนานกับตัวรถจะเป็นค่าtoe เท่ากับ0แต่ถ้าที่ฝั่งด้านหน้ารถหุบเข้า จะเรียกว้ามุม toe-inซึ่งจะมีค่าเป็น ลบ แต่ถ้าล้อฝั่งด้านหน้า ถ่างออก เรียกว่าtoe-outหรือมุมโทบวก รถยนต์ทั่วไปจะตั้งค่าเป็นโทลบเล็กน้อยในล้อหน้าเพื่อให้หน้าจิกถนนให้วิ่งตรงนั่นเอง

 

การสึกหรอของศูนย์ล้อไม่อาจสามารถเห็นได้ด้วยตา แต่เราสามารถสังเกตได้จากอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกริ่นมาข้างต้น เมื่อมั่นใจว่ารถเกิดความผิดปกติ ต้องรีบสอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือรีบนำรถเข้าไปตรวจสภาพเพื่อให้ช่างฝีมือสามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีก็จะลุกลามจนยากที่จะแก้ไขครับ..

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ