อัพเดท : 10 ธันวาคม 2568

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมกิจกรรม GR Day Coffee & Connect พร้อมอัปเดตความคืบหน้างานสร้างโชว์รูม GR Garage

โชว์รูมใหม่

รวมพลคนรัก GR พร้อมอัปเดตโชว์รูม….
บรรยากาศภายในงาน GR Day Coffee & Connect ณ Silooet House บางใหญ่ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยคนรักรถยนต์ GR ที่พร้อมมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน และผู้บริหารจากเค.มอเตอร์ส ร่วมอัปเดตความคืบหน้าโชว์รูม Garage ใหม่…

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส โดย คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมงาน GR Day Coffee & Connect ซึ่งเป็นกิจกรรมรวมพลคนรักรถยนต์ GR โดยในงานนี้ คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ ยังได้อัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสร้างโชว์รูม GR Garage ที่ เค.มอเตอร์ส ได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนจำหน่าย ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งคอนเซปต์การออกแบบจะเน้นความเป็น GR และวัสดุที่ใช้จะเน้นความพรีเมียม พร้อมทั้งตั้งใจให้พื้นที่ของโชว์รูมกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ มีร้านกาแฟและมุมของที่ระลึกจาก GR พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่าเมื่อไหร่ที่โชว์รูม GR Garage ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย อย่าลืมแวะมาชม มาชิลได้ที่ GR Garage โชว์รูมโตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาสุขุมวิท 43 นะครับ 🙂

บรรยากาศภายในงาน GR Day Coffee & Connect ณ Silooet House บางใหญ่ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อนสมาชิกแต่ละคนนำรถ GR มาอวดโฉมกัน จิบกาแฟ รับแดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ ในยามเช้าวันอาทิตย์ด้วยกัน พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับรถยนต์ GR หลากหลายรุ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมดีๆ ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความชอบและใจรักในสิ่งเดียวกัน ได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หากมีกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในครั้งหน้า เค.มอเตอร์ส ไม่พลาดที่จะนำภาพบรรยากาศมาให้ชมกันอีกนะครับ

นึกถึงโตโยต้า นึกถึง เค.มอเตอร์ส.

 

GR GR GR
GR GR GR
GR GR GR
GR GR GR

 

 

อัพเดท : 24 พฤศจิกายน 2568

ภาพบรรยากาศงาน Hilux Travo : Greater Together Fest

Travo

รถกระบะรุ่นใหม่ เท่ทุกมุม ขับสบาย นุ่มทุกสภาพผิว
ในงาน Hilux Travo : Greater Together Fest เปิดตัว รถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุด ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมข้อเสนอพิเศษ ภายในงานยังมีของแจกมากมาย ที่โชว์รูมโตโยต้า เค.มอเตอร์ส สาขาถนนจันทน์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา…

เก็บตกบรรยากาศภายในงาน Hilux Travo : Greater Together Fest ในวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กับรถกระบะที่เพิ่งเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดของโตโยต้า Toyota Hilux Travo (โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโวล) ที่หล่อทุกมุม ดีไซน์สวย พร้อมฟังก์ชันล้ำ งานนี้ลูกค้าคึกคักให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แวะเวียนเข้ามาชมรถ พร้อมถ่ายรูปกันตลอดทั้งวัน ที่สำคัญภายในงานยังมีของแถม ขนม และของแจกมากมายให้กับลูกค้า พร้อมน้องเซลล์เค สุดน่ารัก อัธยาศัยดี มาให้คำปรึกษา พร้อมดีลดีๆ ตลอดทั้งวัน และยังมีช่างเค ช่างผู้เชียวชาญด้านรถ มาให้ความรู้เป็นพิเศษ เรียกได้ว่า งานนี้ครึกครื้น สนุกสนาน และได้ของสมนาคุณกลับบ้านมากมายกันเลยทีเดียว

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจ และพร้อมให้บริการด้านข้อมูล การทดลองขับ และข้อเสนอพิเศษ กับลูกค้าทุกท่าน และติดตามกิจกรรมดีๆ ในครั้งถัดไปได้เลยครับ

 

 

 

อัพเดท : 18 พฤศจิกายน 2568

วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน ใช้งานอย่างไร? ใช้ตอนไหน?

ความปลอดภัย

ควรเปิดใช้ตลอดเวลาหรือไม่อย่างไร.
ระบบเตือนก่อนการชน ( Pre-Collision System ) PCS เป็นระบบความปลอดภัยที่ทำงานโดยอัตโนมัติ และควรเปิดใช้งานไว้ตลอดเวลาขณะขับขี่ ระบบนี้จะใช้เซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์ตรวจจับวัตถุ เช่น ยานพาหนะ คนเดินถนน หรือจักรยาน ที่อยู่ด้านหน้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน

วิธีใช้งาน ระบบเตือนก่อนการชน 

 

การเปิดใช้งานระบบ ระบบเตือนก่อนการชนจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อสตาร์ทรถทุกครั้ง หรือสามารถตรวจสอบจากคู่มือการใช้รถ และเข้าไปที่เมนูตั้งค่าในรถได้ การปรับระดับความไว สามารถตั้งค่าความไวของการแจ้งเตือนได้ 3 ระดับ คือ สูง (High) กลาง (Normal) และต่ำ (Low) ซึ่งสามารถปรับได้ตามความต้องการและปรับตั้งให้เหมาะสมกับสภาพการจราจร


1. ความไวต่ำ ระบบจะแจ้งเตือนช้าสุด ระบบจะแจ้งเตือนช้าสุดรถต้องเข้าใกล้รถคันหน้ามากระบบจึงจะทำการแจ้งเตือนและสั่งให้เบรกทำงาน จึงเหมาะกับการใช้ในเส้นทางที่มีรถหนาแน่น

2. ความไวปลานกลาง ระบบจะแจ้งเตือนช้าลงกว่าการตั้งค่าความไวสูงแต่จะเร็วกว่าแบบความไวต่ำเหมาะกับการใช้งานบนเส้นทางที่การจราจรไม่หนาแน่น

3. ความไวสูง ระบบจะแจ้งเตือนเร็วขึ้น เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องการการแจ้งเตือนล่วงหน้ามากๆ เช่น บนเส้นทางที่การจราจรไม่ติดขัดที่สามารถใช้ความสูงได้

 

การตรวจสอบหน้าจอแสดงผล สังเกตไอคอนหรือไฟเตือนบนหน้าจอของรถเวลาใช้งาน

ไอคอนสีเขียว แสดงว่าระบบตรวจจับรถคันหน้าและทำงานปกติ

ไอคอนสีเหลืองอำพัน แสดงว่ากำลังขับรถจี้ท้ายรถคันหน้ามากเกินไป

ไฟเตือนพร้อมเสียง จะดังขึ้นเมื่อระบบตรวจจับว่ามีโอกาสเกิดการชน

 

การทำงานของระบบเตือนก่อนการชน

ระบบเตือนก่อนการชนจะทำงานเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ปลอดภัย ซึ่งมีการทำงานเป็นลำดับขั้น คือ…

1. แจ้งเตือน (Warning) เมื่อระบบคำนวณแล้วว่ารถอาจกำลังจะชน จะมีสัญญาณไฟเตือนกะพริบบนหน้าจอ และมีเสียงเตือนดังขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาตอบสนอง

2. เตรียมความพร้อมระบบเบรก (Brake Assist) หากผู้ขับขี่ตอบสนองด้วยการเหยียบเบรก แต่แรงเบรกไม่เพียงพอ ระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดความเร็วรถลงให้เร็วขึ้น

3. เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking – AEB) หากผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนองเลย และระบบประเมินว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการชน ระบบจะทำการเบรกเองโดยอัตโนมัติเพื่อลดความเสียหายหรือหลีกเลี่ยงการชน

 

ระบบเตือนก่อนการชน ใช้งานอย่างไรใช้ตอนไหนบ้าง

1. เปิดใช้งานไว้ตลอดเวลา ระบบเตือนก่อนการชนถูกออกแบบมาให้เป็นระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ควรเปิดใช้งานตลอดการขับขี่ในทุกสภาพถนน
2. สภาพการจราจรหนาแน่น มีประโยชน์อย่างยิ่งในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการชน ท้ายรถคันหน้าโดยไม่ตั้งใจ 3. ขับขี่บนถนนที่อาจมีคนหรือสัตว์ข้ามระบบสามารถตรวจจับคนเดินถนนหรือจักรยานที่อยู่ในเส้นทางได้ ซึ่งจะช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ระวังได้ทัน

 

ข้อควรระวัง

1. ระบบเป็นเพียงผู้ช่วย ไม่ได้ทำหน้าที่แทนผู้ขับขี่

2. การทำงานของระบบอาจถูกจำกัดได้ในบางสถานการณ์ ดังนี้
2.1 เมื่อเซ็นเซอร์หรือกล้องถูกบดบังด้วยฝุ่น โคลน หิมะ หรือวัตถุอื่น
2.2 ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตกหนัก หมอกหนา หรือแสงแดดส่องจ้า
2.3 ผู้ขับขี่ควรรักษาความสะอาดของเซ็นเซอร์และกล้องที่อยู่บริเวณกระจังหน้าและกระจกบังลมอย่างสม่ำเสมอ

 

สายพานสายพาน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 17 พฤศจิกายน 2568

“ช่างเค” ยืนหนึ่ง กวาดเรียบ 2 รางวัลชนะเลิศ ในงาน “Skill Contest” ครั้งที่ 47

โชว์เจ๋ง

คว้ารางวัลสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ…
2 ผู้บริหาร จากโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ร่วมแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันใน “การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ครั้งที่ 47 (Toyota Dealer Customer Service Skill contest)” ที่จัดขึ้นในวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า สุวินทวงศ์ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา  ….

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส สุดภาคภูมิใจกับการคว้าชัยชนะ 2 รางวัล “ช่างเทคนิคระดับสูง” และ “ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน” 2 รางวัลที่ใหญ่ที่สุด จากเวทีการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ครั้งที่ 47 (Toyota Dealer Customer Service Skill contest) โดยมี คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ และคุณกนก สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ชนะและผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน

 

ขอแสดงความยินดีกับ “ช่างเคคนเก่ง” ของเรา ที่สามารถคว้ารางวัลสุดยิ่งใหญ่นี้มาได้ถึง 2 รางวัล ได้แก่
นายธีรพล คุณวงศ์ รางวัลชนะเลิศ ประเภทช่างเทคนิคระดับสูง และ
นายวิชัย จันชฎา รางวัลชนะเลิศ ประเภทช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน
ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดของเวทีนี้ ชัยชนะครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความสำเร็จและความเป็นที่สุดของ เค.มอเตอร์ส ทั้งในเรื่องช่างสุดยอดฝีมือและในด้านงานบริการของโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ที่มีมาโดยตลอด..

 

ในครั้งนี้ผู้เข้าแข่งขันจาก โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ฝ่าฟันมาจนถึงรอบสุดท้ายได้ถึง 4 ประเภท ได้แก่ ช่างเทคนิคระดับสูง, ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน, คอลเซ็นเตอร์ และผู้บริหารงานสีและตัวถัง ซึ่งกว่าจะมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องฝ่าด่านการแข่งขัน คัดจากร้อย หลักพันคน จนมายืนอยู่ในรอบสุดท้าย ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และเก่งมากๆ ที่ได้เป็นตัวแทนและสร้างชื่อเสียงให้กับ เค.มอเตอร์ส

 

และนี่คือบทพิสูจน์ และผลลัพธ์ที่ได้จากความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขัน ทีมงาน และครูฝึก ที่อดทน ฝึกฝน และพัฒนาศักยภาพอย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถคว้ารางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้าในครั้งนี้มาได้อีกครั้ง เป็นการการันตีและทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้ว่าทุกครั้งที่เข้ารับบริการจาก เค.มอเตอร์ส จะไม่ผิดหวัง เพราะเรามีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้และความสามารถ รางวัลระดับประเทศการันตี..

 

นึกถึง “โตโยต้า” นึกถึง “เค.มอเตอร์ส”

 

Skill Contest Skill Contest Skill Contest
Skill Contest Skill Contest Skill Contest
Skill Contest Skill Contest Skill Contest
Skill Contest Skill Contest Skill Contest

 

 

อัพเดท : 17 พฤศจิกายน 2568

ออกรถใหม่ จอดรถแล้วได้กลิ่นไหม้ อันตรายไหม

สิ่งที่ควรทำ

รถใหม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ไม่พึงประสงค์..
การได้กลิ่นไหม้ขณะจอดรถอันตรายมาก ต้องตรวจสอบและรีบแก้ไขทันที หากฝืนขับต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงตามมาได้ ซึ่งปัญหาเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ระบบเบรก ระบบไฟฟ้าลัดวงจร ท่อยางชำรุด หรือมีวัตถุอื่นมาติดที่เครื่องยนต์หรือท่อไอเสียที่กำลังร้อนจัด

เมื่อ จอดรถแล้วได้กลิ่นไหม้ ต้องไปดูจุดที่เกิดกลิ่นเหม็นไหม้ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง… 1. กลิ่นเหม็นไหม้จากระบบเบรก เกิดจากลูกสูบเบรกติด ทำให้ผ้าเบรกถูกกดกับจานเบรกตลอดเวลา จนผ้าเบรกร้อนจัดแล้วเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ หลังจากมีการขับรถใช้งานหรือมีการลืมปลดเบรกมือในขณะขับรถ 2. กลิ่นเหม็นไหม้จากระบบคลัตช์ ผ้าคลัตช์ไหม้เกิดจากการใช้งานระบบคลัตช์ไม่ถูกต้อง เช่น วางเท้าเอาไว้ที่แป้นคลัตช์ตลอดเวลา หรือการเลียคลัตช์เวลาขับขี่ จะทำให้ผ้าคลัตช์ลื่นและเกิดความร้อนสูง และมีกลิ่นเหม็นไหม้ของคลัตช์ตามมา 3. กลิ่นเหม็นไม้จากระบบไฟฟ้า เกิดการลัดวงจรในระบบไฟฟ้า เช่น หนูกัดสายไฟแล้วเกิดการลัดวงจรของสายไฟ เกิดความร้อนสูงจนสายไฟไหม้ ละลาย และเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ตามมาได้ 4. กลิ่นเหม็นไม้จากจุดลงกราวด์ไม่แน่น เช่น น็อตยึดจุดลงกราวด์หลวม ทำให้กระแสไฟไหลไม่สะดวก จนเกิดความร้อนสูง ส่งผลให้สีตัวถังมีกลิ่นเหม็นไหม้ตามมา 5. กลิ่นเหม็นไหม้จากสายพานหย่อน หรือชิ้นส่วนที่เป็นยางหรือพลาสติก สายพานหย่อนทำให้ลื่นและร้อน จนมีกลิ่นเหม็นไหม้เวลาเครื่องยนต์ทำงาน ท่อยางหรือชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก อาจหลุดหลวมไปโดนท่อร่วมไอเสีย ทำให้ละลายเกิดกลิ่นไหม้ 6. กลิ่นเหม็นไหม้จากวัตถุแปลกปลอม เช่น มีถุงพลาสติกไปติดอยู่บริเวณเครื่องยนต์หรือท่อไอเสีย แล้วความร้อนจากเครื่องยนต์หรือท่อไอเสีย ทำให้ถุงพลาสติกละลายและเกิดกลิ่นเหม็นไหม้ 7.กลิ่นเหม็นไหม้จากระบบแอร์ อาจเกิดจากหน้าคลัตช์ตั้งห่างหรือชิดจนเกินไป ทำให้หน้าคลัตช์ลื่น กรณีตั้งห่างเกินไปเวลาหน้าคลัตช์จับจะเกิดการลื่นและเสียดเสียกัน จนเกิดความร้อนสูง หน้าคลัตช์จึงมีกลิ่นไหม้ ส่วนกรณีที่ตั้งชิดเกินไป เวลาที่ระบบแอร์สั่งตัดการทำงาน หน้าคลัตช์แต่หน้าคลัตช์ที่ชิดก็จะเกิดการเสียดสีกับมูเล่ย์คอมเพรสเซอร์แอร์ จนเกิดการเสียดสีกันทำให้เกิดความร้อนที่หน้าคลัตช์คอมเพรสเซอร์แอร์ ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นไหม้จากจุดนี้ได้   สิ่งที่ควรทำเมื่อได้กลิ่นไหม้  … 1. อย่าฝืนใช้รถต่อ ห้ามฝืนขับต่อเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความเสียหายลุกลามรุนแรงมากขึ้น 2. ตรวจสอบเบื้องต้น ตรวจสอบจุดที่ทำให้เกิดกลิ่น เช่น ลองตรวจสอบบริเวณใต้ท้องรถว่ามีถุงพลาสติกหรือวัตถุแปลกปลอมอื่นๆ ติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้รีบนำออกทันที 3. ติดต่อศูนย์บริการ หากไม่พบวัตถุแปลกปลอม หรือไม่สามารถแก้ไขเองได้ ให้ติดต่อศูนย์บริการหรือรีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยด่วน            หากออกรถใหม่ พอจอดรถแล้วได้กลิ่นไหม้ อย่าฝืนใช้รถต่อ ให้ทำการตรวจสอบหาสาเหตุเบื้องต้นก่อน ถ้ายังไม่พบสาเหตุของกลิ่นเหม็นไหม้หรือไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองให้ติดต่อศูนย์บริการหรือรีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยด่วน เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดอันตรายจากไฟลุกไหม้ หรือเกิดความเสียหายรุนแรงตามมาได้ครับ   สายพานสายพาน   เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ