อัพเดท : 10 พฤศจิกายน 2561

อาการแผงคอยล์ร้อนอุดตัน สาเหตุแอร์ไม่เย็น ต้องแก้และดูและรักษาอย่างไร

แอร์ไม่เย็น

ควรตรวจเช็คแผงคอยล์ไม่ให้ตัน
แผงคอยล์ร้อน ระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ ทำให้ภายในรถยนต์มีอากาศถ่ายเท และแอร์เย็น หากเกิดอาการอุดตัน เนื่องจากมีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ภายในคอยล์แอร์ จนทำให้แอร์ไม่เย็น ควรหาแนวทางแก้ไข ซึ่งวิธีเช็คและความสะอาดง่ายๆ แบบเบื้องต้น สามารถทำได้ด้วยตนเองครับ

แผงคอยล์ร้อนอุดตัน แอร์ไม่เย็น เกิดได้จากอะไรบ้างนะ!!

แผงคอยล์ร้อน คือ แผงคอนเดนเซอร์ (Condenser) มีรูปร่างคล้ายหม้อน้ำ ทำหน้าที่ระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ ซึ่งจะติดตั้งอยู่ส่วนหน้าสุดของรถยนต์ โดยจะมีพัดลมระบายอากาศติดตั้งอยู่ใกล้ๆ 1 หรือ 2 ตัว ขึ้นอยู่กับชนิดของรถยนต์ ระบบระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์หากไม่มีการระบายความร้อนออกจากน้ำยาแอร์ หรือมีการระบายความร้อนออกน้อย เช่น พัดลมเครื่องยนต์ไม่ทำงาน แผงร้อน (Condenser) เกิดการอุดตัน ส่งผลให้น้ำยาที่ส่งเข้าคอยล์เย็นมีอุณหภูมิสูง ทำให้แอร์ไม่เย็น

 

สาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็นส่วนใหญ่ ได้แก่ ระบบปรับอากาศของรถยนต์เกิดจากการทำงานของแผงคอยล์ร้อนระบายความร้อนทำงานได้ไม่เพียงพอ หรือพัดลมหน้าคอยล์ร้อนไม่ทำงาน ทำให้น้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ไม่มีการระบายความร้อน น้ำยาแอร์ที่ส่งเข้าคอยล์เย็นจึงมีอุณหภูมิสูง ซึ่งเป็นสาเหตุของแอร์ไม่เย็น หรือจะเย็นก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนที่ของรถ เพราะมีลมเข้าไปช่วยระบายความร้อน แต่เมื่อรถจอดนิ่ง ทำให้ไม่มีลมผ่านด้านหน้าแผงคอยล์ คอยล์ร้อนก็จะไม่สามารถระบายความร้อนได้ ทำให้แอร์ไม่เย็น

วิธีตรวจสอบว่าแผงคอยล์
สำหรับวิธีตรวจสอบว่าแผงคอยล์มีปัญหาหรือไม่นั้น สามารถทำได้โดยการเปิดฝากระโปรงรถแล้วติดเครื่องยนต์ เปิดแอร์ดูว่าขณะที่คอมเพรสเซอร์ทำงาน พัดลมหน้าแผงคอยล์ร้อนทำงานด้วยหรือไม่ มีอาการหมุนช้า และมีเสียงดังหรือเปล่า หากพัดลมหน้าไม่ทำงาน นั่นแสดงว่าพัดลมด้านหน้าแผงคอยล์ร้อนเสีย ต้องทำการเปลี่ยนพัดลมใหม่ แต่ถ้าเกิดจากแผงคอยล์ร้อนสกปรกให้รีบทำความสะอาด จะทำให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้นครับ

 

ซึ่งโดยปกติหลังจากการแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับระบบแอร์ เราจะทำการทำความสะอาดคอนเดนเซอร์ เพื่อให้การระบายความร้อนของน้ำยาแอร์ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ระบบแอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทำความสะอาดแผงคอยล์ร้อยด้วยตนเอง…

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่ ไขควง (แบนหรือแฉกก็ได้) น้ำยาล้างคอยล์แอร์หรือน้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อใดก็ได้ และสายยางสำหรับฉีดน้ำ

2.หลังจากที่อุปกรณ์พร้อมแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ แกะกันชนหน้าออก เพื่อให้สามารถล้างทำความสะอาดได้สะดวกขึ้น หรือใครไม่อยากถอดกันชนออกก็ไม่เป็นไรนะครับ

  1. เมื่อถอดกันชนออกเรียบร้อย ให้ทำการฉีดน้ำไล่คราบสกปรกทั่วแผงคอยล์ร้อน ซึ่งวิธีนี้หากความแรงน้ำสูงมากจะเป็นการดี เพราะจะสามารถชะล้างได้ง่าย คราบสกปรกหลุดไวนั่นเอง ขอบอกว่ายิ่งแรงยิ่งดีนะครับ
  2. เทน้ำยาล้างคอยแอร์หรือน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป สักพักจะมีฟองฟูออกมา เนื่องจากน้ำยาเข้าไปขจัดคราบสกปรกออกมา ในขั้นตอนนี้ คือ ให้ระวังให้ดีครับ เพราะในน้ำยามีสารเคมี อาจกระเด็นเข้าตาหรือโดนผิว ทำให้แสบ คัน ได้

 

  1. ต่อมาให้ใช้แปรงสีฟัน เก่าหรือใหม่ก็ได้แล้วแต่สะดวก แต่ขอแบบปลายนุ่มๆ ก็ดีครับ แต่แนะนำให้ใช้แปรงเก่านะครับ เพราะสารมารถแปรงได้ดีกว่าของใหม่ หลังจากนั้นให้ค่อยๆ ขัด โดยขัดทางตรงตามร่อง จากบนลงล่าง อย่าขัดทางขวาง เนื่องจากเดี๋ยวร่อง fin แอร์อาจจะล้ม ขัดเบาๆ ช้าๆ จนแน่ใจว่าสะอาดแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงทำการฉีดออก น้ำแรงๆ ยิ่งดีครับ แนะนำให้ฉีดจากบนลงล่าง และฉีดให้ทั่ว จนนำที่ไหลลงมานั้นใสสะอาด เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ครับ

 

เสร็จสิ้นขั้นตอนทำความสะอาดทั้งหลายแล้ว ให้ประกอบกันชนเข้าไว้เหมือนเดิม ลองสตาร์ทเครื่องและเปิดแอร์เพื่อให้พัดลมมันเป่าน้ำต่างๆ ออก วันต่อมาเมื่อลองเปิดแอร์จะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนครับ แอร์เย็นขึ้นแน่นอนครับ

 

อ่านเรื่อง K.Motors GU RU หัวข้ออื่นๆ

 

อัพเดท : 1 พฤศจิกายน 2561

Toyota All New Camry  ปรับโฉมใหม่ หล่อหรู มาดผู้บริหาร พร้อมประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

คัมรี่โฉมใหม่

ปรากฎการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เพียงแค่มีข่าวว่าโตโยต้าจะเปิดตัวรถยนต์ Camry รุ่นใหม่ หลายคนต่างตั้งตารอ Toyota All New Camry ที่ปรับโฉมใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ สู่การขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้น พร้อมสมรรถภาพการขับขี่ที่นิ่ง  สบาย พร้อมเครื่องยนต์ดีเยี่ยม และการออกแบบที่เปลี่ยนดีไซน์ให้ล้ำสมัย ดูดี ได้ลุคผู้บริหารมากขึ้น

Toyota All New Camry 2019 สร้างลุคใหม่ สไตล์ผู้บริหาร…

ปรากฏการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สู่ระดับแห่งการขับเคลื่อนอันเป็นที่สุด!!

All New Camry 2019 ฉีกกฎเดิมๆ เปลี่ยนเป็นมาดใหม่ที่ดีกว่า โดยการออกแบบดีไซน์เหนือระดับ พร้อมทั้งพัฒนาสมรรถนะที่ดีเยี่ยม คำนึงถึงความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย สมบูรณ์แบบด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา โดยเชื่อมโยงโครงสร้าง ดีไซน์ อย่างพิถีพิถัน เด่นชัดด้วยเส้นสายรอบคัน สื่อถึงความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ภายในกว้างขวาง ใส่ใจในทุกรายละเอียดการตกแต่ง ด้วยสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ภายใต้รูปลักษณ์ของดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดผ่านแนวคิดการผสมผสานโครงสร้างที่พร้อมตอบสนองการขับขี่ไว้ด้วยกัน และความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายที่คมชัด มีเสน่ห์ทุกมิติ  ส่วนดีไซน์ภายในบ่งบอกตัวตนความเป็นสปอร์ต แต่ยังคงไว้ซึ่งแนวคิดการออกแบบที่ให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง พร้อมควบคุมทุกสิ่งได้ดั่งต้องการ ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการพลิกโฉม ฉีกความเป็น Camry รุ่นเดิมๆ  คือ การออกแบบห้องโดยสารที่ดีไซน์ให้ด้านหน้าเหมือนรถแข่ง ด้วยวัสดุคุณภาพสูง เน้นสุนทรียภาพในการออกแบบและความกว้างของห้องโดยสาร รวมไปถึงการเน้นย้ำในเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล เพิ่มการลดความสั่นสะเทือนและเสถียรภาพในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น ทำให้ All New Camry 2019 ทรงพลัง นุ่มนวล  เต็มไปด้วยความคล่องแคล่ว แม่นยำ

ไม่เพียงเท่านี้ All New Camry 2019 ยังเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม ทำให้โครงสร้างตัวถังรถมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงบิด มีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม สามารถควบคุมได้ดั่งใจ พร้อมเสริมด้วยระบบช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ทำให้การเข้าโค้งได้เติมไปด้วยความมั่นใจ ที่นุ่มสบายและความเงียบตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ All New Camry 2019 ยังได้พัฒนาระบบส่งกำลังใหม่ คือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่งผลให้มีอัตราการเร่งแบบสปอร์ตและการขับขี่ที่เร้าใจ สำหรับรุ่นไฮบริด ที่มาพร้อมกับไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น (อัตราประหยัดน้ำมัน 25 กม./ลิตร)

อีกทั้งยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ได้มากกว่ารถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น……

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM)

ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL)

ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT)

ถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ลูก

 

สัมผัสปรากฏการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ กับ All New Camry 2019 ทั้งหมด 4 รุ่น ซึ่งมีให้เลือกถึง 7 สี  ได้แก่…

–   Attitude Black
–  Silver Metallic
–  Phantom Brown

และสีใหม่ 4 สี

–   Attitude Black
–   Silver Metallic
–   Phantom Brown

พร้อมสีภายในสองสี (สีดำ และสีเบจ)
–   รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    1,799,000 บาท***
–   รุ่น 2.5 HV    เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    1,639,000 บาท***
–    รุ่น 2.5G      เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    1,589,000 บาท***
–    รุ่น 2.0G     เกียร์อัตโนมัติ        ราคา    1,445,000 บาท***

(สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท)
***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

สนใจทดลองขับก่อนใคร ได้ที่โชว์รูมโตโยต้า เค มอเตอร์ส ทุกสาขา  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K.Motors Call Center 02-662-6555 และ www.facebook.com/toyotakmotors/

อัพเดท : 16 ตุลาคม 2561

การลากจูงรถเกียร์อัตโนมัติ ควร “ลากจูง” อย่างไรให้ถูกวิธี ไม่ให้รถพังซ้ำๆ !! มีคำตอบ….

ลากจูงรถออโต้

ข้อควรรู้และเทคนิคการลากจูง
“การลากจูงเกียร์อัตโนมัติ” เป็นวิธีผู้ขับขี่ทำประจำเมื่อเกิดเหตุการณ์รถเสีย ไกลบ้าง ใกล้บ้าง เพื่อหลบอยู่ในที่ที่ปลอดภัยระหว่างรอการลากจูงก่อนเดินทางไปพบช่าง โดยสิ่งที่หลายคนอาจไม่คาดคิด คือ การลากจูง หากทำผิดวิธีนั้น เสี่ยง “รถพัง” ได้

การลากจูงรถยนต์ เกียร์อัตโนมัติ

เมื่อรถยนต์ที่คุณขับเกิดอาการเสียแบบกะทันหัน ดับกลางทาง ทั้งที่คนพลุ่งพล่านหรือเส้นทางเปลี่ยว “การลากจูง” คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักเลือกกระทำ แต่…มีผู้ขับขี่รถยนต์จำนวนมากที่คิดว่าจะ “ลากจูง” แบบไหนก็ได้ ขอให้ถึงมือช่างก็พอ ผมกำลังจะบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดๆ ครับ เพราะหากลากจูงรถไปแบบผิดวิธี อาจจะยิ่งซ้ำเติมให้รถคุณ “พัง” มากขึ้น

แล้ว “การลากจูง” แบบไหนถึงจะถูกวิธี ช่างเคจะมาแนะเทคนิคสำหรับการลากจูงรถเกียร์ออโต้กันก่อนครับ

 

หากรถยนต์เกียร์อออโตเสียกลางทาง ควร ลากจูง อย่างไรไม่ให้รถพังซ้ำๆ!!

วิธีการลากหรือเคลื่อนย้ายรถยนต์นั้น หากรถของคุณขับเคลื่อนล้อใด (ขับเคลื่อนล้อหน้า – ขับเคลื่อนล้อหลัง) คุณต้องใช้รถยก ยกล้อนั้นๆ ขึ้นให้พ้นพื้นถนน เพราะส่วนใหญ่รถที่เสียมักจะสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้ เมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ปั๊มน้ำมันเกียร์ก็ไม่ทำงานเช่นกัน ทำให้ชุดเกียร์และฟันเฟืองต่างๆ ทำงานโดยไม่มีการหล่อลื่นหากมีการลากจูง ส่งผลให้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรง รวมไปถึงทำให้เกิดความร้อนสูงในห้องเกียร์ ยิ่งถ้าลากไประยะทางไกลๆ เกียร์พังทันทีแน่นอน!! แต่ถ้าไม่มีรถยกต้องลากแบบช้าๆ อย่าให้เกิน 30 กม./ชม. และระยะทางไม่ควรเกิน 10 กม. ถ้าจะลากไกลกว่านั้น ต้องหยุดพักซัก 15-30 นาทีก่อน แล้วค่อยลากกต่อเพื่อเข้าศูนย์บริการทำการซ่อมแก้ไข

 

ข้อควรรู้ คือ ระหว่างการลากจูง ควรทำการเติมน้ำมันเข้าไปในตัวเกียร์ด้วย ซึ่งโดยปกติเกียร์ออโต้จะเติมน้ำมันที่ช่องไม้วัดระดับน้ำมันเกียร์ อย่างน้อย 2 – 3 ลิตร  เพื่อให้น้ำมันภายในตัวเกียร์เพิ่มระดับ ช่วยในการหล่อเลี้ยงเพลาเกียร์  ไม่ให้เกิความเสียหาย ทั้งนี้หากไม่มีน้ำมันเกียร์เติม  อาจใช้น้ำมันเครื่องใสๆ แทนได้   เมื่อถึงจุดหมายแล้วค่อยถ่ายออก  เพียงเท่านี้การลากจูงรถออโต้  เกียร์ก็จะไม่พังแล้วครับ

 

เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการที่ต้องลากจูงรถขึ้น ไม่ว่าจะกรณีไหนๆ แต่ก็เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็มีความรู้พื้นฐาน และเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา

 

1.อุปกรณ์พร้อม  สิ่งสำคัญในการลากจูงรถไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความพร้อมของตัวคุณเองด้วย เพราะการลากรถนั้นจำเป็นต้องใช้สิ่งของที่ทำให้รถ 2 สามารถพ่วงเข้าหากัน ลากจูงกันไปได้ ส่วนใหญ่จะนิยมใช้เชือกสลิงและแป๊บลาก หากต้องการความทนทานและมั่นใจในการลากมากที่สุด แนะนำให้ใช้แป๊ปลากครับ เพราะเชือกอาจเกิดการขาดระหว่างทางได้

2.หารถลาก  ทางออกที่ดีที่สุดในการใช้รถลากคือรถกระบะ เนื่องจากรถกระบะมีแรงบิดในรอบต่ำดีจากเครื่องยนต์ดีเซล ทำให้ลากได้ง่ายกว่ารถเก๋งด้วยกัน หรือจะใช้บริการแท็กซี่ลากรถก็ยังพอไหว แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะครับ

 

3.ลุย รถยนต์สมัยจะมีจุดลากมาเป็นห่วงเล็กๆ ที่ยึดเข้ากับแชสซีโดยตรง ทำให้มีความแข็งแรงและไม่สร้างความเสียหายต่อตัวรถ แต่หากไม่มี ให้ยึดกับจุดใดก็ได้ที่เป็นแชสซีของรถ หรือไม่ก็ต้องเป็นชิ้นส่วนที่ติดกับโครงสร้างหลักโดยตรง

 

4.รู้วิธีขับให้รอดเป็นยอดดี ขับรถดี  รู้จักรถดี ดูแลรถนี้ ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ….

 

อ่านเรื่อง K.Motors GU RU หัวข้ออื่นๆ

 

 

 

อัพเดท : 8 ตุลาคม 2561

อาการน้ำแอร์ไหลที่ใต้ท้องรถ เกิดจากอะไร มีแนวทางแก้ปัญหาและตรวจสอบอย่างไร…ไม่ให้รถพัง!!

น้ำแอร์ไหล

ปัญหาเล็กๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้
หลายคนสงสัยว่าทำไมเวลาจอดรถนานๆ แล้วสตาร์ทรถยนต์ทำไมถึงมีน้ำไหลออกมาจากใต้ท้องรถ สาเหตุนี้เกิดจาก “แอร์รถยนต์” ปล่อยน้ำทิ้งออกมานั่นเองครับ มาดูกันครับว่าเวลาน้ำแอร์หยดเกิดจากอะไร ทำไมถึงไหลออกมาใต้ท้องรถแม้จะเป็นรถใหม่ก็ตาม พร้อมเทคนิคและวิธีแก้ไขง่ายๆ ที่ช่างเคนำมาฝากครับ

น้ำแอร์ไหลใต้ท้องรถ เวลาจอดรถนานๆ แล้วมีน้ำแอร์ไหลออกมานั้น เกิดจากระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ปล่อยน้ำทิ้งแอร์ใต้ท้องรถ  ซึ่งจะเป็นด้านหน้าซ้ายหรือขวานั้นก็แล้วแต่รุ่นรถ สาเหตุเนื่องจากน้ำที่อยู่ในตู้แอร์ระบายไม่ทันและเกิดการล้น จนทำให้พรมฝั่งผู้โดยสารเกิดการเปียกแฉะ โดยปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากท่อน้ำทิ้งแอร์ตัน ซึ่งอาจมีสิ่งสกปรกอุดตันอยู่ในรูท่อทางน้ำทิ้งแอร์ เป็นต้น

 

วิธีการสังเกตท่อน้ำแอร์ทิ้งตัน คือ ในขณะเที่ลี้ยวรถ หากเกิดแรงเหวี่ยงด้านซ้ายหรือขวา จะมีเสียงดังแทรก “แช้ดๆๆๆๆ”

 

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำแอร์ไหลให้ทำการตรวจสอบท่อทางน้ำทิ้งแอร์ โดยถอดแยกท่อทางน้ำทิ้งแอร์ออกจากชุดตู้แอร์ และสังเกตว่ามีสิ่งที่ผิดปกติเข้าไปอุดตันภายในท่อทางน้ำทิ้งแอร์หรือไม่  หรือนำรถให้ช่างตรวจสอบและลองใช้ลมเป่าทะลวงท่อดูครับ

 

 

แล้วจะรู้ได้ไงว่าน้ำที่รั่วเป็นน้ำแอร์??

แม้น้ำแอร์ไหลจะไม่ส่งผลอันตรายร้ายแรง แต่ก็สามารถสร้างความกังวลและหงุดหงิดให้กับผู้ขับขี่ได้ แล้วจะรู้ได้ไงว่าน้ำที่ไหลใต้ท้องรถนั้นเป็น “น้ำแอร์” ช่างเค มีเทคนิคง่ายๆ ในการสังเกตมาฝากครับ

*ถ้าเป็นน้ำทิ้งจากแอร์ จะมีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เหมือนน้ำเปล่าเลยครับ

*หากเป็นน้ำรั่วจากหม้อน้ำหรือหม้อพัก สีจะเขียวหรือชมพูกลิ่นคล้ายๆ กับมีโลหะผสม

*หากเป็นน้ำรั่วจากหม้อน้ำฉีดกระจก ให้ทดสอบโดยการเติมน้ำยาหรือน้ำยาล้างรถลงไปผสมในหม้อน้ำฉีดกระจก น้ำที่รั่วออกมาจะมีฟอง มีกลิ่น

 

ข้อควรจำ : น้ำแอร์หยดถือเป็นเรื่องปกติ เพราะมันคือน้ำทิ้งของแอร์ เเต่หากมีน้ำไหลออกมาข้างในรถเเล้วรู้สึกเย็นเมื่อเท้าสัมผัสหรือเปียกชุ่มพรม นี่แหละ!!! งานเข้าของจริง…. ต้องรีบให้ช่างตรวจสอบ^^

อ่านเรื่อง K.Motors GU RU หัวข้ออื่นๆ

อัพเดท : 2 ตุลาคม 2561

เค.มอเตอร์ส คว้าชัยชนะหลายรางวัล  ในการแข่งขัน 42ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018”

รอบคัดเลือก

การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า
เค.มอเตอร์ส ประเดิมรอบคัดเลือกการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ครั้งที่ “42ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018”  ซึ่งจัดขึ้น ณ บริษัท โตโยต้า ชัยรัชการ จำกัด สาขาเกษตรนวมินทร์ ด้วยการคว้า….รางวัล สุดภาคภูมิใจ ลิ่วเข้ารอบชิงชนะเลิศปลายปีนี้

การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “42ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018” ถือเป็นสนามประลองความสามารถสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ที่รวมดีเลอร์จากทั่วทุกสารทิศมาแข่งขันกัน และคัดผู้เข้าแข่งขันที่ดีที่สุดไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยรอบคัดเลือกปีนี้ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ก็ไม่ทำให้ผิดหวังคว้า  3 รางวัล จากการเข้าแข่งขันทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

 

รางวัลชนะเลิศพนักงานลูกค้าสัมพันธ์

น.ส.เกศรินทร์ วินิจกุจชัย

 

รางวัลชนะเลิศพนักงานอะไหล่

นายชัยศรี วิเศษสังข์

 

รางวัลชนะเลิศช่างเทคนิค

นายพัสกร สมเย็น

 

ไม่เพียงเท่านี้บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า จำกัด ยังคว้ารางวัลประเภททีมยอดเยี่ยม ซึ่งจัดขึ้นพิเศษเป็นปีแรก สำหรับดีลเลอร์ที่ได้รางวัลทีมเวิร์ค รางวัลชนะเลิศและคะแนนรวมการแข่งขันประเภทต่างๆ เยอะที่สุด

รางวัลเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งเสียงที่การันตีได้ว่าโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ยังคงดำรงไว้ซึ่งความเป็นเบอร์ 1 ทั้งในด้านงานบริการและขาย ซึ่งความมานะบากบั่น ใส่ใจงานบริการลูกค้าเป็นสำคัญ และปฎิบัติมาโดยตลอด ต่อยอดทำให้เราได้รับการยอมรับและไว้ใจจากลูกค้าทั้งจากกรุงเทพฯและปริมณฑล

โดยผู้เข้าแข่งขันทั้งที่ได้รับรางวัลและไม่ได้รับรางวัล ต่างมีความมุ่งมั่นว่าจะตั้งใจทำงานให้หนักและสมบูรณ์แบบ ให้เป็นที่พึงพอใจกับลูกค้ามากขึ้น และไม่ลืมทิ้งท้ายว่าจะถ่ายทอดความรู้และสิ่งดีๆ ให้พนักงานคนอื่นต่อไป สำหรับผู้ชนะเลิศยังให้สัญญาว่าจะตั้งใจฝึกฝนฝีมือให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะคว้าชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ แต่จะเป็นวันไหนนั้น ต้องติดตาม… อย่าลืมส่งแรงเชียร์และกำลังใจมาให้พวกเขาด้วยนะครับ

ในการแข่งขัน “42ST Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018” การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้าครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละประเภทต่างฝึกซ้อมกันเป็นอย่างหนักและทำผลงานออกมาได้ดี จนเหล่าคณะกรรมการต้องคิดหนักไปตามๆ กัน และทันทีที่การแข่งขันสิ้นสุดลง บรรดาผู้เข้าแข่งขันและกองเชียร์มากหน้าหลายตาต่างจับจองที่นั่ง เพื่อรอฟังผลการแข่งขันกันอย่างใจจดใจจ่อ

Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018
Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018
Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018
Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018
Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018 Toyota Dealer Customer Service Skills Contest 2018