อัพเดท : 20 มกราคม 2563

เหยียบ คลัตช์ แล้วดัง เกิดจากอะไร ส่งผลอย่างไรกับรถ..

เสียงดังเอี๊ยด

วิธีการดูและคลัตช์ที่ถูกต้องทำอย่างไร
คลัตช์ (Clutch) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ตัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่ชุดเกียร์เมื่อผู้ขับรถยนต์เหยียบคลัตช์ เพื่อให้ผู้ขับรถยนต์ทำการเปลี่ยนเกียร์และจะเชื่อมต่อการส่งกำลังจากเครื่องยนต์สู่ชุดเกียร์เมื่อผู้ขับรถยนต์ปล่อยคลัตช์

รถยนต์ที่เป็นเกียร์ธรรมดาจะใชุดคลัตช์เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก กรณีที่เหยียบคลัตช์แล้วจะมีเสียงดังอี๊ดๆ อ๊าดๆ สิ่งที่ควรสังเกตคือหาสาเหตุของเสียงนั้นว่าเกิดมาจากจุดไหน เพื่อจะได้หาแนวทางแก้ไขได้อย่างถูกจุดครับ เช่น แผ่นคลัตช์มีเสียงดัง อาจจะเกิดจากสปริงแผ่นคลัตช์เกิดการหลวมคลอน ต้องยกเกียร์ออกมาดูก่อน อันนี้อาจจะต้องดูเลยทีเดียวเพื่อไม่ให้เสียเวลา ถ้าอะไรไม่ดีก็ควรจะเปลี่ยนเลยดีกว่า แต่ถ้าก้ามปูลูกปืนกดคลัตช์ดัง อันนี้ต้องลองหล่อลื่นใส่จาระบีตรงจุดก้ามปูกดคลัตช์ดูก่อนครับ ถ้าเสียงหายก็คงจะมาจากก้ามปูคลัตช์แห้ง แก้ไขไม่ยาก

 

 

คลัตช์

 

 

 

การใช้งานคลัตช์ที่ถูกวิธี

อย่าเหยียบคลัตช์แช่

ควรออกตัวรถด้วยเกียร์ 1 เพือช่วยลดภาระของชุดคลัตช์ และถ้าจะเปลี่ยนเกียร์ควรเหยียบคลัตช์ให้สุด ค่อยๆ ปล่อยช้า เวลาที่ขับรถลงทางลาดชัน การเหยียบคลัตช์แช่จะส่งผลให้ชุดคลัตช์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นและเสียหายมากกว่าทั่วๆ ไป โดยเฉพาะการขับรถในเมือง ยิ่งไม่ควรเหยียบคลัตช์แช่ครับ


พยายามอย่าเหยียบคลัตช์ถ้าไม่จำเป็น

แม้แต่การพักเท้าบนแป้นคลัตช์ก็ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะน้ำหนักเท้าจะทำให้เกิดแรงกด จนส่งผลทำให้ผ้าคลัตช์เสียหายเร็วขึ้น ในขณะเดียวกันการ “เบรกกะทันหัน” ก็ไม่ควรเหยียบคลัตช์ก่อนเหยียบเบรกเช่นกัน ทั้งนี้เพราะทันทีที่คุณเหยียบคลัตช์ก็เหมือนกับปล่อยรถให้อยู่ในเกียร์ว่าง ทำให้รถไม่เกาะถนน อาจทำให้รถแฉลบ เสียการควบคุม เกิดการไลื่นไถลและหมุนได้ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ยังเป็นการเพิ่มภาะระให้เบรกด้วยเช่นกัน


ไม่ทำการเข็นกระตุกเพื่อติดเครื่อง

กรณีที่รถเกิดแบตเตอรี่หมด ไม่ควรทำการเข็นกระตุกเพื่อติดเครื่องเพราะจะส่งผลทำให้สปริงจานคลัตช์และผ้าคลัตช์เกิดความเสียหายนั่นเอง

 

ไม่ปลี่ยนยางที่มีเส้นรอบวงใหญ่กว่าเดิม

การเปลี่ยนยางที่มีเส้นรอบวงใหญ่ขึ้นจากเดิมนั้น จะทำให้อัตราทดของเกียร์และเฟื่องท้ายไม่รองรับ ทำให้ชุดคลัตช์เกิดการเสียหายและชำรุดเร็วขึ้น

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

 

อัพเดท : 13 มกราคม 2563

การรันอิน คืออะไร? มีผลอย่างไรกับรถยนต์…

ออก(รถ)ใหม่

ปรับสภาพรถใหม่ให้เหมาะกับการใช้งาน…
การรันอิน คือการปรับสภาพส่วนต่างๆ ของรถใหม่ที่เพิ่งออกมาจากโรงงานให้เหมาะกับการใช้งาน ข้อแนะนำสำหรับการขับรันอิน เมื่อครบระยะ 1,000 กิโลเมตร ให้ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ ตรวจเช็กระดับน้ำมันเบรกทุกสัปดาห์ อย่าเข้าเกียร์ว่างขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่

การรันอิน คือการปรับสภาพส่วนต่างๆ ของรถใหม่ที่เพิ่งออกมาจากโรงงานให้เหมาะกับการใช้งาน ข้อแนะนำสำหรับการขับรันอิน เมื่อครบระยะ 1,000 กิโลเมตร
การรันอิน ที่ทำให้รถยนต์มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ควรหมุนพวงมาลัยรถขณะที่รถอยู่กับที่ ตรวจลมยางทุก 2 สัปดาห์ และอย่าสตาร์ทเครื่องซ้ำขณะเครื่องยนต์กำลังทำงาน

 

ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมสำหรับ “การรันอิน” ทั่วไป

** รอบสูงไม่เกิน 4000 รอบ/นาที
** ความเร็วสูงไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
** อย่าขับรถแช่หรือทำความเร็วคงที่นานเกินไป ให้เปลี่ยนระดับความเร็วเสมอ
** อย่าออกตัวรถแรง
** ไม่ควรเบรกกะทันหัน และเหยียบเบรกแรง
** เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เมื่อครบระยะ 1,000 กิโลเมตร เช่น น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองทิ้งท้าย เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่กระจายปะปนอยู่ในน้ำมันออก

 

การรันอิน

 

นอกจากการขับรันอินแล้ว สำหรับใครที่ต้องการทำรันอินระบบเครื่องยนต์อื่นๆ ต้องทำอย่างไร เช็กอะไรบ้าง มาดูกันครับ

ระบบเบรก

การทำรันอินระบบเบรก ควรหมั่นตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกเป็นประจำทุกสับดาห์ และควรใช้เบรกมือบ่อยๆ หากจะทำการปลดเบรกมือให้ดึงให้สุดก่อนออกตัวรถ พร้อมกดปุ่มที่ปลายเพื่อป้องกันการเสื่อมชำรุด แต่ถ้าต้องเบรกติดต่อกันบ่อยๆ หรือในทุกๆ 10 วินาที ควรยกเท้าจากเบรก 1 วินาที ในกรีณีที่ขับรถลงเขาแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้เกียร์ต่ำแทน

ระบบเกียร์อัตโนมัติ

ไม่แนะนำให้เข้าเกียร์ว่าง ขณะที่รถกำลังเคลื่อนตัว เวลาเปลี่ยนเกียร์ว่างเป็นเดินหน้าหรือถอย ให้เหยียบเบรกจนรถหยุดสนิท จากนั้นจึงค่อยๆ เร่งเครื่อง

ระบบเฟืองท้ายและเกียร์ธรรมดา

ไม่ควรเติมหัวเชื้อน้ำมันต่างๆ ลงไปในห้องเกียร์ ถ้าระยะทางยังไม่เกิน1,000 กม.

ระบบคลัช

ห้ามใช้คลัชแทนเบรกเพื่อชะลอรถ ยกเว้นตอนที่ขับรถลงจากเนินสูง และควรยกเท้าออกจากคลัชตอนไม่ใช้งาน แนะนำให้ใช้เกียร์ว่างแทนการเหยียบคลัชแช่

ระบบพวงมาลัย

อย่าหมุนพวงมาลัยรถในขณะที่รถอยู่กับที่

ระบบกันสะเทือน

คอยตรวจลมยางทุก 2 สัปดาห์ และไม่ควรขับรถบนทางขรุขระด้วยความเร็วสูงเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ระบบไฟฟ้า

**ไม่ควรสตาร์ทเครื่องซ้ำในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน
**หมั่นเช็กระดับน้ำกลั่นแบตเตอร์รี่เป็นประจำทุกสัปดาห์
**ห้ามเติมน้ำกลั่นเกินขีดที่รถยนต์กำหนด
**ควรตรวจสอบการทำงานของเกจวัด ไฟเตือน และระบบไฟฟ้าต่างๆ ของรถเป็นประจำ

 

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 8 มกราคม 2563

วิธีการถนอม “เกียร์” เพื่อยืดอายุการใช้งานได้นาน…

เคล็ด(ไม่)ลับ

ดูแลชุดเกียร์ของคุณให้อยู่กับรถไปนานๆ
หลายคนรู้จัก “เกียร์” ว่าเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เปลี่ยนอัตราส่วนการทดรอบระหว่างเครื่องยนต์กับล้อ ควบคุมให้รถสามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่งในปัจจุบันเกียร์มี 2 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ โดยลักษณะการใช้งานก็จะแต่งต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงคือการถนอมเกียร์ทั้ง 2 ประเภทให้ใช้ได้นาน

วิธีถนอม เกียร์ ให้ใช้งานได้นาน” ชุดเกียร์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับแรงจากเครื่องยนต์แล้วส่งไปที่ล้อเท่านั้น เพราะเกียร์เป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนรถ ถ้าไม่มีชุดเกียร์จะส่งผลให้เครื่องยนต์เผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์และสิ้นเปลืองน้ำมัน รถทุกคันล้วนมีหน้าปัดบอกความเร็วรอบเครื่อง การสร้างความคุ้นเคยกับหน้าปัดรอบเครื่องจะช่วยให้เราเข้าใจชุดเกียร์ได้มากขึ้น

 

การเปลี่ยนเกียร์สามารถสังเกตง่ายๆ เมื่อเรากดคันเร่งเพิ่มความเร็วรถจนถึงจุดหนึ่งที่รถจะทำการเปลี่ยนเกียร์ รอบเครื่องก็จะขึ้นสูงชั่วขณะ จากนั้นก็จะลดต่ำลง ความเร็วรถก็จะเพิ่มขึ้น ถ้าเรากดคันเร่งหรือเมื่อเซ็นเซอร์ส่งข้อมูลว่ารถกำลังเร่ง แต่ ECU กลับยังไม่สั่งการให้เปลี่ยนเกียร์ก็จะส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานรอบสูงกินน้ำมันมากขึ้น

 

นอกจากนี้พฤติกรรมการขับรถของคุณยังส่งผลต่ออายุการใช้งานของ “เกียร์” ด้วยครับ มาดูกันว่าเกียร์แต่ละประเภทต้องปฎิบัติอย่างไรถึงจะใช้ได้นานๆ

 

 

เกียร์

 

 

เกียร์ธรรมดา

 

1. ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันตามระยะทางทุกๆ 20,000 กม.

2. ทำการตรวจสอบรอยรั่วของ Seal ว่ามีปัญหาและเกิดรอยรั่วตรงจุดไหนหรือไม่ เช่น Seal ท้ายเกียร์ (อยู่ระหว่าง Adepter เกียร์ Main – Transfer Case), Switch เกียร์ถอย, Seal หน้าแปลนเกียร์ 4 เป็นต้น

3. หากต้องเดินทางไกลหรือต้องใช้รถลุยหนัก ลุยน้ำ สมบุกสมบัน หลังใช้งานควรเช็กสภาพน้ำมันเกียร์ เนื่องจากอาจมีน้ำ เข้าไปผสมในน้ำมันเกียร์ และส่งผลให้ชุดเกียร์บางส่วนเกิดความชำรุดเสียหาย

 

เกียร์อัตโนมัติหรือเกียร์ออโต้

 

1. ไม่คิกดาวน์บ่อยๆ

การคิกดาวน์ (Kickdown) ก็คือการเหยียบแป้นคันเร่งให้ลึกกว่าปกติเพื่อเพิ่มความเร็วอย่างเร่งด่วน ซึ่งหากทำการคิกดาวน์บ่อยๆ ชุดเกียร์ได้รับแรงบิดที่เพิ่มขึ้นกะทันหันเกินความจำเป็น จะทำให้ชุดเกียร์เกิดความเสียหาย ชำรุดเร็วกว่าที่เวลากำหนด การขับขี่ที่ดีควรค่อยๆ เพิ่มความเร็วจะดีที่สุดครับ

 

2.ใช้เบรกมือเวลาจอดบนทางลาดชัน

คนส่วนใหญ่มักจะใส่เกียร์ P เวลาจอดรถบนทางลาดชัน ป้องกันไม่ให้รถไหล แต่วิธีที่ดีเวลาจอดรถบนทางลาดชันควรใช้เบรกมือควบคู่ด้วย ทั้งนี้ก็เพราะหลีกเลี่ยงไม่ให้สลักเกียร์ต้องรับน้ำหนักรถมากเกินไปนั่นเอง

 

ส่วนวิธีจอดรถบนทางลาดชันที่ถูกต้อง คือ หลังจอดรถเสร็จเรียบร้อย อย่าเพิ่งใส่เกียร์ P ในขณะที่เท้าของคุณยังอยู่ที่แป้นเบรกให้ทำการดึงเบรกมือขึ้นจนสุด จากนั้นจึงค่อยๆ ปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก จนมั่นใจได้ว่ารถจอดหยุดนิ่งไม่ไหลแล้ว จึงทำการผลักตำแหน่งเกียร์ไปยัง P ซึ่งวิธีนี้เป็นการผลักภาระการรับน้ำหนักตัวรถไปที่เบรกแทน แต่ถ้าจะเคลื่อนตัวรถออกจากที่จอด ให้ทำการปลดเกียร์ออกจากตำแหน่งเกียร์ P ก่อน (เลือกใส่เกียร์ R N หรือ D ได้หมด) แล้วปลดเบรกมือ ทำตามวิธีนี้จะช่วยถนอมเกียร์ให้สามารถได้นานๆ ได้ครับ

 

3.รถวิ่งไม่ควรปล่อยเกียร์ว่าง

ในขณะที่รถวิ่งอยู่ ไม่ควรปล่อยเกียร์ว่างแล้วปล่อยให้รถไหลเด็ดขาด ทั้งนี้เพราะถ้าเข้าเกียร์ N น้ำมันหล่อลื่นในห้องเกียร์จะหยุดไหลเวียน พร้อมกันนั้นเกียร์ก็กำลังหมุนอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนสูงกว่าปกติ ทำบ่อยๆ จะส่งผลให้น้ำมันเกียร์เสื่อม ประสิทธิภาพการหล่อลื่นต่ำลง จนเกียร์เกิดความเสียหายได้นั่นเอง

 

4.เปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว

โดยทั่วไปตำแหน่งเกียร์ออโต้ผู้ขับขี่สามารถปรับอัตราทดลองเองได้ ทั้ง+, – หรือตำแหน่ง 3, 2, L (แตกต่างกันไปแล้วแต่รถแต่ละรุ่น) อย่างไรก็ตามตำแหน่งเกียร์ D สามารถครบคลุมในชีวิตประจำวัน จึง ไม่ควรปรับเกียร์เป็นตำแหน่งอื่นบ่อยๆโดยไม่จำเป็น

 

5.เปลี่ยนนำมันเกียร์บ่อยๆ

การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะเวลาที่กำหนดตามคู่มือ จะช่วยหล่อลื่นและปกป้องถนอมชุดเกียร์ แต่ถ้ารถรุ่นไหนไม่ได้ระบุว่าให้เปลี่ยนหรือระบุว่าไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งาน สามารถตั้งระยะเวลาเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เองได้ ซึ่งรถแต่ละรุ่นจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 60,000 กิโลเมตร ทั้งนี้เพราะสภาพอากาศร้อนในบ้านเราส่งผลทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมเร็วกว่าปกตินั่นเอง

 

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 25 ธันวาคม 2562

เค.มอเตอร์ส รวมใจ ต้านภัยหนาว ปันน้ำใจจากพี่….สู่น้อง

มอบของบริจาค

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวทางภาคเหนือ
คุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ และ คุณกนก สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด มอบเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่มกันหนาว รวมถึงข้าวของเครื่องใช้จำเป็น และของใช้ส่วนตัวต่างๆ ให้แก่พี่น้องในพื้นที่ชุมชนตาน้อย ชุมชนน้ำปัว และชุมชนแจรงหลวง ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน เมื่อวันที่ 21-22 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา

ในทุกๆ ปีพี่น้องที่อยู่บนพื้นที่สูงหรืออาศัยอยู่บนยอดดอยสูง จะประสบกับปัญหาภัยหนาว และยังมีหลายหมู่บ้านที่ขาดแคลนผ้าห่มและเครื่องนุ่งห่มต้านภัยหนาว เค.มอเตอร์ส ซึ่งได้ดำเนินโครงการต้านภัยหนาว ปันน้ำใจจากพี่….สู่น้อง มาเป็นเวลาหลายปี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในส่วนนี้ จึงอยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือให้พี่น้องที่อาศัยอยู่บนดอยสูงได้อบอุ่นและมีรอยยิ้มมากขึ้น

โดยในปีนี้ เค.มอเตอร์ส ได้เดินทางไปมอบของบริจาคเครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่มกันหนาว รวมถึงข้าวของเครื่องใช้จำเป็น อาทิ ผ้าขนหนู กระเป๋าเป้ รองเท้าแตะลำลอง ของเล่นเด็กๆ ขนมขบเคี้ยว และของใช้ส่วนตัวต่างๆ ให้แก่พี่น้องในพื้นที่ชุมชนตาน้อย ชุมชนน้ำปัว และชุมชนแจรงหลวง ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมทั้งหมด 3 หมู่บ้านด้วยกัน ซึ่งได้รับความร่วมมือและความอนุเคราะห์ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการจัดการต่างๆ เป็นอย่างดี จากคุณวิโรจน์ อุดนัน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา พร้อมทีมคณะผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ทำให้กิจกรรมครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ท่ามกลางป่าเขา แต่ไม่ทำให้บรรยากาศในการรับมอบสิ่งของต้านภัยหนาวเหงาได้ เพราะพี่น้องลูกเล็กเด็กแดงที่เดินทางมารับของบริจาคนั้น ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ถูกฉาบไปด้วยความสุข ซึ่งทำให้ทีมงานเค.มอเตอร์สที่ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้มีความสุขอิ่มเอมใจตามไปด้วย ที่สำคัญทุกคนต่างให้ความร่วมมือ รอรับของกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย คนรับมีความสุข ผู้ให้อย่างเค.มอเตอรส์ ก็มีความสุขมากกว่า ที่ได้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้กับพี่น้องในพื้นที่ชุมชนตาน้อย ชุมชนน้ำปัว และชุมชนแจรงหลวง จ.น่าน

.

ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว

ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว

ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว

ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว

ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว ต้านภัยหนาว

 

 

 

อัพเดท : 21 ธันวาคม 2562

ปันน้ำใจ เค.มอเตอร์ส มอบอุปกรณ์การเรียนให้น้องๆ รร.วรรณวิทย์

ส่งเสริม

ให้โอกาสเพื่อต่อยอดด้านการศึกษา…
คุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ และ ดร.วันเพ็ญ สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด นำทีมพนักงาน ร่วมมอบอุปกรณ์การเรียน การศึกษาจำนวนมาก ให้กับน้อง ๆ “โรงเรียนวรรณวิทย์” เพื่อใช้ในการเล่าเรียน โดยบรรยากาศรับมอบเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสุขของน้องๆ

เค.มอเตอร์ส ยังคงดำเนินโครงการ “คิดดี จิตใจดี” อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือให้สังคมไทยดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา กีฬา และสังคม การใช้ชีวิตในด้านต่างๆ ล่าสุดคุณะผู้บริหาร นำโดยคุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ และ ดร.วันเพ็ญ สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด และตัวแทนพนักงาน เดินทางไปมอบอุปกรณ์การเรียนและอุปรณ์กีฬา ให้กับน้องๆ โรงเรียนวรรณวิทย์ ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

โรงเรียนวรรณวิทย์ แม้จะตั้งอยู่บนพื้นที่เศรษฐกิจ แต่ผู้บริหารยังคงวิสัยทัศน์มุ่งเน้นและเปิดโอกาสให้เด็กๆ ที่ครอบครัวยากจนได้เล่าเรียน ด้วยค่าเทอมเพียงเทอมละ 1,702 บาทเท่านั้น!! และเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษาให้กับน้องๆ เค.มอเตอร์ส จึงได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬา อาทิ กระดาษ ตะกร้าแชร์บอล ลูกแชร์บอล เชือกชักเย่อ รวมไปถึงขนมและอาหารแห้งต่างๆ

.

บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน

บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน

บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน บริจาคอุปกรณ์การเรียน

 

ทันทีที่ของถึงมือน้องๆ เราได้เห็นถึงสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความดีใจกับของที่ได้รับ ถึงจะเป็นสิ่งของที่ไม่ได้มีจำนวนมากมาย แต่ก็ช่วยทำให้ความสุขเกิดขึ้นได้ น้องๆ ต่างรู้สึกขอบคุณและจะใช้ประโยชน์จากของที่รับให้เต็มที่ทั้งในด้านเรียนและการกีฬา และเค.มอเตอร์ส ก็รู้สึกดีใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุข และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับน้องๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ หวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่พวกเราตั้งใจนำไปมอบให้นั้น จะเกิดประโยชน์สูงสุดในการเล่าเรียนของน้อง ๆ ต่อไปครับ