อัพเดท : 5 มีนาคม 2561

“ดิสก์เบรก ดีกว่า ดรัมเบรก” จริงหรือไม่

ดรัมเบรก ดีอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนครับว่า การที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบทุกๆส่วนของรถให้มีความต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก หรือแม้แต่ระบบต่างๆในรถจนกระทั่งระบบเบรก ก็ออกแบบมาจากลักษณะการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ทุกๆรูปแบบการใช้งานของลูกค้า เช่นลักษณะถนน และเส้นทางการขับขี่ที่ต่างกัน

“ดรัมเบรก” ดีอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนครับว่า การที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบทุกๆส่วนของรถให้มีความต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก หรือแม้แต่ระบบต่างๆในรถจนกระทั่งระบบเบรก ก็ออกแบบมาจากลักษณะการใช้งานที่สามารถตอบโจทย์ทุกๆรูปแบบการใช้งานของลูกค้า เช่นลักษณะถนน และเส้นทางการขับขี่ที่ต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นรถเก๋งที่มีการใช้งานบนทางเรียบเป็นส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่ยากนัก เพราะมีแนวทางที่ชัดเจน แต่ถ้าเป็นรถยนต์ในกลุ่ม SUV ที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนผ่านเส้นทางที่หลากหลายแล้ว นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากมากทีเดียว ที่จะออกแบบระบบเบรกให้ใช้งานได้ดีในทุกรูปแบบ ทั้งการขับขี่ทางเรียบ ทางกรวดดิน ทางที่เป็นโขดหิน และทางที่เป็นบ่อโคลน


ซึ่งความยากที่ว่ามานี้ก็เกิดขึ้นกับการออกแบบ Toyota Fortuner ด้วยเช่นกัน เพราะ Toyota Fortuner ถือเป็นรถยนต์ SUV ที่ต้องใช้งานได้ครบสูตรอย่างแท้จริง การจะเลือกระบบเบรกให้ Toyota Fortuner คันนี้ใช้ได้ดีในทุกสภาพถนน (เมืองไทย) นั้นไม่ง่ายเลย ที่ว่าไม่ง่ายส่วนหนึ่งก็มาจาก “ความเชื่อ และค่านิยม” ของลูกค้าคนไทยเกี่ยวกับระบบเบรกของรถยนต์ ที่ยังยึดติดกับคำว่า “ดิสก์ดีกว่าดรัม” แม้ทีมผู้ออกแบบจะฟันธงว่า รถ SUV (ที่ใช้ในเมืองไทย) ใช้ดรัมเหมาะกว่าดิสก์ก็ตาม

ทำไมเราถึงย้ำหลายรอบว่า “ใช้ในเมืองไทย” ก็เพราะสภาพพื้นที่และอากาศของบ้านเราเป็นดินปนเลน ฝุ่นเยอะ ถนนลาดดินก็ยังมีใช้งานในหลายพื้นที่ และตั้งในเขตร้อนชื้น ดังนั้นการขับขี่จะต้องเจอถนนดินโคลนเยอะ การใช้ระบบเบรกแบบดรัมในล้อหลัง จะช่วยให้เบรกทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าดิสก์เบรก เพราะดรัมเบรกจะเป็นเบรกแบบปิด ช่วยป้องกันดินโคลนเข้าไปแทรกระหว่างดุมเบรกกับจานเบรกได้ดีกว่าดิสก์เบรก ที่หากดินโคลนเข้าไปจับที่จานเบรกแล้วจะทำให้หน้าสัมผัสของผ้าเบรกลื่นได้ง่ายกว่า

 

อีกอย่างที่ทีมออกแบบ Toyota Fortuner ใช้เป็นปัจจัยในการเลือกระบบเบรก “หน้าดิสก์หลังครัม” ก็คือ รูปแบบการใช้งานของคนไทยที่ทั้งบรรทุกคน บรรทุกของ ตกแต่งรถเพิ่มมากมาย รวมถึงถังแก๊สอีกต่างหาก ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นระบบเบรกแบบดรัมที่ล้อหลังน่าจะรองรับได้ดีกว่า ซึ่งจริงๆแล้ว Toyota Fortuner ที่จำหน่ายในบางประเทศใช้ระบบเบรกแบบดิสก์ 4 ล้อก็มีนะครับ ด้วยเหตุผลของสภาพเส้นทางลุยๆในประเทศนั้นๆจะเป็นทราย และหินซะส่วนใหญ่ แถมยังตั้งอยู่ในเขตแล้ง ดังนั้นรูปแบบการใช้รถของเค้าจะเจอกับโคลนน้อยมาก แถมถนนเค้าก็เป็นลาดยาง คอนกรีตแบบไร้ฝุ่น ดังนั้นทีมวิศวกรจึงเลือกดิสก์เบรก 4 ล้อให้ใช้จะเหมาะสมกว่ากับการใช้งานทางเรียบ ไร้ฝุ่น ไร้โคลน ดังนั้นด้วยเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว คงน่าจะช่วยหาเหตุผลให้ลูกค้าที่กำลังสงสัยเกี่ยวกับระบบเบรกของ Toyota Fortuner ได้พอสมควรนะครับ หากท่านใดอยากพิสูจน์ว่าเบรกของ Toyota Fortuner จะเจ๋งแค่ไหน เชิญทดลองขับได้ที่โชว์รูม โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทั้ง 20 สาขาได้เลยครับ

อัพเดท : 5 มีนาคม 2561

10 อะไหล่รถยนต์ ที่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ มีอะไรบ้าง 

ไปเช็คพร้อมกันเลย!!

ใช่ว่าซื้อรถมาแล้ว คุณจะขับเพียงอย่างเดียวแต่คุณต้องใส่ใจมันด้วย เพราะเครื่องยนต์ที่มากับตัวรถนั้นมีบางชิ้นส่วนที่ต้องดูแลและเปลี่ยนเป็นพิเศษ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปเช็คพร้อมกันเลยครับ

 

1. น้ำมันเครื่อง และไส้กรองน้ำมันเครื่อง
เมื่อไหร่ที่น้ำมันเครื่องรถของคุณเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท นั่นแสดงว่าน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพแล้วต้องรีบเปลี่ยนทันทีครับ ก่อนที่มันจะทำให้รถคุณเกิดปัญหาต่างๆตามมา ไม่ต้องรอให้ครบกำหนดก่อนจึงค่อยเปลี่ยนอย่างเดียว ซึ่งหากตามปกติแล้วควรจะมีการเปลี่ยนนํ้ามันเครื่องในทุกๆ 5,000 กม. หรือ 10,000 กม.

 

2. ผ้าเบรก
ผ้าเบรกถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของรถ เพราะถ้าผ้าเบรกหมดมันจะส่งเสียงดังรบกวนทุกครั้งที่เหยียบเบรก หากฝืนใช้ต่อไปจะส่งผลทำให้จานเบรกรถของคุณเสียหายด้วย โดยทั่วไปผ้าเบรกระยะตรวจเช็คจะอยู่ที่ทุกๆ 10,000 กิโลเมตร ซึ่งจะถึงเวลาเปลี่ยนช้าเร็วมากน้อยขนาดไหนนั้นจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย

 

3. แบตเตอรี่
แบตเตอรี่มีทั้งแบบแห้งและเปียก โดยแบบแห้งไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาใดๆตลอดอายุการใช้งาน แต่หากเป็นแบบเปียกนั้น จำเป็นต้องมีการเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับอยู่เสมอเพื่อให้แบตเตอรี่สามารถเก็บประจุไฟได้อย่างเต็มที่ ระยะเวลาเปลี่ยน ประมาณ 2-3 ปีแล้วแต่การใช้งาน แบตเปียกควรเช็คน้ำกลั่นอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

 

4. ไส้กรองอากาศ
ไส้กรองอากาศทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกในอากาศก่อนที่จะเข้ามายังเครื่องยนต์ หากมีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันเป็นจำนวนมากอาจทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้กำลังเครื่องยนต์ลดลงได้ครับ ทั้งนี้ไส้กรองอากาศจะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร และควรที่จะเป่าหรือทำความสะอาดทุกๆ 5,000 กิโลเมตร

 

5. น้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์
ระบบเกียร์จะมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะเข้าด้วยกันเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงในการสึกหรอ และยิ่งใช้ไปนานๆ โอกาสที่จะเกิดเศษโลหะในน้ำมันเกียร์ซึ่งส่งผลอันตรายต่อระบบเกียร์ได้ ระยะของการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์และไส้กรองน้ำมันเกียร์อยู่ที่ประมาณทุกๆ 40,000 กิโลเมตร หรือขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์นั้นๆ

 

6. ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆ ซึ่งจะมากับน้ำมันเวลาที่เราไปเติมในปั๊ม หากหมักหมมกันเป็นเวลานานจะทำให้ไส้กรองตัน ทำให้น้ำมันผ่านไปยังเครื่องยนต์ได้น้อย จนเครื่องยนต์เกิดอาการเร่งไม่ขึ้น กระตุก และสตาร์ทยาก สำหรับไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงแนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 2 ปี หรือ ทุกๆ 80,000 กิโลเมตร ทั้งนี้อาจขึ้นอยู่กับรุ่นของรถยนต์

 

7. หลอดไฟต่างๆ
ไฟหน้า ไฟเบรก ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟหรี่ ฯลฯ ควรหมั่นเช็คสม่ำเสมอว่าติดครบทุกดวงหรือไม่ หากเสียหรือใช้การไม่ได้ให้รีบเปลี่ยน หรือนำไปให้ช่างดูอาการที่ศูนย์บริการโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขาได้ครับ

 

8. สายพานไทม์มิ่ง
หากสายพานไทม์มิ่งซึ่งเป็นสายพานหลักของเครื่องยนต์เกิดอาการชำรุดหรือขาดไป จะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างรุนแรงมาก เมื่อรถวิ่งครบ 150,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่งเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยครับ

 

9. หัวเทียน
หากหัวเทียนเริ่มเสื่อมสภาพหรือถูกใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้ว จะทำให้เครื่องยนต์เกิดอาการสะดุด และทำงานไม่เต็มที่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วหัวเทียนมีระยะเวลาในการเปลี่ยนประมาณ 40,000 กิโลเมตร หรือทุกๆ 100,000 กม. แล้วแต่รุ่นรถ

 

10. ใบปัดน้ำฝน
ใบปัดน้ำฝน แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้กันบ่อยนัก แต่ก็ควรตรวจเช็คกันทุกๆ 10,000 กม. หรือทำการเปลี่ยนเมื่อยางเริ่มกรอบ, ปัดไม่สะอาด หรือปัดแล้วเกิดรอยเป็นเส้นๆควรรีบเปลี่ยนทันที ที่สำคัญยิ่งช่วงหน้าฝน ต้องรีบเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยต่อการขับขี่ของคุณครับ

อัพเดท : 14 กุมภาพันธ์ 2561

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส มอบเงิน 100,000 บาท สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน…สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” ม.บูรพา

ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางทะเล

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ขอเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยได้มอบเงินสนับสนุน จำนวน 100,000 บาท ให้กับโครงการ “ร่วมมือกัน…สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ขอเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยได้มอบเงินสนับสนุน จำนวน 100,000 บาท ให้กับโครงการ “ร่วมมือกัน…สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โดยคุณเกตุนภา เสนางาม จรรยากูล ผู้จัดการแผนกสื่อสารและประชาสัมพันธ์การตลาด มอบเงินจำนวน 100,000 บาท แก่ รศ.ดร.สมนึก ธีระกุลพิศุทธิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อสนับสนุนโครงการ “ร่วมมือกัน…สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน “เปิดใจรักการเรียนรู้” ณ หอประชุมทวี หอมชง สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เนื่องจากเล็งเห็นว่าสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล มีความสำคัญและสามารถบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ทัศนียภาพทางทะเลสวยงาม และโลกใต้ทะเลยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่จะทำให้คนเข้าใจธรรมชาติบนผืนน้ำได้มากขึ้น โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จึงตั้งใจมอบเงินทุนสนับสนุนเพื่อให้สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล นำไปดำเนินงาน ปรับปรุง และพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อสังคมต่อไป ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยบูรพายังได้มอบเกียรติบัตรเพื่อแทนคำขอบคุณที่ร่วมสนับสนุนโครงการด้วย

โครงการ “ร่วมมือกัน…สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล และเป็นการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้กับผู้มาเยี่ยมชม

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและอนุรักษณ์โลกใต้ทะเล ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ พืช ปะการัง ฯลฯ ให้ดำรงอยู่คู่ผืนน้ำ เพื่อให้ลูกหลาน นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไปร่วมกันดูแลและรักษาสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ภายในสถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มแห่งนี้

 

สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล”
สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล”
สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล” สนับสนุนการเรียนรู้ในโครงการ “ร่วมมือกัน...สร้างสรรค์แหล่งเรียนรู้ทางทะเล”
อัพเดท : 13 กุมภาพันธ์ 2561

ปรับแต่ง ดัดแปลงรถ เสี่ยงเซนเซอร์ (sensor) พัง!! เครื่องสะดุดโดยไม่ทราบสาเหตุ

แต่งรถเสี่ยงพัง!!

การเสริมเติมแต่งที่มีแต่เสียกับเสีย เมื่อระบบ “เซนเซอร์” รถยนต์มีปัญหาจนนำมาซึ่งเครื่องยนต์รวน สะดุด จนไม่สามารถทำงานได้ปกติ ทั้งยังทำให้ความปลอดภัยลดลงอีกดียว ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการเสริมเติมแต่งรถนั่นเองครับ ใครที่กำลังคิดจะแต่งรถ ช่างเค.อยากให้อ่านบทความนี้ก่อนครับ

เคยขับรถอยู่ดีๆ แล้วรถวิ่งไม่ออก เครื่องสั่น เครื่องสะดุดโดยไม่มีสาเหตุบ้างไหมครับ? เมื่อคุณเจออาการรถแบบนี้มันกำลังบอกคุณว่า “เซนเซอร์” รถของคุณกำลังมีปัญหานั่นเอง!!

แล้ว “เซนเซอร์” คืออะไรล่ะ มันก็คืออุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณหรือปริมาณต่างๆ เช่น อุณหภูมิ เสียง แสง ระยะทาง แรงดัน ความเร็ว อัตราเร่ง ระดับน้ำ ระดับความสูง และอัตราการไหล แล้วส่งข้อมูลออกเป็นสัญญาณในรูปแบบต่างๆ ไปยังชุดประมวลผลและสั่งให้เกิดการควบคุมการทำงานของระบบแต่ละระบบครับ ในรถยนต์ปัจจุบันมีการนำเซนเซอร์มาใช้กันหลายระบบ ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบเบรก หรือระบบช่วงล่าง ในบางรุ่นได้นำเซนเซอร์มาใช้เป็นอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ถุงลมเสริมความปลอดภัยที่มีทั้งด้านหน้าและด้านข้าง หรือเซนเซอร์เตือนรถวิ่งออกนอกเลนจราจร เซนเซอร์เตือนมุมอับ BSM (Blind spot monitor) เป็นต้นครับ

ในฐานะช่างผมคิดว่าระบบเซนเซอร์ที่ติดมากับตัวรถนั้นมีมาตราฐานดีอยู่แล้ว และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานถ้าเกิดว่าเราไม่ไปปรับแต่ง ติดตั้ง หรือดัดแปลงรถยนต์ จนส่งผลให้ระบบเซนเซอร์เกิดอาการรวน ยกตัวอย่างเช่น การปรับแต่งเซนเซอร์วัดแรงดันน้ำมันของคอมมอนเรล หรือปรับแต่งเซนเซอร์อุณหภูมิอากาศ เพื่อให้เครื่องยนต์มีการฉีดน้ำมันให้มากขึ้น วิ่งแรงขึ้น หรือแม้แต่การทำสีรถยนต์ที่จะส่งผลกับเซนเซอร์กะระยะ ซึ่งการกระทำเหล่านี้แหละครับที่อาจก่อให้เกิดการทำงานของเซนเซอร์ผิดเพี้ยนในการส่งข้อมูล จนรถออกอาการ วิ่งไม่ออก เครื่องสั่น เครื่องสะดุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “เซนเซอร์” ก็สามารถเกิดการบกพร่องด้วยตัวของมันเองได้เช่นกัน โดยจะแสดงอาการแตกต่างจากรถที่มีการปรับแต่ง ดัดแปลง คือ ถ้าตัวเซนเซอร์มีการขาดหรือลัดวงจร ระบบรถยนต์จะมีไฟเตือนติดโชว์ขึ้นให้ผู้ขับขี่ได้รู้ และจะจำกัดกำลังเครื่องยนต์ลงแต่ยังสามารถใช้งานรถยนต์ได้ เพื่อให้สามารถขับนำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์บริการได้ โดยมีการบันทึกข้อมูลการเกิดปัญหาของเซนเซอร์ตัวนั้น เก็บไว้ในหน่วยความจำทำให้ช่างสามารถตรวจเช็คพบปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ในทางตรงกันข้ามรถที่ปรับแต่ง ดัดแปลง จะไม่มีไฟแจ้งเตือนใดๆ ไม่มีการบันทึกข้อมูลการเกิดปัญหา คุณจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อรถออกอาการ วิ่งไม่ออก เครื่องสั่น หรือเครื่องสะดุด ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งพาช่างที่ศูนย์บริการ แถมช่างยังต้องมาเสียเวลานั่งไล่ตรวจเช็คเพื่อค้นหาและแก้ไขว่าสาเหตุเกิดจากอะไรอีก คุณเองก็จะได้รับรถช้า ไม่มีรถใช้เดินทาง ลำบากไปอีก!! ฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปปรับแต่ง ติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเลยครับ อย่าไปยุ่งกับมันเลยก็ดีกว่าครับ เพื่อระบบครื่องยนต์ที่ดีและเงินในกระเป๋าตังค์ที่ไม่ต้องเสียเปล่าโดยใช่เหตุ แต่หากเพื่อนๆคนไหนที่เจอปัญหาแบบที่เล่ามาสามารถนำรถมาทำการซ่อมแก้ไขปัญหาต่างๆได้ที่ศูนย์บริการ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทั้ง 17 สาขา ดูแผนที่ตั้งของสาขาทั้งหมดได้ที่นี่เลย >>> คลิ๊ก <<< หรือจะทำการนัดหมายล่วงหน้ากันได้ง่ายๆที่เบอร์ Call Center 02-662-6555 ได้เลยครับ ด้วยความห่วงใยจากใจช่างเคครับ

อัพเดท : 8 กุมภาพันธ์ 2561

“K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก” ระเบิดความมันส์ สนั่นฮอลล์ !!

ศิลปินเพื่อชีวิตในตำนานวง “คาราบาว”

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ส่งต่อความสุขให้พนักงานได้สนุก ผ่อนคลายหลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งปี โดยในปีนี้มาในคอนเซปต์ “K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก”

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส มอบของขวัญชิ้นใหญ่เบิ้ม!! ด้วยการจัด Sport Party ประจำปี  ให้พนักงานได้สนุก ผ่อนคลาย และปลดปล่อยตัวตนกันอย่างเต็มที่ หลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งปี โดยในปีนี้มาในคอนเซปต์ “K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก” งานกีฬาสีที่เต็มไปด้วยความสนุก มันส์ ฮา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสามัคคี ปรองดอง ฉันท์น้องพี่ของชาวเค.มอเตอร์ส

 

เริ่มต้นจากการรวมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ชาวเค.มอเตอร์ส ก็บ่ยั่น! มาถึงรถตามเวลานัดโดยพร้อมเพียงก่อนล้อหมุนเคลื่อนตัวสู่สนามกีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยิม 5 อันเป็นสถานที่จัดงาน “K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก” ซึ่งก็พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนไปพบกับความสุขแบบเต็มสตรีม

เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลข 8 นิด ๆ พิธีกรจึงเริ่มกล่าวเปิดงาน ต่อด้วยผู้บริหารได้ให้โอวาทกับพนักงาน นำโดยคุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ และเซอร์ไพร์สพิเศษจากทีมผู้บริหารที่ลงทุน ลงแรง วิ่งคบเพลิงเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทุกคนได้ชมกัน ร่วมด้วยคุณชัยพร สมภพรุ่งโรจน์ คุณกนก สมภพรุ่งโรจน์ คุณวันเพ็ญ สมภพรุ่งโรจน์ และคุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ จากนั้นจึงเปิดตัวด้วยขบวนพาเหรดสุดอลังการ ที่ขอบอกเลยว่างานนี้แต่ละสีไม่มีใครยอมใคร ขนไอเดียมาประชันกันจนกรรมการผู้ตัดสินต้องคิดหนัก พร้อมทั้งคาราวานความสนุกจากเกมและกีฬามากมาย อาทิ ฟุตซอล แชร์บอล เป็นต้น ที่สามารถเรียกเสียงเชียร์ได้ดังกระหึ่มฮอลล์กันเลยทีเดียว อีกทั้งไฮไลท์เด็ดที่หลายคนรอคอยอย่างการประกวดกองเชียร์และลีดเดอร์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะแต่ละสีขนพร็อพและท่าเต้นอันสวยงาม แข็งแกร่งดุจมืออาชีพมาโชว์กันแบบจัดเต็ม นอกจากนี้    โตโยต้า เค.มอเตอรส์ ยังได้มอบรางวัลให้แก่พนักงานที่มีอายุงานมากกว่า 30 ปี รางวัลพนักงานที่เข้าแข่งขัน Toyota Excellent Sales Contest 2015-2016 และรางวัลการประกวด Care 21 บนเวทีอีกด้วย ส่วนใครที่มากับดวงก็โชคดีได้รับรางวัล Lucky Draw ที่นำมาแจกแบบจัดหนัก จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นทองคำมูลค่าสูงสุดถึง 2 บาท iPhone X และอื่นๆ อีกมากมาย

ตบท้ายความมันส์ด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินเพื่อชีวิตในตำนานวง “คาราบาว” ที่ไม่พูดพร่ำอัดเพลงแน่นเอี๊ยดตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม ให้ชาวเค.มอเตอร์ส ได้โยกย้ายส่ายสะโพกและเต้นไปตามจังหวะดนตรีอันเร้าใจอย่างสนุกสนานแบบไม่มีสะดุด

การจัดงาน Sport Party “K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก” ในปีนี้ สิ่งสำคัญที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะคือ “ความสามัคคี” ของพวกเราชาว เค.มอเตอร์ส ที่ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในขณะที่รอยยิ้ม ดวงตาฉายแววเปล่งประกาย เสียงหัวเราะร่วมกันระหว่างเพื่อนต่างสาขา ความมีน้ำใจและช่วยเหลือกัน แสดงให้เห็นว่าโตโยต้า เค.มอเตอร์ส คือ องค์กรแห่งความสุขและมิตรภาพ

ปีหน้าฟ้าใหม่….แล้วกลับมาพบกับความสนุกกันอีกครั้งครับ !!

 

K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก K.Tiger Sport Party ฟิตแอนด์ฟัน มันส์โจ๊ะมาก