อัพเดท : 18 มกราคม 2568

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส มอบ 3 ล้านบาท สมทบกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดศิริราช ศิริราชมูลนิธิ

ร่วมให้

ต่อยอด เพิ่มโอกาสให้คนไข้เข้าถึงการรักษา
ผู้บริหาร บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมมอบเงินบริจาคสมทบเข้ากองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัด ที่โรงพยาบาลศิริราช หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้คนไข้ได้รับการบริการและการรักษาที่ดีและทันสมัยไม่มากก็น้อย..

บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด โดย คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์, คุณกนก สมภพรุ่งโรจน์ และคุณชัยพร สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมมอบเงินจำนวน 3 ล้านบาท เพื่อสมทบกองทุน ปรับปรุงห้องผ่าตัดศิริราช โดยมี ศ. นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมกับ ศ. นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดี คนที่ 1 และผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องรับรอง ศิริราชมูลนิธิ ชั้น 1 ตึกอำนวยการ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568

 

เค.มอเตอร์ส

อัพเดท : 14 มกราคม 2568

สถานการณ์ไหน ไม่ควรใช้ Cruise Control

เลือกใช้งาน

ตามความเหมาะสมของสถานการณ์..
ระบบ Cruise Control คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติคือระบบที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง เพียงแค่ควบคุมพวงมาลัย และคอยเหยียบเบรก ช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงอาการเมื่อยล้าเมื่อขับรถเป็นระยะเวลาที่ยาวนานติดต่อกัน เช่น การเดินทางไกล

การทำงานของระบบจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้อย่างถูกวิธี ถูกสถานการณ์ ผู้ใช้ก็ต้องเตรียมความพร้อมและความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง ระบบ Cruise Control หรือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีสถานการณ์แบบไหนบ้างที่ไม่ควรใช้ระบบ Cruise Control ไปดูกันครับ

 

สถานการณ์ที่ไม่ควรใช้ ระบบ Cruise Control

 

1. พื้นที่ในเมืองที่มีการจราจรที่หนาแน่น
พื้นที่ในเมืองมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เช่น คนเดินถนน มอเตอร์ไซค์ หรือจักรยาน และยิ่งมีการจราจรหนาแน่นด้วยแล้วก็ยิ่งมีอุปสรรคต่อการทำงานของระบบ Cruise Control เพราะจะสามารถใช้งานได้ที่ความเร็วสูงกว่า 40 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป จึงไม่เหมาะสมที่จะใช้หรือบางทีอาจจะใช้ไม่ได้เนื่องจากความเร็วไม่ถึงที่ระบบกำหนดเอาไว้

 

2. กรณีที่คนขับมีความอ่อนล้า อ่อนเพลีย หรือง่วงนอน
ความอ่อนล้าอ่อนเพลียเป็นเหตุที่จะทำให้คนขับเผลอหลับในขณะขับรถได้จึงไม่ควรใช้ระบบ Cruise Control เนื่องจากการที่ไม่ได้เหยียบคันเร่งยิ่งทำให้การตื่นตัวในการขับขี่ลดลงไปด้วย

 

3. สภาพอากาศแปรปรวนหรือทัศนวิสัยที่ไม่ดี
สภาพอากาศที่แปรปรวน เช่น ฝนตกมีน้ำนองเป็นแอ่ง รถอาจเกิดอาการเหินน้ำได้ หรือมีหมอกหนา ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการแก้ไข หากเกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานจะทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้

 

4. เส้นทางที่เราไม่คุ้นชิน
เส้นทางที่ไม่เคยคุ้นชินหรือคุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีโค้งคดเคี้ยวเยอะๆ ก็ไม่ควรใช้ กรณีที่เป็นทางโค้งจะเกิดมุมอับสายตาจนไม่สามารถ ควบคุมรถได้ทันเวลาและทำให้เกิดอุบัติตามมา รวมทั้งในทางที่ไม่คุ้นชินจะทำให้ไม่สามารถคาดเดาเส้นทางข้างหน้าได้

 

5. ยังไม่เคยใช้งานระบบ Cruise Control
หากยังไม่เคยใช้งานระบบ Cruise Control เลย ไม่ว่าจะเป็น รถออกใหม่ รถเช่าหรือเป็นรถที่ยืมมา ต้องศึกษาการทำงานและทดลองใช้งานที่ความเร็วต่ำไปก่อนจนกว่าจะใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วจึงจะใช้งานในความเร็วสูงต่อไปได้

 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบบ Cruise Control จะต้องเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพถนนสภาพอากาศ การจราจร สภาพร่างกาย รวมทั้งความคุ้นเคยเส้นทาง และการใช้งานระบบ Cruise Control ด้วย ในปัจจุบันจะมีระบบ Dynamic Radar Cruise Control หรือ ระบบควบคุมและปรับความเร็วที่สามารถเบรกชะลอความเร็วเ มื่อรถคันหน้าอยู่ในระยะที่ระบบตรวจจับได้และสามารถเร่งความเร็วกลับไปยังความเร็วเดิมที่เราได้ตั้งเอาไว้ได้เองในตอนแรก และยังควบคุมที่ความเร็วต่ำกว่า 40 กิโลเมตร/ชั่วโมงซึ่งจะให้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีกแต่ก็ยังมีสถานการณ์ที่ไม่ควรใช้งานไม่ต่างกันเหมือนกับระบบ Cruise Control เช่นเดียวกันครับ

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 14 มกราคม 2568

5 สิ่งที่ไม่ควรทำขณะ เติมน้ำมันรถ

ทำอย่างไร

ถ้าไม่อยากให้เกิดอันตรายกับคุณ…
ในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงในรถมีความจำเป็นอย่ายิ่งที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นรุนแรงหากน้ำมันมีการลุกติดไฟขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เสียเวลาจากการที่เติมน้ำมันไม่ถูกประเภท ดังนั้นวันนี้เราไปเรียนรู้กันกับ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะเติมน้ำมันว่ามีอะไรบ้าง

สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะ เติมน้ำมันรถ

 

1.ไม่ดับเครื่องยนต์

การติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้บวกกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ แรงดันในถังน้ำมัน ที่พวยพ่นไอระเหยจากน้ำมันก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะ เติมน้ำมันรถ อาจก่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝันได้ เช่น เกิดการลุกติดไฟของน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันในกลุ่มเบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ที่ลุกติดไฟได้ง่าย และในกรณีหากเด็กปั๊มเติมน้ำมันผิดประเภท ในกรณีเครื่องยนต์ยังทำงานอยู่น้ำมันที่เติมผิดจะเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิงไปที่เครื่องยนต์ได้ทันที ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต้องซ่อมระบบเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ตามมา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่หากดับเครื่องยนต์เติม เมื่อรู้ว่าเติมผิดก็เพียงถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผิดออกจากถังก็เพียงพอเมื่อรู้ตัวว่าเติมผิด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องดับเครื่องยนต์ทุกครั้งก่อนจะเติมน้ำมันเชื้อเพลิง

 

2.สูบบุหรี่ หรือ ก่อประกายไฟ

การทำให้เกิดประกายไฟไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น จุดไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค หรือสิ่งใดๆ ที่สามารถก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อน เพราะหากไปสัมผัสกับไอน้ำมันที่มองไม่เห็น อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ และเกิดความเสียหายตามมา เช่น บริเวณหัวจ่ายน้ำมันที่มีไอน้ำมันในเวลาเติม

 

3.ใช้โทรศัพท์มือถือ

สัญญาณโทรศัพท์นั้นเพิ่มโอกาสเหนี่ยวนำให้ตัวเรามีไฟฟ้าสถิตเพิ่มมากขึ้น เมื่อถูกถ่ายเทผ่านจุดวาบไฟของน้ำมันหรือไอน้ำมันที่เป็นตัวไวไฟ จะทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ จึงไม่ควรจะใช้โทรศัพท์ในพื้นที่ปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับหัวจ่ายน้ำมัน

 

4.เติมน้ำมันในถังพลาสติก

ถังพลาสติกอาจเต็มไปด้วยไฟฟ้าสถิตที่มองไม่เห็น ซึ่งจะก่อให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้ เนื่องด้วยถังพลาสติกจะเกิดไฟฟ้าสถิตได้ง่าย การนำถังพลาสติกมาใช้เติมน้ำมัน จึงไม่ควรทำกับน้ำมันในกลุ่มเบนซินหรือแก๊สโซฮอล์ที่ลุกติดไฟได้ง่าย

 

5. ไม่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานหยิบหัวจ่ายน้ำมันที่ถูกต้องเติมให้

นอกจากเราจะต้องดับเครื่องยนต์ก่อนการเติมน้ำมันแล้วนั้นการตรวจสอบว่าพนักงานที่ให้บริการเติมน้ำมันนั้นใช้หัวจ่ายชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่เติมให้กับรถเราว่าเติมได้ถูกต้อง เนื่องจากหากเติมน้ำมันผิดจะต้องเสียเวลาในการถ่ายเอาน้ำมันที่ผิดออก ซึ่งทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมากหรืออาจจะทำให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหาย หากเติมผิดแล้วใช้งานจนเครื่องยนต์ดับหรือจนมีอาการสั่นสะดุดผิดปกติเกิดขึ้น

 

ดังนั้นกับ 5 สิ่งที่ไม่ควรทำในขณะเติมน้ำมันรถ มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องจดจำและนำไปใช้อย่างจริงจังเพื่อความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สินที่ผู้ใช้รถรวมทั้งผู้ให้บริการผู้ใช้บริการที่อยู่ภายในปั้น้ำมันเชื้อเพลิงครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 มกราคม 2568

ผลบวก เลขทะเบียนมงคล 2568

บวกแล้วดี

เลขไหนดีและปัง เลขไหนที่เหมาะกับรถคุณ…
ใครๆ ก็อยากได้ความมงคลกันใช่ไหมละ แม้แต่ออกรถใหม่ เราก็ต้องเลือกเลขมงคลมาให้กับรถเรา บอกคนต้องจองตัวเลขที่ชอบ บางคนยอมจ่ายเยอะ ลงทุนประมูลเลขสวยมาเป็นป้ายทะเบียนรถ ซึ่งก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนั่นเอง

การดูป้ายทะเบียนเลขมงคลนั้น ดูง่ายๆ เพียงแค่นำตัวเลขในป้ายทะเบียนมาบวกกัน ให้เหลือเพียงเลขหลักเดียว จากนั้นก็ไปดูความหมายของแต่ละเลขกัน

เช่น ป้ายเลขทะเบียนรถ คือ 5678 ก็ให้นำ 5+6+7+8 จะได้เท่ากับ 26 จากนั้นนำ 2+6 เท่ากับ 8 นั่นเอง แล้วไปดูว่าเลข 8 นั่นหมายความว่าอย่างไร

 

ความหมายของตัวเลขมงคลในปี 2568 นั้น มีดังนี้

1. เป็นตัวเลขของการเสริมวาสนา เพิ่มอำนาจและบารมี เหมาะสำหรับข้าราชการ เจ้าของกิจการและบริษัท และระดับหัวหน้า ผู้จัดการ เป็นต้น

2. เป็นตัวเลขที่ช่วยส่งเสริมด้านการเงิน ความก้าวหน้า ทั้งยังช่วยเสริมสร้างด้านอารมณ์และจินตนาการ ทำให้เป็นคนที่น่าคบค้าสมาคม เหมาะสำหรับผูหญิงและคนที่ทำอาชีพด้านค้าขาย งานบริการและการเงิน เป็นต้น

3. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมด้านการลงทุนและการค้า เพิ่มพลังในการทำงาน เหมาะสำหรับผู้ชายและอาชีพนักธุรกิจ ทหาร พยาบาล ตำรวจ หมอ เป็นต้น

4. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและการเจรจา เหมาะสำหรับอาชีพที่ใช้การพูด เช่น นักข่าว และนักประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

5. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมด้านความน่าเชื่อถือ ปัญญา และทำให้คนนับถือเกรงใจ เหมาะสำหรับอาชีพ หมอ ครู หรือผู้พิพากษา เป็นต้น

6. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมด้านเงินทองและการอุปถัมภ์ ให้แคล้วคลาด เหมาะสำหรับอาชีพนักแสดง และอาชีพที่ต้องใช้เส้นสาย เป็นต้น

7. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมด้านความอดทน เหมาะสำหรับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง เช่น ไรเดอร์ หรือไปรษณีย์ เป็นต้น

8. เป็นตัวเลขที่ช่วยเสริมความรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ทำอาชีพกลางคืน

9. เป็นตัวเลขที่ช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย เหมาะสำหรับคนทุกๆ อาชีพ

 

จากนั้นนำผลรวมตัวเลขทะเบียนรถมงคล มาบวกตัวอักษร

1 คือ ตัวอักษร ก ด ถ ท ภ ฤ
2 คือ ตัวอักษร ข บ ป ง ช
3 คือตัวอักษร ต ฑ ฒ ฆ
4 คือตัวอักษร ค ธ ร ญ ษ
5 คือตัวอักษร ฉ ณ ฌ น ม ห ฮ ฎ ฬ
6 คือตัวอักษร จ ล ว อ
7 คือตัวอักษร ซ ศ ส
8 คือตัวอักษร ย ผ ฝ พ ฟ
9 คือตัวอักษร ฏ ฐ

 

ตัวอย่าง

เช่น ถ้า เลขทะเบียนรถ คือ กด 5678 ก=1 ด=1 ให้นำ 1+1 และผลรวมของ 5+6+7+8 = 8 มาบวกกัน จะได้ 1+1+8=10
จากนั้นไปดูกันว่าผลรวมของเลข 10 นั้น ดี เป็นมงคลอยู่ในระดับไหน

 

ผลรวมเลขทะเบียนรถมงคล แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ดีมาก ปานกลาง และไม่ดี ดังต่อไปนี้

 

ผลรวมเลขทะเบียนดีมาก ได้แก่ 4, 5, 6, 9, 14, 15, 19, 23, 24, 32, 36, 40, 41, 42, 44, 45, 46, 50, 51, 54
ตัวเลขเหล่านี้จะช่วยเสริมให้ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า เสริมด้านการเงิน ร่ำรวยเงินทอง มีความสุข ช่วยขจัดอุปสรรค

ผลรวมเลขทะเบียนปานกลาง ได้แก่ 8, 10, 13, 16, 18, 22, 25, 26, 28, 31, 35, 38, 39, 47, 49, 52, 53
มีอุปสรรคเล็กน้อย แต่ถ้าพยายามก็ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

ผลรวมเลขทะเบียนไม่ดี ได้แก่ 3, 7, 11, 12, 17, 20, 21, 27, 29, 30, 33, 34, 37, 43, 48
ค่อนข้างเหนื่อย มีอุปสรรค ปัญหารุมเร้าหลายทาง การงาน การเงิน ความรักติดขัด

 

คู่ป้ายทะเบียนรถมงคล

– เสริมด้านความเมตตา ได้แก่ 22, 23, 32, 24, 42, 26, 62, 29, 92, 36, 63
– เสริมด้านการเงินและการค้าขาย ได้แก่ 24, 42, 36, 63, 66, 28, 82
– เสริมด้านอำนาจบารมีและความน่าเชื่อถือ ได้แก่ 15, 51, 35, 53, 45, 54, 89, 98, 99
– เสริมความแคล้วคลาด ปลอดภัย ได้แก่ 35, 53, 49, 94
– ช่วยให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ได้แก่ 15, 51, 55, 49, 94, 95, 59, 99

 

คู่ป้ายทะเบียนรถไม่เป็นมงคล

– มักหงุดหงิด ใจร้อน ได้แก่ 03, 30, 10, 01, 12, 21, 33, 07, 70, 13, 31, 37, 73, 38, 83
– ระบบไฟฟ้ามักมีปัญหา ได้แก่ 11, 91, 19
– มีปัญหารอยขีดข่วนที่ตัวรถ ได้แก่ 35, 53, 36, 63, 39, 93, 17, 71, 77, 76, 67
– เข้าอู่บ่อย เสียเงินซ่อมรถเยอะ ได้แก่ 10, 01, 02, 20, 03, 30, 13, 31, 33, 06, 60, 67, 76
– ระวังเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ได้แก่ 13, 31, 73, 37, 38, 83, 33

 

เลขทะเบียนรถมงคลตามวันเกิด

วันอาทิตย์

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ ศ ษ ส ห ฬ ฮ
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมี เลข 6 และเลข 3
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีเขียว
สีต้องห้าม ได้แก่ สีฟ้า สีน้ำเงิน
เลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 6

 

วันจันทร์

สระทั้งหมด เป็นอักษรกาลกิณี (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) ซึ่งรวมตัวอักษร อ
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 1 และเลข 5
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีดำ
สีต้องห้าม ได้แก่ สีแดง
เลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 1

 

วันอังคาร

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ ก ข ค ฆ ง
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 2 และเลข 1
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียน ได้แก่ สีเหลือง
สีต้องห้าม ได้แก่ สีขาว สีครีม
ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 3

 

วันพุธกลางวัน

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ จ ฉ ช ซ ฌ ญ
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 3 และเลข 8
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีเหลือง
สีต้องห้ามได้แก่ สีส้ม สีทอง
ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 3

 

วันพุธ (กลางคืน)

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 5 และเลข 4
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีขาว
สีต้องห้าม ได้แก่ สีส้ม สีทอง
ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 3 กับ 5

 

วันพฤหัสบดี

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ ด ต ถ ท ธ น
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 7
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน
สีต้องห้ามได้แก่ สีส้ม

 

วันศุกร์

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ ย ร ล ว
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 7 และเลข 8
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีชมพู แดง
สีต้องห้าม ได้แก่ สีดำ
ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 8

 

วันเสาร์

ตัวอักษรกาลกิณี ห้ามใช้ ได้แก่ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
ตัวเลขกาลกิณี ห้ามมีเลข 4 และเลข 6
สีรถที่ถูกโฉลกกับเลขทะเบียนได้แก่ สีน้ำเงิน
สีต้องห้ามได้แก่ สีเขียว สีส้ม
ตัวเลขบนทะเบียนตัวสุดท้าย ไม่ควรเป็นเลข 4

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 19 ธันวาคม 2567

ใส่ เสื้อสีมงคล อะไร ไปรับรถใหม่ดี ปี2568

ใส่แล้วเป๊ะปัง

เสริมความมงคล ให้ชีวิตพุ่งจนฉุดไม่อยู่…
ออกรถใหม่ก็ต้องแต่ตัวให้สดใสเข้าไว้ และเชื่อกันว่าการแต่งกายด้วยสีมงคลไปรับรถใหม่ก็จะยิ่งช่วยเสริมบารมีในด้านต่างๆ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก ความโชคดี และขจัดอุปสรรคต่างๆ ออกไปได้ มาดูกันว่าฤกษ์ออกรถใหม่ของคุณตรงกับวันไหน และควรใส่เสื้อมงคลสีไหนไปรับรถใหม่ดี…

เสื้อสีมงคล 

เสื้อสีมงคล สำหรับวันจันทร์

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีเทา, สีน้ำตาล
สีที่ช่วยเสริมด้านการงาน ได้แก่ สีเขียว, สีเหลือง
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีส้ม, สีเหลือง
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีเทา, สีม่วง
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีฟ้า, สีน้ำเงิน
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีแดง โดยเฉพาะสีแดงเลือดหมู

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันอังคาร

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีแดง, สีม่วง
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีเทา
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีเงิน, สีทอง
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีเหลือง, สีชมพู
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีส้ม
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีขาว, สีครีม

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันพุธ

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีขาว
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีฟ้า, สีน้ำเงิน
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีส้ม, สีเหลือง
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีขาว, สีครีม
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีเงิน, สีทอง
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีชมพู

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันพฤหัสบดี

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีแดง, สีน้ำตาล
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีฟ้า, สีน้ำเงิน
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีขาว, สีครีม
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีเขียว
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีเหลือง
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีดำ, สีม่วง

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันศุกร์

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีฟ้า, สีน้ำเงิน
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีขาว, สีเหลือง
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีเขียว
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีเหลือง, สีเขียว
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีส้ม, สีเหลือง
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีเงิน, สีม่วง

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันเสาร์

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำเงิน
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีเงิน, สีทอง
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีแดง, สีส้ม
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีแดง
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีชมพู
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่ สีเขียว

 

เสื้อสีมงคลสำหรับวันอาทิตย์

สีที่ช่วยเสริมความโชคดี ได้แก่ สีเขียว
สีที่ช่วยเสริมการงาน ได้แก่ สีส้ม, สีแดง
สีที่ช่วยเสริมการเงิน ได้แก่ สีดำ, สีม่วง
สีที่ช่วยเสริมความรัก ได้แก่ สีเขียว, สีเหลือง
สีที่ช่วยเรื่องขจัดอุปสรรค ได้แก่ สีขาว
สีต้องห้ามเพราะเป็นกาลกิณี ได้แก่สีน้ำเงิน

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ