อัพเดท : 20 สิงหาคม 2564

ทริคการใช้งานปุ่ม Push Start

วิธีใช้

เทคนิคการรใช้งานที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
รู้หรือไม่ปุ่ม Push Start เป็นได้มากกว่าการใช้สตาร์ทหรือปลดล็อครถยนต์!! การกดปุ่ม Push Start สามารถสั่งการให้ระบบภายในรถยนต์ใช้งานได้ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้คุณได้อย่างเต็มที่ มาดูกันว่ามีเทคนิคการใช้ Push Start แบบง่ายๆ อะไรบ้าง

ทริคการใช้งาน ปุ่ม Push Start

 – หากกด ปุ่ม Push Start 1 ครั้ง เทียบเท่ากับการบิดกุญแจไปที่ ACC สามารถเปิดวิทยุฟังเพลงได้ โดยเครื่องยนต์ยังจะไม่มีการสตาร์ทเกิดขึ้น

 – หากกด ปุ่ม Push Start 2 ครั้ง (เป็นการกดครั้งที่ 2 จากรอบแรก) เทียบเท่ากับการบิดกุญแจไปที่ ON สามารถใช้งานระบบไฟฟ้าของรถได้ เช่น ใช้งานกระจกไฟฟ้าที่ประตู และตรวจเช็คไฟสถานะต่างๆ ได้ที่แผงหน้าปัด

 – หากกด ปุ่ม Push Start ครั้งที่ 3 จะเป็นการปิดระบบไฟ และถ้ามีการเหยียบแป้นเบรคด้วย ก็เทียบเท่ากับการบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์นั่นเอง

*หมายเหตุ : การเปิดด้วยการเหยียบเบรกแล้วกดสตาร์ททันที จะทำให้ระบบทำงานพร้อมกันทั้งหมด


ในกรณีที่กดปุ่ม Push Start โดยไม่เหยียบเบรก จะเกิดกรณีดังต่อไปนี้…

 

– กด 1 ครั้งไม่เหยียบเบรก ก็จะมีไฟโชว์สถานะขึ้นที่หน้าปัดท์เรือนไมล์
– กดเพิ่มอีก 1 ครั้งเหยียบเบรกเครื่องยนต์จะติด
– และกดอีก 1 ครั้ง เครื่องยนต์จะดับและหยุดการทำงาน

 

หากเผลอโดนปุ่ม Push Start ขณะขับรถจะเกิดอะไรขึ้น!!

 

ถ้าขับรถอยู่ดีๆ แต่มือคุณดันเผลอกดปุ่ม Push Start ไม่ต้องต้องตกใจครับ เพราะถ้ารีบปล่อยออกโดยทันทีจะไม่เป็นอันตราย เนื่องจากไม่ได้ทำให้เครื่องยนต์ดับลง ซึ่งเป็นระบบเชฟตี้ของตัวรถที่ถูกออกแบบไว้แล้ว

แต่หากกดปุ่ม Push Start ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาทีขณะรถวิ่ง (แล้วแต่รุ่นรถ) จะทำให้เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เนื่องจากระบบพวงมาลัยพาวเวอร์จะหยุดทำงาน ควบคุมทิศทางได้ยากลำบาก และแป้นเบรกจะกดได้เพียง 1-2 ครั้ง เนื่องจากปั๊มเบรกไม่ทำงานจนอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 18 สิงหาคม 2564

เส้นจราจร เส้นทึบคู่กับเส้นประแปลว่าอะไร?

เส้นขาวบนถนน

ความหมายของสัญลักษณ์บนท้องถนน
การเดินทางบนท้องถนน การรู้กฎหมายและสัญลักษณ์ทางจราจรเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากความปลอดภัยตัวเองแล้ว ยังเป็นการสร้างระเบียบวินัยในการขับขี่ ไม่ส่งผลกระทบและอันตรายต่อผู้อื่น ซึ่งลักษณะของเส้นขาวบนท้องถนนนั้นสำคัญ ซึ่งแต่ละแบบจะมีความหมายต่างกันออกไป

เส้นจราจร เส้นทึบสีขาวขนานกับเส้นประสีขาว

เส้นทึบสีขาว ขนานกับเส้นประสีขาว คือ เส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซงเฉพาะด้าน หมายความว่า รถที่อยู่ทางด้านเส้นทึบห้ามแซงหรือผ่านคร่อมเส้นทึบโดยเด็ดขาด ส่วนรถที่อยู่ทางด้านเส้นประ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยอนุญาตให้แซงขึ้นหน้ารถคันอื่นหรือข้ามเส้นดังกล่าวนี้ได้ด้วยความระมัดระวัง

 

เส้นจราจร สีขาวบนท้องถนนอื่นๆ ที่ต้องรู้ !!!

 

1. เส้นจราจรปกติสีขาว คือ ให้ขับด้านซ้าย สามารถเเซงได้เมื่อปลอดภัย

 

เส้นจราจร

    

2. เส้นแบ่งทิศทางจราจรเตือน เป็นเขตทางข้ามแยก เขตห้ามแซง เว้นแต่จะเปลี่ยนเส้นทางเดินรถ ขับข้ามเส้นได้แต่ต้องระวังเป็นพิเศษ

 

เส้นจราจร

 

3. เส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซง เมื่อขับบนถนนเลนสวนกันที่พื้นจาจรใช้เส้นทึบเเบบนี้ ห้ามแซงหรือขับรถผ่านคร่อมเส้นโดยเด็ดขาด

 

เส้นจราจร

 

4. เส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซงคู่ เส้นทึบคู่สีขาว ขนานกัน คือ ห้ามรถทั้งสองฝั่งขับรถคร่อมเส้นและห้ามแซงเด็ดขาด

 

เส้นจราจร

 

5. เส้นแบ่งช่องเดินรถปกติ เส้นประสีขาวกว้าง 10 ยาว 100 เว้นช่องห่าง 300 เซนติเมตร ห้ามขับคร่อมเส้นหรือทับเส้น เว้นแต่จะเปลี่ยนช่องเดินรถหรือกลับรถเมื่อปลอดภัย

 

เส้นจราจร

 

6. เครื่องหมายเส้นแบ่งช่องเดินรถเตือน คือ เส้นแบ่งช่องเดินรถประเภทเตือนเป็นเส้นประสีขาวกว้าง 10 ยาว 300 เว้นช่องห่าง 100 เซนติเมตร แสดงว่าใกล้ถึงเส้นแบ่งช่องเดินรถ ฉะนั้นห้ามแซงห้ามขับคร่อมเส้นช่องเดินรถ เว้นแต่เปลี่ยนช่องเดินรถ

 

เส้นจราจร

 

7. เส้นแบ่งช่องเดินรถห้ามแซง เป็นเส้นประสีขาวกว้าง 10 เซนติเมตร เมื่อเห็นเส้นนี้ห้ามแซงเด็ดขาด และห้ามขับรถคร่อมเส้นหรือกลับรถ

 

เส้นจราจร

 

8. เส้นขอบทาง เป็นเส้นประสีขาวกว้าง 10 ยาว 30 เว้นช่องห่าง 60 เซนติเมตร ให้ขับรถในช่องจราจรด้านขวาของเส้น

 

เส้นจราจร

 

9. เส้นเเนวหยุด เส้นขวางถนนสีขาวเส้นทึบ หมายถึง ต้องหยุดรถก่อนถึงเส้นขวางทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบจังหวะว่างของถนน หากมีคนรอข้ามถนนต้องรอให้เสร็จเรียบร้อย เเล้วค่อยๆ ขับผ่านด้วยความระมัดระวัง

 

เส้นจราจร

 

 10. เส้นให้ทาง เป็นเส้นขวางถนนเเนวประ ขนาดกว้าง 40 ยาว 60 เว้นช่องห่าง 30 เซนติเมตร ให้ชะลอรถเเล้วดูรถที่ออกจากทางร่วม หรือคนเดินให้ผ่านไปก่อน เเล้วค่อยขับผ่านด้วยความระมัดระวัง

 

เส้นจราจร

 

 

สายพานสายพาน

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 13 สิงหาคม 2564

ทำไมรถซีดานถึงไม่มี ใบปัดน้ำฝนหลัง เหมือนรถยนต์ 5 ประตู

อุปกรณ์เพิ่ม..

ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดีขึ้น…
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยครับว่ารถยนต์อาจจะมีการออกแบบรูปทรงที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการดีไซน์จากค่ายผู้ผลิตครับ หากเราเคยสังเกตเวลาขับรถลมจะพัดเอาน้ำจากบริเวณล้อไปติดที่กระจกด้านหลังทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลง

ดังนั้นรถยนต์ 5 ประตู จึงต้องมีอุปกรณ์ ใบปัดน้ำฝนหลัง ติดมาเป็นอุปกรณ์เพิ่มเติมครับ แต่รถยนต์ซีดานจะไม่ค่อยเกิดปัญหานี้เพราะมีส่วนของท้ายรถยื่นออกมาทำให้ลมไม่ย้อนขึ้นมาถึงกระจกหลังนั่นเองครับ

 

รถยนต์ 5 ประตู จะมีการออกแบบตัวถังรถที่มีลักษณะท้ายตัด หรือแฮทช์แบ็ค ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถ อเนกประสงค์ หรือกระทั่ง มินิแวน ทรงท้ายตัดจะทำให้ลมที่เคลื่อนจากทางด้านหน้าผ่านหลังคา ไม่เคลื่อนผ่านกระจกบานหลังที่มีน้ำเกาะอยู่ การไล่น้ำที่กระจกหลังจึงเป็นไปได้ยากนั่นเอง

 

นอกจากนี้ทรงท้ายตัดตรงยังทำให้ลมที่ผ่านจากใต้ท้องรถและหลังคา เมื่อบรรจบกัน จึงเกิดกระแสลมหมุนที่ด้านท้ายรถ ทำให้ละอองฝนและละอองน้ำจากพื้นถนนบางส่วนถูกดูดเข้ามาหากระจกหลัง ทำให้เปรอะเลอะง่ายกว่ารถซีดาน และละอองน้ำจากถนนไม่เลอะเปรอะกระจกหลัง แถมละอองฝนก็ถูกชะด้วยลมที่ไหลมาจากทางหลังคาจากทางด้านหน้า

 

ใบปัดน้ำฝนหลัง

 

 

ทำไมรถซีดานถึงไม่มีใบปัดน้ำฝน ??

แม้เรื่องนี้จะยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ แต่สำนักข่าวต่างประเทศ ได้เผยแพร่บทความหนึ่ง ซึ่งได้สัมภาษณ์บริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง Skoda ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “การที่ติดตั้งใบปัดน้ำฝนที่กระจกหลังในรถซีดานทำให้เส้นการออกแบบของรถไม่สวย และไม่มีความจำเป็นมากถ้าเทียบกับรถแฮทช์แบ็ค รวมถึงเป็นการเพิ่มต้นทุนในการผลิตและวิศวกรรมอีกด้วย”

 

 

สายพานสายพาน

 

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 10 สิงหาคม 2564

ทายนิสัย จาก 10 ท่าทางจับพวงมาลัย.. !

ขับรถบอกนิสัย

คุณมีนิสัยอย่างไรสังเกตได้จากการขับรถ
ไม่ว่าจะหยิบจะอะไร ทุกเรื่องราวล้วนบอกความเป็นตัวตนของคุณได้ทั้งนั้น เช่นเดียวกันกับการจับพวงมาลัยรถ ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะความเคยชิน หรือจับพวงมาลัยเพราะความถนัดเท่านั้น หารู้ไม่ว่ามันสามารถบอกนิสัยและรสนิยมของคุณได้ด้วย

ทายนิสัย จากการจับพวงมาลัยขับรถ

1.จับตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา

 

ทายนิสัย

 

ท่าทางการจับพวงมาลัยแบบนี้ เป็นลักษณะมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่มักทำกัน ซึ่งถือเป็นท่าที่ค่อนข้างปลอดภัยในกรณีฉุกเฉิน คนที่จับพวงมาลัยลักษณะนี้ถือว่าคนรออบครอบ จริงจังกับชีวิต ถือเป็น ‘Perfectionist’ หรือคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ

 

 

2.ตำแหน่ง 12 นาฬิกาด้วยมือข้างเดียว

 

ทายนิสัย


การจับพวงมาลัยโดยการวางมือซ้ายตรงกึ่งกลางด้านบนของพวงมาลัยมักพบเห็นได้ในกลุ่มผู้ชาย การจับลักษณะนี้บอกว่าคุณกระฉับกระเฉง และมั่นใจในตัวเองสูง

 

 

3.ตำแหน่ง 9 นาฬิกาด้วยมีอข้างเดียว

 

ทายนิสัย

 

การจับพวงมาลัยในลักษณะนี้ แม้จับด้วยมือข้างเดียวเหมือนข้อ 2 แต่หากจับพวงมาลัยลงมาที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา หรือ 3 นาฬิกา บ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนคิดง่าย ชอบความเรียบง่าย ไม่โอ้อวด

 

 

4.วางมือ 1 ข้างไว้ที่ก้านพวงมาลัย

 

ทายนิสัย


หมายความว่า คุณเป็นคนชอบการผจญภัย ท้าทาย ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

 

5.จับใต้พวงมาลัยแบบหงายมือขึ้น

 

ทายนิสัย


การจับบริเวณด้านล่างของพวงมาลัยโดยหงายมือขึ้น แสดงว่าคุณมีความเป็นผู้นำสูง ชอบการออกคำสั่ง

 

 

6.จับใต้พวงมาลัยแบบคว่ำมือลง

 

ทายนิสัย


แสดงวา่คุณเป็นคนกระตือรือร้น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีความสนใจอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นพิเศษ

 

 

7. จับก้านพวงมาลัยด้วยมือทั้ง 2 ข้าง

 

ทายนิสัย


จับก้านพวงมาลัยด้วยมือทั้ง 2 ข้าง แสดงว่าคุณเป็นคนเรียบๆ นิ่งๆ ไม่ชอบแสดงท่าทีให้มากนัก

 

 

8.ไม่จับพวงมาลัยเลย!

 

ทายนิสัย


มีบางคนที่ไม่ชอบการจับพวงมาลัย แต่ควบคุมโดยการใช้ขาแทน ถ้ารถของคุณไม่ใช่ Autopilot จริงๆไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยครับ

 

 

9.จับตำแหน่ง 11 และ 1 นาฬิกาอย่างเต็มฝ่ามือ

 

ทายนิสัย


หมายถึง มองโลกในแง่ดี  และมักเป็นคนตื่นเต้นอยู่เสมอ หรือคุณกำลังอยู่ในภาวะกดดัน มีความกังวล ต้องการไปถึงที่หมายโดยเร็ว

 

 

10.บีบแตรบ่อยๆ

 

ทายนิสัย


หากใครขับรถแล้วมักกดแตรบ่อยๆ แสดงว่าคุณเป็นคนใจร้อน เกิดบันดาลโทสะอยู่บ่อยๆ ต้องปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นครับ

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 31 กรกฎาคม 2564

เค.มอเตอร์ส บริจาคล้านที่ 5 เข้ากองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด

สนับสนุนเงิน

รักษาและจัดซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด
โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สมทบทุนเพิ่มอีก 1,000,000 บาท เข้ากองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” ศิริราชมูลนิธิ ซึ่งเป็นเงินสนับสนุนล้านที่ 5 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลต่างๆ (ปี 2564)

เค.มอเตอร์ส

 

วันนี้ 27 กรกฎาคม 2564 บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด มอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท สมทบกองทุน “ศิริราชสู้ภัยโควิด” โรงพยาบาลศิริราช ศิริราชมูลนิธิ สำหรับจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยโควิด 19 โดยมี ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี และ ศ.นพ.ธวัชชัย อัครวิพุธ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ