อัพเดท : 10 พฤษภาคม 2567

“เคล็ด” ขับรถออกจากโชว์รูมให้เดินทางปลอดภัย

ถอยรถใหม่

แก้เคล็ดให้แคล้วคลาดปลอดภัย…
อุบัติเหตุเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้จริง ๆ ครับ เราไม่ขับชนเขา เขาก็อาจจะขับมาชนเราก็ได้ใครจะไปรู้ แต่….เพื่อความอุ่นใจในการขับขี่มากขึ้น ช่างเค.มีเคล็ด (ไม่) ลับ สำหรับแก้เคล็ดเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัยในการขับขี่ ไม่ให้รถเราโดนชนหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาฝากกันครับ

ขับรถชนกล่อง….

เริ่มจากวันแรกที่ออกรถกันเลยครับ หลายคนอาจจะมีเคล็ดลับมากมาย แต่มีอีกหนึ่งวิธีที่หลาย ๆ คนยังไม่เคยรู้ นั่นก็คือ การขับรถชนกล่อง
วิธีก็คือ ก่อนจะขับรถออกจากโชว์รูม ให้วางกล่องหรือลังไว้หน้ารถ แล้วขับชนหรือเฉี่ยวเบา ๆ และพูดว่า “ขับชนแล้วนะ ไม่ชนอีกแล้วนะ”
เป็นอันเรียบร้อยครับ เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ทำเพื่อให้เราเกิดความสบายใจครับ เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

 

ขับรถเหยียบมะนาวก่อนออกจากโชว์รูม

ว่ากันว่า… วันออกรถให้นำมะนาวผ่าซีกมาวางไว้ใต้ล้อรถทั้ง 4 ล้อ (ต้องเป็นมะนาวที่ผ่าครึ่งซีกและไม่ขาดออกจากันด้วยนะครับ) เชื่อกันว่าทำแบบนี้เพื่อเป็นเคล็ดให้รถเกาะติดถนน ไม่ลื่น ไม่ไหล และสามารถอยู่ภายใต้ความควบคุมของผู้ขับเป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป โดยมะนาวจะดูดซับสิ่งไม่ดี ทำให้ไม่ติดไปกับรถเรา การขับขี่จึงราบรื่น ปลอดภัยตลอดการเดินทาง

 

เรื่องแบบนี้จะจริงหรือไม่จริงเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ จะเชื่อหรือไม่เชื่อขึ้นอยู่กับการใช้วิจารณญาณครับ แต่สิ่งสำคัญก็คือ ทุกครั้งที่ขับรถบนท้องถนน ไม่ควร “ประมาท” นะครับ

 

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 9 พฤษภาคม 2567

วิธีเข้าเกียร์ เมื่อจอดรถเพื่อถนอมเกียร์

ทำอย่างไร

ช่วยทำให้อายุการใช้งานเกียร์นานขึ้น…
การจอดรถไม่ถูกวิธีส่งผลทำให้เกียร์เกิดการสึกหรอ หรือทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้ในระยะยาว วิธีการเข้าเกียร์ที่ถูกต้องเมื่อจอดรถจะช่วยลดการสึกหรอของเกียร์ และช่วยให้เกียร์ไม่เกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร

วิธีเข้าเกียร์ เมื่อจอดรถ เพื่อทำการถนอมเกียร์

สำหรับการจอดรถ “เกียร์อัตโนมัติ” สามารถใช้ได้ทั้งในการจอดบนทางราบและทางลาดชัน

 

1. หยุดรถให้นิ่งก่อนด้วยการเหยียบเบรกค้างไว้ก่อนทุกครั้ง
2. ให้ทำการดึงเบรกมือขึ้นจนสุด
3. เลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง เกียร์ “N” จากนั้นปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรกช้าๆ ตรวจสอบดูว่ารถไม่ไหล (หากรถไหลให้ดึงเบรกมือขึ้นอีก)
4. เหยียบเบรกแล้วเลื่อนคันเกียร์ไปที่เกียร์ “P” และปล่อยเท้าขวาออกจากแป้นเบรกช้าๆ แล้วทำการดับเครื่องยนต์
5. หากต้องการจอดรถให้เข็นได้ ให้ทำตามขั้นตอน 1 – 4 แล้วจึงกดปุ่ม Shift LocK จากนั้นจึงเลื่อนคันเกียร์ไปที่เกียร์ N ก่อนจะทำการปลดเบรกมือเมื่อมั่นใจว่ารถจะไม่ไหล

 

สิ่งที่ห้ามทำ….

ห้ามเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่งเกียร์ “P” ก่อนที่รถจะหยุดนิ่งสนิท เพื่อป้องกันกลไกของเกียร์เกิดความเสียหายได้ หากเข้าเกียร์ P จะทำให้กลไกล็อกของเกียร์ P ขบกับร่องฟันของชุดเกียร์ P ทันที ส่งผลให้ชุดกลไกรับแรงการเคลื่อนที่ของรถทั้งหมดเอาไว้ และส่งผ่านไปที่ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์ เมื่อทำบ่อยๆ ยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์จะมีอายุการใช้งานสั้นลงตามไปด้วย

 

ในส่วนของการจอดรถ “เกียร์ธรรมดา” สามารถทำการถนอมเกียร์ได้ตามวิธีดังต่อไปนี้…

 

1. เหยียบคลัตซ์และเหยียบเบรกรถจนรถหยุดนิ่ง
2. ทำการโยกคันเกียร์มาที่ตำแหน่งเกียร์ว่างโดยที่ยังเหยียบเบรกค้างไว้
3. ดึงเบรกมือให้สุด และปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก ตรวจสอบดูว่ารถไม่ไหล ถ้าไหลให้ดึงเบรกมือเพิ่มอีก
4. ในกรณีจอดรถบนทางลาดชันให้เข้าเกียร์สูงสุดที่รถคันนั้นมี เช่น เกียร์ 5 เพื่อให้เกียร์ช่วยดึงรถอีกแรง ในกรณี
ไม่มีหมอนหนุนล้อและเป็นรถที่มีน้ำหนักมากหรือมีการบรรทุกหนัก
5. หลังจากจอดแล้ว ในกรณีที่จะออกรถก่อนทำการสตาร์ตรถต้องตรวจสอบตำแหน่งเกียร์ก่่อนทุกครั้งว่า
เกียร์อยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ว่างไหม แล้วค่อยสตาร์ตเครื่องยนต์ ก่อนจะเข้าเกียร์ให้เหยียบเบรกไว้แล้วค่อยเหยียบคลัตซ์ และทำการเข้าเกียร์ จากนั้นจึงปลดเบรกมือ เพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้

 

ดังนั้นจึงพอจะสรุปได้ว่าวิธีการเข้าเกียร์เมื่อจอดรถเพื่อถนอมเกียร์ ทั้งรถเกียร์อัตโนมัติและรถเกียร์ธรรมดาจะต้องเหยียบเบรกให้รถหยุดนิ่งก่อนทุกครั้ง เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายกับเกียร์และการจอดรถบนทางลาดชัน จำเป็นจะต้องทำการดึงเบรกมือด้วยทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยครับ

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 9 พฤษภาคม 2567

สอนวิธี จับพวงมาลัย และ คืนพวงมาลัยที่ถูกต้อง

ใช้ให้ถูก

เปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่…
ในการขับขี่รถสิ่งที่สำคัญที่ทำให้การขับขี่ปลอดภัย นอกจากความพร้อมของคนขับรถแล้ว ความพร้อมของรถล้วนแต่มีความจำเป็นและสำคัญที่ทำให้การขับขี่ถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แต่ยังมีอีกอย่างที่เราต้องทำให้ถูกต้องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยนั่นก็คือการจับพวงมาลัยการหมุนและการคืนพวงมาลัยที่ถูกต้องนั่นเองครับ

วิธีการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง…


ในการจับพวงมาลัยจะเทียบวงพวงมาลัยกับหน้าปัดนาฬิกา โดยแบ่งตำแหน่งจากเลข 1 ไปจนถึงเลข 12 โดยตำแหน่งการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง สำหรับพวงมาลัยทั่วไปและพวงมาลัยขนาดใหญ่ มือซ้ายจะอยู่ที่เลข 9 หรือ 9 นาฬิกา มือขวาจะอยู่ที่เลข 3 หรือ 3 นาฬิกา ส่วนรถที่มีวงพวงมาลัยขนาดเล็ก ลักษณะการจับที่ถูกต้องอยู่ที่เลข 10 หรือ 10 นาฬิกา และเลข 2 หรือ 2 นาฬิกา โดยการจับพวงมาลัยที่ดีนั้นต้องจับให้กระชับ ไม่กำแน่นมากเกินไป และไม่ควรจับพวงมาลัยมือเดียว หรือจับพวงมาลัยหงายมือรวมทั้งการสอดมือเข้าไปในพวงมาลัย เพราะพวงมาลัยอาจจะตีมือรุนแรงและทำให้เสียหลักในขณะขับขี่ได้


การหมุนและการคืนพวงมาลัยที่ถูกต้อง มีอยู่ 2 วิธี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระบบสากล คือ

 

1. แบบดัน-ดึง (Push and Pull)

โดยให้จับพวงมาลัยตามตำแหน่งที่ถูกต้อง กำหนดเอาไว้ว่าเวลาหมุนเลี้ยวพวงมาลัยมือทั้ง 2 ข้าง ต้องไม่ข้ามจุดเลข 12 และ 6 ตามตำแหน่งนาฬิกา ในการหมุนเลี้ยวพวงมาลัยมือทั้ง 2 ข้าง จะทำสลับกันระหว่างการดึงและการดัน โดยจะไม่ดึงหรือดันพร้อมๆ กันทั้ง 2 มือ เมื่อจะเลี้ยวขวาให้เลื่อนมือขวา รูดผ่านพวงมาลัยขึ้นมาที่ตำแหน่งเลข 12 จากนั้นมือขวาก็ดึงพวงมาลัยมาสู่ตำแหน่งเลข 6 ซึ่งในขณะที่มือขวาดึงพวงมาลัยลงอยู่นั้น ให้รูดมือซ้ายผ่านวงพวงมาลัยขนานคู่กับมือขวาลงมาสู่ตำแหน่งเลข 6 และพบกับมือขวาที่ตำแหน่งเลข 6 ถ้าวงเลี้ยวยังไม่พอโดยที่มือซ้ายต้องดันพวงมาลัยจากตำแหน่งเลข 6 ขึ้นไปหาตำแหน่งเลข 12 และมือขวารูดพวงมาลัยขึ้นไปสู่ตำแหน่งเลข 12 พร้อมๆ กับมือซ้าย เช่นเดียวกันถ้าวงเลี้ยวยังไม่พอให้มือขวาดึงพวงมาลัยลงเพิ่มขึ้นทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้วงเลี้ยวที่ต้องการ ถ้าจะทำการเลี้ยวซ้ายให้ทำวิธีตรงข้ามกันกับการเลี้ยวขวาตามวิธีที่กล่าวมาข้งต้นครับ

 

2.แบบคร่อมแขน (Hand over Hand)

การหมุนและคืนพวงมาลัยแบบคร่อมแขน ให้จับพวงมาลัยตำแหน่งที่ถูกต้อง เมื่อจะเลี้ยวซ้าย ให้ใช้มือขวาดันพวงมาลัยหมุนทวนเข็มนาฬิกา ช่วงครึ่งวงด้านบนของพวงมาลัย โดยมือซ้ายหมุนตามไปช่วงครึ่งวงด้านล่าง ซึ่งสามารถหมุนเลี้ยวพวงมาลัยได้ประมาณ 180 องศา โดยไม่ต้องปล่อยมือทั้ง 2ข้าง จากนั้นเลื่อนมือขวามาเตรียมพร้อมรับช่วงที่ประมาณเลข 3 นาฬิกา เมื่อมือซ้ายไปถึงที่ประมาณเลข 9 นาฬิกา ลักษณะเป็นการสาวสลับมือช่วงครึ่งวงด้านบนของพวงมาลัยจากเลข 3 ไป 9 นาฬิกา ซึ่งเป็นการหมุนพวงมาลัยแบบคร่อมแขน (Hand over Hand) ในการหมุนคืนพวงมาลัยกลับจากการเลี้ยวซ้ายให้ใช้การสลับมือครึ่งวงด้านบนของพวงมาลัยทำนองเดียวกันกับการหมุนตามเข็มนาฬิกา โดยการใช้มือขวาดึง และมือซ้ายดันจากเลข 9 ไป 3 นาฬิกา ถ้าทำการสลับมือกลับตามนี้แล้ว เมื่อรถวิ่งตรงมือขวาจะอยู่ที่เลข 3 นาฬิกา และมือซ้ายอยู่ที่เลข 9 นาฬิกาเหมือนในตอนแรก วิธีนี้จะทำให้มือทั้ง 2ข้าง ไม่ต้องปล่อยพวงมาลัย ในกรณีที่หักพวงมาลัยไม่เกิน 180 องศา ซึ่งเป็นการขับขี่ในการจราจรปกติทั่วไป ตอบสนองต่อการเลี้ยวในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดีและเร็วที่สุด ถ้าจะเลี้ยวขวาก็ให้ทำตรงข้ามกันครับ

 

ดังนั้นหากใครยังจับพวงมาลัยและหมุนพวงมาลัยผิดวิธีอยู่ก็ให้ปรับเปลี่ยนใหม่ให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเพื่อประโยชน์สุขแก่ชีวิตและทรัพย์สินของท่านและเพื่อนร่วมทางครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 28 เมษายน 2567

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สมทบทุน 2 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์

ส่งต่อโอกาส

เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจ….
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารจาก บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมมอบเงินบริจาคจำนวน 2,000,000 บาท แก่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด นำโดย คุณวิเชียร สมภพรุ่งโรจน์ ประธานบริษัท พร้อมคณะผู้บริหาร บริจาคเงินจำนวน 2,000,000 บาท สมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยมีนายแพทย์พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เป็นผู้รับมอบ ที่โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาถนนจันทน์

เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส

 

อัพเดท : 26 เมษายน 2567

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ฉลองครบรอบ 47 ปี

อบอุ่น

เลี้ยงฉลองความสำเร็จก้าวไปไม่มีสิ้นสุด…
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส นำโดยคุณวิเชียร สมภพรุ่งโรจน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด และคณะผู้บริหาร จัดเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จ ในโอกาสที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 47 ได้อย่างมั่นคง

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ฉลองครบรอบ 47 ปี นำโดยคุณวิเชียร สมภพรุ่งโรจน์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด …

โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน รื่นเริง และคละเคล้าไปด้วยความอบอุ่นจากบรรดาฟันเฟืองผู้ขับเคลื่อนให้โตโยต้า เค.มอเตอร์ส เติบโตจนถึงจุดสูงสุด ในการเป็นผู้นำในด้านการบริการแบบครบวงจร
ทั้งการขายรถยนต์ และ การให้บริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเซอร์ไพรส์จากนอกจากนี้ภายในงานยังมี 2 เซอร์ไพรส์จาก น้องเอญ่า หลานสาวคนเก่งของท่านประธานที่มาแสดงไวโอลิน และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์เป็นการแสดงจากใจพนักงานนับตั้งแต่รุ่นบุกเบิกไปจนถึงคนรุ่นใหม่ ส่งมอบเพลง “หนึ่งในร้อย” แทนใจ มอบให้คุณวิเชียร ประธานผู้เป็นที่รักของพนักงานทุกคน สร้างความประทับใจและเรียกน้ำตาแห่งความซาบซึ้งไปตามๆ กัน

ในขณะเดียวกันก็ยังมีความบันเทิงอื่นๆ มามอบให้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงเพราะๆ จากนักร้องดังจาก 2 เวที อย่างน้องไข่ตุ๋น The Gloden Song และหนุ่มหล่อมาดเข้ม ธัช กิตติธัช จากเวทีเพลงเอก ร่วมขับร้องเพลงสร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจ สมทบด้วยนักร้องดังระดับตำนานอย่างศิรินทรา นิยากร ที่มาร่วมร้องเพลงกับรุ่นน้อง และขับขาลเพลงดังมากมาย แบบจัดเต็ม สร้างความสนุกสนาน เพลิดเพลินตลอดทั้งงาน

 

เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
 เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส
เค.มอเตอร์ส เค.มอเตอร์ส