อัพเดท : 10 กรกฎาคม 2563

รวมคาถา ขับรถแคล้วคลาด ปลอดภัย..

คาถาอุ่นใจ

เพิ่มความมั่นใจเดินทางถึงโดยสวัสดิภาพ
การขับขี่ให้ปลอดภัยนั้น นอกจากการมีสติและสมาธิที่จดจ่อบนท้องถนน เช็กความพร้อมของรถยนต์ให้พร้อมใช้งานแล้ว หลายคนยังมีวิธีที่ช่วยทำให้การเดินทางอุ่นใจมากขึ้นด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งวันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีมาเป็นทางเลือกช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ให้คุณได้ตลอดทาง รวมคาถา ขับรถแคล้วคลาด ปลอดภัย…

เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น เราจึงได้รวบรวม คาถาเดินทางปลอดภัย มาไว้ในบทความเดียว แต่ต้องอย่าลืมว่า การท่องคาถาต้องตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท มีสติ ไม่งมงาย

 

1. คาถาขับรถปลอดภัย
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย“เมตตัญ จะ สัพพะโล กัสสะมิง มานะ สัมภาวะเย อัปปะริมานัง” จบแล้วให้อธิษฐานขอพรให้เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยจาดอุบัติเหตุต่างๆ

 

2. คาถาเดินทางปลอดภัย ไร้อุปสรรค
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ มะ อะ อุ” จบแล้วให้อธิษฐานขอพร เดินทางปลอดภัย ไร้อุปสรรคตลอดการเดินทาง

 

3. คาถาเดินทางไกล ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “มะติ ยาเต มะเต ยาติ มาเต ถินา นะนา ถิเต มะนา เนสา มะสา เนนา มะสา จะติ มะติ จะสา มะติยาใน มะโนยาติ มะโนติตัง มะตังติโน มะตังปาลัง มะลังปาตัง มะลังจะติมะติจะลัง” จบแล้วให้อธิษฐานขอพร เมื่อต้องเดินทางไกลให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ ไร้อุปสรรค ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

 

4. คาถาเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย อิติปิโส ภะคะวา ยาตรา ยามดี วันนี้ชัยศรี สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ อิติปิโส ภะคะวา ยาตรา ยามดี (วันที่เดินทาง หรือกล่าวว่า “วันนี้”) ชัยศรีสวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ อิติปิโส ภะคะวา ยาตรายามดี พระชัยศรี สวัสดีลาโภ นะโมพุทธายะ จบแล้วให้อธิษฐานขอพร ขอให้ข้าพเจ้าและคณะเดินทางโดยปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุ เภทภัยทั้งหลายทั้งปวง ทั้งยานพาหนะ (รถ เรือ เครื่องบิน และอื่น ๆ) และตัวข้าพเจ้า (และคณะ) เองด้วยเทอญ”

 

5. คาถาเดินทางอย่างมีสติ
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “พุทโธ ระเบิดเปิดทาง อะระหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ” จบแล้วให้อธิษฐานขอพรให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากเภทภัยต่างๆ มีสติ ไม่หลับใน มีสติในการขับรถยนต์ ตลอดการเดินทาง

 

6. คาถารอดพ้นอันตราย
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “นะรา นะระ หิตัง เทวัง นะระ เทเรหิ ปูชิตัง นะรานัง กะมะปังเกหิ นะมามิ สุคะตังชินัง” จบแล้วให้อธิษฐานขอพรให้เดินทางปลอดภัย รอดพ้นจากภยันอันตรายทั้งปวง

 

7. คาถาป้องกันภัย
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “ระตะนัตตะ ยังปุเชมิ คุณะวันตา นะราปิจะ เตโสตตะมา นุภาเวนะ ปุญญานิ ปะกะตานิเม” จบแล้วให้อธิษฐานขอพรให้เดินทางปลอดภัย ไร้อุปสรรค ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

 

8. คาถาแคล้วคลาด
ท่องนโม 3 จบ (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธธัสสะ) ต่อด้วย “พุทธาอะนุนามะริยาสุขังเขยเย พุทธาอะนินาสุหะลาลิสังเขยเย พุทธาริโยเคมะกุลักขะกัปปะเก วันทามิเตสุระนะ รักกะเมสะเม” จบแล้วให้อธิษฐานขอพรให้เคล้วคลาดปลอดภัยตลอดการเดินทาง (สวดคาถา 3 จบก่อนขับรถเดินทางไกล)

 

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 11 มิถุนายน 2563

ไดชาร์จ (Alternator) ไม่ได้ชาร์จอย่างเดียว

ใช้งานยังไง..

หน้าที่ของไดชาร์จตรวจเช็กและดูแลยังไง
ความจริง เมื่อเครื่องยนต์ทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าในรถยนต์ทั้งหมดจะใช้ไฟจากไดชาร์จ ไดชาร์จไม่ได้มีหน้าที่ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่โดยตรง แต่ที่ไดชาร์จสามารถชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ได้เพราะว่าแรงดันไฟที่ไดชาร์จผลิตออกมาได้นั้นมีค่าสูงกว่าแรงดันไฟที่แบตเตอรี่มี จึงทำให้เกิดการไหลของกระแสไฟศักย์สูงไปยังกระแสไฟศักย์ต่ำ

สาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดแบบนั้นก็เพราะว่าเราคนไทยเรียกมันว่า “ไดชาร์จ” ซึ่งจริงๆ แล้วชื่อของไดชาร์จคือ “อัลเทอร์เนเตอร์” ซึ่งแปลว่า เครื่องปั่นไฟ โดยปกติที่รอบเดินเบาของเครื่องยนต์แรงดันไดชาร์จขณะเปิดโหลดจะอยู่ที่ 13.9V – 14.5V  โหลดในที่นี้จะมีอยู่ 2 อย่าง คือ แอร์ และ ไฟหน้า เพราะฉะนั้นในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในรถยนต์จะใช้ไฟจากไดชาร์จ (อัลเทอร์เนเตอร์) เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ใช้ไฟจากแบตเตอรี่รถยนต์อย่างที่เคยเข้าใจกันมา สังเกตได้จากเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วก็สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ครับ

 

ไดชาร์จ

 

สัญญาณแจ้งเตือนไดชาร์จพัง !!

1. รอบเดินเบา
2. ความสว่างของไฟหน้าลดลง
3. ความเย็นแอร์ลดลง
4. เครื่องดับ เพราะถ้าไดชาร์จเสีย จะไม่มีไฟฟ้าใช้ในรถ ทำให้เครื่องดับ หยุดเดิน ใช้งานต่อไม่ได้

 

สิ่งที่ควรรระวัง

เมื่อเกิดอาการแจ้งเตือนไดชาร์จพังตามหัวข้อดังกล่าว หรือมีไฟรูปแบตเตอรรี่โชว์บนหน้าปัด ควรรีบนำรถเข้าเช็กสภาพไดชาร์จ และระบบไฟโดยเร็ว และควรปิดระบบไฟต่างๆ เช่น แอร์ เพื่อเซฟไฟให้พอใช้ระหว่างที่นำเรถไปซ่อม ในกรณีนี้หากไดชาร์จอาการเสียรุนแรง อาจทำให้รถดับกลางทางได้ จึงควรระมัดระวังให้มาก

 

ตรวจเช็กแบตเตอรี่ กรณีรถไดชาร์จอ่อน

ไดชาร์จอ่อนมักเกิดจากแปรงถ่านสึกหรอและสลิปริงหรือชุดหน้าสัมพัสสกปรก เป็นเหตุทำให้การส่งผ่านไฟฟ้ามีประสิทธิภาพลดลง วิธีแก้ก็คือทำการถอดชุดแปรงถ่านมาตรวจสอบ หากมีการสึกหรอให้รีบทำการเปลี่ยนทันที และให้ทำความสะอาดชุดสลิปริงหรือชุดหน้าสัมพัสไปพร้อมกันด้วย โดยการนำกระดาษทรายเบอร์ละเอียดๆ ขัดบริเวณหน้าสัมพัสก็เป็นอันเรียบร้อย

 

ไดชาร์จปกติ แต่มีโวลต์ต่ำเนื่องจากรอบเครื่องต่ำ

โดยทั่วไปแล้วไดชาร์จจะอาศัยกำลังจากเครื่องยนต์เพื่อใช้หมุนมู่เลย์ เมื่อรอบเครื่องมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ส่งผลต่อการผลิตกระแสไฟของไดชาร์จ ดังนั้นถ้าเกิดโวลต์ไดชาร์จต่ำในขณะรอบเดินเบา (รอบเดินเบาที่ต่ำเกิน 70 รอบต่อนาที) แนะนำให้ทำการเร่งเครื่องเพิ่มขึ้น โดยควรเร่งเครื่องไม่เกิน 800 รอบต่อนาที จากนั้นให้สังเกตว่าโวลต์ไดชาร์จเลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หากโวลต์ไดชาร์จกลับมาเป็นปกติ หรือประมาณ 13.8 – 14.5 โวลต์ สาเหตุที่อาจไม่ได้เกิดจากไดชาร์จ แต่เกิดจากการรอบเดินเบาต่ำเกินไป แก้ไขได้โดยให้ทำการปรับตัวเร่งรอบ หรือตัวชดเชยรอบเพิ่มขึ้น เพื่อให้รอบเดินเบาเครื่องยนต์สูงขึ้นครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

 

อัพเดท : 10 มิถุนายน 2563

ลักษณะการขับรถบอกนิสัย!!

ตรงมากเช็กดู..

คุณเป็นคนแบบไหนสังเกตได้จากท่าทางขับรถ
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่รถติดต้นๆ ของโลก คนกรุงเทพใช้ชีวิตติดอยู่บนถนนโดยเฉลี่ยประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน แน่นอนว่าการขับขี่ของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บ้างก็ใจเย็นรอให้รถขับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ ตามสภาพการจราจร บ้างก็รีบร้อนอยากไปถึงที่หมายให้ไว

ลีลาการ ขับรถ ของคุณก็สามารถบอกนิสัยความเป็นคุณได้เช่นกัน มาดูกันเลยครับว่าคำทำนายจะตรงกับนิสัยของคุณหรือเปล่า...

 

ขับรถ

 

คนที่ขับรถตามกฎระเบียบ

 

ไม่บ่อยนักที่จะเห็นตำรวจเรียก เมื่อโดยสารไปกับคนที่ขับรถตามกฎระเบียบแบบนี้ แสดงว่าคน ๆ นั้นมีลักษณะนิสัยที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง มีความเป็นผู้ใหญ่สูง มีความละเอียดละออ แถมยังเป็นคนที่น่าเชื่อถือด้วย เป็นประเภทที่ว่าจะไม่ต้องประกาศศักดาคนอื่น ๆ ก็เชื่อถือแล้ว

 

ขับรถ

 

ขับรถเร็ว อยากถึงที่หมายให้ทันใจ

 

สำหรับคนที่ ขับรถ แบบนี้ คุณเป็นคนมีความมุมานะ พร้อมที่จะเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายโดยไม่เลือกวิธี คนแบบนี้มักขาดความรอบครอบ

 

ขับรถ

 

ขับแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ

 

ใครจะขับอย่างไรก็เรื่องของคุณ ใครใคร่แซงก็ให้แซง ใครใคร่ปาดก็ให้ปาด ฉันจะขับของฉันอย่างนี้ ไม่แซง ไม่ปาด แต่ชอบขับเรื่อย ๆ มากกว่า การขับรถแบบนี้บ่งบอกว่าคุณเหมาะที่จะเป็นผู้ตาม ไม่รู้จักการแสวงหาความรู้ ไม่ได้หมายความว่าคนแบบนี้เป็นคนขี้เกียจ เพียงแต่คุณแค่รู่สึกว่าเท่าที่มีอยู่ก็เพียงพอ จึงไม่พยายามขนขวาย ดิ้นรน ซึ่งบางครั้งคุณมีโอกาสที่จะแสดงศักยภาพออกมา แต่คุณลือกที่จะไม่แสดงฝีมือ เพราะคิดว่าเป็นการอวดภูมิเปล่า ๆ คุณก็เลยมักจะอยู่แบบง่าย ๆ ใครว่าไงก็ว่าตามนั้น

 

ขับรถ

 

เปิดไฟสูง ชอบบีบแตร

 

คนที่ชอบขับรถเปิดไฟสูงและบีบแตรดัง ๆ สื่อให้เห็นว่าคุณอาจเป็นคนขาลุยตัวเป้ง ขาห้ามตัวจริงที่เข็มแข็งไม่ยอมใคร ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณเป็นคนลักษณะนิสัยแข็งนอกอ่อนใน ไม่ได้เจ๋งเหมือนตอนขับรถ และความเก็บกดเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ภายในใจ จึงระบายออกมาโดยไม่รูตัวในขณะที่ขับรถ เพื่อบ่งบอกว่าฉันโดดเด่นและเป็นที่น่าสนใจ เมื่อถึงคราวมีปัญหาจะไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวเสียฟอร์มนั่นเอง

 

ขับรถ

 

ชอบขับรถอัตโนมัติครบครันทั้งพวงมาลัยเพาเวอร์ เกียร์ออโต้ กล้องมองหลัง สัญญาณถอย

 

คนจำพวกนี้รักความสบายเป็นที่สุด ไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบ ถ้าต้องอยูในระบบแบบแผนจะอึดอัดมาก แต่ก็สามารถทำอะไรให้สำเร็จและบรรลุถึงเป้าหมายได้ แม้จะไม่ค่อยยอมลงแรงแลกกับสิ่งต่าง ๆ เพราะเหงื่อแต่ละเม็ดของคุณนั้นมันมีค่ามากเลยล่ะ แต่คุณก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน คุณเป็นคนดีพอตัว คุณมองโลกในแง่บวก คุณมักสวมแว่นที่ฉาบด้วยเลนส์แห่งความสุขไปด้วย ในเวลาที่ขับรถเสมอ และพร้อมที่จะแบ่งปันความสุข ความเมตตาให้กับเพื่อนร่วมท้องถนนเสมอ ๆ

 

ขับรถ

 

ขับรถเร็ว

 

คนที่ชอบออฟโรดโหด ๆ กระบะลุยๆ หรือรถเกียร์ธรรมดา ที่ไม่ค่อยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเท่าไหร่ มักมีนิสัยรักความตื่นเต้นท้าทาย หุนหันพลันแล่น ชอบตัดสินใจเร็ว รุ่มร้อน มีอารมณ์อยู่เหนือจากเหตุและผล แต่ตัวตนจริง ๆ ของคุณเป็นคนสนุกสนาน ชอบใช้ชีวิตโลดโผนโจนทะยาน พูดจริงทำจริง เพื่อน ๆ คุณมักได้รับความรักจากคนส่วนใหญ่ เพราะคุณเป็นคนจริงใจ

 

ขับรถ

 

คนที่ขับรถไปบ่นไปด่าไป ตั้งแต่สตาร์รถออกจากบ้าน

 

คนที่มักขับรถไปบ่นไป เห็นอะไรก็หยิบจับมาเป็นเรื่องราวให้บ่นได้ คนที่มีลักษณะแบบนี้มักเป็นคนที่มองโลกแง่ลบมาก ไม่พอใจกับทุกสิ่ง ทุกอย่างดูขัดหูขัดตาไปหมด ขอแนะนำให้คุณเยียวรักษาอารมณ์ของคุณให้เย็นลง โดยการปล่อยวาง มาเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยการฟังเพลงคลอเบา ๆ รับรองครับคุณจะมีชีวิตบนท้องถนนที่แสนสุขกว่านี้อีกเท่าตัว

 

จะมีลีลาการขับรถแบบไหนก็ว่ากันไปตามความถนัดของแต่ละคนเลยครับ แต่อย่าลืมว่าหากมันเยอะเกินไปจะกลายเป็น “ความประมาท” ได้ การใช้รถใช้ถนนที่ดีต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วยนะครับ ที่สำคัญขับขี่ปลอดภัยและเคารพกฎจราจรเป็นดีที่สุด

 

 

อ่านบทความที่น่าสนใจ

อัพเดท : 9 มิถุนายน 2563

เตือนภัย!!!… การใช้พรมปูพื้นหรือผ้ายางในรถยนต์ “ไม่ได้ขนาด”

อันตรายมาก!!

ใช้พรมผิดขนาด อาจพลาดถึงชีวิต..
เตือนภัยไม่ได้โม้นะครับ การใช้พรมหรือผ้ายางในรถยนต์เพื่อความสะอาดนั้นเป็นเรื่องที่ผู้รักรถทุกท่านจะต้องหามาใช้ โดยรูปแบบของพรมหรือราคาก็แตกต่างกันไป แต่ทุกท่านไม่ได้คิดถึงสิ่งที่ตามมาภายหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันเกิดขึ้นแล้วครับ

การนำ พรมปูพื้น หรือ ผ้ายางปูพื้น ที่ไม่ได้ขนาดมาวางบริเวณฝั่งผู้ขับขี่ เมื่อเวลาขับขี่โดยเฉพาะ “รถเกียร์อัตโนมัติ” เวลาจะเร่งแซงต้องมีการเหยียบคันเร่งมากขึ้นและเร็วกว่าปกติเพื่อคิกดาวน์ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ “คันเร่งติดขัดและค้างอยู่กับพรม“ ซึ่งอันตรายมากและมีอุบัติเหตุให้เห็นกันอยู่บ่อยๆครับ

 

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แนะนำให้ตั้งสติดีๆ ครับ จากนั้นให้ผลักเกียร์ไปที่ว่าง (N) แล้วประคองรถจอดในที่ปลอดภัย สำหรับรถเกียร์ธรรมดาก็ทำเช่นกันครับ แค่เหยียบคลัทช์ก็ตัดกำลังแล้ว

 

โดยทั่วไป พรมปูพื้น รถส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ พรมที่ปูพื้นที่มากับตัวรถ เป็นพรมที่ปูทั่วทั้งภายในห้องโดยสารรถ ไม่สามารถถอดออกได้ หากไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ และ พรมปูพื้นสำหรับปูพื้นรถยนต์ มีหลายแบบ สามารถถอดมาทำความสะอาดหรือเคาะฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกได้

 

พรมปูพื้น  พรมปูพื้น

 

ข้อดีของการปูพรมพื้นรถยนต์ คือ..

 

1. เพื่อดักฝุ่นละออง
2.นุ่มสบายเท้า
3.ช่วยลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้

 

เลือกพรมรถให้เหมาะกับการใช้งาน

 

  • พรมปูพื้นรถยนต์เข้ารูป
    มีทั้งแบบปูพื้นธรรมดา และแบบปูเต็มคัน จะมีลักษณะโค้งเว้า เข้ารูปตามสัดส่วนของรถ จึงช่วยกันไม่ใฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกสัมผัสกับพื้นรถได้ดีกว่า 90% ซึ่งอาจมีฝุ่นติดเข้ามาจากทางด้านข้างพรมได้บ้าง ข้อดีของพรมประเภทนี้ คือ ติดตั้งง่าย ราคาไม่แพง ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้เครื่องดูดฝุ่นดูสิ่งสกปรกออกไป หรือสามารถถอดล้างและทำความสะอาดปกติก็ทำได้ครับ
  • พรมรถยนต์ 3D 5D และ 6D
    ข้อดีคือสามารถป้องกันฝุ่นได้ดี และราคาไม่แพงมาก คุณสมบัติพิเศษของพรมตระกูลนี้ ใต้พรมจะมีตีนตุ๊กแก ช่วยยึดเกาะและป้องกันไม่ให้ฝุ่นเล็ดรอดลงไปใต้พื้นรถ ข้อเสียคือเมื่อมีการถอดพรมไปทำความสะอาด ตีนตุ๊กแกจะดึงเส้นใยสังเคราะห์ให้หลุดลุ่ย อาจทำให้พื้นรกเสียรูปทรงได้ จึงควรระมัดวังเป็นพิเศษครับ
  • พรมปูพื้นลายกระดุม
    พรมชนิดนี้ถือเป็นพรมที่สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย มีลวดลายสวยงาม จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบัน แต่มีข้อเสียคือเป็นวัสดุไม่ซึบซับน้ำและฝุ่น หากทำน้ำหกจะต้องถอดไปทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ
  • พรมปูพื้นรถยนต์ไวนิล
    พรมปูพื้นรถยนต์ไวนิลเป็นพรมที่มีความหนานุ่มพิเศษ จึงสามารถดักจับฝุ่นและซับน้ำได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดเสียง และความร้อนจากพื้นได้ ทั้งนี้เพราะใต้พรมมีปุ่มช่วยยึดเกาะแทนตีนตุ๊กแก แต่ควรหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อไม่ให้ ฝุ่นและสิ่งสกปรกในพรมกระจายทั่วห้องโดยสาร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์ตันและส่งผลเยต่อสุขภาพได้
  • ผ้ายางปูพื้นรถยนต์
    ผ้ายางปูพื้นรถยนต์ เป็นพื้นปูรถที่ทำมาจากยางพารา 100% มีลักษณะของขอบรอบผ้ายางยกสูงขึ้น เพื่อใช้กันน้ำกรองและกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรก ป้องกันเวลาเหยียบแล้วไม่ลื่น มีความยืดหยุ่นสูง ทนความร้อนได้ดี แต่พรมชนิดนี้อาจติดปัญหาในเรื่องของน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก อาจมีกลิ่นยางในช่วงแรกที่ใช้ และระวังกลิ่นเหม็นอับชื้นเมื่อตากแดดไม่แห้งพอ

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ

 

อัพเดท : 20 พฤษภาคม 2563

ลูกสูบติด รถไม่ติด!!

ลูกสูบรถยนต์

ขับรถเร็วไม่ได้ยิ่งเร่งเครื่องยิ่งติด
อาการ ลูกสูบติด คือ อาการที่ลูกสูบเครื่องยนต์เกิดการเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่สามารถขับรถเร็วได้ ยิ่งเร่งเครื่องขับเร็ว ลูกสูบก็ยิ่งติด หากรุนแรงมากๆ อาจทำให้แหวนตายหรือหักได้ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่น้ำมันเครื่องขาด จนไม่สามารถขับรถต่อได้เลยครับ

ถ้าเกิดอาการ ลูกสูบติด ที่ไม่ถึงกับเกิดแหวนหักหรือตาย รถจะสตาร์ทติดยาก เดินเบาไม่อยู่ ต้องตั้งรอบสูงๆ
ซึ่งจะเดินเบาเวลาเครื่องร้อน สาเหตุมาจากขับเร็วเกินไปในระยะรันอิน ใส่น้ำมันออโต้ลูปน้อยเกินไป
หรือมีอะไรตกลงไปในห้องเผาไหม้ และลูกสูบบวมหรือเสื้อสูบตีปลอกมาใช้เนื้อเหล็กไม่ดีพอ

แต่หากรถคุณเกิดอาการลูกสูบหลวม จะส่งผลทำให้รถอืด แรงไม่ดี กินน้ำมันเยอะ และมีน้ำมันพ่นออกทางปากคาร์บู

 

วิธีแก้เมื่อเจออาการ ลูกสูบติด

 

ให้จอดรถเพื่อพักเครื่องยนต์ให้คลายความร้อนลง เมื่อเครื่องยนต์เริ่มเย็นให้ลองสตาร์ทรถ
ถ้าอาการ ลูกสูบติด ไม่หนักมาก จะเหยียบลง ก็สามารถขับต่อไปได้ แต่ควรขับช้าๆ และควรใส่น้ำมันออโต้ลูปเพิ่มก็จะดีครับ
ในทางตรงกันข้าม ถ้ารถสตาร์ทไม่ติด ต้องถอดฝาครอบคาร์บู ถอดกรองอากาศ จากนั้นให้ใช้มืออุดปากคาร์บูจึงทำการสตาร์ท จะช่วยได้
ถ้ายังไม่ติดแสดงว่าแหวนตายถาวรแล้วนั่นเอง ทางที่ดีควรเรียกรถลากแล้วรีบนำรถเข้าศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุดดีกว่าครับ

 

 

สายพานสายพาน

 

 


เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ