อัพเดท : 24 พฤษภาคม 2562

มีรถควรรู้!! ขั้นตอนและวิธีการไหว้แม่ย่านางที่ถูกต้อง เสริมโชคลาภและสิริมงคล

ไหว้เสริมดวงรถ

เสริมโชคดี อุ่นใจ ปลอดภัยทุกการขับขี่
ถ้าบนดินมีพระแม่โพสพคอยปกปักรักษา ในน้ำมีพระแม่คงคา บนรถก็มีความเชื่อว่ามี “แม่ย่านาง” ที่คอยคุ้มกันให้ผู้ขับขี่เดินทางโดยสวัสดิภาพ และแคล้วคลาด ปลอดภัย เช่นกันครับ และเพื่อเสริมสิริมงคลให้กับรถ “การไหว้แม่ย่านาง” ก็เป็นสิ่งที่คนรักรถหลายๆ คนเลือกทำเสริมดวง…

ความเชื่ออยู่กับคนไทยมาช้านานนะครับ เหนุ่งในความเชื่อคือเรื่อง ไหว้แม่ย่านาง หลังจากครั้งที่แล้ว เราได้แนะนำเทคนิคเสริมสิริมงคลในการออกรถใหม่ ซึ่งสิ่งที่หลายๆ คนเชื่อและนิยมทำกันก็คือ “การไหว้แม่ย่านาง” เพราะเชื่อกันว่าจะคอยปกปักรักษาให้ขับขี่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่ “ไหว้แม่ย่านาง” เพราะเห็นคนอื่นเขาไหว้กัน โดยไม่รู้วิธีและขั้นตอนที่ถูกต้อง ซึ่งวันนี้เราได้นำวิธีการเตรียมตัว “ไหว้แม่ย่านาง” มาฝากกันครับ
.
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับไหว้แม่ย่านาง

 

สิ่งของสำหรับไหว้แม่ย่านาง ส่วนใหญ่จะเป็นของที่หาง่าย เราสามารถหาได้ตามท้องตลาดทั่วๆ ไปครับ ราคาก็ไม่แพง ส่วนใครที่อยากได้แบบคุณภาพดีๆ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคนครับ
.

  1. ธูปจำนวน 9 ดอก
  2. เทียนจำนวน2 เล่ม
  3. น้ำแดงจำนวน 1 ขวด
  4. ดอกไม้จำนวน1 กำ (สำหรับนำไปติดไว้ที่กระจังหน้ารถยนต์)
  5. ขนมหวาน อาทิ ขนมเข่ง ขนมเทียน ถ้วยฟู เป็นต้น ขนมเราไม่ได้เอามาทั้งหมดนะครับ สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้นครับ
  6. ผลไม้ จำนวน 5 อย่าง ซึ่งผลไม้มงคลที่นิยมนำมาไหว้กัน มีดังต่อไปนี้ครับ
    1. สับปะรด ออกเสียงตรงกับคำว่า “อั้งไล้” ในภาษาจีน ซึ่งมีความหมายว่า การเรียกโชคลาภ เงินทอง และความเป็นสิริมงคลให้เข้าหานั่นเอง
    2. แก้วมังกร ผลของแก้วมังกรมีสีแดง ซึ่งถือเป็นสีมงคลของชาวจีน สื่อแทนความอุดมสมบูรณ์และความร่ำรวย ยิ่งถ้าเลือกผลที่มีเนื้อสีแดง ยิ่งเพิ่มความเป็นมงคลมากขึ้น
    3. ทับทิม หมายถึงความแน่นแฟ้น ความสามัคคี ดังเช่นเม็ดทับทิมที่อัดแน่นอยู่ภายในผลของมัน
    4. มะพร้าว ในภาษาสันสฤต คือ ศรีปาละ ซึ่งแปลว่าผลไม้ของเทพเจ้า นับว่ามีความเป็นมงคลยิ่ง
    5. กล้วยหอม ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนการกวักเรียกโชคลาภและความเป็นมงคลต่างๆ ให้เข้าหา

.
ขั้นตอนและวิธีการไหว้แม่ย่านาง

 

  1. เตรียมของวางไว้บนโต๊ะ (โต๊ะควรตั้งไว้หน้ารถ) ให้เรียบร้อย
  2. จุดธูปแล้วตั้งนะโม 3 จบ นึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้แม่ย่านางมารับของไหว้และให้คุ้มครอง เดินทางปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุ
  3. เมื่อธูปหมดดอก จากนั้นให้ลาของไหว้มากิน เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล เป็นอันเสร็จพิธีครับ

.
คำถวายของไหว้แม่ย่านางรถ
.
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
.
สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ทุติยัมปิ สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
ตะติยัม สุทินนัง วัตถุทานัง อาสะวะ ขะยาวะหัง โหตุ
.
ลูกขอถวายสิ่งของเหล่านี้แก่แม่ย่านางรถ ขอท่านจงรับซึ่งสิ่งของเหล่านี้เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกทั้งหลายเทอญ สาธุ…
.
คำลาของไหว้แม่ย่านางรถ
.
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ
.
พุทธังลา ธัมมังลา สังฆังลา
ข้าพเจ้าขอลาสิ่งของเหล่านี้เพื่อให้เป็นทานต่อไป เป็นยารักษาโรค อย่าให้เกิดโทษเลย
นะ เสสัง มังคะลา ยาจามะ
.
การไหว้แม่ย่านาง เป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้นเวลาขับขี่ แต่สิ่งสำคัญสำหรับคนมีรถคือ สติและความไม่ประมาท เพียงเท่านี้คุณก็จะขับขี่ปลอดภัย กลับถึงบ้านแบบไร้อุบัติเหตุได้แน่นอนครับ

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 20 พฤษภาคม 2562

ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้อง “เชื่อม” เครื่องยนต์จะต้องทำอย่างไร ไม่ให้เกิดอันตราย..

ต้องถอดแบตฯ ออก

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไฟฟ้าช็อต
ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้อง “เชื่อม” เครื่องยนต์จะต้องทำอย่างไร ไม่ให้เกิดอันตราย ไม่ว่าจะเป็นท่อไอเสียหรือชิ้นส่วนอื่นๆ สิ่งที่ควรจะทำคือ ถอดขั้วแบตฯ ออก ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตและป้องกันกระแสไฟจากเครื่องเชื่อมไฟฟ้าเข้าไปทำอันตรายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของรถยนต์

ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้อง เชื่อมเครื่องยนต์ ที่ตัวรถจะต้องทำอย่างไร
หากมีความจำเป็นที่จะต้อง “เชื่อม” ที่ตัวรถ ไม่ว่าจะเป็นท่อไอเสียหรือชิ้นส่วนอื่นๆ สิ่งที่ควรจะทำคือ ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก ถอดขั้วลบนะครับ หรือจะถอดทั้งขั้วบวก ขั้วลบเลยก็ดี เพื่อเป็นการป้องกันกระแสไฟจากเครื่องเชื่อมไฟฟ้าวิ่งเข้าไปทำอันตรายกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของรถยนต์ เช่น กล่อง ECU เสียหายครับ ซึ่งวิธีการถอดขั้วแบตเตอรี่ด้วยตนเอง มีขั้นตอนดังนี้ครับ……..


1. สิ่งที่ควรทำก่อนทำการถอดแบตเตอรี่

  • ดับเครื่องยนต์
  • สวมแว่นตาและถุงมือป้องกัน เพื่อปกป้องดวงตาและมือเวลาปฎิบัติงาน

ทั้งนี้เพราะว่าแบตเตอรี่มีกระแสไฟฟ้าที่อาจทำให้เกิดการช็อตได้ และภายในแบตเตอรี่ยังมีสารกัดกร่อนที่ทำให้เกิดก๊าซติดไฟ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงด้วย จึงควรปฎิบัติตามขั้นตอนข้างต้นอย่างเคร่งครัดครับ

 

2. ถอดแบตเตอรี่ขั้วลบ
ส่วนใหญ่แบตเตอรี่ขั้วลบจะมีฝาครอบสีดำ บางรุ่นจะมีเครื่องหมายลบอยู่ใกล่ๆ กับขั้วต่อบนแบตเตอรี่ ส่วนแบตเตอรี่ขั้วบวกจะมีฝาครอบสีแดงและมีเครื่องหมายบวกใกล้ๆ กับขั้วต่อบนแบตเตอรี่
วิธีการถอดแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง ควรทำการถอดแบตเตอรี่ขั้วลบออกก่อนเสมอนะครับ ซึ่งสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้คือเช็กว่าต้องใช้ลูกบ็อกซ์ขนาดเท่าไรในการขันน็อตขั้วลบออก

  • เช็กขนาดลูกบ็อกซ์โดยการเทียบกับน็อตของขั้วบวก โดยหยิบลูกบ็อกซ์มาเทียบใกล้ๆ กับขั้วบวก และระวังอย่าให้สัมผัสกัน ทั้งนี้ก็เพื่อทำการกะขนาดด้วยสายตานั่นเองครับ
  • ต่อมาให้ทำการใส่ลูกบ็อกซ์เข้ากับประแจ โดยอาจต้องทำการต่อแขนประแจ เพื่อให้สามารถยื่นถึงตัวน็อตได้ครับ
  • ทำการใส่ประแจเข้ากับหัวน็อตของขั้วลบ เมื่อได้ที่แล้วให้ทำการขันน็อตแบบหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพียง 2-3 รอบ น็อตก็คลายและหลุดแล้วครับ ข้อควรจำสำหรับวิธีการหมุนน็ตง่ายๆ คือ “ขันหมุนซ้าย คลายหมุนขวา”
  • เมื่อขันน็อตออกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือดึงขั้วลบออกมาจากแบตเตอรี่ โดยให้วางไว้ด้านข้างเพื่อไม่ให้น็อตสัมผัสกับแบตเตอรี่ในระหว่างที่กำลังทำงานนั่นเองครับ
  • ข้อควรคำนึง หากมีมีสายไฟยึดกับขั้วแบตเตอรี่ อาจจะต้องใช้เครื่องมือแบบพิเศษในการถอดขั้วแบตเตอรี่ออก โดยให้สอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการใกล้บ้านดูครับ

3. ถอดแบตเตอรี่ขั้วบวก โดยใช้วิธีเดียวกันกับการถอดแบตเตอรี่ขั้วลบครับ และเมื่อทำการถอดเรียบร้อยแล้ว พยายามอย่าวางแบตเตอรี่ขั้วบวกไว้ใกล้โลหะรถ เนื่องจากขั้วต่อยังมีกระแสไฟฟ้าค้างอยู่ และอาจสร้างความเสียหายให้กับวงจรไฟฟ้ารถยนต์ครับ


หลังจบ 3 ขั้นตอนข้างต้น คุณก็อย่าสามารถซ่อมแซมชิ้นส่วนไฟฟ้าภายในรถได้อย่างปลอดภัยครับ….


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

 

อัพเดท : 13 พฤษภาคม 2562

เค.มอเตอร์ส กวาด 4 รางวัล การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า โตโยต้า ครั้งที่ 43

เก่งงานบริการ

พร้อมรางวัลประเภททีมบริการรถยนต์
เค.มอเตอร์ส ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ความภาคภูมิใจ และคว้ารางวัลใหญ่สุดในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ครั้งที่ “43ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2019” ประเภททีมบริการรถยนต์ พร้อมรางวัลแห่งเกียรติยศอีก 4 รางวัล

เค.มอเตอร์ส คว้ารางวัลในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า จบไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “43ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2019” รอบคัดเลือกเพื่อเข้าไปชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศปลายปีนี้ ซึ่งงานนี้ผู้เข้าแข่งขันตัวแทนจากเค.มอเตอร์ส ทุ่มสุดตัว สร้างความภาคภูมิใจให้ชาวเค.เป็นอย่างมาก คว้ารางวัลใหญ่สุดของการแข่งขัน คือ รางวัลประเภททีมบริการรถยนต์ พร้อมทั้งกวาดอีก 4 รางวัลหลักมาครอบครองได้สำเร็จตามเป้าหมาย
 
เป็นเวลาอันยาวนานที่ต้องฝึกฝนทักษะ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญและชำนาญมากขึ้น ผู้เข้าแข่งขันตัวแทนจากเค.มอเตอร์ส ต่างไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นในการปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด เป็นตัวแทนที่นำพา เค.มอเตอร์ส คว้าชัยชนะได้อย่างเต็มภาคภูมิครับ ซึ่งรางวัลที่ได้รับในแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้ครับ
 
รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทช่างเทคนิค
นายพัสกร สมเย็น
 
รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทผู้บริหารงานบริการ
.ส.ณัฏฐภัทร์ มั่นดี
 
รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทอะไหล่
นายชัยศรี วิเศษสังข์
 
รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทพนักงานลูกค้าสัมพันธ์
.. สุพรัตรา วาหะรักษ์
 
สร้างความปลาบปลื้มปิติยินดีให้กับทีมผู้บริหาร และพวกเราชาวเค. มอเตอร์ส ทุกคน ส่วนรางวัลอื่นๆ ต่างแสดงให้เห็นว่าพนักงานของเค.มอเตอร์ส เต็มที่ และฝีมือดีไม่แพ้ใคร  รางวัลเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเสียงที่การันตีได้ว่าโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยังคงดำรงไว้ซึ่งความเป็นเบอร์1 ทั้งในด้านงานบริการและขาย ซึ่งความมานะบากบั่น ใส่ใจงานบริการลูกค้าเป็นสำคัญ และปฎิบัติมาโดยตลอด ต่อยอดทำให้เราได้รับการยอมรับและไว้ใจจากลูกค้าทั้งจากกรุงเทพฯและปริมณฑล และในปีหน้า เราสัญญาว่าจะพัฒนาฝีมือ เพื่อคว้าชัยชนะ สร้างความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของเค. มอเตอร์ส ทุกคน ให้สมกับเป็นศูนย์บริการอันดับ 1 ของประเทศ

 

คว้ารางวัลในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า คว้ารางวัลในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า คว้ารางวัลในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า
. . .
คว้ารางวัลในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า
. . .
อัพเดท : 22 เมษายน 2562

การเหยียบเบรกแช่ไว้ขณะรถติดเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง…จริงหรือ? แล้วควรทำอย่างไร

รถติดไม่เบรกแช่

เสี่ยงเบรกพัง ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยเจอกับปัญหารถติดนานๆ รถแน่นเป็นจำนวนมาก จนต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีรถคันหน้าหรือคันหลังถอยหรือพุ่งมาชนหรือเปล่า หรือถ้าเราจอดอยู่เฉยๆ แล้ว ต้องทำอย่างไรให้รถนิ่ง ไม่ไปชนรถคันอื่นจนเสียหาย ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าการเหยียบเบรกนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่คุณกำลังเข้าใจผิดครับ

พฤติกรรม การเหยียบเบรกแช่ไว้ เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่

เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยเจอกับปัญหารถติดนานๆ รถแน่นเป็นจำนวนมาก จนต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีรถคันหน้าหรือคันหลังถอยหรือพุ่งมาชนหรือเปล่า หรือถ้าเราจอดอยู่เฉยๆ แล้ว ต้องทำอย่างไรให้รถนิ่ง ไม่ไปชนรถคันอื่นจนเสียหาย ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าการเหยียบเบรกนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่คุณกำลังเข้าใจผิดครับ

 

รถติดบนท้องถนนนาน ๆ ทำให้เราต้องนั่งแหงกบนรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งการจราจรเป็นแบบเคลื่อนไหวสลับหยุดนิ่ง การเหยียบคันเร่งสลับเหยียบเบรกก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน สถานการณ์แบบนี้จะทำให้การระบายอากาศของเครื่องยนต์รถย่ำแย่ และการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ จนเกิดของเหลือจากการเผาไหม้ ยิ่งรถติดแช่นานๆ ของเหลือจากการเผาไหม้ก็ยิ่งมีมากขึ้น ทำให้เข้าไปอุดตันหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงและขัดขวางการทำงานของห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ โดยคุณสามารถสังเกตได้จากอาการเสียงดังครืดๆๆ ที่มาจากตัวเครื่องครับ
สำหรับวิธีแก้ไขคือ พยายาหลีกเลี่ยงการขับรถในชั่วโมงรถติด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พยายามทำความสะอาดหัวฉีดน้ำมันทุกๆ 5,000 กิโลเมตร หรือให้หันมาใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดเสียงดังจากเครื่องยนต์ แต่ข้อควรจำก็คือการเปลี่ยนมาใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนมากขึ้นไม่สามารถกำจัดของเหลือจากการเผาไหม้ให้หมดได้

 

และที่สำคัญเวลารถติดนานๆ ไม่ควรเหยียบเบรกแช่งทิ้งไว้ เพราะจะทำให้อุณหภูมิของจานเบรกและผ้าเบรกที่สูงอยู่แล้วจากการขับขี่นั้นไม่สามารถระบายหรือลดลงได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลงหรืออาจทำให้จานเบรกหรือผ้าเบรกเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ เช่น จานเบรกบิดเบี้ยวเป็นผลทำให้เบรกสั่น ผิวหน้าของผ้าเบรกด้านเนื้อผ้าเบรกแข็ง หรือกิ๊บล็อค (ตัวรองผ้าเบรกไม่ให้ดิ้นขณะเบรก) เกิดการล้าตัวจากความร้อนสูง แนะนำว่าหากอยู่ในการจราจรที่ติดขัดต้องจอดเป็นเวลามากกว่า 1-2 นาที ให้เข้าเกียร์ในตำแหน่ง N และดึงเบรกมือ แล้วยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อให้ผ้าเบรกเลื่อนตัวออกจากจานเบรกก็สามารถระบายความร้อนได้ครับ

 

ข้อแนะนำสำหรับการปกป้องเครื่องยนต์และเบรกรถของคุณให้อยู่นานๆ คือ ลดความเร็วในการขับขี่ลงและเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในระดับที่เหมาะสม ป้องกันไม่ให้เกิดการเบรกกะทันหัน แม้การเหยียบเบรกสลับกับการคันเร่งยนต์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ครับ

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

อัพเดท : 3 เมษายน 2562

แก้ “วาล์วยัน” อาการเครื่องกระตุก สั่น เครื่องไม่ขึ้น ก่อนสาย!!

รถวาล์วยัน

ต้องทำยังไง แก้ไขอย่างไรให้ทันท่วงที
“วาล์วยัน” สาเหตุเกิดจากอะไร หรือชิ้นส่วนไหนของรถกันแน่ โดยหลักๆ อาการวาล์วยันจะมาในรูปแบบของเครื่องยนต์ไม่มีกำลัง เร่งไม่ขึ้นบ้าง เครื่องยนต์สั่นเบา ดับ ซึ่งมักจะเกิดบ่อยๆ ในช่วงตอนเช้า เครื่องยนต์สั่น กระตุก รอบต่ำกว่าเดิม ฯลฯ

แก้วาล์วยันอาการเครื่องกระตุก สั่น เครื่องไม่ขึ้น ก่อนสาย !!

พูดถึงอาการ “วาล์วยัน” (วาล์วรถไม่ใช่วาล์วน้ำนะครับผม คนละอันกัน) ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ รู้ว่ารถจะเสีย แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร หรือชิ้นส่วนไหนของรถกันแน่ โดยหลักๆ อาการวาล์วยันจะมาในรูปแบบของเครื่องยนต์ไม่มีกำลัง เร่งไม่ขึ้นบ้าง เครื่องยนต์สั่นเบา ดับ ซึ่งมักจะเกิดบ่อยๆ ในช่วงตอนเช้า (ลองสังเกตดูครับ) เครื่องยนต์สั่น กระตุก รอบต่ำกว่าเดิม บลาๆๆๆ

 

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “วาล์ว” ให้มากขึ้นกันครับ!!
วาล์ว” เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของเครื่องยนต์มีลักษณะเป็นโลหะ ทำหน้าที่เปิดปิดไอดี (อากาศผสมน้ำมันในเครื่องยนต์เบนชิน efi) และไอเสีย เข้าออกตามจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ แบบ 4 จังหวะ คือ ดูด อัด ระเบิด คาย ซึ่งในการทำงานของแต่ละจังหวะมีดังนี้ครับ

 

  • จังหวะดูด
    คือลูกสูบดูดไอดีเข้าไปในกระบอกสูบ
  • จังหวะอัด
    วาล์วไอดีและไอเสียปิด ลูกสูบเคลื่อนที่ขึ้น เพิ่มแรงดัน เพื่ออัดอากาศที่ผสมกับเชื้อเพลิงให้พร้อมกับการเผาไหม้
    ขั้นตอนนี้ ถ้าเกิดปิดวาล์วไม่สนิท หรือช่างเรียกกันว่าอาการวาล์วยัน กำลังอัดจะรั่วไหลออกไปทางวาล์วที่ปิดไม่แน่น ทำให้รถเกิดอาการเครื่องตกได้
  • จังหวะระเบิด
    เป็นจังหวะที่เครื่องยนต์แรงไม่ขึ้น ขณะที่วาล์วไอดีและไอเสียก็ยังคงปิดอยู่ และเมื่ออากาศถูกผสมกับเชื้อเพลิงจนได้ที่จะเกิดการระเบิด เครื่องยนต์เบนซินจะใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลจะใช้กำลังอัดสูงจนระเบิด ซึ่งแรงระเบิดจะดังลูกสูบลง ส่งกำลังผ่านก้านสูบและข้อเหวี่ยง เพื่อให้เครื่องยนต์มีกำลัง
  • จังหวะคาย
    วาล์วไอเสียเปอด ลูกสูบเคลื่อนตัวออกจากกระบอกสูบ เพื่อเพื่อคายไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ออกจากกระบอกสูบ ในขณะที่วาล์วไอดีปิดอยู่

 

อาการวาล์วยันจะมาในรูปแบบของเครื่องยนต์ไม่มีกำลัง เร่งไม่ขึ้นบ้าง เครื่องยนต์สั่นเบา ดับ ซึ่งมักจะเกิดบ่อยๆ ในช่วงตอนเช้า (ลองสังเกตดูครับ) เครื่องยนต์สั่น กระตุก รอบต่ำกว่าเดิม บลาๆๆๆ หากเจออาการแบบนี้ต้องรีบตรวจสอบและปรับตั้งวาล์วใหม่ก่อนเป็นอันดับแรกครับ รถใช้น้ำมันให้ตรวจเช็กทุกๆ 80,000 กิโลเมตร ส่วนรถใช้แก๊สให้ตรวจเช็กทุกๆ 40,000 – 60,000 กิโลเมตร ถ้าการปรับตั้งไปแล้วอาการยังไม่หาย ให้ดูในส่วนของระบบบ่าวาลว์ โดยทำการเจียบ่าวาล์ว หรือตีบ่าวาล์วใหม่ แต่ถ้าจะให้มั่นใจมากที่สุดคือต้องทำการเปลี่ยนฝาวาล์วใหม่เลยครับ แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงมากหน่อย

 

รถมีอาการวาล์วยันนานๆ จะเกิดอะไรขึ้น??
บ่าวาล์วที่เกิดอาการยันจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติหลายเท่า เนื่องจากตอนเผาไหม้มีมวลไอดีหลุดออกมาจากจุดที่รั่ว หรือบริเวณวาล์วยันอยู่ ทำมห้เกิดความร้อนสะสมสูงขึ้น วาล์วและบ่าจึงเกิดการเสียหายหนักมาก

 

สาระน่ารู้ เกี่ยวกับ “วาล์วยัน”
1. 
นอกจากอาการเครื่องยนต์ไม่มีกำลัง เร่งไม่ออก ดับ เดินเบาไม่เรียบ เครื่องกระตุก สั่น อาการวาล์วยันยังทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าเดิม อาจมีสัญญาณไฟเตือนโชว์ขึ้นในรถบางรุ่น ซึ่งอาการทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งรถที่ใช้แก๊สและน้ำมัน ถ้าอาการวาล์วยันมากก็จะเกิดอาการมาก ถ้าวาล์วยันน้อยก็เกิดอาการเล็กน้อย

2. รถติดแก๊สมักวาล์วยันเร็วกว่าทั่วไป เนื่องจากรถที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง จะมีความร้อนในห้องเผาไหม้ที่สูง อยู่ที่ประมาณ 400 องศาเซลเซียส แก๊สแอลพีจี 600 องศาเซลเซียส และแก๊สเอ็นจีวี 800องศาเซลเซียส ยิ่งความร้อนสูงจะยิ่งทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็ว และส่งผลให้วาล์วยันเร็วขึ้นตามไปด้วย

3. วาล์วไอเสียจะยันเร็วกว่าไอดี สาเหตุเกิดจากการต้องรองรับอุณหภูมิที่สูงกว่านั่นเอง

4. ถ้ารถเกิดอาการวาล์วยันมาก จนบ่าหรือตัววาล์วเริ่มเสียหาย ต้องทำการเปิดฝาสูบ เจียร์บ่า เจียร์วาล์วใหม่ หรืออาจต้องสวมบ่าวาล์วและเปลี่ยนวาล์ว ใหม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการสึกหรอครับอย่าลืมรีบนำรถเข้าศูนย์บริการทันทีดีกว่ารอให้วาล์วยันมากแล้วจึงค่อยนำไปซ่อมเพราะมันอาจจะปรับตั้งหรือแก้ไขไม่ทันแล้วนั่นเองครับ
 
มีคำถามสอบถามช่างเคเพิ่มเติม >> http://line.me/ti/p/%40lkh9935m
อ่านเรื่องเค.มอเตอร์สกูรูเรื่องอื่นๆ