อัพเดท : 23 กุมภาพันธ์ 2562

ประมวลภาพความมันส์!!! K.Tiger Day Hits Mix Music Marathon ปิดผับ เต้นยับทั้งคืน

ปาร์ตี้ของชาวเค

สนุก…สุดมันส์!! เต้นยับ จนผับปิด
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันมาเนิ่นนานแรมปี ก็ถึงเวลาที่เค.มอเตอร์ส ได้คืนความสุข สนุกสนานให้กับพนักงานทุกๆ คน โดยในปีนี้จัดปาร์ตี้ใหญ่ ในธีมK.Tiger Day Hits Mix Music Marathon ปิดผับ เต้นยับทั้งคืน เปลี่ยน BCC Hall เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ให้กลายเป็น K.PUB ผับเฉพาะกิจ ที่เปิดเพลงมันส์ ให้สายติ๊ด สายย่อ ได้แดนซ์กันตั้งแต่ผับเปิดยันผับปิด

แต่ก่อนที่จะไปพบกับความมันส์ เป็นประจำทุกปีที่คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณและอวยพรปีใหม่แก่พนักงานทุกคน ที่เหน็ดเหนื่อยทำงานกันมาตลอดทั้งปี ร่วมมือ ร่วมใจกัน จนทำให้ยอดขายและรายรับของศูนย์บริการเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้คุณจิรเดชยังทิ้งท้ายโดยการให้ข้อคิดในการทำงานให้ประสบความสำเร็จกับพนักงานอีกด้วย….ก่อนจะส่งต่อให้คุณวันเพ็ญ สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ขึ้นมามอบรางวัลพนักงานเกษียณอายุ รางวัลพนักงานที่มีอายุงาน 30 ปี และรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า 

เมื่องานพิธีการเสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะไปพบกับความมันส์กันแบบต่อเนื่องยาวๆ เริ่มต้นระเบิดเวทีความมันส์จากวง K.Band กับ 5 หนุ่ม วง Family Man ที่ไม่ได้พกมาแค่ความหล่อ แต่ฝีมือการร้อง เล่นดนตรียังแน่น จนหลายคนอดใจไม่ไหว ต้องออกมากระโดดโลดเต้น ส่งกำลังใจให้พวกเขาด้านหน้าเวทีกันอย่างเนืองแน่น ก่อนจะไปม่วนชื่นกับวงต่อไป ขอคั่นเวลาความสนุกแบบผับผับ ด้วยดีเจ Wanna be 90 ที่ขนเพลงสนุกๆ มาให้แดนซ์กันกระจาย จากนั้นจึงส่งต่อให้วง ถ้วย ถัง กะละมัง หม้อ พาเซิ้งยับอัดเต็ม 15 นาที ต่อด้วยความร็อคร้อนแรง หนักแน่น โยกหัว ร้องคลอ ไปกับวง New Serenade

ความมันส์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อวงมุก ขมคอ ปรากฎขึ้นบนเวที ก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างถล่มทลาย แถมมินิคอนเสิร์ตยังจัดเต็ม มันส์หยดติ๋ง ปิดท้ายด้วยวงร็อคระดับตำนานอย่าง Big Ass ที่ปิดจบงานK.Tiger Day Hits Mix Music Marathon ปิดผับ เต้นยับทั้งคืน ได้อย่างสวยงาม!! ทิ้งท้ายด้วยการประกาศรางวัล Lucky Draw สุดลุ้น สุดฮา เรียกได้ว่าแทบนั่งเก้าอี้ไม่ติดกันเลยทีเดียวครับ

 

 

เริ่มต้นด้วยบรรยาการลงทะเบียน มีลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมงานทั้งจากลงทะเบียนและ Walk in เข้ามามากมายครับ

……
……
….
……
……
……
……
….
……
……
อัพเดท : 4 กุมภาพันธ์ 2562

สัญญานเตือนก่อนโช๊คอัพพัง!! วิธีตรวจสอบโช๊คอัพรถ ก่อนพังไม่เป็นท่า.!!! ด้วยตัวคุณเอง….

โช๊คอัพพัง!!!

อันตราย!! ที่เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่
จอมเหยียบคันเร่ง ปาดหน้า ปาดหลัง ขับรถไม่ห่วงเครื่องยนต์ช่วงล่าง ขอบอกเลยครับว่าจุดจบเหมือนกันทุกราย นั่นก็คือ “โช๊คอัพพัง” ไม่เป็นท่า เอาเป็นว่าอยากให้ “โช๊คอัพ” อยู่คู่กับรถคุณนานๆ โปรดใช้เขาอย่างทะนุถนอม ไม่ใช่ลุยลงหลุม ลงบ่อ กระแทกซ้ำๆ โดนครูดไปมา!! ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ คงไม่ต้องรอให้ถึงอายุขัย โช๊คอัพก็โบกมือบ๊ายบายแล้ว

สัญญาณเตือน โช๊คอัพรถยนต์พัง !!


แล้วสัญญาณแบบไหนที่กำลังเตือนว่า “โช๊คอัพ” จะพังแล้วนะ
!! 
ดูได้ง่ายๆ ครับ ถ้ามีน้ำรั่วซึมออกมาจากกระบอกสูบ หรือน้ำมันเกิดการเสื่อมสภาพ นั่นแหละฮะ..เตรียมควักกระเป๋าตังค์ นำรถเข้าศูนย์บริการทำการเปลี่ยน “โช๊คอัพ” ได้เลย แต่ถ้าใครไม่อยากให้โช๊คอัพรถของคุณเสื่อมโทรมก็ต้องอาศัยการดูแลอย่างสม่ำเสมอครับ ซึ่งวิธีเช็กง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ก็คือ

– วิธีแรกให้ใช้มือกดไปที่ฝากระโปรงหน้ารถแล้วปล่อย ถ้ารถยนต์เด้งขึ้นเด้งลงหลายครั้ง หมายความว่าโช๊คอัพรถยนต์ของคุณเริ่มมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพ พูดง่ายๆ ก็คือกำลังจะพังนั่นเอง ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณเอามือกดกระโปรงหน้าแล้วรถไม่เด้ง แสดงว่ามันยังใช้งานได้ปกติดนะจ๊ะ

 

– ต่อมาให้ลองเช็คดูว่าโช๊คอัพรถของคุณมีรูปทรงที่ผิดแปลกไปหรือไม่ เช่น มีอาการคดงอ บิดเบี้ยว หรือมีรอยบุบ ถ้าเกิดลักษณะแบบนี้ขึ้น โช๊คอัพกำลังจะพังจ้า พังจริง ไม่พังงา ต้องรีบเปลี่ยนทันทีเลยครับ

 

– รอยน้ำมันที่เกิดขึ้นบริเวณแกนโช๊คอัพ ก็กำลังเตือนคุณว่า เรากำลังจะพังแล้วนะ ฉะนั้นถ้าเจอร่องรอยคราบน้ำมันเมื่อไหร่ รีบให้ช่างตรวจสอบทันทีครับบบบบบ

 

– อีกหนึ่งสิ่งที่กำลังบอกว่าโช๊คอัพพัง คือ ตอนที่คุณออกตัวรถด้วยความเร็ว แล้วหน้ารถเชิดขึ้น และตอนเบรกที่ใช้ความเร็วต่ำหน้ารถกลับทิ่มลง

 

– รถเด้งขึ้น เด้งลง เวลาขับบนทางขรุขระ หรือเจอลูกระนาด

 

ในขณะที่รถของคุณวิ่งอยู่ที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเกิดอาการดังต่อไปนี้ รถเกิดส่ายไปมา จนหน้าเวียนหัว รถร่อนเมือถูกลมปะทะจากด้านข้าง

 

ทางที่ดีคุณควรรู้จักตรวจสอบเครื่องยนต์หลังดับเครื่องด้วย ลองแตะดูที่ตัวกระบอกโช๊คอัพ หากจับแล้วร้อน แสดงว่าโช๊คอัพยังปกติ แต่ถ้าไม่ร้อน ก็แปลว่าโช๊คอัพเจ๊งหรือปัญหาแล้ว

 

ข้อสุดท้ายกับวิธีการง่ายๆ ที่สามารถบอกได้ว่าโช๊คอัพรถของคุณกำลังเกิดปัญหาแล้วเช่นกัน!! อย่าลืมสังเกตที่ยางรถยนต์ หากยางไม่เรียบ หรือสึกเป็นบั้งๆ ไม่เท่ากัน เตรียมเสียตังค์ได้เลยครับ มีเปลี่ยนแน่นอน เพราะไม่งั้น อาจหมายถึงชีวิตของคุณที่กำลังตกอยู่ในความไม่ปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่บนท้องถนน

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 21 มกราคม 2562

“ฝาหม้อน้ำ” ไม่ใช่แค่ฝาสำหรับปิดหม้อน้ำเท่านั้น…เรื่องเล็กๆ แต่อันตรายมหาศาล ไม่ควรมองข้าม!!

ฝาหม้อน้ำสำคัญ

อุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ แต่…เรื่องไม่เล็ก
“ฝาหม้อน้ำ คือ เป็นส่วนประกอบของรถยนต์ ราคาหลักร้อย ถือเป็นส่วนเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม กว่าจะรู้ตัว เครื่องยนต์ก็ “ร้อน” จนต้องเสียตังค์ค่าซ่อมหลักหมื่นกันแล้ว”

หน้าที่อันสำคัญของ ฝาหม้อน้ำ คือ เป็นอุปกรณ์ควบคุมแรงดันภายในหม้อน้ำให้มีความคงที่ โดยวาล์วที่ประกอบด้วยสปริงแรงดันและแผ่นยางทนความร้อนสูง ซึ่งสปริงมีทั้งหมด 2 ชุด ได้แก่ ตัวใหญ่ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะอยู่ภายนอกและทำหน้าที่ควบคุมแรงดัน หากแรงดันภายในหม้อน้ำสูงขึ้นจนเกินต้านทานตามตัวเลขแรงดันที่ระบุเอาไว้บนฉลากที่ติดอยู่กับฝาหม้อน้ำ เช่น 0.9 บาร์ หรือเท่ากับ 13.22 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว น้ำจะถูกดันออกไปยังหม้อพักน้ำ เมื่อน้ำในระบบเย็นลง จะทำให้แรงดันในหม้อน้ำลดลงตามไปด้วย และสปริงในแกนฝาหม้อน้ำจะทำหน้าที่เป็นวาล์วสุญญากาศ ดูดน้ำจากหม้อน้ำกลับไปยังหม้อน้ำ การที่ทำให้ภายในหม้อน้ำมีแรงดันเพิ่มมากขึ้นนั้น ก็เพื่อที่จะเพิ่มจุดเดือดของน้ำในระบบหล่อเย็นให้สูงขึ้นนั่นเองครับ

 

ในทางตรงกันข้ามหากฝาหม้อน้ำเกิดการชำรุด ทั้งมองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น ยางทนความร้อนหมดอายุ แข็ง ฉีกขาด และแบบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น สปริงแรงดันเสื่อมคุณภาพ จะทำให้การควบคุมแรงดันผิดปกติส่งผลให้เกิดอาการน้ำในระบบหล่อเย็นหายไปในที่สุด

 

การใช้งานฝาหม้อน้ำที่เหมาะสม ควรเปลี่ยนฝาหม้อน้ำทุกๆ 3-4 ปี หรือทุก 40,000 – 50,000 กิโลเมตร เพราะฝาหม้อน้ำจะมียางกันรั่วตรงขอบบ่ารองด้านในที่จะเสื่อมสภาพไม่สามารถกันน้ำรั่วออกจากหม้อน้ำได้ รวมถึงสปริงแรงดันสูงและสปริงสุญญากาศเมื่ออยู่กับความร้อนนานๆ ค่าความแข็งก็จะเสียไป อาจจะทำให้น้ำไหลออกจากหม้อน้ำมากเกินไปหรือไม่ดูดกลับเข้ามาในหม้อน้ำได้ครับ

 

ข้อความควรระวัง และการตรวจเช็ค !!
เมื่อทำการเปิดฝาเพื่อตรวจเช็คฝาหม้อน้ำหรือทำการเติมน้ำ ในการเปิดฝา ห้ามทำในขระที่มีความร้อนอยู่ เพราะแรงดันน้ำอาจส่งผลให้ได้รับอันตราย วิธีที่ถูกต้องคือ ให้ตรวจเช็คและเติมน้ำที่หม้อพักน้ำแทน

ฝาหม้อน้ำ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เครื่องยนต์มีความร้อนสูงจนถึงขั้นเดือดได้ เช่น แผ่นยางเล็กๆ ที่อยู่ด้านล่างฝาหม้อน้ำหมดสภาพการใช้งาน มีการแข็งตัว เปราะบาง หรือฉีกขาด รวมไปถึงหม้อน้ำสกปรก ทำให้วาล์วและสปริงเป็นสนิม และจะส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดการเสียหายตามมาได้ จึงควรหมั่นตรวจเช็คสภาพของฝาหม้อน้ำเป็นประจำ ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นครับ

 

เคล็ดลับน่ารู้
การตรวจเช็คชุดสปริงวาล์ว สุญญากาศ ในขณะเครื่องเย็นให้เปิดฝาหม้อน้ำออก ใช้มือดึงแกนกลางด้านล่างที่ประกบอยู่กับแผ่นยางทนความร้อน หากมีอาการแข็งหรือดึงไม่ออก หมายความว่าควรเปลี่ยนสปริงวาล์ว สุญญากาศทันที
ควรเติมน้ำยาหล่อเย็นที่มีคุณภาพและทำการเปลี่ยนถ่ายปีละครั้ง เพื่อป้องกันการเกิดตระกรัน ที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ยางทนร้อนและสปริงแรงดันได้

 

วิธีการเลือกซื้อฝาหม้อน้ำ
ควรเลือกซื้อฝาหม้อน้ำที่ได้คุณภาพมาตรฐานจากศูนย์บริการ ซึ่งราคาไม่แพงนัก
การเลือกใช้ฝาหม้อน้ำเทียม อาจนำมาซึ่งความเสียหายอันมหาศาล
การซื้อฝาหม้อน้ำ ให้ซื้อฝาที่มีค่าแรงดันเท่ากับฝาหม้อน้ำเดิมที่ระบุตัวเลขไว้ อาทิ 0.9 บาร์ 1.1 บาร์

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 4 มกราคม 2562

ดอกยางมีไว้รีดน้ำไม่ใช่ยึดเกาะถนน …ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลสำคัญต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่

ดอกยางรีดน้ำ!!

ทำให้รถสามารถควบคุมได้ ไม่เสียหลัก…
หลายคนอาจข้องใจว่าดอกยางหรือยางแบบไหน ที่สามารถเกาะถนนได้มากกว่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้ว อาจจะยังเกิดความเข้าใจผิดๆ อยู่เกี่ยวกับดอกยางเพราะดอกยางจริงๆ แล้ว มีหน้าที่รีดน้ำออกจากยาง การคิดว่ายางโล้น ยางไม่มีดอก จะไม่เกาะถนน

ดอกยางรถยนต์ มีไว้ทำอะไร ??

 

ดอกยางมีไว้รีดน้ำไม่ใช่ยึดเกาะถนน ซึ่งที่จริงแล้ว…การยึดเกาะของยางกับถนนเกิดจากหน้ายางที่กดแนบลงกับพื้นถนน ยิ่งมีหน้าสัมผัสมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกาะมากขึ้นเท่านั้น โดยร่องยางซึ่งแทรกอยู่ระหว่างดอกยางก็มีแค่อากาศไหลผ่านเข้าไป ไม่ได้มีเนื้อยางกดลงบนพื้นแต่อย่างใด ซึ่งถ้าหน้ายางมีความกว้างเท่ากัน ยางไม่มีดอกหรือไม่มีร่องก็ย่อมมีพื้นที่สัมผัสถนนมากกว่ายางที่มีร่องระหว่างดอกยาง การกดรีดน้ำออกจากหน้ายางจึงทำได้ดีขึ้น เพราะเท่ากับเป็นการรีดน้ำออกจากพื้นที่ย่อยแคบลงและมีร่องลึกอยู่รอบๆ จะทำให้น้ำที่ถูกรีดแทรกตัวเข้าไปได้ และถ้าร่องต่อกันก็จะช่วยให้สลัดน้ำออกด้านข้างได้ดีขึ้นไปอีก ดอกหรือร่องยางจึงลดอาการลื่นของยางลงไปได้ครับ

ดอกยางและร่องบนหน้ายาง มีหน้าที่สำคัญคือการรีดน้ำออกเมื่อหน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนที่เปียกลื่น โดยในปัจจุบันดอกยางของยางรถยนต์ส่วนใจสามารถรีดน้ำได้สูงถึง 40 ลิตรต่อนาทีจากความเร็ว 100 กม. ต่อชั่วโมง ในขณะเดียวกันความลึกของกอกยางก็มีผลต่อการรีดน้ำและการยึดเกาะพื้นถนนเปียกด้วย หากใช้ดอกยางที่มีประสิทธิภาพในการรีดน้ำต่ำ อาจทำให้รถเกิดการเสียหลัก ซึ่งความลึกของดอกยางที่เหมาะสมอย่างน้อยควรอยู่ที่ 1.6 มิลลิเมตร และเมื่อดอกยางมีความลึกต่ำกว่า 2.0 มิลลิเมตร ถือว่าขาดประสิทธิภาพในการรีดน้ำและยึดเกาะถนนแล้วครับ ควรรีบทำการเปลี่ยนยางรถยนต์โดยเร็ว

 

 

ดอกยางรถยนต์แบบไหน รีดน้ำออกจากหน้ายางได้ดี??
ลักษณะของหน้ายางแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ส่วนที่เป็นร่องยาง เรียกว่า เนกาทีฟ (Negative) หรือลบ และส่วนที่เป็นก้อนยาง เรียกว่า โพสสิทีฟ (Positive) หรือบวก ซึ่งส่วนของร่องยางจำทำหน้าที่รีดน้ำได้ดีกว่าก้อนยาง ที่มักจะเสื่อมสภาพเร็ว หยุ่นขณะเบรค เร่ง และเข้าโค้ง ในขณะที่ฝนตกหรือพื้นถนนเปียกแฉะ ร่องยางที่ดีควรรีดน้ำออกมามากว่า 10-15 ลิตร/วินาที ทั้งนี้เพื่อให้ยางรถยนต์ยึดติดถนนได้ดีนั่นเอง ซึ่งจะแตกต่างจากรถแข่งที่ยางรถยนต์หน้าเกลี้ยงไม่มีดอกยางเลย แต่ยังคงเกาะถนนได้ดี เพราะรถแข่งต้องใช้พื้นถนนที่แห้งสนิท ดอกยางจึงไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้หากเป็นรถยนต์ทั่วไปจำเป็นต้องมีดอกยาง เนื่องจากมีการใช้งานหลากหลายสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ อย่างไรก็ตามหากขับรถไม่มีดอกยางในขณะที่ฝนตกหรือน้ำท่วมขัง มวลน้ำจะมารวมกันที่หน้าล้อและบริเวณใต้ล้อเกิดเป็นเบาะรองล้อเอาไว้ (Hydroplaning) ทำให้รู้สึกเหมือนขับรถเคว้งอยู่กลางอากาศหรือลอยอยู่บนผืนน้ำ จนผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ นำพาซึ่งอุบัติเหตุทั้งหลายครับ

 

 

ประเภทของดอกยางแบ่งตามทิศทางการเคลื่อนที่
1.ดอกยางรถยนต์แบบ 2 ทิศทาง คือ สามารถสลับเปลี่ยนยางรถยนต์ได้ทุกตำแหน่งของล้อ ลักษณะดอกยางทั้ง 2 ด้าน จะสวนทางกัน เมื่อใช้ในการขับขี่ทั่วไปที่ไม่เน้นความเร็วสูง ดอกยางประเภทนี้จะสามารถตอบสนองความพึงพอใจได้เป็นอย่างดี
2.ดอกยางรถยนต์แบบทิศทางเดียว ลักษณะลายของดอกยางจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะมีลูกศรบอกทิศทางการหมุนบนแก้มยางทั้ง 2 ด้าน คุณสมบัติของดอกยางชนิดนี้คือสามารถไล่น้ำออกจากหน้ายางรถยนต์ได้เร็วกว่า ดอกยางรถยนต์แบบ 2 ทิศทาง และสามารถป้องกันการเกิดรถเหินน้ำได้ดี นอกจาก “ดอกยาง” จะทำหน้าที่รีดน้ำออกจากรถแล้ว ยังเป็นตัวกระจายน้ำหนักให้รถยนต์อีกด้วยนะครับ!!!

 

เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

อัพเดท : 7 ธันวาคม 2561

เค. มอเตอร์ส จัดกิจกรรมบริจาคสิ่งของ ต้านภัยหนาว ปันน้ำใจจากพี่….สู่น้อง ที่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ร่วมต้านภัยหนาว

มอบเครื่องนุ่งห่มเติมความอุ่นให้พี่น้องบนดอย
บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด นำโดยคุณกุสุมล สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรมบริจาคสิ่งของ ต้านภัยหนาว ให้แก่พี่น้องที่อาศัยอยู่บนพื้นที่ดอยสูง ในวันที่ 1 – 2 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

คุณสุกุมล สมภพรุ่งโรจน์ รองกรรมผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ได้เล็งเห็นถึงปัญหาภัยหนาว ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีกับพื้นที่ดอยสูง จึงได้จัดกิจกรรมมอบสิ่งของบริจาค ต้านภัยหนาว เช่น เครื่องนุ่งห่ม ผ้าห่ม ไฟฉาย รองเท้า และข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 550 ชุด โดยมอบให้กับพื่น้องในพื้นที่ชุมชนห้วยเต่า ชุมชนแม่โต๋ (หย่อมบ้านขุนโต๋) และชุมชนแม่ขะปู (หย่อมบ้าน ห้วยตองสาด) ตำบลบ่อแก้ว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก คุณณรงค์ นันตาสาย นายอำเภอสะเมิง พร้อมทีมคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ให้ความอนุเคราะห์ และอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นอย่างดี

แม้เส้นทางเดินทางเข้าไปในชุมชนต่างๆ จะเต็มไปด้วยถนนหนทางที่ขรุขระ แต่ทีมงานจากเค. มอเตอร์ส ก็ไม่ย่อท้อ เพื่อแลกกับรอยยิ้มและความสุขของพี่ๆ น้องๆ ที่รอรับของบริจาคกว่าหลายร้อยชีวิต แต่งานนี้ไม่ได้มีเพียงพี่น้องชาวด้วยเท่านั้นที่อิ่มใจ ภาพบรรยากาศแห่งความอบอุ่น รอยยิ้ม และเสียงขอบคุณจากพี่น้อง ทำให้ชาวเค.มอเตอร์ส ก็รู้สึกอิ่มบุญและมีความสุขไปตามๆ กัน แล้วหนาวนี้ชาวบ้าน อำเภอสะเมิง ไม่ต้องทนหนาวอีกต่อไป เค.มอเตอร์ส ดีใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยคลายหนาวให้กับพี่น้องสะเมิง

โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งรอยยิ้มและความสุข แล้วเจอกันกับกิจกรรมดีๆ ในครั้งต่อไปครับ