อัพเดท : 14 มีนาคม 2566

เค.มอเตอร์ส ส่งมอบรถยนต์ TOYOTA bZ4X 2 คันแรก

รถไฟฟ้า

ขอบคุณที่ไว้วางใจโตโยต้า เค.มอเตอร์ส….
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมยินดี ช.พัฒนาคาร์เรนท์ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถเช่า รับมอบ “รถยนต์ bZ4X” 2 คันแรกของเมืองไทย โดยมี คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ขอแสดงความยินดี กับ บริษัท ช.พัฒนาคาร์เรนท์ จำกัด โดย คุณวรรณกานต์ กิจคุณาเสถียร และคุณธัญธร กิจคุณาเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ รับมอบรถยนต์ TOYOTA bZ4X จำนวน 2 คัน โดยมี คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส คิดถึงโตโยต้า คิดถึง เค.มอเตอร์ส โชว์รูมและศูนย์บริการ อันดับ 1 ของประเทศ

TOYOTA bZ4X TOYOTA bZ4X
TOYOTA bZ4X TOYOTA bZ4X

 

อัพเดท : 8 มีนาคม 2566

วิธี ลบโลโก้ ที่มาพร้อมฟิล์มกรองแสง

ทำง่ายๆ

ให้ฟิล์มเรียบ ไม่บดบังทัศนวิสัย…
ฟิล์มกรองแสงแต่ละรุ่นมักจะมีสัญลักษณ์โลโก้ติดมาเสมอ บางคนอาจจะไม่ชอบ เพราะอาจไปบดบังทัศนวิสัย และอยากให้ฟิล์มดูเรียบง่าย ไร้ร่อยโลโก้ จนต้องหาวิธีต่างๆ มาลบออก ซึ่งโดยปกติแล้วทางช่างที่ติดตั้งจะมีน้ำยาลบโลโก้อยู่แล้ว แต่ช่างเคก็มีวิธีลบโลโก้ฟิล์มกรองแสงง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง มาฝากกันครับ

วิธี ลบโลโก้ ที่มาพร้อมฟิล์มกรองแสง

 

1. ใช้สำลีชุบน้ำยาแล้วทำการเช็ดออก โดยทำการเช็ดด้านในของตัวรถ เพราะฟิล์มจะติดตั้งอยู่ด้านในของตัวรถ

2. หากไม่มีน้ำยาลบโลโก้ ให้ใช้น้ำยาล้างเล็บชุบสำลี แล้วเช็ดออกโดยทำเช่นเดียวกันกับน้ำยาลบโลโก้

3. ไม่ควรจะลบโลโก้ที่ติดอยู่บนฟิล์มกรองแสงออกทั้งหมด ควรเหลือไว้สำหรับใช้ตรวจสอบความถูกต้องควบคู่กับใบรับประกัน และเผื่อมีความจำเป็นจะต้องทำการเคลมฟิล์มกรองแสง จะได้ง่ายต่อการตรวจสอบรุ่นฟิล์มและเปอร์เซนต์ความสว่างของฟิล์มกรองแสงได้ง่ายขึ้น

 

ข้อควรระวัง…ในการ ลบโลโก้ ฟิล์มกรองแสง

 

1. แนะนำให้เหลือโลโก้ฟิล์มกรองแสงไว้อย่างน้อย 1 จุด ทั้งนี้เพื่อใช้ในการนำไปเคลมประกันในกรณีที่ฟิล์มเดิมมีปัญหา

2. กรณีที่เปลี่ยนฟิล์มกรองแสงใหม่ ควรทิ้งรถไว้อย่างน้อยประมาณ 3 วัน เพื่อให้ฟิล์มเซตตัวได้อย่างเต็มที่ และไม่เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 20 กุมภาพันธ์ 2566

ทำไมต้อง ปิดแอร์ ก่อนดับเครื่อง

ดูแลแอร์

สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานนาน…
การปิดแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์ เป็นการถนนอมแอร์ให้มีอายุการใช้ได้นานมากขึ้น ทำเพื่อลดการแย่งไฟจากแบตเตอรี่ไปใช้ขณะสตาร์ตเครื่องยนต์ครั้งถัดไป ให้กระแสไฟถูกดึงไปที่มอเตอร์สตาร์ตได้เต็มที่ ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ตติดง่ายขึ้น

รถที่มีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป ควรทำการ ปิดแอร์ ก่อนการดับเครื่องยนต์ เพราะในบางรุ่นยังไม่มีระบบตัดต่อไฟ หรือหน่วงเวลาการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ทำให้เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์จะเกิดไฟกระชาก และมีการใช้กำลังไฟมากขึ้น อาจทำให้เครื่องยนต์สตาร์ตไม่ติด และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้

 

สาเหตุที่ควร ปิดแอร์ ก่อนถึงที่หมายหรือก่อนดับเครื่อง

 

การ ปิดแอร์ ก่อนดับเครื่องยนต์ ช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้แอร์ เนื่องจากระบบทำความเย็นทั้งภายในรถและอาคาร อาศัยหลักการถ่ายเทความเย็น และระบายความร้อน ซึ่งตู้แอร์ หรือคอยล์เย็น จะมีสารทำความเย็นบรรจุอยู่ภายในโดยมีพัดลมทำหน้าที่เป่าลมเพื่อเป่าความเย็นออกมา

 

หากไม่ ปิดแอร์ ก่อนหรือปิดพัดลมทันที ความเย็นจะยังคงอยู่ภายในระบบตู้แอร์ จึงชื้น และกลายเป็นที่สะสมฝุ่นละออง ซึ่งจะทำให้ลมผ่านได้ไม่สะดวก เกิดการอุดตันและตู้รั่ว การปิดแอร์ หรือปิดสวิทช์ AC ก่อนดับเครื่องยนต์โดยเปิดให้พัดลมทำงานเป่าคอยล์เย็นอย่างน้อย 5 -10 นาที จะช่วยไล่ความชื้นในตู้แอร์ ไม่เป็นที่สะสมฝุ่น นอกจากจะช่วยยืดอายุตู้ แอร์ ยังช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ ที่มักเกิดพร้อมๆ กับความชื้นได้อีกด้วย

 

สำหรับรถรุ่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องปิดแอร์ก่อนดับเครื่อง เพราะในขณะสตาร์ตเครื่องยนต์ระบบจะทำการตัดกระแสไฟที่ไปเลี้ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มอเตอร์สตาร์ตทำงาน เพื่อให้กระแสไฟไปที่มอเตอร์สตาร์ตได้มากที่สุดในระหว่างการสตาร์ตรถทำให้ไม่เกิดไฟกระชากและสร้างความเสียหายให้กับคอมเพรสเซอร์แอร์หรือเครื่องยนต์ แต่ควรกดปิดคือปุ่ม A/C ก่อนถึงที่หมายประมาณ 3-5 นาที เพื่อเป็นการไล่ความชื้นออกจากระบบแอร์ป้องกันการเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา หรือแบคทีเรียในช่องแอร์ได้

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 14 กุมภาพันธ์ 2566

ถ้าไม่อยากให้รถ แอร์พัง อย่าทำสิ่งนี้!!

พังแน่!!

สิ่งที่ไม่ควรทำถ้าอยากให้แอร์ใช้ได้นาน…
ทำแบบนี้บ่อยๆ แอร์พังแน่!! ถ้าไม่อยากให้แอร์พังอย่าลืมดูแลรักษาแอร์รถยนต์ของคุณให้ดี เพราะหากเกิดปัญหาอาจนำมาซึ่งความร้อน หงุดหงิด และอาจส่งผลเสียหายจนเกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมากก็เป็นได้ ดังนั้นอย่าละเลย และอย่าทำสิ่งนี้เด็ดขาด!!

สิ่งที่ “ไม่ควรทำ” ถ้าไม่อยากให้ “แอร์พัง”

 

  • ไม่เปลี่ยนไส้กรองแอร์ ควรเปลี่ยนทุก 6 เดือนถึง 1/2 ปี หรือ 10,000-30,000 กิโลเมตร เนื่องจากไส้กรองแอร์เป็นที่ดักจับฝุ่นและเป็นที่เก็บสะสมกลิ่นภายในรถ ถ้าไม่เปลี่ยนจะทำให้แผงแอร์สกปรกอุดตันได้ง่าย
  • เปิดช่องรับอากาศจากด้านนอกเข้ามาภายในรถ ฝุ่นควันจะเข้ามา ถูกดูดเข้าไปในระบบแอร์ ทำให้กรองแอร์และแผงแอร์สกปรกอุดตันและทำให้แอร์ทำงานหนัก
  • ปิดหน้ากากแอร์ จะทำให้เกิดความชื้นในช่องแอร์
  • ห้ามนำสารระเหย เช่น น้ำหอม การบูร ไว้ในรถ เพราะจะเป็นตัวจับฝุ่น และความชื้น จะส่งผลให้เแอร์มีกลิ่นเหม็นอับและแผงแอร์อุดตันเร็วขึ้น
  • เปิดแอร์ก่อนสตาร์ต และ ไม่ปิดแอร์ก่อนดับเครื่องยนต์ จะทำให้ไดชาร์จถูกแรงไฟฟ้ากระชากอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้ไดชาร์จเสื่อม ชำรุดเร็วขึ้น
  • เปิดแอร์เย็นไป , เปิดหน้าต่างแล้วเปิดแอร์ จะทำให้แอร์ทำงานหนักและพังง่าย

*หมายเหตุ : ในกรณีของรถรุ่นใหม่อาจจะไม่จำเป็นต้องปิดแอร์ก่อนกับเครื่องยนต์แล้ว เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่ได้ใส่ระบบตัดการทำงานของระบบไฟฟ้าอื่นๆ เมื่อกำลังสตาร์ตเครื่อง และระบบแอร์จะทำงานหลังจากเครื่องยนต์ทำงานแล้ว 2-3 วินาที ถ้าจะดับเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องปิดแอร์

 

วิธีการดูแลรักษาแอร์รถยนต์ให้ใช้ได้นาน..

 

  • ห้ามเสียบน้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์ไว้หน้าช่องแอร์ เนื่องจากจะทำให้ตู้แอร์พังเร็ว
  • ถ้าจอดรถตากแดดไว้ ก่อนใช้รถให้เปิดพัดลมไล่ความร้อน จากนั้นค่อยเปิดสวิตช์ A/C
  • อย่าเปิดกระจกขับรถบ่อยๆ เพราะฝุ่นจากข้างนอกจะเข้ามาในรถและเข้าไปในตู้แอร์จนเกิดการอุดตัน
  • หากอยู่ๆ แอร์เกิดไม่เย็น ผิดปกติ ให้รีบปิดสวิตช์แอร์ (A/C) และใช้พัดลมช่วยไปก่อน แล้วรีบนำส่งให้ช่างเช็ก เพราะถ้าปล่อยไว้นานอาจถึงขั้นทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์พังได้
  • แนะนำให้ล้างตู้แอร์ทุกๆ 2 ปี แต่ถ้าใช้งานบนเส้นทางที่มีฝุ่นเยอะ สามารถนำเข้ามาล้างก่อนระยะที่กำหนดได้
  • หากจำเป็นต้องเปิดกระจกขับรถ ให้ปิดช่องแอร์บริเวณคอลโซล เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในระบบแอร์

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 27 มกราคม 2566

ออกรถใหม่ ใช้พวงมาลัยกี่พวง?

เท่าไหร่ดี

จำนวนพวงมาลัยที่ใช้ไหว้แม่ย่านาง…
คนไทยมีความเชื่อว่าเมื่ออกรถใหม่ต้องไหว้แม่ย่านางเพื่อให้คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัยเวลาขับขี่ ซึ่ง “พวงมาลัย” เป็นสิ่งของง่ายๆ ที่นำมาไหว้ และก็มีความเชื่อว่าจำนวนพวงมาลัยจะยิ่งช่วยเสริมความมงคลให้กับรถและผู้ขับขี่ได้ด้วย แล้วพวงมาลัยที่ใช้ในการไหว้แม่ย่านางควรมีกี่พวงกัน?

โดยทั่วไปในการ ออกรถใหม่ หากอยากให้แคล้วคลาดปลอดภัย มักจะใช้พวงมาลัย 2 ชาย จำนวน 3 พวง แขวนไว้ที่กระจกมองหลังหรือแขวนไว้ที่พวงมาลัยรถยนต์ สำหรับไหว้ จากนั้นให้ท่องคาถาบูชาแม่ย่านาง

 

” อิติ สุคะโต อะระหังพุทโธ นะโมพุทธายะ
ปะฐะวีคงคา ภุมมะเทวา ขะมามิหัง
สุจิตโต พุทธัง ธัมมัง สังฆัง “

 

**คาถาแคล้วคลาดของ พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา


สิ่งที่ควรทำเมื่อออกรถใหม่…


หลังจากที่ไหว้แม่ย่านางแล้ว สิ่งที่ควรทำเมื่อออกรถใหม่ ได้แก่…


1. เพิ่มความมงคล ด้วยการนำรถให้พระเจิม ปิดทอง พรมน้ำมนต์ เป็นต้น

2. ไม่ควรนำรถเข้าสถานที่เสื่อมหรืออโคจรในวันแรก เช่น บาร์ เธค ผับ อาบอบนวด ฯลฯ

3. เวลาจับพวงมาลัย ก่อนจะออกรถทุกครั้ง ควรท่องคาถาว่า สุจิตโต แปลว่า ไปดี

4. ขับรถตามกฎจราจร เช่น เมาแล้วห้ามขับ

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ