อัพเดท : 20 กรกฎาคม 2564

เบรกมือ ควรกดปุ่มหน้าเพื่อป้องกันการสึกหรอ?

วิธีที่ถูกต้อง

การกดปุ่มเบรกมือมีผลต่อกลไกรถแค่ไหน…
เมื่อเราจอดรถหลายคนมักกลัวว่ารถจะไหลทำให้เลือกที่จะดึงเบรกมือก่อนและทำจนติดเป็นนิสัย แต่แท้ที่จริงปุ่มเบรกมือมีไว้เพื่อปลดล็อคตอนเอาเบรกมือลงเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะกดปุ่มหรือไม่กดก่อนดึงเบรกมือขึ้นก็ไม่มีผลต่อการทำงานกลไกต่างๆ ยังทำงานได้ปกติ

ในขณะดึง เบรกมือ ขึ้นแล้วจะได้ยินเสียงแกร๊กเป็นเสียงกลไลเฟืองทำงาน แต่ถ้าเป็นระบบเบรกมือไฟฟ้าก็จะไม่มีเสียงดังอะไรที่เราสัมผัสได้ เพียงมองที่ตัวหน้าปัดท์เท่านั้นว่าจะมีสัญลักษณ์เตือนโชว์ขึ้นมาหรือไม่ครับ

 

 

วิธีการดึงเบรกมือขึ้นที่ถูกต้อง

1. จับเบรกมือโดยไม่ต้องกด
2. ดึงเบรกมือขึ้น จะมีเสียงเฟืองกับกระเดื่องดังแกร๊กๆ จนกว่ารถจะหยุดไหล

 

 ในกรณีที่จอดทิ้งไว้นานๆ ถ้าจอดเกียร์ P ไม่จำเป็นต้องดึงเบรกมือ เพราะระบบเกียร์ P มีระบบล็อคเฟืองอยู่ในเกียร์ไม่ให้เลื่อนได้ แต่ถ้าจอดอยู่ในตำแหน่ง N เป็นเกียร์ว่างที่สามารถเลื่อนได้ต้องดึงเบรกมือทุกครั้ง เพื่อกันไม่ให้รถไหลนั่นเองครับ

– ในกรณีที่รถติดอยู่บนเส้นทางลาดชันหรือบนสะพาน ให้ดึงเบรกมือขึ้น เพื่อป้องกันรถไหลชนรถคันหลัง แต่ถ้าจะออกรถให้เหยียบเบรกเท้า เข้าเกียร์ แล้วจึงปลดเบรกมือ พร้อมเหยียบคันเร่งให้สัมพันธ์กัน

– กรณีรถจอดติดไฟแดงหรือจราจรติดเป็นเวลานานๆ ควรดึงเบรกมือขึ้นแทนการเหยียบเบรกเท้าค้างไว้ กันการเผลอยกเท้าขึ้น จนรถไหลไปชนท้ายรถคันหน้านั่นเอง

– ถ้าเกิดกรณีจอดรถบนทางลาดชัน ควรดึงเบรกมือขึ้นทุกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันรถไหล แต่ถ้าหากเกิดกรณีเบรกแตก ให้กดปุ่มล็อกเบรกมือ พร้อมดึงเบรกมือขึ้นลงติดต่อกันหลายครั้ง และห้ามดึงเบรกมือแรงๆ ขณะที่ล้อหน้ากำลังหมุน เพราะจะทำให้ไม่สามารถบังคับทิศทางรถไม่ได้ เป็นสาเหตุที่ทำให้รถเกิดพลิกคว่ำ ควรชะลอความเร็วรถโดยค่อยๆ ลดเกียร์ลงตามลำดับ จะช่วยให้รถหยุดได้ครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 12 กรกฎาคม 2564

สัญลักษณ์สามเหลี่ยม บนแก้มยาง มีประโยชน์อย่างไร

ดูแล้วเปลี่ยน

ถึงเวลาเปลี่ยนยางเส้นใหม่แล้วหรือยัง…
สัญลักษณ์บนดอกยาง เรื่องเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันอาจหมายถึงความปลอดภัยทั้งชีวิตของคุณ ฉะนั้นบทความนี้ ช่างเคจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์สามเหลี่ยมบนดอกยางว่าสื่อถึงอะไร มีความหมายว่าอะไร และวิธีสังเกตดอกยางควรดูยังไง

สัญลักษณ์สามเหลี่ยมบน แก้ม ยางรถยนต์ ชี้ไปยังตำแหน่งของ “สะพานยาง” หรือ “tread wear indicator” ใช้เป็นตัวชี้วัดว่า “ถึงเวลาเปลี่ยน ยางรถยนต์ เส้นใหม่แล้วหรือยัง”
แต่ในยางบางยี่ห้อรูปสามเหลี่ยมอาจไม่เหมือนกัน หรือใช้สัญลักษณ์เป็นคำว่า “TWI” มาจากคำว่า Tread Wear Indicator  หรือบางยี่ห้อก็อาจไม่มีสัญลักษณ์เลย แต่ก็ยังสามารถสังเกตตำแหน่งของสะพานยางได้ตามปกติ

 

ยางรถยนต์


วิธีสังเกต

ดอกยางอยู่ในระดับเดียวกันกับสะพานยาง แปลว่า ควรเปลี่ยนยางได้แล้ว เพราะยางถูกใช้งานจนดอกยางสึกหรอ ถึงในระดับที่ไม่สามารถรีดน้ำออกได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้แล้ว

อย่างไรก็ตามผู้ใช้รถควรตรวจสอบสภาพยางโดยรวมควบคู่กันไป เนื่องจากบางครั้งการที่ดอกยางสึกหรอถึงสะพานยางไม่ได้หมายความว่ายางหมดสภาพเสมอไป อาจเกิดจากการที่ยางมีรอยแตก รอยฉีก ดอกยางด้านใน-ด้านนอกสึกไม่เท่ากัน ฯลฯ ก็เป็นได้ ซึ่งต้องรีบทำการเปลี่ยนยางใหม่ทันทีครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 กรกฎาคม 2564

ริบบิ้นพวงมาลัย เสริมมงคลตามวันออกรถ

สีพวงมาลัย

เลือกสีพวงมาลัยตามฤกษ์ออกรถเสริมดวง
ว่ากันด้วยเรื่องความเชื่อ ถือเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่อาจมองข้าม ดังเช่นการเลือกสีของพวงมาลัยรถยนต์ตามวันเกิดและวันออกรถก็ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับรถและคนขับได้เช่นกัน มาดูกันว่าริบบิ้นสีไหนเหมาะกับคนเกิดวันไหนกันบ้าง….

ในวันถอยรถออกจากโชว์รูม นอกจากถือฤกษ์มงคล เตรียมพร้อมสำหรับการเจิมรถและของไหว้ต่างๆ อย่าลืมเสริมด้วยการเลือกสี ริบบิ้นพวงมาลัย ให้ตรงกับวันออกรถ เพื่อเติมความปัง ให้ชีวิตรุ่งเรืองด้วยนะครับ โดยการนำพวงมาลัย 2 ชาย จำนวน 3 พวง มาแขวนในวันออกรถนั่นเอง


สีริบบิ้นพวงมาลัยตามฤกษ์ออกรถมี ดังนี้

 

วันอาทิตย์ ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีเขียว
วันจันทร์ ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีม่วง
วันอังคาร ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีน้ำเงิน
วันพุธ ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีเหลือง
วันพฤหัสบดี ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นแดง
วันศุกร์ ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีชมพู
วันเสาร์ ควรใช้พวงมาลัยริบบิ้นสีฟ้า

 

วิธีการไหว้ : ให้นำพวงมาลัยทั้ง 3 พวง มาแขวนหรือห้อยที่กระจกมองหลังหรือแขวนไว้ที่พวงมาลัยรถยนต์ และก่อนออกรถให้ท่องคาถาแคล้วคลาดของ พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ดังนี้

 

” อิติ สุคะโต อาระหังพุธโท นโมพุทธายะ
ปัตถวีคงคา ภุมมะเทวา ขมามิหัง
สุจิโต พุทธัง ธรรมมัง สังฆัง “

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 9 กรกฎาคม 2564

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขุมวิท 43 ศูนย์บริการโฉมใหม่ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว

เปิดบริการแล้ว

ศูนย์บริการใหม่ บริการดี เครื่องมือทันสมัย
เปิดให้บริการแล้ว สำหรับศูนย์บริการโตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขุมวิท 43 โฉมใหม่ สำหรับลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการตั้งแต่วันนี้-31 ก.ค. 64 รับฟรีทันที!! ร่มสุดพรีเมี่ยม หรือกระเป๋าสัมภาระหลังเบาะอเนกประสงค์

คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคล และถือฤกษ์ดีเป็นการเปิดบริการศูนย์บริการ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขา สุขุมวิท 43 โฉมใหม่ โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.
📌 เปิดบริการจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 18.00 น. (เวลารับรถ 7.00 น.)
วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 8.30 – 16.00 น. (เวลารับรถ 7.00 น.)
*** นัดหมายเข้ารับบริการล่วงหน้าโทร. 02-662-6555

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส โตโยต้า เค.มอเตอร์ส โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส โตโยต้า เค.มอเตอร์ส โตโยต้า เค.มอเตอร์ส

 

อัพเดท : 18 มิถุนายน 2564

5 วิธีเชฟน้ำมันเมื่อน้ำมันใกล้หมดกลางทาง

ประหยัดน้ำมัน

ทำอย่างไรเมื่อน้ำมันจะหมดกลางทาง…
เมื่อสัญญาณเตือนน้ำมันใกล้หมด นั่นหมายความว่าน้ำมันในถังเหลืออย่างน้อย 10 ลิตร ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการเดินทางได้อีกไม่เกิน 30 กิโลเมตร ควรรีบหาปั๊มที่ใกล้ที่สุดเพื่อเติมน้ำมัน ระหว่างนั้นให้วิ่งด้วยความเร็วที่ ลดการเบรก ปิดกระจกและเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถ ช่วยเชฟน้ำมันให้รถพาไปถึงปั๊มนั่นเอง

5 วิธีเชฟน้ำมัน เมื่อน้ำมันใกล้หมดกลางทาง

 

1. ใช้ความเร็วคงที่ ประมาณ 60-80 กิโมเมตร/ชั่วโมง และไม่เร่งเครื่องโดยไม่จำเป็น (ควบคุมความเร็วตามขนาดเครื่องยนต์ หากเป็นรถเครื่องยนต์ 1.3 – 1.8 ลิตร ควรวิ่งที่ความเร็ว 45-65 กม./ชม. และหากเป็นเครื่องยนต์ 2.0 -3.0 ลิตร ควรวิ่งด้วยความเร็ว 55 – 75 กม./ชม.)
2. พยายามอย่าเบรกบ่อย เพราะต้องกลับมาเหยียบคันเร่งใหม่ จะทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันรถเพิ่มขึ้น
3. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เช่น แอร์ วิทยุ ระบบนำทาง การชาร์จระบบไฟต่างๆ
4. อย่าปิดกระจกทั้งหมด เพราะจะเกิดแรงต้านของลมที่พุ่งเข้ามาในรถ แล้วต้องใช้แรงวิ่งมากขึ้น
5. เข้าเกียร์ว่างเมื่อจอดติดไฟแดง ช่วยลดการกินน้ำมันของเครื่องยนต์ได้กว่า 30-40%

 

วิธีรับมือเมื่อเจอเหตุการณ์รถน้ำมันหมดกลางทาง !!!

 

อันดับแรกให้คุณตั้งสติและนำรถจอดริมทางให้เรียบร้อย จากนั้นให้มองหาความช่วยเหลือใกล้ๆ ว่ามีหมู่บ้านหรือคนพอทีจะช่วยได้หรือไม่ ถ้าไม่ให้ติดต่อวิทยุหรือเพจของ จส.100 หรือสวพ.91 เพื่อแจ้งเหตุเกี่ยวกับรถของคุณ โดยทางจส.100 หรือสวพ.91 จะประสานงานไปยังปั๊มน้ำมันหรือศูนย์บริการรถยนต์ใกล้เคียงให้ หรือลองค้นหาผู้ให้บริการรถลากในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งศูนย์บริการ หรือโชว์รูม รวมไปถึงปั๊มน้ำมัน ที่จะสามารถให้ความช่วยเหลือและส่งรถลากมาลากรถยนต์ของคุณไปยังปั๊มน้ำมันได้

วิธีเหล่านี้จะสามารถช่วยเหลือให้คุณประหยัดน้ำมันและเอาตัวรอดได้หากน้ำมันหมดกลางทาง แต่ทางที่ดีไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ฉะนั้นควรหมั่นตรวจสอบและเติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ

 

สายพานสายพาน

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ