อัพเดท : 10 กุมภาพันธ์ 2567

ผลบวกป้ายทะเบียนรถมงคล ปี 2567

เลขไหนดี

เลขไหนมงคลเสริมชีวิต เลขไหนเลี่ยง…
เลขทะเบียนรถยนต์มงคลก็เป็นอีกความเชื่อหนึ่งที่ว่ากันว่าถ้าหมายเลขทะเบียนดี จะช่วยส่งเสริมผู้ขับขี่ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการขับขี่ให้แคล้วคลาดปลอดภัย รวมไปถึงนำทางไปสู่เป้าหมายและสิ่งดีๆ เป็นต้น

ซึ่งในบทความนี้ได้นำเอาวิธีการคำนวณ ผลบวกของทะเบียนรถยนต์ทั้งหมายเลขและตัวอักษร มาดูกันว่าป้ายทะเบียนรถของใครจะเป็นหมายเลขมงคลบ้าง…

 

วิธีคำนวณ ผลบวกป้ายทะเบียนรถมงคล

นำเลขในป้ายทะเบียนแต่ละตัวทั้งหมดมาบวกรวมกัน ถ้าบวกกันได้เลข 2 หลัก ให้นำเลขแต่ละตัวมาบวกกันอีกครั้งจนได้เลขตัวเดียว

เช่น เลขทะเบียน 7890 ให้นำ 7+8+9+0 = 24 จากนั้นให้นำ 2+4= 6 ฉะนั้นหมายเลข 6 คือความหมายที่แท้จริงของผลรวมหมายเลขทะเบียน จากนั้นให้ไปดูความหมายของเลข 6 เป็นต้น

 

ความหมายของ ผลบวกป้ายทะเบียนรถมงคล ตามหมายเลขต่างๆ มีดังนี้

 

  • ผลรวมเท่ากับ 1  หมายถึง เสริมด้านอำนาจบารมี
  • ผลรวมเท่ากับ 2  หมายถึง เสริมด้านการงาน ด้านบริการ ค้าขาย และการเงินการธนาคาร
  • ผลรวมเท่ากับ 3  หมายถึง อาชีพในเครื่องแบบจะยิ่งมงคล
  • ผลรวมเท่ากับ 4  หมายถึง เสริมด้านชื่อเสียง ต่อรองเป็นผลสำเร็จ
  • ผลรวมเท่ากับ 5  หมายถึง เสริมด้านความน่าเชื่อถือ การค้าขาย ขับขี่อย่างปลอดภัย
  • ผลรวมเท่ากับ 6  หมายถึง เสริมด้านการอุปถัมภ์ค้ำชู การเงินและความรัก
  • ผลรวมเท่ากับ 7  หมายถึง เสริมความรุ่งเรือง โดยเฉพาะเกษตรกรรม หรือผู้ใช้แรงงาน
  • ผลรวมเท่ากับ 8  หมายถึง เสริมด้านความร่ำรวย รุ่งเรือง ค้าขายดี มีคนยกย่อง
  • ผลรวมเท่ากับ 9  หมายถึง เสริมให้แคล้วคลาด ปลอดภัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

 

ผลรวมเลขทะเบียนรวมกับตัวอักษร

 

ตัวอักษรบนป้ายทะเบียน สามารถแปลงเป็นตัวเลขเพื่อคำนวณผลรวมได้ เมื่อได้ผลรวมเป็นตัวเข 2 หลัก สามารถดูความหมายได้เลย ไม่ต้องนำแต่ละตัวมาบวกกันอีก ซึ่งความหมายของ ผลรวมเลขทะเบียนรวมกับตัวอักษร มี 3 ระดับ คือ ดีมาก ดี และไม่ดี

  • ดีมาก เสริมเจริญรุ่งเรือง มีโอกาสในการประสบความสำเร็จสูง ได้แก่ผลรวมหมายเลข 2, 4, 5, 6, 9, 14, 15, 19, 23, 24, 36, 41, 42, 45, 46, 50, 51, 54, 55, 56, 59, 63, 64, 65
  • ดี มีโอกาสประสบความสำเร็จแต่ต้องใช้พยายาม ได้แก่ผลรวมหมายเลข 20, 32, 40, 44, 69, 79
  • ไม่ดี มีอุปสรรคกีดขวาง เช่น ด้านการงาน การเงิน ความรัก และการเดินทาง ได้แก่ผลรวมหมายเลข 3, 7, 11, 12, 17, 21, 27, 29, 30, 33, 34, 37, 43, 48

 

วิธีการคำนวณผลรวมเลขทะเบียนรวมกับตัวอักษร

 

ตัวเลข       ตัวอักษร
   1            ก ด ถ ท ภ
   2           ข บ ป ง ช
   3           ค ธ ร ญ ษ
   4           ต ฒ ฆ
   5           ฉ ณ ฌ น ม ห ฮ ฎ ฬ
   6           จ ล ว อ
   7           ศ ส  
   8          ย ผ ฝ พ ฤ
   9          ฐ

 

หมายเลขทะเบียนและตัวอักษร (ไม่) มงคล ประจำวันเกิด

 

คนเกิดวันอาทิตย์
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 6, 3
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ ศ ษ ส ห ฬ ฮ

 

คนเกิดวันจันทร์
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 1, 5
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ อ

 

คนเกิดวันอังคารเลขที่ควรเลี่ยง คือ 1, 2
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ ก ข ค ฆ ง

 

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 3, 8
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ จ ฉ ช ซ ฌ ญ

 

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน)
เลขที่ควรเลี่ยง คือ5 , 4
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือบ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม

 

คนเกิดวันพฤหัสบดี
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 7
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ ด ต ถ ท ธ น

 

คนเกิดวันศุกร์
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 7, 8
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ ย ร ล ว

 

คนเกิดวันเสาร์
เลขที่ควรเลี่ยง คือ 4,6
ตัวอักษรที่ควรเลี่ยง คือ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 1 กุมภาพันธ์ 2567

Yaris & Ativ จัดใหญ่ All Like All Love

จัดใหญ่

เล่นสนุก พร้อมลุ้นรับของรางวัล…
รถเล็ก ขายดีติดอันดับ Yaris & Ativ จัดกิจกรรมส่งความสุข มอบความพิเศษ ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของกันอย่างต่อเนื่อง กับอีเวนท์ Yaris & Ativ “ All Like All Love” ในวันเสาร์ ที่ 27 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ณ โชว์รูมโตโยต้า เค.มอเตอร์ส

ได้รับความนิยมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์รุ่นเล็กจากโตโยต้า อย่าง Toyota New Yaris และ Toyota Ativ ล่าสุดจับมือกันจัดกิจกรรมสุดพิเศษ มอบโปรโมชันสุดจึ้ง ให้คุณสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ กับ Yaris & Ativ “ All Like All Love โดยภายในงานนอกจากจะมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลกลับบ้านมากมายแล้ว ยังเปิดให้ลูกค้าได้ชมรถจริง พร้อมคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการใช้รถจากน้องๆ พนักงานขาย ที่คอยดูแลภายในงาน พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการออกรถใหม่ ไปจนถึงขั้นตอนการจอง งานนี้มีใบจองติดไม้ติดมือกันไปหลายคนเลยทีเดียว…

Yaris & Ativ Yaris & Ativ Yaris & Ativ
Yaris & Ativ Yaris & Ativ Yaris & Ativ
Yaris & Ativ Yaris & Ativ Yaris & Ativ
Yaris & Ativ Yaris & Ativ Yaris & Ativ
Yaris & Ativ Yaris & Ativ Yaris & Ativ

 

อัพเดท : 24 มกราคม 2567

ขับรถระยะสั้นๆ เป็นประจำ แบตเสื่อมไว เสี่ยงรถพังจริงหรือ ? ?

เสื่อมสภาพ

เร็วขึ้น เมื่อเทียบกับรถที่ขับระยะทางไกล..
การขับรถระยะทางสั้นๆ เป็นประจำเสี่ยงต่อแบตเตอรี่เสื่อมไว ตอบเลยว่าจริงครับ เนื่องด้วยการสตาร์ตรถนั้นต้องใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก หากเดินทางเพียงระยะสั้นๆ แบตเตอรี่ (Battery)

การขับรถระยะทางสั้นๆ เป็นประจำเสี่ยงต่อ แบตเตอรี่เสื่อมไว ตอบเลยว่า “จริงครับ” เนื่องด้วยการสตาร์ตรถนั้นต้องใช้กระแสไฟจากแบตเตอรี่เป็นจำนวนมาก หากเดินทางเพียงระยะสั้นๆ แบตเตอรี่ (Battery) อาจจะไม่ได้รับการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ทดแทนที่ใช้ไปกับการสตาร์ตได้เพียงพอ ส่งผลให้แบตเตอรี่ค่อยๆ หมดประจุหรือกระแสไฟในแบตเตอรี่ค่อยๆ ลดลง

เมื่อแบตเตอรี่ไม่ได้รับการประจุไฟไว้เต็มจะเกิดกำมะถันขึ้นในแบตเตอรี่ส่งผลให้ แบตเตอรี่เสื่อมไว ก่อนเวลาอันควร ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ติดได้ จนต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เร็วขึ้นกว่าปกติทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายจากการที่ขับรถช่วงระยะสั้น ๆ เป็นประจำนี่เอง ครับ

 

 

ดังนั้นจึงควรขับรถอย่างน้อย ๆ ประมาณ 30 นาที หรือมากกว่าเพื่อให้มีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เพื่อทดแทนที่ถูกใช้ไปในตอนที่สตาร์ตเครื่องยนต์ หากขับไม่ได้ก็ควรจะติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้เพื่อให้มีการชาร์จไฟ และที่สำคัญการเร่งเครื่องยนต์ประมาณ 1,500 -2,000 รอบ/นาที จะทำให้การชาร์จไฟได้เร็วขึ้น ใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาที หรือซื้อเครื่องชาร์จแบตเตอรี่มาชาร์จไฟให้กับแบตเตอรี่ก็จะช่วยยื้ออายุการใช้งานให้กับแบตเตอรี่ได้นานตามอายุการใช้งานที่ควรเป็นครับ

 

การดูแลรักษาแบตเตอรี่

1. ทำความสะอาดสายไฟ ทั้งบวกลบ และแบตเตอรี่ด้วยน้ำอุ่น และเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ
2. ตรวจเช็คทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ และทาด้วยวาสลีน เพื่อป้องกับคราบขี้เกลือ
3. ตรวจเช็คน้ำกลั่นสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้น้ำแห้ง
4. ไม่เติมน้ำกลั่นให้เกินกว่าขีดสูงสุด และต่ำกว่าขีดต่ำสุด
5. ตรวจวัดระดับกระแสไฟแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ

 

วิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้ แบตเตอรี่เสื่อมไว

1. หลีกเลี่ยงการใช้รถสำหรับการเดินทางระยะสั้นบ่อยๆ การขับรถระยะสั้นๆ บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่ (Battery) อาจไม่ได้รับการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ทดแทนที่ใช้ไปกับการสตาร์ตได้เพียงพอ ส่งผลให้แบตเตอรี่ค่อยๆ หมดประจุหรือกระแสไฟในแบตเตอรี่ค่อยๆ ลดลง

2. ตรวจเช็กจุดยึดแบตเตอรี่ หมั่นตรวจสอบว่าจุดยึดแบตเตอรี่ยังยึดแน่นอยู่ไหม เพราะแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์เวลารถวิ่งอาจทำให้ส่วนประกอบภายในแบตเตอรี่สั่นคลอนและเกิดการกระแทก ทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้

3. รักษาความสะอาดแบตเตอรี่อยู่เสมอ เพราะฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพในการจ่ายไฟของแบตเตอรี่ไม่เต็มที่

4. หลีกเลี่ยงการจอดรถเวลาอากาศร้อนจัด เพราะความร้อนจะส่งผลกระทบกับแบตเตอรี่ทางอ้อม ซึ่งอาจทำให้ของเหลวในแบตเตอรี่ระเหยออกมาได้ เป็นต้น

5. ห้ามปล่อยให้น้ำในแบตเตอรี่แห้ง ถ้าปล่อยให้แบตเตอรี่แห้ง จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้

6. ห้ามจอดรถทิ้งไว้โดยไม่ได้ขับนานๆ ซึ่งนานในที่นี้ คือ ประมาณ 1 อาทิตย์ขึ้นไป เพราะจะทำให้ประจุไฟที่อยู่ในแบตเตอรี่หายไปได้ ฉะนั้นเมื่อได้ขับนานควรหาเวลานำรถออกมาขับเพื่อวอร์มเครื่องยนต์บ้าง

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 23 มกราคม 2567

ประมวลภาพกิจกรรมเปิดตัว Hilux Champ

เปิดตัว

กระบะแต่งได้ดั่งใจ หลากหลาย ใช้งานง่าย โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดกิจกรรมเปิดตัวรถยนต์กระบะ Toyota Hilux Champ ภายใต้คอนเซปต์ “ Hilux Champ Day” ให้ลูกค้าร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลพิเศษมากมาย พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเมื่อซื้อรถภายในงาน ทั้งยังมี Work Shop ประกอบโมเดลรถยนต์ในแบบต่างๆ ให้ร่วมสนุกอีกด้วย

เมื่อวันเสาร์ ที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดกิจกรรมเปิดตัว โตโยต้า เค.มอเตอร์ส จัดกิจกรรมเปิดตัวรถยนต์กระบะ Toyota Hilux Champ โดยในงานได้จัดแสดงรถให้ชมทั้งแบบกระบะที่สามารถนำไปดัดแปลงเป็นรถอเนกประสงค์สำหรับใช้งานในรูปแบบต่างๆ และรถหัวกระสือ สำหรับใครที่ชอบตกแต่งตามใจ ให้เหมาะกับการใช้งาน

 

นอกจากนี้ยังเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรม Work Shop ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกดัดแปลงรถยนต์เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ในรูปแบบต่างๆ พร้อมรับรางวัลและของที่ระลึกอื่นๆ มากมาย พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเมื่อซื้อรถภายในงาน

   Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ
 Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ
 Hilux Champ Hilux Champ  Hilux Champ
Hilux Champ Hilux Champ  Hilux Champ
  Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ
  Hilux Champ  Hilux Champ Hilux Champ
Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ
  Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ
Hilux Champ Hilux Champ Hilux Champ

 

อัพเดท : 12 มกราคม 2567

จริงหรือไม่ !! ระบบ Start Stop จะทำให้ไดร์สตาร์ตพังเร็วกว่าปกติ ?

ไม่จริง

ระบบ Start Stop ไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่หยุดรถ
ระบบ Start Stop ของโตโยต้า คือ ระบบสตาร์ตและดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ เป็นระบบที่มีการดับเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลาที่เหมาะสม โดยเมื่อรถหยุดนิ่งนานกว่า 1.5 วินาทีเครื่องยนต์จะดับลง ผลคือสามารถประหยัดมากขึ้นกว่า 10 %

การใช้ระบบ Start Stop จะทำให้ไดร์สตาร์ตพังเร็วกว่าปกติจริงหรือไม่?

“ไม่จริงครับ ระบบ Start stop ไม่ทำให้ไดร์เตอร์สตาร์ตพังเร็วหรือมีอายุการใช้งานสั้นลง ไดร์สตาร์ตที่ใช้กับระบบ Start stop ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานนานกว่าไดร์สตาร์ตทั่วไป 3-5 เท่า และระบบ Start stop ไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่หยุดรถ”

 

เนื่องจากถ้าระบบแอร์ยังทำความเย็นไม่ได้ตามอุณหภูมิ เครื่องยนต์ก็ยังทำงานอยู่ หรือถ้าแบตเตอรี่มีกำลังไฟไม่เพียงพอในการสตาร์ต เครื่องยนต์ก็จะยังคงทำงานอยู่เช่นกัน และในบางกรณีระบบไม่อยู่ในเงื่อนไข ระบบเครื่องยนต์ก็จะยังคงทำงานอยู่จะไม่ถูกสั่งให้เครื่องยนต์ดับลง ซึ่งก็เท่ากับว่ามอเตอร์สตาร์ตไม่ได้ทำงานทุกครั้งไป จะทำงานเป็นบางครั้งเท่านั้น

 

อีกอย่างระบบ Start stop ยังมีปุ่มสำหรับปิดการทำงานของระบบ หากไม่ต้องการใช้งานระบบนี้หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์ ก็กดปุ่มปิดการทำงาน เพื่อไม่ให้ไดร์สตาร์ตพังเร็วกว่าปกติควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ ดังนี้

 

1. การจอดไว้นานอาจทำให้เกิดคราบกำมะถันและกลไกไดร์สตาร์ตติดขัดได้ ควรมีการสตาร์ตบ้าง
2. หลีกเลี่ยงน้ำมันหล่อลื่นที่จะรั่วไหลลงไปที่ไดร์สตาร์ต
3. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน
4. หลีกเลี่ยงการกระแทกอย่างแรงที่ไดร์สตาร์ต

เพียงปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ก็จะทำให้ไดร์สตาร์ตไม่พังเร็วแล้วครับ

 

การใช้งานระบบ Start Stop

ผู้ขับขี่สามารถใช้งานระบบ Start Stop ตามปกติแต่กรณีถ้ามีการจอดรถชั่วขณะ เช่น ติดไฟแดง เครื่องยนต์อุ่นจนถึงอุณหภูมิทำงาน แป้นเบรคถูกเหยียบ แรงดันไฟฟ้าในแบตเตอรี่มากกว่า 8.92 โวลต์ ระบบปรับอากาศมีการทำงานตามอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ไล่ฝ้าไม่ได้เปิดใช้งาน เครื่องยนต์ก็จะดับหรือหยุดการทำงานเข้าสู่โหมด Stop เองโดยอัตโนมัติ

 

แต่หากเมื่อจอดชั่วขณะแล้วระบบไม่ทำงาน ซึ่งอาจจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งไม่เข้าเงื่อนไข ระบบก็จะมีการแจ้งผู้ขับขี่ให้ทราบว่าขณะนั้นไม่ครบเงื่อนไขใดโดยมีข้อความแสดงที่แผงหน้าปัด เช่น กำลังชาร์จไฟ แสดงว่าขณะนั้นกำลังไฟฟ้าในแบตเตอรี่อาจจะต่ำ หรือ ขึ้นข้อความว่าสุญญากาศหม้อลมไม่เพียงพอ นั่นแสดงว่าเหยียบแป้นเบรกไม่เต็มที่ ผู้ขับขี่ก็ออกแรงเหยียบเบรกเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ระบบก็จะทำงานให้แล้ว หรือหากผู้ขับขี่ไม่อยากให้ระบบทำงานเลยก็สามารถยกเลิกระบบได้ด้วยการกดปิดสวิตซ์ระบบ Start Stop ก็ไม่ทำงานแล้ว

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ