อัพเดท : 10 มกราคม 2567

ใส่ เสื้อสี (มงคล) ไหน ให้ปังในวันรับรถใหม่

เสริมความปัง

รับรถดี ใส่สีนี้ ดวงรุ่งตลอดปี…
สายมูมากองรวมกันตรงนี้ จะออกรถทั้งที มีฤกษ์ออกรถแล้ว มีของไหว้แล้ว อยากจะปังให้สุด ก็ต้องเสริมดวงขึ้นไปอีก กับการใส่เสื้อสีมงคลไปรับรถ ทั้งด้านการงาน การเงิน ความรัก อาจจะยิ่งปุริเย่แบบฉุดไม่อยู่

เสื้อ สีมงคล ปี 2567 ใส่วันรับรถให้ปังฉ่ำ !!

 

สีเสื้อมงคลวันอาทิตย์

เมตตามหาเสน่ห์ : สีแดงทุกโทน
การงาน : สีชมพูอ่อน
โชคดี : สีเขียวใบไม้
โชคลาภเงินทอง : สีดำสนิท, สีเทาดำ
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีบลอนด์เงิน, สีบลอนด์ทอง
สีกาลกิณี : สีน้ำเงินเข้ม

 

สีเสื้อมงคลวันจันทร์

เมตตามหาเสน่ห์ : สีขาวบริสุทธิ์, สีครีมอ่อน
การงาน : สีเขียวแก่
โชคดี : สีม่วงอ่อน, สีดำสนิท, สีเทาดำ
โชคลาภเงินทอง : สีส้มสว่าง, สีน้ำตาลอ่อน
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีฟ้ายีนส์
สีกาลกิณี : สีแดงเลือดนก

 

สีเสื้อมงคลวันอังคาร

เมตตามหาเสน่ห์ : สีชมพูกลีบบัว
การงาน : สีม่วงลาเวนเดอร์, สีเทาดำ
โชคดี : สีส้มสว่าง, สีน้ำตาลอ่อน
โชคลาภเงินทอง : สีบลอนด์เงิน, สีบลอนด์ทอง
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีแดงเลือดหมู
สีกาลกิณี : สีเหลืองสว่าง

 

สีเสื้อมงคลวันพุธ

เมตตามหาเสน่ห์ : สีเขียวทุกโทน
การงาน : สีส้มสว่าง, สีน้ำตาลอ่อน
โชคดี : สีบลอนด์เงิน, สีบลอนด์ทอง
โชคลาภเงินทอง : สีฟ้าอ่อน, สีน้ำเงินกรมท่า
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีขาวบริสุทธิ์, สีครีมอ่อน
สีกาลกิณี : สีชมพูสด, สีบานเย็น

 

สีเสื้อมงคลวันพฤหัสบดี

เมตตามหาเสน่ห์ : สีส้มสว่าง, สีน้ำตาลอ่อน
การงาน : สีฟ้าอ่อน
โชคดี : สีแดงทุกโทน
โชคลาภเงินทอง : สีเหลืองสว่าง, สีครีมสะอาด
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีเขียวทุกโทน
สีกาลกิณี : สีดำสนิท, สีม่วงเข้ม

 

สีเสื้อมงคลวันศุกร์

เมตตามหาเสน่ห์ : สีฟ้าสดใส, สีน้ำเงินเข้ม
การงาน: สีเหลืองสว่าง, สีขาวบริสุทธิ์
โชคดี : สีชมพูอ่อน
โชคลาภเงินทอง : สีเขียวพาสเทล
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีส้มสว่าง, สีน้ำตาลอ่อน
สีกาลกิณี : สีบลอนด์เงิน, สีน้ำตาลไหม้

 

สีเสื้อมงคลวันเสาร์

เมตตามหาเสน่ห์ : สีม่วงพาสเทล, สีดำสนิท, สีเทาดำเข้ม ๆ
การงาน : สีบลอนด์เงิน, สีน้ำตาลไหม้
โชคดี : สีฟ้าสดใส, สีน้ำเงินเข้ม
โชคลาภเงินทอง : สีแดงทุกโทน
ผู้ใหญ่เอ็นดู : สีชมพูกลีบบัว
สีกาลกิณี : สีเขียวเข้ม

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 21 ธันวาคม 2566

จอดพักรถ เปิดฝากระโปรงหน้า ไว้ ดีจริงเหรอ?

ระบายร้อน

ทำให้เครื่องยนต์เย็นเร็วขึ้นหรือไม่…
การเดินทางระยะไกล หรือเวลาที่ใช้รถยนต์ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เครื่องยนต์มีความร้อน หลายคนอาจคิดว่าเมื่อจอดรถข้างทาง การเปิดฝากระโปรงรถจะช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ได้ ช่างเคขอบอกว่า “ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด”

“ไม่จำเป็นต้องเปิดฝากระโปรงรถเวลา จอดพักรถ หรือแวะกลางทาง แต่ถ้าขับรถถึงจุดหมายปลายทางแล้วดับเครื่องยนต์ การเปิดฝากระโปรงจะช่วยให้ห้องเครื่องยนต์เย็นเร็วขึ้น”

 

การปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อนระหว่าง จอดพักรถนั้น ไม่ได้มีผลอะไรต่อเครื่องยนต์ เนื่องจากเวลาเครื่องยนต์ทำงานระบบระบายความร้อนจะทำงานโดยการรักษาอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสมอยู่เสมอ และในขณะที่รถยนต์กำลังวิ่งจะมีลมพัดเข้ามาในห้องเครื่องอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้ทำให้อุณหภูมิในห้องเครื่องสูง แต่ห้องเครื่องจะเริ่มร้อนระอุมากขึ้นเมื่อรถมีการจอดอยู่เฉยๆ หรือเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ก็จะมีเพียงพัดลมเครื่องที่พอจะเป่าระบายความร้อนได้บ้าง แต่ก็จะน้อยกว่าลมที่พัดเข้ามาเวลารถวิ่ง ดังนั้นเวลารถจอดติดเครื่องยนต์อยู่กับที่ห้องเครื่องยนต์จะร้อนมากกว่าตอนที่รถวิ่ง

 

การเปิดฝากระโปรงรถจะช่วยให้ระบายความร้อนได้บางส่วน แต่ต่อให้ไม่เปิดฝากระโปรงก็ไม่ได้ทำให้เกิดผลเสียกับเครื่องยนต์แต่อย่างใด ดังนั้นการ จอดพักรถ กลางทาง การดับเครื่องยนต์เปิดฝากระโปรงรถ ความร้อนระอุของเครื่องยนต์จะลดลงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น และเมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ใหม่อุณหภูมิความร้อนของเครื่องยนต์ก็จะกลับมาเท่าเดิม จึงไม่จำเป็นต้องเปิดฝากระโปรงรถเวลาจอดแวะกลางทาง แต่ถ้าขับรถถึงจุดหมายปลายทางแล้วดับเครื่องยนต์การเปิดฝากระโปรงจะช่วยให้ห้องเครื่องยนต์เย็นเร็วขึ้น ทำให้ชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกมีอายุการใช้งานนานขึ้น
สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ 

อัพเดท : 21 ธันวาคม 2566

สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้!! เมื่อขับรถสวน หรือขับตาม…

ข้อควรระวัง

ขับรถใกล้รถบรรทุกอย่างไรให้ปลอดภัย..
การขับรถตามหรือสวนกับรถบรรทุก จำเป็นจะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากรถบรรทุกมีขนาดใหญ่ ทำให้บดบังทัศนียภาพหรือทัศนวิสัยในการขับขี่ในช่วงที่กำลังขับตามหรือขับสวนได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในท้องถนน จึงควรรู้จักสัญญาณไฟรถบรรทุกเบื้องต้นไว้จะดีที่สุด

4 สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้ เมื่อขับรถ “สวน” กับรถบรรทุก 

  • โผล่หน้ารถมาจากคันหน้าแล้วกระพริบไฟสูง 1 ครั้ง หมายถึง จะขอทางฝั่งเราเพื่อแซงรถคันหน้า ถ้าเราโอเคก็ให้กระพริบไฟตอบไป 1 ครั้ง
  • กระพริบไฟ 1 ครั้ง หมายถึง เป็นการเช็กว่าเราง่วงนอนหรือไม่ หรือถามว่าข้างหน้ามีด่านหรือไม่ ถ้าทุกอย่างปกติดี หรือไม่มีด่านก็ให้กระพริบไฟตอบไป 1 ครั้ง
  • กระพริบไฟหน้า แล้วเปิดไฟเลี้ยวทางฝั่งเรา หมายถึง ข้างหน้าเรามีด่าน ให้เราลดความเร็วลง
  • ดับไฟหน้า แล้วเปิดไฟ หมายถึง ข้างหน้ามีอุบัติเหตุรุนแรงให้ระมัดระวัง หรือมีด่าน


4 สัญญาณไฟรถบรรทุก ที่ควรรู้ เมื่อขับ “ตาม” หลังรถบรรทุก

  • เปิดไฟสูง จังหวะที่เรากำลังแซง หมายถึง ให้เราเห็นทางได้ชัดขึ้น หากเราแซงพ้นแล้ว รถบรรทุกก็จะปิดไฟสูง
  • เปิดไฟเลี้ยวซ้าย -ขวา สลับกัน หมายถึง รถบรรทุกกำลังจะเบรก ห้ามแซง…
  • เปิดไฟเลี้ยวซ้าย เมื่อเราจะแซง หมายถึง ทางข้างหน้าว่างหรือไม่ มีรถสวนเลนมา ให้เราสามารถแซงขวาไปได้
  • เปิดไฟเลี้ยวขวา เมื่อเราจะแซง หมายถึง ยังแซงไม่ได้ ข้างหน้าเป็นทางโค้ง หรือมีรถสวนมา

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ 

อัพเดท : 21 ธันวาคม 2566

ใช้เกียร์ S ตอนไหนดี ให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด..

อยากเร่งแซง

เปลี่ยนเกียร์ S เครื่องยนต์กำลังสูง
การเลือกเกียร์รถยนต์ มีส่วนสำคัญในการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก หลายคนให้ความสำคัญเนื่องจากเกียร์ถือเป็นอุปกรณ์หลักที่ช่วยควบคุมการขับขี่ของคุณ แต่ก็ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว เกียร์ในแต่ละโหมดใช้งานแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

เกียร์ S คืออะไร?


คำว่า S ย่อมาจากคำว่า Sport ตำแหน่งเกียร์ S จะช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ช้าลงจึงทำให้สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้ถึงใจ ทำให้รถมีกำลังมากขึ้นในยามที่ต้องการกำลัง เหมาะสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาหรือตอนขับเร่งแซง

 

 

การขับรถลงเขาควรใช้เกียร์อะไรดีใช้เกียร์ S ถูกต้องไหม? 

 

  • ถ้ามี เกียร์ S อย่างเดียว หรือมีเกียร์ B หรือ L (อย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มมาด้วย) การใช้เกียร์ S ก็สามารถขับลงเขาที่ไม่ชันมากได้ แต่ถ้าเขาที่มีความชันมากๆ ก็ต้องใช้เกียร์ B หรือ L
  • ส่วนรถที่มีเพียงแค่เกียร์ S แต่ไม่มีเกียร์ B หรือ L มาให้ แต่มีโหมด + หรือ – รวมอยู่ในคันเกียร์ หรือบางทีอาจมี Paddle Shift หลังพวงมาลัยด้วย การใช้งานอาจไม่ได้แตกต่างกันมาก โหมด + หรือ – ก็จะทำงานคล้ายๆ กัน แต่เน้นอารมณ์ในสไตล์เกียร์ธรรมดาเราสามารถใช้เกียร์ S แล้วควบคุมให้เกียร์ ขึ้น ลง ตามต้องการได้ จึงสามารถที่จะควบคุมให้เกียร์อยู่ที่เกียร์ 1 หรือเกียร์ 2 เพื่อใช้ในการขับลงเขาที่มีความชันมากๆได้
  • กรณีที่ขับรถเกียร์ D ลงทางลาดชันการใช้เบรกเท้าอย่างเดียวจะสร้างภาระให้เบรกมากเกินจำเป็น จนอาจทำเกิดอาการเบรก Fade และเป็นอันตรายได้ ในเครื่องยนต์จะมี Engine Brake ที่สามารถช่วยลดภาระในการใช้เบรกเท้าได้เป็นอย่างดี โดยการใช้เกียร์ S ในรถบางรุ่นจึงมีทั้งเกียร์ S และเพิ่มเกียร์ L หรือ B มาให้เลือกใช้ตามความลาดชันของถนนที่มากน้อยแตกต่างกันไป
    พูดง่ายๆ ชันน้อยใช้เกียร์ S ชันมากใช้ เกียร์ B หรือ L ตามที่มี หรือใช้ S โหมด – ลดเกียร์ลงมาที่เกียร์ 1

 

แล้วเกียร์ S เหมาะสำหรับการใช้งานตอนไหนบ้าง?…

 

1. ตอนเร่งเครื่องแซง

 – เมื่อเปลี่ยนเกียร์ Dเป็นเกียร์ S เครื่องยนต์จะสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ มีทั้งแรงม้าและแรงบิดที่อยู่ในสถานะ“รอ” พร้อมใช้งาน เพียงแค่ตบคันเร่งเบาๆ ก็ขับรถต่อได้สบาย
 – ส่วนรถที่ไม่ได้มีแค่เกียร์ S ซึ่งอาจมีทั้งโหมด+หรือ – รวมอยู่ในคันเกียร์ หรือบางทีอาจมีPaddle Shift หลังพวงมาลัยด้วย ไม่มีมีทั้ง2อย่าง การใช้งานออาจไม่ได้แต่งต่างกันมาก แต่แป้นPaddle Shiftจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในตอนที่คุณเปลี่ยนเกียร์ ส่วนโหมด+หรือ – ก็จะทำงานคล้ายๆ กันแต่เน้นอารมณ์ในสไตล์เกียร์ธรรมดามากกว่า

 

2.ตอนขึ้น-ลงทางลาดชัน
เมื่อขับขี่ขึ้น-ลงบนทางลาดชัน ควรเปลี่ยนมาใช้เกียร์ S แต่ในรถบางรุ่นเกียร์ S อาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีทั้งเกียร์ S และเพิ่มเกียร์ L มาช่วยเสริมการขับขี่

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ 

อัพเดท : 10 ธันวาคม 2566

สีรถมงคล ตามวันเกิด 2567

สีรถถูกโฉลก

สีรถเสริมดวงตามวันเกิดผู้ขับขี่…
การเลือกสีรถตามวันเกิดก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวมงคลสำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ ซึ่งความมงคลนั้นก็มีหลายรูปแบบ เช่น เดช ศรี มนตรี รวมไปถึงสีกาลกิณีที่ไม่ควรใช้ หากต้องการความมงคลแบบไหน สามารถเลือกสีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิดเพิ่มความมงคลกันได้

การเลือก สีรถมงคล ตามวันเกิดก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวมงคลสำหรับคนที่กำลังออกรถใหม่ ซึ่งความมงคลนั้นก็มีหลายรูปแบบ เช่น เดช ศรี มนตรี รวมไปถึงสีกาลกิณีที่ไม่ควรใช้ หากต้องการความมงคลแบบไหน สามารถเลือก สีรถมงคล ที่ถูกโฉลกตามวันเกิดเพิ่มความมงคลกันได้

 

โดยความหมายของ เดช ศรี มนตรี และกาลกิณี มีดังต่อไปนี้…

  • เดช หมายถึง อำนาจ สิทธิ์ เหมาะสำหรับอาชีพที่ต้องมีการเจรจาต่อรอง หรืออาชีพที่ต้องมียศ มีตำแหน่ง เช่น ราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น
  • ศรี หมายถึง สิริมงคล โชคลาภ เหมาะกับอาชีพที่ต้องการเสริมโชคลาภและความสำเร็จ เช่น นักลงทุน หรืออาชีพที่เกี่ยวกับด้านการเงิน เป็นต้น
  • มนตรี หมายถึง การอุปถัมภ์ ช่วยเหลือ เหมาะกับอาชีพที่ต้องติดต่อประสานงาน ต้องพึ่งพาผู้หลักผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่
  • กาลกิณี หมายถึง อับโชค ไม่ดี ไม่ควรใช้

 

สีรถมงคลตามวันเกิด และสีที่เป็นกาลกิณี

 

วันจันทร์

เดช : สีเขียว
ศรี : สีม่วง
มนตรี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
กาลกิณี : สีแดง

 

วันอังคาร

เดช : สีม่วง
ศรี : สีส้ม
มนตรี : สีแดง
กาลกิณี : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม

 

วันพุธ

เดช : สีส้ม
ศรี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
มนตรี : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม
กาลกิณี : สีชมพู

 

วันพฤหัสบดี

เดช : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
ศรี : สีแดง
มนตรี : สีเขียว
กาลกิณี : สีม่วง

 

วันศุกร์

เดช : สีเหลือง – สีขาว – สีครีม
ศรี : สีชมพู
มนตรี : สีส้ม
กาลกิณี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา

 

วันเสาร์

เดช : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
ศรี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน
มนตรี : สีชมพู
กาลกิณี : สีเขียว

 

วันอาทิตย์

เดช : สีชมพู
ศรี : สีเขียว
มนตรี : สีดำ – สีน้ำตาล – สีเทา
กาลกิณี : สีฟ้า – สีน้ำเงิน

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ