อัพเดท : 17 ธันวาคม 2562

น้ำมันเกียร์ตกตะกอน ต้องรีบปลี่ยน ก่อนมีปัญหา……

เช็กน้ำมัน!

สัญญาณที่บ่งบอกว่ารถกำลังมีปัญหา
“น้ำมันกียร์” ทำหน้าที่ช่วยลดแรงเสียดทาน ลดการสึกหรอของเกียร์ ทั้งยังช่วยลดเสียงดัง และการสั่นสะเทือนในเรือนเกียร์ได้อีกด้วย พร้อมช่วยชะล้างเศษโลหะจากหน้าฟันเกียร์ที่เกิดจากการสะเทือนและเสียดสีภายใน ช่วยป้องกันสนิมการกัดกร่อนจากชิ้นส่วนภายในเกียร์

“ ในการทำงานปกติของระบบเกียร์รถยนต์ก็จะมีทั้งความร้อนเศษละอองสิ่งสกปรกหมุนวนอยู่ในน้ำมันเกียร์ ทางเดียวที่จะถ่ายออกได้คือที่กรองน้ำมันเกียร์สิ่งสกปรกเหล่านี้ ก็จะส่งผลต่อการไหลเวียนของน้ำมันเกียร์ในระบบ เมื่อได้รับความร้อนน้ำมันเกียร์จะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น

แต่น้ำมันเกียร์มีสีเข้มขึ้นเพียงอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าน้ำมันเกียร์นั้นเสื่อมสภาพ ความร้อนและการสึกหรอนี่เองที่คือต้นเหตุที่ทำให้เราจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพน้ำมันเกียร์อยู่บ่อยๆ ตะกอนในอ่างน้ำมันเกียร์และในกรองน้ำมันเกียร์ ตะกอนส่วนใหญ่เกิดจากการขบกันของฟันเฟืองเกียร์ในขณะทำงาน การพบคราบผงตะกอนนี้คือสัญญาณที่จะเริ่มมีปัญหา แต่เกียร์ก็ยังสามารถทำงานได้ไปอีกสักพัก แต่ทางที่ดีควรรีบเปลี่ยนน้ำมันเกียร์หรือให้ผู้เชี่ยวชาญรีบตรวจสอบครับ”

 

เปลี่ยนน้ำมันเกียร์เมื่อไหร่ดี???

 

ในคู่มือการใช้รถมักจจะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ระบุไว้ ส่วนใหญ่แล้วระยะการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ที่เหมาะสมถ้าเป็นระบบปิดให้เปลี่ยนถ่ายทุกๆ 100,000 กิโลเมตร ส่วนระบบทั่วไปจะอยู่ที่ทุกๆ 40,000 กิโลเมตร ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ ซึ่งหากเกินระยะดังกล่าวน้ำมันเกียร์เก่าอาจมีคราบเขม่าสะสมจากการใช้งานจำนวนมาก ส่งผลให้การหล่อลื่นลดประสิทธิภาพลง จนทำให้เกียร์พังได้ ถ้าพังขึ้นมาต้องเปลี่ยนใหม่ เสียหายหลายแสนเลยครับ

 

น้ำมันเกียร์

 

ตรวจเช็กสภาพน้ำมันเกียร์ด้วยตัวเอง

1. จอดรถบนพื้นราบ ติดเครื่องทิ้งไว้ให้เครื่องยนต์ทำงาน โดยให้เลื่อนเกียร์ผ่านตำแหน่งเกียร์แต่ละตำแหน่งที่มีไว้ที่ตำแหน่งจอด หรือ สัญลักษณ์ (P) สำหรับเกียร์อัตโนมัติ

 

2. เปิดฝากรโปรงรถยนต์ขึ้น

 

3. มองหาป้ายสัญลักษณ์ท่อน้ำมันเกียร์ ให้สังเกตก้านวัดระดับน้ำมันใกล้กระปุกน้ำน้ำมันเกียร์ ซึ่งก้านวัดระดับน้ำมันมักจะอยู่บริเวณด้านหลังของเครื่องยนต์ และอยู่เหนือกระปุกน้ำมันเกียร์ สำหรับรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ในส่วนของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าก้านวัดระดับน้ำมันมักจะอยู่บริเวณด้านหน้าของเครื่องยนต์ และจะติดอยู่กับชุดเพลาส่งกำลัง สำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่ ก้านนี้จะอยู่ด้านขวาของกระปุกน้ำมันเกียร์

 

4. วัดระดับน้ำมันเกียร์โดยให้ดึงก้านน้ำมันเกียร์ออกมา ใช้ผ้าสะอาด หรือกระดาษทิชชูเช็ดก้านวัดระดับน้ำมัน จากนั้นให้จุ่มลงไปใหม่ แล้วดึงออกมาอีกครั้ง ซึ่งระดับน้ำมันควรอยู่ระหว่างเครื่องหมาย “Full” (เต็ม) และ “Add” (เติม) หรือ “Hot” (ร้อน) และ “Cold” (เย็น)” ถ้าระดับน้ำมันต่ำกว่าเส้น “Add” หรือ “Cold” อาจมีการรั่วซึมในระบบ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบ

 

5. วิธีตรวจเช็กสภาพน้ำมันเกียร์ สังเกตจากสีและสภาพของน้ำมันเกียร์ น้ำมันสภาพดีควรมีสีแดง (มีสีชมพูหรือน้ำตาลอ่อนบ้างเป็นบางครั้ง) ไม่มีฟอง ไม่มีกลิ่น แต่ถ้าน้ำมันเกียร์รถยนต์ของคุณมีสภาพดังต่อไปนี้ ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อทำการเปลี่ยนทันที ดังนี้

 

– น้ำมันเกียร์เป็นสีน้ำตาลด่างๆ มีกลิ่นคล้ายขนมปังไหม้ นั่นหมายความว่าน้ำมันเกียร์เดือดจนใช้งานไม่ได้และไม่สามารถกระจายความร้อนที่ระบบเกียร์สร้างขึ้นได้อีกต่อไป น้ำมันเกียร์สามารถนำไปทดสอบเพิ่มเติมได้โดยการป้ายน้ำมันลงบนกระดาษทิชชู่ที่สะอาดและรออีก 30 วินาที เพื่อดูว่าน้ำมันกระจายตัวหรือไม่ ถ้าไม่กระจายตัว ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทันที มิเช่นนั้น จะเกิดความเสียหายร้ายแรงกับระบบเกียร์

– น้ำมันเกียร์เป็นสีน้ำตาลขุ่น จะมีการปนเปื้อนกับน้ำหล่อเย็นจากหม้อน้ำผ่านรอยรั่วในชุดระบายความร้อนน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ ถ้าน้ำมันเกียร์เป็นโฟมหรือเป็นฟอง ทั้งนี้เพราะน้ำมันในกระบอกสูบมากเกินไป มีการใช้น้ำมันเกียร์ผิดประเภท หรือรูระบายของระบบเกียร์ในเครื่องยนต์อุดตัน ขอแนะนำให้รีบนำไปพบช่างโดยเร็วครับ

 

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 11 ธันวาคม 2562

เติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้จริงหรือ?

เติมได้จริง!!

เหมาะสำหรับเครื่องดีเซลกระบะรุ่นเก่า
น้ำมันพืชสามารถใช้เติมรถยนต์ได้จริงๆ ครับ แต่จะติดเครื่องยากกว่าเติมน้ำมันดีเซล และถ้าใช้ไปนานๆ จะทำให้เครื่องยนต์อุตตัน หากต้องการใช้น้ำมันพืชกับเครื่องยนต์ดีเซล ขอแนะนำให้ใช้ไบโอดีเซลที่ผ่านกระบวนการแยกยางเหนียวในน้ำมันออกมาแล้วจะคุ้มค่ากว่าครับ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ทางการเกษตร

หลายคนเชื่อว่าการเติมน้ำมันพืชจะช่วยทำให้รถประหยัดน้ำมันขึ้น อันนี้ขึ้นกับสภาพการจราจรและวิธีการขับรถของแต่ละบุคคลครับ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนเชื้อเพลิงก็ได้ ในความเป็นจริงแล้วเครื่องยนต์ออกแบบมาให้ใช้กับน้ำมัน หากใช้น้ำมันพืชโดยไม่มีความรู้อาจจะเกิดอันตรายได้ ทางที่ดีใช้รถแบบเติมน้ำมันจะดีที่สุดครับ

 

คุณสมบัติของน้ำมันพืช

ความจริงแล้วน้ำมันพืชที่เราใช้ประกอบอาหารนั้น ก็คือ น้ำมันไบโอดีเซล B100 ซึ่งมีความสะอาดทำให้สามารถนำมาทำอาหารได้ แต่ถ้าจะนำมาเติมแทนน้ำมันเครื่องต้องเป็นเครื่องยนต์แบบดีเซลรอบต่ำเท่านั้น หากนำใช้กับเครื่องรถยนต์ควรผสมเพื่อเป็นหัวเชื้อจะดีกว่า เนื่องจากการจุดระเบิดในห้องเครื่องแรงกว่าน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมนั่นเอง

ทุกวันนี้น้ำมันดีเซลที่จำหน่ายตามปั๊น ส่วนใหญ่จะมีการผสมไบโอดีเซลอยู่แล้วประมาณ 5 % จึงเชื่อได้ว่าสามารถเติมน้ำมันพืชผสมกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมทำได้จริง เพราะเครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่นสามารถเติมน้ำมัน B100 โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไรซึ่งสำหรับใครที่อยากลองทดสอบดูแนะนำให้ใช้น้ำมันพืชแบบที่ไม่มีไข เพราะไขอาจไปอุดตันระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีดได้ครับ

 

ข้อควรจำก็คือ : กระบะรุ่นใหม่ จะมีเครื่องยนต์หัวฉีดแบบละเอียด และระบบการตรวจจับสิ่งแปลกปลอมในน้ำมันอาจก่อ วิธีการเติมน้ำมันพืชผสมลงกับน้ำมันดีเซลจึงทำได้กับรถกระบะดีรุ่นเก่าเท่านั้น ไม่แนะนำให้ทำกับรถรุ่นใหม่เท่าไหร่ครับ

 

 

เติมน้ำมันพืชแทน

 

 

เคล็ด (ไม่) ลับ เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการเติมน้ำมันพืชแทนน้ำมันเชื้อเพลิง

 

ข้อมูลดีๆ จาก .นันท์ ภักดี นักวิชาการอิสระด้านพลังงานทดแทน เคยอธิบายไว้ว่า ลองเติมน้ำมันพืช 2 ลิตร ต่อน้ำมันดีเซล 30 ลิตร จะทำให้รถกินน้ำมันน้อยลงเป็น 14 กม./ลิตร เร่งออก แม้บรรทุกของกว่า 700 กก. ขึ้นทางชัน.. โดยบรรยายเพิ่มเติ่มว่า….

1. ฟิล์มหล่อลื่นระหว่างลูกสูบปั๊มคอมมอลเรล ทำให้แรงดันปั๊มสูงขึ้นกว่าเดิม
2.
ฟิล์มหล่อลื่นระหว่างลูกสูบกับเสื้อสูบ ทำให้ลดช่องว่างที่เกิดจากการสึกหรอ อัตราส่วนกำลังอัดจะสูงเหมือน

รถใหม่
3.
สามารถผสมได้ดีกับน้ำมันดีเซล ทำให้จุดวาบไฟของดีเซลสูงขึ้น การเผาไหม้ดีขึ้น อุณหภูมิไอเสียต่ำลงกว่าการใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว..

 

 

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 25 พฤศจิกายน 2562

เค.มอเตอร์ส โชว์เจ๋ง!! คว้ารางวัลใหญ่ด้านทักษะงานบริการ

สุดยอดทักษะ

คว้าหลายรางวัลสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ
เค.มอเตอร์ส โชว์เจ๋ง!! คว้ารางวัลใหญ่ด้านทักษะงานบริการ ในการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า โตโยต้า ครั้งที่ 43 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2019” รางวัลสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ตอกย้ำความเป็นศูนย์บริการชั้นแนวหน้าของประเทศ

หลังจากที่ฝ่าฟันและฝึกฝนมาเป็นเวลายาวนาน การเดินทางแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า โตโยต้า ครั้งที่ 43 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2019” ก็เสร็จสิ้นลง พร้อมความสำเร็จที่มาพร้อมคราบน้ำตาที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดีกับทุกรางวัลที่ได้รับ

และในการแข่งขันครั้งนี้ เค.มอเตอร์ส ยังคงคุณภาพทั้งทางด้านทักษะและฝีมือเหมือนเดิม สามารถคว้ารางวัลใหญ่  ได้แก่

  • รางวัลทีมชนะเลิศด้านบริการรถยนต์
  • รางวัลชนะเลิศประเภทช่างเทคนิค  : นายพัสกร สมเย็น
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภทพนักงานลูกค้าสัมพันธ์  : .. สุพรัตรา วาหะรักษ์

รางวัลทั้งหมดนี้เกิดจากความมุ่งมั่นและตั้งใจของผู้เข้าแข่งขัน เพื่อเป็นตัวแทนของเค.มอเตอร์ส พิสูจน์ว่าเราคือศูนย์บริการชั้นแนวหน้าของประเทศ

 

Skill Contest Skill Contest Skill Contest

Skill Contest Skill Contest Skill Contest

Skill Contest Skill Contest Skill Contest

Skill Contest Skill Contest Skill Contest

Skill Contest Skill Contest Skill Contest

 

ขอบคุณทุกความทุ่มเทของผู้เข้าแข่งขัน และกำลังใจจากพนักงานทุกคนที่มีให้กันเสมอมา รางวัลเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ ครับ

 

 

อัพเดท : 7 พฤศจิกายน 2562

ปล่อยให้ “น้ำมันเชื้อเพลิง” เหลือน้อยบ่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น!!!

รถติดๆ ดับๆ

ส่งผลเสียต่อรถและเครื่องยนต์ได้
ลักษณะของการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงของหลายๆ คน จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความพร้อมของเงินในกระเป๋าของแต่ละคน น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีระดับปริมาณต่ำกว่าครึ่งถังนั้น เชื่อกันว่าจะมีปัญหาต่างๆ นานาที่จะกระทบต่อระบบการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น คราบตะกอนที่นอนก้นถัง เป็นต้น

ต้องแจ้งแบบนี้ครับถังน้ำมันนั้นได้รับการออกแบบให้จ่าย น้ำมันเชื้อเพลิง สู่ท่อจ่ายจากด้านล่างท่อสามารถดึงน้ำมันออกมาได้ตลอด แต่ถ้าจะเกิดปัญหายกเว้นกรองเชื้อเพลิงของเราเริ่มเสื่อมสภาพนั้นแสดงว่าเครื่องยนต์จะมีอาการที่ผิดปกติครับ แต่ถ้าปล่อยให้น้ำมันใกล้หมดถังอยู่บ่อยๆ จะทำให้ปั๊ม น้ำมันเชื้อเพลิง เสื่อมสภาพซึ่งอาจจะทำให้รถสตาร์ทไม่ติดหรือเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนต่างๆ ได้ครับ

 

เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการเกิดความเสียหายขึ้น ควรเติมเมื่อน้ำมันในถังเหลือ 1 ใน 3 โดยทั่วไปน้ำมันจะตามทิศทางการเคลื่อนที่ เวลาขับรถขึ้นเนินน้ำมันจะไหลไปจุดยังจุดต่ำสุด และส่วนที่เหลือก็คืออากาศ “ปั๊มติ๊ก” ที่ทำหน้าที่ดูดน้ำมัน จึงไม่สามารถดูดน้ำมันเข้าไปได้ แต่จะดูดอากาศเข้ามาแทน ทำให้ปั๊มติ๊กเสื่อมสภาพ เสียหาย

 

 

น้ำมันเชื้อเพลิง

 

 

วิธีเช็กสภาพ “ปั๊มติ๊ก” กำลังเสื่อมสภาพ

1.สตารท์รถไม่ค่อยติด

2.มีอาการติดๆ ดับๆ กระตุก ไม่ต่อเนื่อง

3.เครื่องยนต์สะดุด

.

วิธีดูแลรักษา “ปั๊มติ๊ก” ให้ใช้งานได้นาน

ไม่ควรปล่อยให้มาตรดวัดน้ำมันแจ้งเตือนให้เติมน้ำมันบ่อยๆ เพราะจะทำให้ปั๊มติ๊กเสียหายง่าย สำหรับรถที่ติดแก๊สควรหมั่นตรวจสอบระบบน้ำมันให้สม่ำเสมอ

 

.

เติมน้ำมันผิด
เติมน้ำมันผิด

 

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 28 ตุลาคม 2562

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 (2020) ฤกษ์ดี เสริมสิริมงคล

เสริมดวงดี

ส่องฤกษ์ยามดีเช็กความพร้อมก่อนออกรถ
ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 (2020) ออกรถใหม่ต้องหาฤกษ์ดี ให้ชีวิตดี การงานดี มีโชคลาภ เสริมสิริมงคลให้กับทุกๆ ด้านในชีวิต

ฤกษ์ออกรถ

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 (2020) ฤกษ์ดี ฤกษ์เด่น เป็นมงคล ใครที่กำลังมองหาซื้อรถใหม่ อยากเสริมสิริมงคล คงต้องเช็คฤกษ์งามยามดี วันออกรถใหม่กันก่อนครับ ซึ่งฤกษ์ดีทั้งปี 2563 (2020) เราได้รวบรวมไว้ในนี้ที่เดียว ใครสะดวกกาย สะดวกใจ และสะดวกกระเป๋าตังค์วันไหนวางแผน เช็กวันดีได้เลยครับ…

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนมกราคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันศุกร์ที่ 3 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพุธที่ 8 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันศุกร์ที่ 10 มกราคม  เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพุธที่ 15 มกราคม  เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันศุกร์ที่ 17 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพุธที่ 22 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันศุกร์ที่ 24 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอังคารที่ 28 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนกุมภาพันธ์

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์  เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธใช้
วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนมีนาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันพุธที่ 4 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้ 
วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสใช้
วันพุธที่ 11 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสใช้
วันพุธที่ 18 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 16.19 น. ห้ามคนเกิดวันเสาร์ใช้
วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสใช้
วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสใช้
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนเมษายน

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันเสาร์ที่ 11 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันเสาร์ที่ 18 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนพฤษภาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 16  พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนมิถุนายน

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 10.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 10.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนกรกฎาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น.  ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 10.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น.  ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 10.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนสิงหาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนกันยายน

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันพฤหัสบดีที่ 3  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 5  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันจันทร์ที่ 7  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 10  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 12  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันจันทร์ที่ 14  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 18  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 20  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 25  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 27  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 28  กันยายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนตุลาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 12.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 08.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนพฤศจิกายน

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้)
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้)
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

 

ฤกษ์ออกรถ ปี 2563 เดือนธันวาคม

 

ฤกษ์ออกรถ

 

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันอาทิตย์ใช้
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 14.19 น. ห้ามคนเกิดวันพุธกลางคืนใช้
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 13.19 น. ห้ามคนเกิดวันพฤหัสบดีใช้
วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 09.59 น. ห้ามคนเกิดวันจันทร์ใช้
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม เวลาสตาร์ทกุญแจ 15.59 น. ห้ามคนเกิดวันอังคารใช้

 

***หมายเหตุ***

วันพุธกลางวัน คือ เกิดช่วงเวลา 06.00-18.00 น.

วันพุธกลางคืน คือ เกิดช่วงเวลา 18.00-06.00 น.

 

สำหรับใครที่เช็กฤกษ์ออกรถ ปี 2563 (2020) ฤกษ์ดี เสริมสิริมงคล หากถึงยามมงคลแล้ว อย่าลืมแวะ มาเจอกันที่โชว์รูมโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ทุกสาขาครับ มีรถหลายรุ่นให้คุณได้จับจองเป็นเจ้าของแน่นอน !!

 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก อ.เก่ง ชนกันต์

 

 

ซื้อ Yaris, Ativ, Vios ดาวน์ 0 บาทซื้อ Yaris, Ativ, Vios ดาวน์ 0 บาท