อัพเดท : 25 มกราคม 2566

อันตราย!! หาก จับพวงมาลัยผิดวิธี

อย่าทำ!

อาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคาดคิด…
การจับพวงมายัยที่ผิดวิธีอาจนำมาซึ่งเรื่อง “ใหญ่” กว่าที่คุณคิด บางทีอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยไปจนถึงร้ายแรงได้ ในขณะที่การจับพวงมาลัยที่ถูกวิธีนั้น จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งยังทำให้คุณสามารถควบคุมการขับขี่ได้ดี ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ …

วิธี จับพวงมาลัยผิดวิธี

 

การ จับพวงมาลัยผิดวิธี คือ การหงายมือ และสอดมือเข้าไปในพวงมาลัย ด้วยเหตุที่มันรู้สึกบังคับเลี้ยวง่ายกว่า เบากว่า แต่หากรถเกิดการสะดุดอย่างแรงและก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

 

วิธีจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง

 

1. จับในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ซึ่งแขนจะงออยู่เล็กน้อย และเพียงพอที่จะหมุนพวงมาลัยได้จนครบรอบ

 

2.ไม่ควรจับพวงมาลัยแน่นเกินไป เนื่องจากจะทำให้เกิดการเมื่อยล้า ควรจับแบบสบายๆ แต่ถ้าอยู่ในความเร็วสูงหรือกำลังขับรถขณะที่ฝนตก ให้เพิ่มน้ำหนักในการจับพวงมาลัยให้มากขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อให้การควบคุมพวงมาลัยในการทรงตัวของรถมั่นคงขึ้น อย่างไรก็ตามแนะนำให้ฝึกหมุนพวงมาลัยครึ่งรอบจากตำแหน่งล้อตรง ไม่ให้มือหลุดจากพวงมาลัย เพื่อให้จับพวงมาลัยได้มั่นคงมากขึ้นนั่นเอง

 

3. ห้ามขับรถมือเดียวเด็ดขาด!! เพราะอาจทำให้รถเสียการทรงตัว จนเกิดอุบัติเหตุได้ ยกตัวอย่างเช่น กรณีเส้นทางขรุขระ มีหลุม บ่อ และเศษหิน ดังนั้น จับพวงมาลัยด้วย 2 มือ และจับให้ถูกวิธีจะดีที่สุด

 

แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ทำตามไว้ก็ไม่เสียหายครับ เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้นั่นเองครับ

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 17 มกราคม 2566

รถยนต์ซดน้ำมัน มากกว่าปกติ…เกิดจากอะไร

สิ้นเปลือง

ทำไมรถยนต์ถึงกินน้ำมัน สาเหตุคืออะไร…
อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและการประหยัดน้ำมันรถยนต์เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น พฤติกรรมการขับขี่ สภาพการจราจรและเครื่องยนต์ เป็นต้น ซึ่งผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบอาการของรถเหล่านี้ได้ง่ายๆ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้รถของคุณซดน้ำมันมากกว่าปกติหรือไม่…

สาเหตุที่ทำให้ รถยนต์ซดน้ำมัน มากกว่าปกติ

 

1. สิ่งที่ต้านการหมุนของล้อ เช่น ลมยางอ่อน หรือยางเสียรูปม เบรกติดม ลูกปืนล้อติดขัด, ศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง

2. เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่เต็มที่ เช่น กรองอากาศสกปรกอุดตัน , ระบบจุดระเบิดมีปัญหา, ส่วนผสมอากาศกับน้ำมันไม่ถูกต้อง, เครื่องยนต์หลวม

3. น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น เช่น จำนวนผู้โดยสารและการเก็บสิ่งของไว้ในรถที่ทำให้รถมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

 

เทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน

 

1.ไม่เหยียบเบรกกะทันหัน

การเหยียบเบรกบ่อยๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน และส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ โดยเฉพาะยางรถยนต์และผ้าเบรกที่อาจสึกหรอก่อนเวลา

 

2.ใช้ความเร็วคงที่หรือประมาณ 60-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ควรขับรถด้วยความเร็วคงที่และสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันได้ โดยใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 60-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 

3.ตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นประจำ

การตรวจเช็กเครื่องยนต์เป็นประจำ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 3-9 % โดยสามารถตรวจสอบได้ตามคู่มือรถยนต์ เช่น ตรวจเช็กไส้กรองอากาศ ระบบระบายความร้อน หัวเทียนเสื่อมสภาพหรือไม่ การจุดระเบิดและการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง เป็นต้น

 

4.เช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ลมยางที่อยู่ในระดับเหมาะสมจะช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ถ้าลมยางอยู่ในระดับไม่เหมาะสมจะส่งผลทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง

 

5.ไม่บรรทุกหนักจนเกินไป
การบรรทุกหนักจะทำให้เกิดการกินน้ำมันที่มากกว่าปกติ ฉะนั้นจึงควรบรรทุกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น จะช่วยให้รถประหยัดน้ำมันได้

 

6.เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด
รถยนต์ที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด อัตราสิ้นเปลืองจะน้อยกว่ารถที่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเป็นเวลานาน

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 22 ธันวาคม 2565

อาการที่บ่งบอกว่า ไดชาร์จ กำลังมีปัญหา

ระวัง!!

ปล่อยไว้ไม่ดีแน่ รถพัง ทั้งยังเสียตังเยอะ…
ไดชาร์จ ทำหน้าที่ เป็นตัวปั่นไฟให้เข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ และในขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน ไดชาร์จจะทำการปั่นและกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ ของรถยนต์ ถ้าไดชาร์จเกิดเสียขึ้นมา จะทำให้ไม่มีตัวปั่นไฟเพื่อไปใช้ในรถยนต์ ส่งผลทำให้รถยนต์สตาร์ตไม่ติดได้

อาการที่บ่งบอกว่า ไดชาร์จ กำลังมีปัญหา

1. ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่ขึ้นบนหน้าปัด ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็กให้ละเอียด
2. อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานผิดปกติ ไฟภายในสว่างน้อยลง ระบบปรับอากาศไม่ค่อยเย็น
3. การบังคับเลี้ยวพวงมาลัยเริ่มอืดขึ้น
4. สตาร์ตรถ มีเสียงลากยาวผิดปกติ
5. เกิดเสียงดัง เสียงหอน จากไดชาร์จ

 

สิ่งที่ควรระวัง

เมื่อเกิดอาการแจ้งเตือน ไดชาร์จ พัง หรือมีไฟรูปแบตเตอรี่โชว์บนหน้าปัด ควรรีบนำรถเข้าเช็กสภาพไดชาร์จ และระบบไฟโดยเร็ว และควรปิดระบบไฟต่างๆ เช่น แอร์ เพื่อเซฟไฟให้พอใช้ระหว่างที่นำรถไปซ่อม ในกรณีนี้หากไดชาร์จอาการเสียรุนแรง อาจทำให้รถดับกลางทางได้ จึงควรระมัดระวังให้มาก

 

วิธีตรวจสอบว่า “ไดชาร์จ” มีปัญหาหรือไม่

หากรถยนต์ของคุณเกิดอาการแบตเตอรี่หมดไว ทั้งๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ สามารถตรวจสอบได้ดังต่อไปนี้ครับ..

– ทำการติดเครื่องยนต์
– ถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออก ถ้าเครื่องยนต์ยังทำงานปกติ แสดงว่าไดชาร์จเป็นปกติ
– แต่ถ้าถอดขั้วแบตเตอรี่ขั้วลบออก แล้วเครื่องยนต์ดับ หมายความว่าไดชาร์จผิดปกติหรือเสีย ต้องรีบนำไปเข้าศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างทำการแก้ไขโดยด่วนครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 15 ธันวาคม 2565

โตโยต้า เผยโฉม IMV-0 Concept และ Hilux Revo BEV Concept ต้นแบบของรถยนต์กระบะในอนาคต

เปิดตัวใหม่

มาแน่!! กระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของโลก…
โตโยต้า จัดงานเฉลิมฉลอง โตโยต้า ประเทศไทย ครบรอบ 60 ปี ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ พร้อมได้เผยโฉมกระบะแห่งอนาคตToyota IMV-0 Concept (IMV Zero) และ Toyota Hilux Revo BEV Concept ต้นแบบของรถยนต์กระบะอเนกประสงค์และต้นแบบกระบะพลังไฟฟ้า 100% ก่อนเปิดขายจริงในปี 2023 นี้!!

Toyota IMV-0 Concept และ Toyota Hilux Revo BEV Concept

การันตีความเป็นผู้นำด้านยานยนต์มาอย่างยาวนาน และกว่า 60 ปีที่เปิดขายในไทย ล่าสุดในงานเฉลิมฉลองโตโยต้า ประเทศไทย ครบรอบ 60 ปี ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ โตโยต้าจัดเซอร์ไพร์ส เปิดตัวรถกระบะแห่งอนาคตถึง 2 รุ่น 2 แบบ ได้แก่ 

** Toyota IMV-0 Concept กระบะเล็ก ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบและการใช้งาน
** Toyota Hilux Revo BEV Concept กระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของโตโยต้า

 

Toyota IMV-0 Concept

Hilux Revo BEV Concept Hilux Revo BEV Concept
Hilux Revo BEV Concept Hilux Revo BEV Concept

สำหรับ Toyota IMV-0 Concept เป็นกระบะขนาดเล็ก ซึ่งมีมิติตัวถังที่เล็กกว่า Hilux REVO แต่มีความอเนกประสงค์ที่มากกว่า เพราะเป็นกระบะ LEGO Concept ที่สามารถถอดชิ้นส่วน ปรับเปลี่ยนท้ายกระบะได้ตามความชอบและลักษณะการใช้งาน เช่น กระบะพื้นเรียบ, กระบะคอก, ตู้ทึบ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนและตกแต่งให้เป็นรถแคมป์ปิ้ง เป็นต้น

และตัว Toyota IMV-0 มีแผนจะนำมาผลิตที่ไทย พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2023 นี้ !!

 

Toyota Hilux Revo BEV Concept

Hilux Revo BEV Concept Hilux Revo BEV Concept
Hilux Revo BEV Concept Hilux Revo BEV Concept

กระบะไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของโลก และ คันแรกของโตโยต้า  เป็นกระบะตอนเดียว มาพร้อมช่องชาร์จไฟที่บริเวณแก้มหน้าซ้าย โดยมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ด้านหน้าใหม่ เป็นแบบ Closed Grille หรือ กระจังหน้าแบบปิด แตกต่างจาก Hilux REVO รุ่นปกติ

 

ทางด้านมร. อากิโอะ โตโยดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้กล่าวถึงรถทั้ง 2 รุ่นไว้บนเวที ด้วยเช่นกัน

“Toyota IMV-0 Concept เป็นต้นแบบรถกระบะที่พัฒนาขึ้นโดยเน้นความอเนกประสงค์ในการใช้งาน รองรับการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย ทีมวิศวกรของ Toyota กล่าวว่า “รถกระบะรุ่นนี้เปรียบเสมือนกระดาษเปล่า เรามีกระดาษให้คุณ คุณก็นำไปแต่งแต้มสีสัน เราผลิตรถที่พร้อมแต่งออกมาให้คุณเอาไปปรับแต่งเพิ่ม ทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งาน เราตั้งใจออกแบบให้เป็น 3 ส่วน ส่วนกระโปรงหน้ามีข้อต่อที่ถอดประกอบได้ หากกันชนมุมไหนเสียหายก็เปลี่ยนแค่มุมนั้น”

ในขณะที่ มร. อากิโอะ ได้อธิบายถึงความเป็น Toyota Hilux Revo BEV Concept ไว้ว่า “Revo BEV Concept จะเป็นต้นแบบรถกระบะขุมพลังไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Hilux Revo ตัวถังตอนเดียว Single Cab ถูกนำมาดัดแปลงติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ช่องชาร์จ ตลอดจนอุปกรณ์ส่วนควบอื่นๆ หน้าตาภายนอกมีการปรับดีไซน์ชุดกระจังหน้าให้มีลักษณะปิดทึบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องดึงอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ พร้อมติดตั้งช่องชาร์จไฟอยู่บริเวณแก้มด้านข้างฝั่งซ้ายของตัวรถ”

 

ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถทั้ง 2 รุ่น ตัวจริงจะออกมาเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ในปี 2023  และถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารเหล่านี้ อย่าลืมติดตาม โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทุกช่องทางนะครับ

 

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 13 ธันวาคม 2565

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด ประจำปี 2566

ออกแล้วรุ่ง

มุ่งสู่ความปังในทุกๆ ด้านของชีวิต…
สายมูเตลูมุ่งเข้ามา…ใครเตรียมตัวออกรถปี 2566 นี้ นอกจากดูฤกษ์ออกรถ จองคิวเจิมรถแล้ว การเลือกสีรถให้เหมาะกับวันเกิดก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะช่วยเสริมมงคลแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกสบายใจ มีความมั่นใจ และปลอดภัยในการขับขี่ได้ด้วย มาดูกันว่าปีนี้ คนเกิดวันไหน เหมาะกับสีไหน และสีต่างๆ เสริมในเรื่องไหนบ้าง

สีรถถูกโฉลกตามวันเกิด

สีรถถูกโฉลก สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์

สีดำ และสีขาว เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีครีม เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีเทา และสีน้ำตาล เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีเขียว และสีบรอนซ์ เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนวันจันทร์

สีเขียว และสีขาว เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีส้ม และสีเหลือง เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีฟ้า และสีน้ำเงิน เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีดำ เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันอังคาร

สีดำ และสีแดงเสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีส้ม และสีม่วง เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีแดง สีบรอนซ์ และสีชมพู เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีน้ำตาล และสีเขียว เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

สีเขียว และสีส้ม เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีเทา และสีบรอนซ์ทองเสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีขาว และสีบรอนซ์เงิน เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีดำ และสีเหลือง เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

สีแดง และสีบรอนซ์ทอง เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีขาว และสีเหลือง เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีดำ และสีม่วง เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีบรอนซ์เงิน และสีเหลือง เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี

สีฟ้า และสีขาว เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีแดง และสีส้ม เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีเขียว เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีบรอนซ์ เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันศุกร์

สีฟ้า และสีน้ำเงิน เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีแดง และสีชมพู เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีขาว และสีเหลือง เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีเขียว และสีทอง เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันเสาร์

สีม่วง และสีดำ เสริมในเรื่องของการงาน อำนาจ วาสนาและบารมี ทำให้ชีวิตมีความราบรื่น
สีฟ้า และสีน้ำเงิน เสริมในเรื่องของโชคลาภ มั่งมี ช่วยเรียกทรัพย์ ทำมาค้าขึ้น
สีชมพู เสริมในเรื่องของความรัก มีเสน่ห์ คนเมตตาและอุปถัมภ์
สีเทา และสีแดง เสริมในเรื่องของการเดินทางราบรื่น ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตราย

 

* สีรถต้องห้ามตามวันเกิด

เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้รถสีน้ำเงิน และสีฟ้า
เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้รถสีบรอนซ์ทองและสีแดง
เกิดวันอังคาร ห้ามใช้รถสีครีมและสีขาว
เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้รถสีโอลด์โรสและสีชมพู
เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้รถสีส้ม
เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้รถสีม่วง สีดำ และ สีน้ำเงิน
เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้รถสีน้ำตาลและสีเทา
เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้รถสีส้มและสีเขียว

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ