อัพเดท : 13 ธันวาคม 2565

ขับรถน้ำมันใกล้หมดถัง เครื่องยนต์ทำงานหนัก ปั๊มติ๊กพัง

เสียหายหนัก

ระวัง!! อย่าปล่อยให้น้ำมันใกล้หมดค่อยเติม…
การปล่อยให้มีน้ำมันในถังน้อยกว่า ¼ ของถังบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดสนิมหรือคราบตะกอนต่างๆ และทำให้เกิดการปนเปื้อนในน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ก่อให้เกิดผลเสียกับระบบเครื่องยนต์ ปกติเวลาเครื่องยนต์ทำงาน น้ำมันเชื้อเพลิงจะวิ่งผ่านภายในปั๊มติ๊กตลอดเวลา เพื่อช่วยระบายความร้อนของปั๊มติ๊ก

แต่หากปล่อยให้ น้ำมันใกล้หมดถัง หรือ น้ำมันในถังมีน้อยมาก บ่อยๆจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก โดยเฉพาะรถที่เป็นเชื้อเพลิง 2 ระบบ (CNG) ยิ่งควรระวัง เพราะปั๊มติ๊กจะทำงานตลอดเวลาแต่ไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยง มีโอกาสทำให้ปั๊มพังได้ และอาจจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์สตารตติดยาก ติดๆ ดับๆ วิ่งแล้วกระตุก หรือมีอาการเครื่องยนต์สะดุด เป็นต้น หรือในกรณีที่น้ำมันเกิดหมดปั๊มจะทำการดูดอากาศเข้ามาแทน ทำให้ไม่มีเชื้อเพลิงไปหล่อเลี้ยงปั๊ม นำมาซึ่งปัญหาและเกิดการสึกหรอง่าย รวมถึงอาจส่งส่งผลไปถึงเครื่องยนต์ได้ ทางที่ดีหากน้ำมันเหลือ 1 ขีดแล้ว ควรเติมน้ำมันได้แล้วครับ

 

วิธีประหยัดน้ำมัน หากเลี่ยง น้ำมันใกล้หมดถัง ไม่ได้ !

 

1. อย่าพยายามเบรกบ่อยๆ เนื่องจากการเหยียบเบรกหรือคันเร่งบ่อยๆ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากยิ่งขึ้น
2. ไม่ขับรถเร็วเกินไป โดยระดับความเร็วในการขับขี่ที่เหมาะสม ที่ประมาณ 50-70 กิโลเมตร/ชั่วโมง
3. ควรปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถ เช่น แอร์, หรือวิทยุ ทั้งหมด เพราะการเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นการดึงพลังงานจากเชื้อเพลิงมาใช้ เมื่อทำการปิดจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
4. พยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรถติด 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 23 พฤศจิกายน 2565

ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย หลังขับรถยนต์ลุยน้ำต้องตรวจสอบอะไร

เสี่ยงรถพัง

เดินทางอย่างไรให้ปลอดภัยในขณะน้ำท่วม…
ฤดูฝนบ้านเรา คนใช้รถ ใช้ถนน มักเจอเหตุการณ์น้ำท่วมรอระบาย ซึ่งบางครั้งต้องรอกันหลายชั่วโมงเลยครับ เวลาขนาดนั้นการขับรถลุยน้ำ ก็เสี่ยงที่จะทำให้รถยนต์คุณเกิดความเสียหายได้ ไม่มากก็น้อย หรือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ช่างเคจึงมีเทคนิคในการขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้ปลอดภัยมาแนะนำครับ

ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย..

 

 

1. กดปิดปุ่มสวิตช์แอร์ เพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาทางพัดลมหน้าเครื่อง เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย

2. เข้าตำแหน่งเกียร์ต่ำ เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ

3. เว้นระยะห่างจากรถยนต์คันหน้าประมาณ 2 เมตร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

4. ไม่แนะนำให้ขับรถยนต์ลุยน้ำท่วมเกิน 20 เซนติเมตร หรือระดับขอบฟุตบาท เพราะจำทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

 

หลัง ขับรถยนต์ลุยน้ำท่วม ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง….

 

1.ห้ามดับเครื่องทันที เพราะจะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

2.เปิดสวิตช์แอร์ เพื่อดูการทำงานของระบบแอร์ว่ายังปกติอยู่หรือไม่

3.ย้ำเบรก เพื่อไล่ความชื้นในระบบเบรก

4.เปิดฝากระโปรง เพื่อตรวจสอบการทำงานของมอเตอร์พัดลมว่ายังทำงานปกติอยู่หรือไม่

5.หลังจากนั้นให้ดับเครื่อง เพื่อทำการวัดระดับน้ำมันเครื่องว่ายังอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ ถ้าระดับน้ำมันเครื่องเกินแสดงว่ามีน้ำเข้ามาเจือปนอยู่ในน้ำมันเครื่อง ถ้ามีสัญลักษณ์ไฟเครื่องยนต์ขึ้นที่หน้าปัด แสดงว่าเครื่องยนต์กำลังมีปัญหา ต้องรีบนำไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการทันที

 

น้ำท่วมระดับไหนที่ควรเลี่ยง!!

 

– ระดับน้ำ 5-10 ซม. ยังไม่อันตราย ขับผ่านได้ทุกคัน

– ระดับน้ำ 10-20 ซม. ยังปลอดภัย ขับผ่านได้ แต่ต้องระมัดระวัง อาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถและคลื่นเมื่อขับสวนกัน

– ระดับน้ำ 20-40 ซม. เริ่มเสี่ยง รถเล็กน้ำท่วม 3/4 ของล้อ ต้องระวัง ! กระบะผ่านได้

– ระดับน้ำ 40-60 ซม. ควรเลี่ยง รถเก๋งให้ปิดแอร์ขณะขับ กระบะเริ่มเสี่ยงแต่ยังฝ่าไปได้

– ระดับน้ำ 60-80 ซม. อันตราย ควรใช้เส้นทางอื่น ไม่ควรขับลุยโดยเด็ดขาด

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 22 พฤศจิกายน 2565

กด ปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก ช่วยให้ขับรถไม่ง่วง ?

ช่วยได้นะ!

ลดอาการง่วงซึม ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยขึ้น…
ปุ่มอากาศหมุนเวียนภายในรถหรือปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก โดยทั่วไปแล้วควรเปิดเพื่อให้อากาศหมุนเวียนภายในห้องโดยสารเท่านั้น แต่ถ้าวันไหนเดินทางไกล อยากรับลมและอากาศจากภายนอก สามารถกดปุ่มนี้เพื่อดึงอากาศจากภายนอกเข้ามาในตัวรถได้

ปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก ทำงานโดยดึงอากาศจากภายนอกเข้ามา จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ภายในห้องโดยสาร ซึ่งที่เกิดจากการหายใจของผู้โดยสาร และช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจน ช่วยลดอาการง่วงซึมขณะขับรถได้

 

เปิดปุ่ม ปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก จะช่วยให้ไม่ง่วงจริงเหรอ?

 

ช่วยได้จริงครับ !! หากมีการเดินทางต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง เช่น การเดินทางไปต่างจังหวัด อากาศที่หมุนเวียนภายในรถ ออกซิเจนในรถจะเริ่มน้อยลงจากการที่เราหายใจเข้า-ออก ทำให้เกิดรู้สึกง่วง ถ้ากดปุ่มอากาศหมุนเวียนภายในรถ เพื่อเปิดรับอากาศจากภายนอกเข้ามาในรถ จะทำให้มีออกซิเจนเข้ามาด้วย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และไม่ง่วงนั่นเองครับ

 

ประโยชน์ของการเปิด ปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก 

 

  1. ทำให้รู้สึกสดชื่นและลดอาการง่วงนอนหรือเมื่อยล้าในขณะขับขี่ เพราะอากาศภายนอกจะมีออกซิเจนมากกว่าอากาศที่ใช้หมุนวนอย่างต่อเนื่อง
  2. ระบบแอร์เย็นเร็วขึ้น เพราะเปิดปุ่มเปิดรับอากาศจากภายนอกก็เหมือนการเปิดหน้าต่างรถยนต์ ทำให้อากาศหมุนเวียน แอร์จะเย็นเร็วขึ้น
  3. กระจกเกิดฝ้าน้อยลง เวลาขับรถอากาศเย็นๆ กระจกอาจเกิดฝ้า จึงควรเปิดปุ่มเปิดรับอากาศจากภายนอกเข้ามาแล้วใช้ระบบทำความร้อนในรถ ซึ่งช่วยลดการเกิดฝ้าได้
  4. ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น เมื่อแอร์เย็นเร็ว ก็ช่วยประหยัดแอร์ได้มากขึ้น

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 11 พฤศจิกายน 2565

เติมน้ำมันจนล้นถัง ทำเครื่องพังได้จริงเหรอ?

จริงหรือมั่ว!

เครื่องยนต์อาจพังเพราะเติมล้นถังมากเกินไป…
การเติมน้ำมันเต็มถังจะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์หรือไม่ และการเติมน้ำมันอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้จริงไหม ที่สำคัญการเลือกเติมน้ำมันที่ถูกวิธีจะทำให้เราประหยัดน้ำมันในกระเป๋าตังค์ได้เยอะ ช่างเค.มีคำตอบครับ…

เติมน้ำมันจนล้นถัง

ไม่จริงครับ !! เพราะตัวถังน้ำมันเชื้อเพลิงส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับพื้นรถยนต์ ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ เราจะคิดไปว่าการเติมเต็มถังจนถึงคอถังด้านบนคือการเติมในส่วนบนสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วจะทำให้น้ำมันเข้าสู่เครื่องยนต์ผ่านไปทางท่อระบายไอและทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

จริงๆ แล้วน้ำมันจากคอถังจะลงไปอยู่ในส่วนล่างของถัง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่น้ำมันจะไปทำให้เครื่องยนต์พังจากการเติมน้ำมันเต็มถังจนล้นถัง

 

วิธีที่ถูกต้องของการเติมน้ำมัน คือ ควรเติมน้ำมันให้เกิน 3/4 ของถังน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ พอน้ำมันเหลือ 1/4 ของถัง ให้รีบเติมน้ำมันอย่าปล่อยให้ต่ำกว่านี้ จะช่วยถนอมและรักษาเครื่องยนต์ให้ใช้ได้นานขึ้น ทั้งยังช่วยประหยัดในทางอ้อมได้

 

การเติมน้ำมันปริมาณครึ่งถัง เครื่องยนต์จะทำงานหนัก ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงอาจเสียหายได้ เพราะน้ำมันที่ไหลผ่านปั๊มติ๊กหรือปั๊มคอมมอลเรล จะช่วยในการหล่อลื่นและระบายความร้อนของตัวปั๊มน้ำมัน เมื่อน้ำมันในถังเหลือน้อย ปั๊มต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับไม่มีน้ำมันมาห่อหุ้มเพื่อระบายความร้อนและหล่อลื่น

 

การเติมน้ำมันแบบเต็มถัง อาจมีน้ำมันไหลซึมออกมานอกตัวถัง จนเกิดการเปื้อนตัวรถและทำร้ายสีรถได้

 

วิธีเติมน้ำมันที่ทำให้คุณประหยัดได้มากขึ้น

  1. อย่ารอให้น้ำมันหมดถัง เพราะถ้าน้ำมันใกล้หมดถัง จึงเหลือพื้นที่ของถังเยอะ ทำให้น้ำมันระเหยกลายเป็นไอง่ายและเร็วขึ้น แต่ถ้าเติมแน่นไปก็ล้นออกมาเลอะเครื่องยนต์ได้
  2. การเติมน้ำมันในเวลา “กลางคืน” เพราะเวลากลางคืน “น้ำมัน” จะมีการควบแน่นสูง ตอนเติมน้ำมันจึงเต็มเอี๊ยด
  3.  หลีกเลี่ยงแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มรถส่งน้ำมันจอดอยู่ เพราะเวลาที่รถส่งน้ำมันกำลังถ่ายน้ำมันอยู่ ตะกอนใต้ถังจะลอยขึ้นมา ถ้าหากเราเติมน้ำมันแล้วตะตอนเหล่านั้นลอยเข้าถังน้ำมันรถ จะไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์
  4. ปรับหัวจ่ายให้ช้าลงหรือสั่ง โดยบอกพนักงานปั๊มให้ค่อยๆ เติมน้ำมันช้าๆ
  5. เลือกรถยนต์ที่มีฟังก์ชันประหยัดน้ำมันคือคำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 25 ตุลาคม 2565

พ่วง แบตเตอรี่ รถยนต์ ห้ามต่อ “ขั้วลบ” กับ “ขั้วลบ”

ระวัง

เลี่ยงได้เลี่ยง อาจเสี่ยงเกิดการระเบิดได้ …
อันตรายมาก!!! การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์นั้น ห้ามต่อ “ขั้วลบ” กับ “ขั้วลบ” เข้าหากันเด็ดขาด เนื่องจากกระแสไฟจากแบตลูกที่มีไฟ จะถูกส่งมายังลูกที่หมดไฟ
ทำให้น้ำกรดกำมะถันเดือด และก๊าซไฮโดรเจนที่ออกมาตามรูระบาย เมื่อมาเจอกับประกายไฟ แบตเตอรี่อาจระเบิดทันที

การพ่วง แบตเตอรี่ รถยนต์ที่ถูกต้อง

 

1. สายสีแดงคีบขั้วบวก + รถแบตเตอรี่หมด

2. สายสีแดงคีบขั้วบวก + รถแบตเตอรี่มีไฟ

3. สายสีดำคีบขั้วลบ – รถแบตเตอรี่มีไฟ

4. สายสีดำคีบโครงโลหะเครื่องยนต์รถแบตเตอรี่หมด

(ห้ามต่อเข้าขั้วลบเต็ดขาด)

5. สตาร์ตรถแบตเตอรี่มีไฟ ทิ้งไว้ 3 นาที

6. สตาร์ตรถแบตเตอรี่หมด เร่งเครื่องเล็กน้อย ถ้ารถไม่ดับให้ทำการถอดสายออกตามลำดับ

 

 

แบตเตอรี่

 

 

อธิบายเพิ่มเติม :

 

เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเคมีให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อนำไปใช้ในการจ่ายไฟให้กับรถยนต์ ภายในแบตเตอรี่มีแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบ ที่ทำด้วยโลหะตะกั่ว (pb) และมีกรดกำมะถัน (H2SO4) ทำหน้าที่เป็นอิเล็กโตรไลท์ (electrolyte) ปฎิกริยาทางเคมีไฟฟ้าของ electrode กับ electrolyte เกิดเป็นกระแสไฟฟ้า

 

การเกิดปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้านี้ก็จะเกิดแก๊สไฮโดรเจนขึ้นภายในแบตเตอรี่จึงมีการออกแบบให้มีรูระบายเพื่อระบายก๊าซออกสู่ภายนอก กันไม่ให้แบตเตอรี่เกิดความเสียหายเมื่อก๊าซมีการเพิ่มจำนวนและแรงดันขึ้น ซึ่งแก๊สไฮโดรเจนนี้สามารถติดไฟได้

 

ถ้าพ่วงแบตเตอรี่ที่ขั้วลบแล้วเกิดประกายไฟขึ้น และเมื่อมาเจอกับก๊าซไฮโดรเจนของแบตเตอรี่จะทำให้เกิดการระเบิดได้ จึงห้ามต่อ “ขั้วลบ” กับ “ขั้วลบ” เข้าหากันโดยเด็ดขาด โดยให้หนีบบริเวณชิ้นส่วนโลหะที่เครื่องยนต์ให้ห่างจากแบตเตอรี่อย่างน้อย 50 เซนติเมตรแทน

 

หลายคนอาจบอกว่าเคยพ่วงขั้วลบไม่เห็นเป็นอะไร ถ้าอากาศถ่ายเทสะดวกไม่มีการสะสมของก๊าซไฮโดรเจน และเวลาพ่วงไม่เกิดประกายไฟก็ไม่มีโอกาสเกิดการระเบิดขึ้น แต่กันไว้ดีกว่าแก้ครับ

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ