อัพเดท : 11 กันยายน 2563

บรรทุกหลังกระบะ อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย…

เจอเป็นจับ!!

บรรทุกของอย่างไร ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
การใช้รถกระบะของเมืองไทยพบเห็นโดยทั่วไป โดยเฉพาะเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ที่ต้องขนของทำมาหากิน แต่รู้หรือไม่การบรรทุกของเยอะๆ นั้นถ้าประมาทก็อาจเกิดความเสียหายทั้งต่อตนเองและคนอื่นๆ ได้ด้วย ที่สำคัญการบรรทุกของไม่ใช่ว่าอยากขนอะไรก็ใส่ๆ ไป ต้องคำนึงความถูกต้องและต้องถูกกฎหมายด้วย ไม่งั้นอาจต้องสูญเสียได้ในหลายๆ ทาง

บรรทุกหลังกระบะ อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย ?

 

บรรทุกหลังกระบะ

 

– ความกว้าง ต้องไม่เกินความกว้างของรถ
– ความยาว ด้านหน้ายื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อรถ ส่วนด้านหลังต้องเลยตัวรถได้ไม่เกิน 2.50 เมตร
– ความสูง บรรทุกสูงจากพื้นทางได้ไม่เกิน 3.80 เมตร
– หากมีการขนย้ายสิ่งของหรือสัตว์เลี้ยง ต้องป้องกันไม่ให้สิ่งของตกหล่น เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นได้

 

**ในกรณีที่ บรรทุกหลังกระบะ แบบกระบะเปิดท้าย แต่ทำตามกฎหมายกำหนดไว้อย่างถูกต้อง บางพื้นที่อาจอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางที่ดีไม่แนะนำให้ บรรทุกหลังกระบะ แบบเปิดท้ายกระบะครับ

(หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 1,000 บาท ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ.2522) ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2552 มาตรา 5 และ มาตรา 18)

 

รถกระบะที่มีการเสริมและดัดแปลงต่อเติมส่วนต่างๆ ของรถหรือติดตั้งตะแกรง เช่น ตะแกรงเหล็กเสริมรั้ว โครงเหล็กตะแกรงที่หลังคา เป็นต้น ถือได้ว่ามีความผิดฐานดัดแปลงรถ แต่หากอยากเพิ่มเติมต้องแจ้งแก้ไขไปที่ สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้ หากคุณไม่มีการแจ้ง ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 12 ประกอบการมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

 

กรณีที่บรรทุกของยื่นเกินกว่าความยาวของตัวรถผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติดังนี้

 

– หากทำการขนย้ายสิ่งของในเวลากลางวัน ควรติดธงสีแดง เรืองแสงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 45 เซนติเมตร แสดงเป็นสัญญาณให้รถคันหลังเห็นได้ชัดและระมัดระวังตัวได้
– หากทำการขนย้ายสิ่งของในเวลากลางคืน หรือ ช่วงเวลาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนหรือเวลาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ในระยะ 150 เมตร ควรติดไฟสัญญาณสีแดงที่มองเห็นชัดเจนระยะ 150 เมตร

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 กันยายน 2563

เรียกโชคก่อนสตาร์ทรถ…

เพิ่มความปัง

ให้ทำงานง่าย ราบรื่น เจริญก้าวหน้า
คนไหนที่มักจะต้องขับรถไปติดต่องานบ่อย ๆ วันนี้เรามีฮวงจุ้ย ของ หมอช้าง (ทศพร ศรีตุลา) มาแนะนำ เกี่ยวกับเรื่องของการเรียกโชคก่อนสตาร์ทรถไปทำงานมาฝากกันครับ ซึ่งต้องขอทิ้งท้ายไว้ตลอดว่า เรื่องนี้เป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลนะครับ ถ้าทำแล้วสบายใจ ก็ถือเป็นการเสริมสิริมงคลครับ …

เรียกโชค ก่อนสตาร์ทรถ … เคล็ดลับเพื่อให้มีโชคในการขับรถไปติดต่องาน

 

1. วัตถุมงคลธาตุดิน

 

เรียกโชค ก่อนสตาร์ทรถ

 

การแขวนหรือวางวัตถุมงคลในรถไม่ใช่เรื่องแปลกคุณทำเองก็ได้ แต่ขออย่าให้มีเยอะจนเกินไป บางคนราวกับจะอัญเชิญโต๊ะหมู่บูชามาไว้ในรถ ซึ่งนอกจากจะบังวิสัยทัศน์ขณะขับรถแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย ที่จริงคุณจะแขวนวัตถุมงคลประเภทไหน จากที่ไหนก็ได้ แต่สำหรับของมงคลในรถ ฮวงจุ้ยจะชอบวัตถุมงคลที่มาจากดิน เช่น หยก หิน ควอตซ์ ฯลฯ

 

2. สะอาดและสดใส

 

เรียกโชค ก่อนสตาร์ทรถ

 

รถที่จะนำโชคได้ต้องสะอาดทั้งภายนอกและภายในโดยเฉพาะไฟหน้า ต้องดูแลอย่าให้หมอง เพราะโคมไฟที่หมองคือโคมไฟที่ไม่มีพลัง นอกจากนี้เจ้าของรถที่ภายในรถสกปรกมักจะเจอปัญหา เพราะความรกทำให้มีพลังหยินสะสมอยู่มากเพราะฉะนั้นควรเก็บรถให้สะอาด และถ้าช่วงไหนที่คุณรู้สึกว่าไม่ค่อยมีโชคในเรื่องรถมาก ๆ แนะนำว่าให้นำเกลือหนึ่งถ้วยมาวางไว้บนพื้นรถทิ้งไว้สักหนึ่งคืนค่อยเก็บไปทิ้ง เกลือจะดูดซับพลังงานที่ไม่ดีออกไปได้

 

3. สีรถถูกโฉลก

 

เรียกโชค ก่อนสตาร์ทรถ

 

ถ้าหากคุณเคยไปดูดวงแล้วหมอดูทักว่า รถสีนี้ไม่ถูกกับคุณ ก็ไม่จำเป็นต้องติดสติ๊กเกอร์ ” รถคันนี้สี…” คุณสามารถเลือกของใช้ในรถที่มีสีถูกโฉลกแทนได้ ไม่ว่าจะเป็นหมอนอิง น้ำหอมปรับอากาศ ฯลฯ หากคุณตกแต่งรถด้วยสีที่ถูกโฉลกกับวันเกิดของคุณ จะทำให้ได้รับความเมตตาจากคนที่คุณไปติดต่องานมากขึ้นด้วย

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

 

อัพเดท : 21 สิงหาคม 2563

เปลี่ยนแบตแล้ว กระจกไฟฟ้า ไม่ทำงาน…

หยุดชะงัก

สาเหตุเกิดจากอะไร แก้ไขอย่างไรดี?
รู้หรือไม่ !! ว่าทำไม กระจกไฟฟ้า อัตโนมัติอยู่ๆ ก็ไม่ทำงาน ซึ่งสาเหตุหลักมักมาจากการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ทำให้ระบบของรถยนต์ขาดความจำไปชั่วขณะ หรือการจอดรถทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้ใช้งาน จนแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง นำมาซึ่งอาการกระจกรถไฟฟ้าไม่ทำงาน

หลังจากเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว กระจกไฟฟ้า แบบ (อัตโนมัติ) ดันไม่ทำงาน เมื่อกดสวิทช์ควบคุมด้านคนขับ แต่หากกดที่สวิทช์ของแต่ละประตูจะยังสามารถทำงานได้ แต่ก็ไม่อัตโนมัติอีก ไม่ใช่ปัญหาครับแค่ต้องตั้งค่าใหม่ ซึ่งง่ายมากครับ เพียงแค่กดสวิทช์กระจกประตูที่ไม่ทำงานแต่ละบานให้กระจกลดลงมา ซัก 10 เซนติเมตร แล้วกดให้กระจกเลื่อนขึ้นจนสุด แล้วค้างไว้ 2 วินาที ทำแบบนี้กับกระจกบานที่ไม่อัตโนมัติ ก็จะใช้งานได้เหมือนเดิมแล้วครับ

 

กระจกไฟฟ้า กระจกไฟฟ้า

 

และอีกหนึ่งสาเหตุที่มักพบกันบ่อยๆ คือ ความชื้น ซึ่งอาจมาจากการล้างรถหรือโดนฝนจนน้ำซึมลงร่องคิ้วรีดน้ำของกระจกในฝั่งด้านนอก เมื่อเกิดการสะสมมากๆ จะส่งผลทำให้มอเตอร์ไม่สามารถทำงานด้ตลอดเวลา จนทำให้ระบบการทำงานของระบบไฟฟ้าเกิดขัดข้อง และใช้งานไม่ได้ไปชั่วขณะ

 

หาก กระจกไฟฟ้า ไม่ทำงานด้วยสาเหตุนี้ สามารถแก้ไขได้โดยให้สตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วกดปุ่มปลดล็อคกระจกฝั่งคนขับ แล้วเคาะหรือทุบให้แรงฝังที่ไม่ทำงาน แต่ต้องไม่แรงมากเกินไปจนส่งผลอาจทำให้แผงประตูพังด้วย ขณะเดียวกันก็ให้กดปุ่มเลื่อนกระจกขึ้น-ลง ซ้ำไปมาประมาณ 4-5 รอบ หรือจนกว่าจะมั่นใจว่ากระจกกลับมาทำงานได้ปกติแล้ว แต่หากกระจกไฟฟ้ายังไม่กลับมาทำงานได้อย่างปกติ ต้องรีบนำรถเข้าศูนย์บริการทันทีครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 สิงหาคม 2563

อย่าทำ !! หมุนพวงมาลัย ตอนรถหยุดนิ่ง มีผลเสียมากกว่าทิ่คิด

หมุนไม่ดี

หมุนตอนหยุดนิ่งกับสิ่งที่ตามมาเพียบ..
รู้หรือไม่ !! การหมุนพวงมาลัยก็มีผลทำให้รถของคุณเกิดความเสียหายได้ การหมุนพวงมาลัยขณะรถหยุดนิ่ง ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการหมุนพวงมาลัยในตอนที่รถหยุดนิ่งนั้น จะส่งผลเสียในระยะยาวต่อรถยนต์อย่างแน่นอน และอาจส่งผลกระทบจนคุณต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินก้อนใหญ่อย่างที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน

อย่า !! หมุนพวงมาลัย ตอนรถหยุดนิ่ง มิเช่นนั้นรถของคุณอาจเจอกับปัญหาเหล่านี้ !!

– ยางรถยนต์เสียหาย ดอกยางสึกหรอเร็วกว่ากำหนดแน่นอน เนื่องจากได้รับแรงเสียดสีกับพื้นถนนไปแบบเต็มๆ
– ทำให้มอเตอร์พวงมาลัยเสียหาย เนื่องจากพวงมาลัยจะต้องรับแรงกระทำที่มากกว่าปกติ ทำให้พวงมาลัยพังไวยิ่งกว่าเดิม

 

หมุนพวงมาลัย

 

นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการ “หักพวงมาลัยจนสุด” ที่ทำร้ายรถคุณให้เสียหายก่อนวัยอันควรได้ สิ่งเหล่านี้ต้องควรระวัง!!!

 

1. หมุนพวงมาลัย จนสุดพร้อมออกตัวแรง
การหักพวงมาลัยจนสุดแล้วออกตัวรถอย่างแรงจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเพลาล้อหน้า โดยจะส่งผลกระทบต่อลูกปืนของเพลาหรือระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ที่เกิดการเสียหายโดยตรง

 

2. หมุนพวงมาลัย จนสุดค้างไว้นานๆ
หากทำพฤติกรรมนี้บ่อยๆ คือ หมุนพวงมาลัยจนสุดและค้างไว้นานๆ จะทำน้ำมันพาวเวอร์เกิดความร้อนสูงให้จนพวงมาลัยเกิดความเสียหายได้

 

3. หมุนพวงมาลัย จนสุดแรงๆ
ถ้าทำการหมุนพวงมาลัยจนสุดแรงๆ จะทำให้น้ำมันพาวเวอร์ไหลย้อนกลับได้ ส่งผลให้น้ำมันพาวเวอร์เกิดการรั่วซึมออกจากตัวปั๊มและสายยาง ทำให้ข้อต่อซีลยาง และอะไหล่บางส่วนเกิดความเสียหายได้

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 สิงหาคม 2563

เสริมดวงจาก “ฮวงจุ้ย” รถยนต์

ดวงดี ดวงรุ่ง

4 วิธี เสริมฮวงจุ้ยภายในรถให้มีมงคล
ฮวงจุ้ยเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยเสริมให้ชีวิตของคุณให้อยู่ดี มีสิริมงคล หลายคนอาจจะคุ้นเคย “ฮวงจุ้ยบ้าน คอนโด ที่ดิน” อาจจะยังไม่รู้ว่า “ฮวงจุ้ยรถยนต์” นั้นต้องดูหรือเสริมกันอย่างไร วันนี้เราจึงหยิบคล็ดลับเสริมฮวงจุ้ยรถยนต์พร้อมวิธีเสริมมงคลให้กับรถยนต์มาฝากคนรักรถกันครับ

1. สีของรถ

 

สิ่งแรกที่ไม่ควรมองข้ามอันดับแรกก็คือ การเลือกสีรถ เพราะส่วนใหญ่จะเลือกสีที่ชอบ แต่หากยิ่งให้ตรงตามหลักของฮวงจุ้ย ก็จะยิ่งเพิ่มในการหนุนส่งเสริมดวงชะตาของเข้าของรถในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องโชคลาภ การงาน ค้าขาย ดังนั้น เรื่องสีรถยนต์ตามหลักฮวงจุ้ยจึงสำคัญและขาดไม่ได้ แล้วแต่ล่ะวันเกิดมีสีอะไรบ้าง จะได้เลือกสีรถยนต์เสริมพลังชีวิตด้านต่างๆ

 

คนเกิดวันอาทิตย์ : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีแดง จะช่วยเสริมราศี มีโชค มีคนรักใคร่ มีอำนาจวาสนา ในขณะที่สีดำช่วยเสริมความน่าเคารพนับถือ ทำให้การเงินคล่องหมุนเวียน ส่วนสีขาวช่วยให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ

 

คนเกิดวันจันทร์ : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีส้ม สีเหลือง ช่วยเสริมดวงเรื่องการเงิน ทรัพย์สิน ความมั่นคง สำหรับคนที่ค้าขายขอแนะนำรถยนต์สีเปลือกมังคุด เพราะจะส่งเสริมทางด้านการค้าให้รุ่งโรจน์ มีโชคลาภ การแข่งขันสะดวกราบรื่น และสีเขียที่ช่วยเสริมพลัง เกียรติยศ ทำให้เจริญในตำแหน่งหน้าที่การงาน

 

คนเกิดวันอังคาร : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีน้ำเงิน ช่วยส่งเสริมวาสนา บารมี ได้รับโชคลาภ สีดำ ช่วยเพิ่มพลังอำนาจ เกียรติยศ ชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่การงาน ทำให้คนเคารพยำเกรง

 

คนเกิดวันพุธ : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีเปลือกมังคุด ส่งเสริมให้ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากผู้ใหญ่ หน้าที่การงานก้าวหน้า แต่ถ้าหากอยากไร้คู่แข่งในการทำงานแนะนำให้เลือกรถสีน้ำเงิน

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีขาว ช่วยเสริมดวงให้คนเคารพนับถือและไว้วางใจ และสีแดง ช่วยเสริมดวงด้านความปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

 

คนเกิดวันศุกร์ : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีแดงและสีบรอนซ์ทอง ทั้งสองสีจะช่วยเสริมดวงให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึงลูกน้องบริวาร สีเหลืองจะช่วยส่งเสริมให้ได้รับการเกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน

 

คนเกิดวันเสาร์ : สีรถยนต์ที่ถูกโฉลก คือ สีแดง ส่งเสริมในเรื่องการมีเครดิตที่ดี คนยอมรับเชื่อถือ และไว้วางใจ การทำมาค้าขายก็คล่องตัว กำไรดี และสีชมพู จะช่วยผลักดันให้คุณประสบผลสำเร็จในเรื่องการค้า อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่และเจ้านาย

 

2. กลิ่น “น้ำหอม” รถยนต์ เสริมพลังชีวิต

 

การสร้างบรรยากาศและการเติมกลิ่นหอมอบอวลภายในรถ ช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นและดูผ่อนคลาย ที่สำคัญการเลือกกลิ่น “น้ำหอม” ยังสามารถเสริมสร้างฮวงจุ้ยให้คุณได้อีกด้วย ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เลือกกลิ่นให้ตรงกับคุณ จะช่วยเสริมพลังในด้านดีกลบด้านไม่ดีได้ แต่ในทางช่างไม่แนะนำให้ใช้สเปรย์น้ำหอมฉีดพ่น เพราะจะเป็นตัวดักฝุ่นและกักเก็บฝุ่นส่งผลกระทบต่อแอร์ ทำให้แอร์ทำงานหนัก จึงควรหลีกเลี่ยงและหากมีความจำเป็นต้องใช้แนะนำให้ใช้แบบก้อนแทนครับ ทางที่ดีสร้างกลิ่นหอมให้กับรถด้วยวิธีอื่นก็จะดีที่สุด

 

3. พระวัดดัง ขึ้นชื่อ และเครื่องรางต่าง ๆ

 

ความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับคนไทยมาช้านาน จึงไม่แปลกที่หลายคนนิยมนำทั้งพระ เทพ เทวาต่าง ๆ และเครื่องรางของขลังมาไว้ที่หน้ารถ ซึ่งล้วนเป็นความเชื่อที่ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอุบัติเหตุทั้งปวง เช่น หลวงปู่ทวด ยันต์ต่าง ๆ ที่หาซื้อเช่าและนำให้พระที่เคารพศรัทธาปลุกเสก และที่ขาดไม่ได้คือ “ตำแหน่ง” ที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมฮวงจุ้ยรถยนต์ให้แก่เราก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

 

4. ตัวเลข เลขทะเบียนรถ เสริมมงคลสารพัด

 

เนื่องจากโหราศาสตร์ ถือว่าเป็นศาสตร์การพยากรณ์เก่าแก่ โดยการพยากรณ์ทั้งหลายล้วนต้องอาศัยตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวของเรา ทั้งตัวเลข วัน เดือน ปีเกิด ไปจนถึงเลขทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เว้นกระทั่งเรื่องของเลขทะเบียนรถด้วย และด้วยความเชื่อนี้เองที่ทำให้เจ้าของรถหลายคนพยายามเสาะแสวงหาเลขทะเบียน รถยนต์เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต เช่น

 

1. คนเกิดปีชวดและกุน ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 1 7 3 และ 4
2. คนเกิดปีขาลและเถาะ ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 3 4 1 และ 9
3. คนเกิดปีมะเส็งและมะเมีย ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 9 3 4 2 5 และ 8
4. คนเกิดปีวอกและระกา ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 6 7 2 5 8 และ 1
5. คนเกิดปีฉลู มะโรง มะแม และจอ ตัวเลขที่ถูกโฉลก คือ 2 5 8 9 6 และ 7

 

สำหรับคนที่อยากรู้ลึก รู้จริง ก็ต้องตรวจสอบให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ทั้งการเลือกสี การเลือกเครื่องราง ทำพิธีต่าง ๆ รวมถึงการหาฤกษ์ออกรถ ซึ่งต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก็ยิ่งช่วยให้เข้าใจหลักฮวงจุ้ยรถยนต์และปฏิบัติ ได้อย่างถูกต้อง

เห็นไหมครับว่าแค่เรื่องเล็กๆ น้อย แต่เราก็ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าผิดหลัก “ฮวงจุ้ย” ขึ้นมา ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น เอาเป็นว่าป้องกันไม่ให้เกิด ดีกว่าต้องมาแก้ทีหลังครับ ที่สำคัญควรใช้ “สติ” ทั้งความเชื่อและการขับขี่ของคุณด้วยนะครับ

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ