อัพเดท : 13 มีนาคม 2567

รถไม่ค่อยวิ่ง ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหนดี ?

ใช้งานน้อย

เปลี่ยนตอนไหนดูแลรักษาอย่างไร…
น้ำมันเครื่องทำหน้าที่หลักๆ คือ หล่อลื่นชิ้นส่วน , ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ , ชะล้างทำความสะอาด ,ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ,รักษากำลังอัด โดยปกติอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่องจะขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำมันเครื่องซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดคือ

รถไม่ค่อยวิ่ง

1 . น้ำมันเครื่องธรรมดา (Symthetic) อายุการใช้งาน 3,000-5,000 กิโลเมตร
2. น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic )อายุการใช้งาน 5,000 – 10,000 กิโลเมตร
3. น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ( Fully Synthetic ) อายุการใช้งาน 15,000 – 20,000 กิโลเมตร

 

ในส่วนที่รถใช้งานน้อยไม่ค่อยได้วิ่ง แต่เมื่อน้ำมันเครื่องได้มีการผ่านการใช้งานแล้ว น้ำมันเครื่องก็จะมีการเสื่อมสภาพไปตามระยะเวลา ดังนั้นจึงควรทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหลังจากมีการเปลี่ยนไปแล้วทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้น้ำมันเครื่องยังคงมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพเอาไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอครับ

 

วิธีการดูแล รถไม่ค่อยวิ่ง

 

1. ดูแลแบตเตอรี่ หากไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์ แนะนำให้มีการสตาร์ตเครื่องยนต์ไว้ 10 นาที หรือมากกว่า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หรือหากทำได้ทุกวันจะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ (สตาร์ตอยู่กับที่เฉยๆ )

 

2. ตรวจสอบของเหลวในรถยนต์ หากไม่ได้ใช้งานรถยนต์นานๆ ให้หมั่นตรวจเช็กของเหลวต่างๆ ในรถ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ เพื่อหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ให้เกิดสนิม

โดยทั่วไปการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะเปลี่ยนตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด คือ ทุก 5,000 กิโลเมตร หรือ 10,000 กิโลเมตร แต่สำหรับคนที่ใช้รถน้อยๆ หากอ้างอิงตามระยะทางในระยะเวลาปีหนึ่งอาจจะไม่ได้ถ่ายน้ำมันเครื่องเลย ดังนั้นต้องอ้างอิงตามระยะเวลา โดยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 6 เดือน หรือตามที่คู่มือกำหนด อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องหมดอายุ เพราะจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์สึกหรอได้

 

3. เช็กลมยาง / ยางรถยนต์
หากต้องจอดรถไว้เป็นระยะเวลานานๆ แนะนำให้เติมลมยางมากกว่าปกติประมาณ 5-10 ปอนด์/ตารางนิ้ว หรือแนะนำให้นำรถไปขับเคลื่อนที่ เพื่อให้ยางได้หมุนบ้าง เพราะการจอดรถอยู่กับที่นานๆ เช่น มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป จะทำให้เกิดอาการยางไม่คืนตัว โดยเกิดการยุบตัวของโครงยางส่วนหน้า ที่สัมผัสกับพื้นได้ เนื่องจากน้ำหนักของตัวรถยนต์ทั้งหมด จะตกสู่ยางแต่ละเส้นในจุดเดียว ทำให้โครงยางเสียรูป ไม่กลม เมื่อนำรถยนต์ไปขับขี่ภายหลัง อาจทำให้เกิดอาการสั่นเต้นและเกิดเสียงดังผิดปกติได้ หากเป็นไปได้วิธีที่ดีที่สุดในกรณีที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไปนั้นขอแนะนำให้ยกรถตั้งบนแท่นวางทั้ง 4 ล้อ ซึ่งทำให้น้ำหนักรถไม่กดทับลงบนยาง เป็นการรักษารูปร่างของยางได้ดีที่สุด

 

4. สตาร์ตเครื่องยนต์ เอารถออกไปขับบ้าง
การสตาร์ตเครื่องยนต์ และการนำรถไปขับบ้างจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานและชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เพราะเนื่องจากในรถยนต์นั้นมีชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เป็นจุดหมุน เช่น ระบบช่วงล่าง ลูกหมากต่างๆ แม้กระทั่งยางและล้อ หากปล่อยให้อยู่กับที่นานๆ ไม่มีการขยับตัวก็อาจเกิดอาการเส้นยึดได้ ทำให้เกิดการสึกหรอได้ง่ายกว่ารถที่ใช้งานประจำ

 

5. ทำความสะอาดรถ การจอดรถทิ้งไว้นานๆ จะทำให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกต่างๆ มาเกาะที่รถ ส่งผลทำให้เกิด สีหม่น ซีดจาง รอย หรือการขีดข่วนต่างๆ ได้ ฉะนั้นควรทำความสะอาดรถ แล้วคลุมผ้าคลุมรถเพื่อป้องกันฝุ่น และรักษาสีของรถยนต์ให้ดูเหมือนใหม่

 

6. สถานที่จอดรถต้องเหมาะสม ควรจอดในร่ม และควรเลี่ยงการจอดในที่เปียกชื้น ใต้ต้นไม้ หรือใกล้ๆ ถังขยะ เพราะทำให้มีหนูหรือแมลงเข้ามาในรถได้ หรือกิ่งไม้หล่นลงบนรถจรกลายเป็นรอยขีดข่วน เป็นต้น

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 21 กุมภาพันธ์ 2567

น้ำเปล่ากับน้ำยาอื่นๆ แบบไหนใช้เติม ฉีดกระจก ดี?

เลือกดี

เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ใหเปลอดภัย
เราสามารถใช้น้ำเปล่าเติมน้ำฉีดกระจกได้ แต่น้ำเปล่าที่ใช้เติมไม่มีตะกอนหรือหินปูน ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการอุดตันที่ท่อและสายฉีดจนฉีดไม่ออกได้ และน้ำเปล่าก็ไม่ได้มีคุณสมบัติในการชะล้างคราบหรือสิ่งสกปรกบนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฉีดกระจก ฅ
ทั้งยังทำให้เกิดความฝืดระหว่างกระจกกับยางปัดน้ำฝนได้ ส่งผลคือทำให้เกิดมีเสียงดังที่กระจกตามมาได้

 

น้ำยาอื่นๆ เช่น แชมพู สบู่ สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลที่ตามมาคือส่วนผสมของแชมพู หรือสบู่อาจไปทำให้ท่อ หรือสายฉีดอุดตัน จึงไม่เหมาะที่จะนำมาเติมในน้ำ ฉีดกระจก

 

ในส่วนของน้ำยาล้างจาน แม้จะมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบไขมันที่กระจกได้ดี แต่จะส่งผลต่อยางปัดน้ำฝน ทำให้ยางปัดน้ำฝนเกิดความฝืด เวลาปัดจะทำให้มีเสียงดังเกิดขึ้น และถ้าโดนสีรถอาจทำให้สีรถเกิดรอยด่างได้

 

น้ำยา ฉีดกระจก ที่ผลิตออกมาสำหรับเติมที่ฉีดล้างกระจกโดยเฉพาะ จะช่วยขจัดคราบออกได้ง่ายขึ้น ไม่ทิ้งคราบแห้งๆ เพิ่มความเงาให้กับผิวกระจกด้วย ไม่ทำลายยางใบปัดน้ำฝน หรือสีรถ ทำความสะอาดกระจกให้ใสสะอาด ทำให้ทัศนะวิสัยการมองผ่านกระจกมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ปลอดภัยในขณะขับขี่

 

**สรุปแล้วควรใช้น้ำยาล้างกระจกที่ผลิตมาสำหรับล้างกระจกโดยเฉพาะจะดีที่สุดครับ

 

 

วิธีการรักษากระจกบังลมรถยนต์

เพราะกระจกรถช่วยให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวขณะที่เราขับรถ ถ้าเราปล่อยให้กระจกมัว มีคราบน้ำ คราบฝุ่นเกาะติด อาจจะทำให้มองอะไรไม่ชัดเจนและเกิดอุบัติเหตุได้

 

วิธีการรักษา คือ หมั่นทำความสะอาดกระจกรถ ซึ่งการเช็ดกระจกรถนั้นจะต้องใช้น้ำยาสำหรับเช็ดกระจกรถโดยเฉพาะ เป็นกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือใช้แอลกอฮอล์แทนน้ำยาล้างกระจกก็ได้เช่นกัน สะอาด ใสกิ๊งได้เหมือนกัน แถมราคาถูกด้วย

 

แต่ “ห้าม” นำผงซักฟอกและน้ำยาล้างจานมาทำความสะอาดกระจกโดยเด็ดขาด เพราะอาจจะกัดกร่อนทำให้กระจกคุณยิ่งมัวมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็อย่าลืมดูแลรักษาอุณหภูมิในรถและนอกรถให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดด้วย ถ้าต้องจอดรถในที่แดดจัดให้ลดกระจกหน้าต่างทั้งสองข้างลงเล็กน้อย เพื่อให้อากาศถ่ายเท ไม่ควรเปิดแอร์เย็นจัดติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอายุการใช้งานของกระจกจะสั้นลง และไม่ควรปล่อยทิ้งให้ยางขอบกระจกเสื่อมสภาพด้วย

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 20 กุมภาพันธ์ 2567

ช่องบน แผงคอนโซลหน้า มีไว้ทำอะไร ?

ใช้ได้จริง

ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความสวยงามเท่านั้น…
ช่องบนแผงคอนโซลหน้ามีไว้สำหรับไล่ฝ้ากระจกหน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา ให้สามารถมองทะลุไปที่กระจกมองข้างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาได้เมื่อเกิดฝ้าที่กระจกหน้าต่าง โดยช่องนี้ติดตั้งอยู่บนส่วนปลายของแผงคอนโซลทั้งด้านซ้ายและด้านขวา มีหน้าที่ “ไล่ฝ้า” สำหรับกระจกหน้าต่างทั้ง 2 ฝั่ง

แผงคอนโซลหน้า

ในขณะที่ขับรถท่ามกลางสายฝนหรือในวันที่มีอากาศเย็น อาจจะส่งผลให้เกิดฝ้าเกาะบริเวณกระจกได้ ซึ่งหากกระจกหน้าต่างคู่หน้ามีฝ้าเกาะอยู่ ผู้ขับขี่จะไม่สามารถมองเห็นกระจกมองข้างได้สะดวก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความจำเป็นจะต้องมีช่องอากาศนี้เพื่อกำจัดฝ้าออกไปจากกระจกหน้าต่างโดยเร็ว

วิธีการใช้งาน

คือ เปิดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้า ช่องบน แผงคอนโซลหน้า นี้จะทำงาน เนื่องจากช่องนี้จะทำงานไปพร้อมกันกับระบบไล่ฝ้าของกระจกบังลมหน้า โดยการกดปุ่มไล่ฝ้าที่ส่วนใหญ่จะรวมอยู่กับแผงสวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศ โดยเมื่อกดปุ่มไล่ฝ้าด้านหน้า ตัวรถจะดึงเอาอากาศภายนอกเข้ามาในห้องโดยสาร พร้อมกับเปลี่ยนทิศทางลมทั้งหมดเพื่อใช้ในการเป่ากระจกบังลมหน้าและกระจกหน้าต่าง โดยจะดูดเอาอากาศภายนอกเข้ามาปรับอุณหภูมิของผิวกระจกภายในให้ใกล้เคียงกับภายนอก ช่วยให้ฝ้าที่เกาะอยู่ค่อยๆ หายไป

 

วิธีการไล่ฝ้าที่ถูกต้อง เมื่อเจอสถานการณ์ฝนตกหนัก มีดังนี้

1. ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม โดยให้ทำการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในรถให้เหมาะสมหรือใกล้เคียงกันกับอากาศภายนอก หรือต่างกันไม่เกิน 1-2 องศาเซลเซียส

2. ลดกระจกเพื่อปรับอุณหภูมิ ให้อากาศจากภายนอกไหลเวียนเข้าสู่ภายในตัวรถ
3. เปิดที่ปัดน้ำฝน เพื่อทำความสะอาดกระจกหน้าและหลัง และช่วยลดความหนาของฝ้าลงได้

4. เปิดระบบไล่ฝ้า สามารถกดเปิดระบบไล่ฝ้าได้เลย ซึ่งความร้อนที่ระบบปล่อยออกมาตามเส้นลวดที่กระจกหลังของรถจะช่วยลดฝ้าที่เกิดขึ้นได้

5. เปิดโหมดรับอากาศจากภายนอก ซึ่งโหมดนี้จะช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 20 กุมภาพันธ์ 2567

ไฟเตือนน้ำมันโชว์ ขับต่อได้อีกกี่กิโลโมตร ?

ไปต่อได้

แต่ไม่ควรปล่อยไฟเตือนน้ำมันโชว์บ่อยๆ
โดยทั่วไปแล้ว ควรเติมน้ำมันเมื่อเข็มน้ำมันลดเหลือประมาณ 1 ใน 4 ของถัง เพื่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนให้กับปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์เครื่องยนต์เบนซิน

ไฟเตือนน้ำมันโชว์

ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่มักจะมีระบบแจ้งเตือนระยะทางคงเหลือจากปริมาณน้ำมันในถังมาให้ด้วย ซึ่งตัวเลขที่แสดงให้เห็นดังกล่าวมักออกแบบเผื่อไว้ให้ผู้ขับขี่เสมอ แม้ว่าเข็มแสดงปริมาณน้ำมันจะแจ้งว่าน้ำมันรถของคุณเกลี้ยงถังไปแล้วหรือมีไฟเตือน แต่ความจริงยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่ราว 4-6 ลิตร ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ

 

 

ดังนั้น หากคำนวณคร่าวๆ ว่า ถ้ารถยนต์กินน้ำมันอยู่ที่ 15 กิโลเมตรต่อลิตร จะสามารถวิ่งได้เป็นระยะทางราว 15×6 = 90 กิโลเมตร แต่หากเป็นการขับขี่ในเมืองที่ต้องขับๆ จอดอยู่เรื่อยๆ หรือจอดติดโดยไม่ได้ขยับอยู่หลายๆ นาที ตัวเลขระยะทางที่วิ่งได้จะลดต่ำลงกว่านั้นมากๆ หรือถ้ารถยนต์กินน้ำมันอยู่ที่ 10 กิโลเมตรต่อลิตร จะวิ่งได้ประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นต้น

 

ทางที่ดีไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเกลี้ยงถังบ่อยๆ เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบปั๊มเชื้อเพลิงในรถเครื่องยนต์เบนซิน หากน้ำมันน้อยจะเกิดความร้อนสะสมได้ง่ายและทำให้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงเสียหายเร็วขึ้น ดังนั้นเมื่อเผลอขับจนไฟเตือนน้ำมันโชว์ถึงแม้รู้ว่ายังขับได้อีกประมาณ 40-60 กิโลเมตร ก็ควรจะรีบเติมน้ำมันจะดีกว่าครับ

 

เติมน้ำมันอย่างไรให้ประหยัดน้ำมันมากที่สุด… ไฟเตือนน้ำมันโชว์

1. เติมน้ำมันเวลาไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเติมช่วงเช้าหรือกลางคืน
เพราะกฎหมายกำหนดไว้ให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังน้ำมันใต้ดินและมีการควบคุมอุณหภูมิ ทำให้ไม่ว่าจะเติมน้ำมันตอนเช้าหรือกลางคืนก็จะได้ปริมาณที่เท่ากันครับ ความเชื่อที่ว่าเติมน้ำมันช่วงเช้าและช่วงเย็นจะได้ปริมาณเยอะๆ จึงไม่มีผล ช่างเคแนะนำให้เติมเวลาที่สะดวกจะดีที่สุดครับ

 

2. เติมน้ำมันให้เกิน ¾ ของถัง และเติมใหม่เมื่อใช้จนเหลือ ¼ เป็นวิธีช่วยประหยัดน้ำมันที่สุด และยังช่วยถนอมเครื่องยนต์ให้มีอายุการใช้งานได้นานอีกด้วย ทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มติ๊ก ช่วยระบายความร้อน และทำให้การจ่ายน้ำมันเพียงพอสำหรับการสร้างแรงดันที่เหมาะสมในการขับขี่ ส่งผลดีต่อสมรรถนะเครื่องยนต์ในระยะยาวนั่นเองครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 19 กุมภาพันธ์ 2567

แห่ชมเปิดตัว Corolla Cross ใหม่ คับคั่ง..

รถใหม่

ที่กำลังเป็นกระแสมากที่สุดในตอนนี้…
เมื่อวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดกิจกรรมเปิดตัวรถใหม่ Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรล่า ครอส) อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดโชว์รุ่น Hybrid ทุกรุ่น พร้อมกิจกกรมให้ร่วมสนุก รับของรางวัลกลับบ้านมากมาย…

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยสำหรับกิจกรรมเปิดตัวรถใหม่ Toyota Corolla Cross รุ่นปรับโฉมใหม่ 2024 งานนี้ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง รับชมรถยนต์ Toyota Corolla Cross ใหม่ ที่เค.มอเตอร์ส จัดมาให้ชมรุ่น Hybird ถึง 3รุ่นกันอย่างจุใจ ทั้งรุ่น Premium, Premium Luxury และ GR Sport ลูกค้าหลายคนถึงกับออกปากชม มาดูด้วยตาเนื้อสวยกว่าเห็นในภาพเยอะ นอกจากภายในงานจะได้รับชม Corolla Cross แบบทุกซอกทุกมุมแล้ว เคมอเตอร์ส ยังจัดพื้นที่ให้คำปรึกษาเรื่องรถ แนะนำโดยช่างเคผู้ชำนาญการ อยากรู้เรื่องไหน มีปัญหาเรื่องอะไร ถามมา…ช่างเค ตอบได้ หรือใครที่อยากได้อะไหล่ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำยาขจัดเขม่า แบตเตอรี่ ช่างเคก็มีแนะนำเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้..ภายในงานยังได้จัด Station Test Drive สำหรับลูกค้าที่อยากสัมผัสประสบการณ์ขับจริง ก่อนตัดสินใจจอง และสำหรับลูกค้าที่จองภายในงานรับของพรีเมียมเป็นกระเป๋าอเนกประสงค์จาก Corolla Cross กลับบ้านทันที งานนี้บอกเลยว่าไม่มีใครเดินกลับบ้านตัวเปล่าแน่นอน….

  Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross   Corolla Cross Corolla Cross
 Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross
Corolla Cross Corolla Cross Corolla Cross